เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 28 เหยื่อรายต่อไป

CD บทที่ 28 เหยื่อรายต่อไป

CD บทที่ 28 เหยื่อรายต่อไป


“จากรายชื่อทั้งหมด ตอนนี้มีเหยื่อถูกตัดมือออกไปแล้วสามคน” หลี่เบ่ยหนีไล่สายตาตามรายชื่อที่เธอหามา ในขณะที่เธอกำลังปอกเปลือกกุ้ง “คนร้ายอาจจะเป็นหนึ่งในเจ็ดคนที่เหลือก็ได้หรือเปล่าคะ?”

“ก็อาจเป็นไปได้” จ้าวหยู่ครุ่นคิดอยู่ขณะหนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ “แต่สามอันดับแรกไม่ได้ถูกตัดมือทิ้งไปด้วย ทั้ง ๆ ที่พวกเขาทำผลงานได้ดีกว่าตัวเหยื่อทั้งสามอีกนะ จะมีประโยชน์อะไรที่ต้องไปตัดมือคนแพ้กัน?”

“ก็จริงค่ะ” หลี่เบ่ยหนีรู้สึกตื่นเต้นขึ้นเป็นอย่างมาก เธอชี้ไปที่รายชื่อข้างหน้านี้อีกครั้ง “ถ้าเราดูตามจากรายชื่อเหยื่อแล้ว เกาเทียนอันดับหก หยวนหลีลี่อันดับห้า หลัวเหม่ยนาอันดับสี่ คนร้ายก่อเหตุโดยไล่ชื่อเหยื่อขึ้นไป ดังนั้นคนร้ายจะต้องมีอันดับต่ำกว่าที่หก ฉันคิดว่าคนที่อยู่ในอันดับที่เจ็ดถึงสิบน่าสงสัยมากที่สุดเลยค่ะ!”

“ใช่แล้ว!” จ้าวหยู่พยักหน้าตาม “เริ่มจากอันดับที่หกไปจนถึงอันดับที่สี่ ส่วนตัวฉันคิดว่าคนที่อยู่อันดับที่เจ็ดนี่น่าสงสัยที่สุด! มีแนวโน้มว่าคนร้ายอาจจะเป็นคน ๆ นี้ก็ได้!”

“เอ๊ะ ไม่ใช่ค่ะ!” อยู่ๆ หลี่เบ่ยหนีค้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ฉันได้ตรวจสอบข้อมูลของบุคคลในรายชื่อนี้ทั้งหมดแล้ว คนที่อยู่อันดับที่เจ็ดเขาคือ เชียงเล่ย เขาเสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสิบปีก่อนแล้วค่ะ ไม่มีทางจะเป็นเขาไปได้”

“อา…ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใครล่ะ” จ้าวหยู่ประหลาดใจเล็กน้อย “งั้นเราก็เหลือผู้ต้องสงสัยแค่สามคนเท่านั้นน่ะสิ?”

“สองคนค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีพูดขึ้นอย่างมั่นใจ “อันดับที่เก้าเป็นเนื้องอกที่กระดูกค่ะ ทำให้ไม่สามารถลุกออกจากเตียงได้มาสองสามปีแล้ว ทีนี้ก็จะเหลือแค่อันดับแปดกับอันดับสิบเท่านั้นที่เป็นไปได้ แต่อันดับที่แปดเองก็อาศัยอยู่ที่ต่างเมืองมาหลายปี ไม่ได้อยู่ในเมืองฉินชาน มีแค่อันดับสิบเท่านั้นค่ะที่เป็นไปได้มากที่สุด!”

“นี่เธอพูดจริงพูดเล่นเนี่ย?” จ้าวหยู่รู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างฉับพลัน มันอาจจะกลับไปวนลูปแบบเดิมอีกครั้งก็ได้ ที่สุดท้ายเขาก็มาถึงทางตันของการสืบสวนคดีนี้อีกครั้ง

“อย่าเพิ่งหมดหวังสิคะ!” หลี่เบ่ยหนีปลอบโยน “อันดับแปดที่อาศัยอยู่ที่ต่างเมืองฉันกำลังตรวจสอบเรื่องที่อยู่ที่แน่นอนให้ค่ะ ตอนนี้เรามาตรวจสอบอันดับที่สิบกันก่อนดีกว่า ใครจะรู้ เธออาจจะเป็นคนร้ายก็ได้”

จ้าวหยู่ตรวจสอบรายชื่อที่สิบอย่างระมัดระวัง มันเป็นชื่อของผู้หญิงคนหนึ่ง เขารู้สึกกระวนกระวายใจและอยู่ในสภาพปั่นป่วนไม่เบาหรือว่าคนร้ายในคดีมือที่หายไปจะเป็นผู้หญิงจริง ๆ

“รุ่นพี่คะ นอกจากการตามหาตัวผู้ต้องสงสัยแล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะลืมไม่ได้เด็ดขาดเลยนะคะ” หลี่เบ่ยหนีกล่าวเตือนเขา “พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ 26 แล้ว ถ้าคนร้ายยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ เราต้องเตรียมการบางอย่างเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ด้วยนะคะ”

“โอ้ ใช่ เข้าใจแล้ว!” จ้าวหยู่ชี้ไปที่รายชื่ออีกครั้ง “ถ้างั้นเหยื่อคนต่อไปอาจจะเป็นอันดับที่สามก็ได้ จริงไหม?”

“ก็ไม่ใช่อีกค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีส่ายหัวปฏิเสธอีกครั้ง “อันดับที่สามคือ เชาลูลู่ เธอได้ย้ายไปอยู่ที่ออสเตรเลียกับครอบครัวของเธอแล้วค่ะ ฉันคิดว่าคนร้ายคงไม่ลงทุนเดินทางไปถึงต่างประเทศเพื่อทำการตัดมือคนที่ชนะตัวเองแบบนั้นหรอกนะคะ นอกจากนี้ ผู้ชนะอันดับที่หนึ่งเอง ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการดนตรีของวิทยาลัยในตัวเมืองซึ่งห่างออกไปเล็กน้อย จากความน่าจะเป็น ฉันคิดว่าอันดับที่สองอาจจะเป็นเหยื่อรายต่อไปค่ะ”

“หลี่ฉินฮัว?” จ้าวหยู่ไล่สายตาตาม “ชื่อเชยชะมัด อันดับสองเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเนี่ย?”

“เป็นผู้หญิงค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีตอบ “ตอนนี้เธอเป็นอาจารย์ใหญ่อยู่ที่วิทยาลัยศิลปะ I Can Fly ในเมืองฉินชาน ถ้าฉันเป็นคนร้าย ฉันก็จะเลือกเหยื่อรายต่อไปเป็นเธอคนนี้แน่นอนค่ะ!”

“ถ้าเป็นอย่างนี้ หน้าที่ของเราสำคัญมาก” จ้าวหยู่ถอนหายใจ “นอกจากเราจะต้องหาตัวคนร้ายให้ได้แล้ว เรายังต้องปกป้องเหยื่อรายต่อไปให้ได้ด้วย เราต้องเร่งมือกันหน่อยแล้วล่ะ!”

“ใช่แล้วค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีทานอาหารเสร็จแล้ว เธอรีบดื่มน้ำผลไม้แล้วพูดว่า “แต่เราต้องกลับไปสถานีตำรวจก่อนนะคะ เรายังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ที่แน่นอนของคนเหล่านี้ทั้งหมดเลยและฉันเองก็อยากตรวจสอบข้อมูลผู้จัดงาน ผู้ตัดสินในครั้งนั้นด้วย เผื่อเราจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากพวกเขาบ้าง”

“เก็บงานได้ละเอียดดีจริง ๆ ฉันชอบคนแบบเธอที่สุดเลย!” จ้าวหยู่รีบกินและจ่ายเงินค่าอาหาร ก่อนจะรีบกลับไปที่สถานีตำรวจพร้อมกับหลี่เบ่ยหนีในทันที

เมื่อทั้งสองคนเดินเข้าไปยังสถานีตำรวจ พวกเขาทั้งสองเห็นหลิวชางฮูกำลังยืนอยู่หน้าไวท์บอร์ดที่จ้าวหยู่เคยใช้คิดวิเคราะห์เกี่ยวกับคดีก่อนหน้านี้ เหมือนกับว่าเขากำลังมองหาสิ่งที่น่าสนใจบนนั้นอยู่ ณ ตอนนี้เป็นเวลาพักเที่ยงพอดี ภายในห้องทำงานจึงไม่มีคนอยู่มากเท่าไหร่นัก

“เฮ้! เป็นอย่างไรบ้างคุณตำรวจคนเก่ง” หลิวชางฮูดูไม่ได้ตื่นตระหนกกับการมาถึงของจ้าวหยู่กับหลี่เบ่ยหนีเท่าไหร่ หนำซ้ำยังถามด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยเสียอีก “ทำไมพวกคุณถึงไม่พักเที่ยงกันสักหน่อยล่ะ?”

“สวัสดีค่ะ ท่านรองหัวหน้า!” หลี่เบ่ยหนีทักทายอย่างสุภาพ

จ้าวหยู่กอดออกและเดินตรงไปยังหน้าหลิวชางฮูพร้อมส่งเสียงไล่ “ชิ่ว ๆ ไปซะ!”

“นี่แก!!” หลิวชางฮูจ้องเขม็งไปที่เขา ก่อนจะกลับไปมองที่ไวท์บอร์ดอีกครั้งพร้อมหัวเราะเยาะออกมา

“เอาเถอะ จ้าวหยู่ ดูเหมือนว่าแกคงอยากเอาชนะการพนักครั้งนี้จนตัวสั่น ฉันล่ะสงสัยว่าแกจะสามารถแก้ไขคดีนี้ได้เร็ว ๆ นี้หรือไม่? หึ! แล้วฉันจะคอยดู ฉันจะเตรียมเงิน 1,800 หยวนมาจ่ายให้แกด้วยเลย ดีไหม?” เขาเยาะเย้ยจ้าวหยู่อย่างสนุกสนาน

“แกควรจะรู้นะว่าศักยภาพของทีม B เป็นเช่นไร ทั้งจำนวนคนที่มากกว่าและทำงานกันอย่างข้ามวันข้ามคืนแต่พวกเขาก็ยังไม่ได้หลักฐานใด ๆ มาเป็นชิ้นเป็นอันเลย แล้วคนอย่างแกเนี่ยนะจะสามารถไขคดีนี้ได้ก่อน? ฝันไปเหอะ! แกอย่าโชว์โง่ไปหน่อยเลยจ้าวหยู่ แกยอมรับความพ่ายแพ้นี้ซะดี ๆ แล้วขอโทษฉันจะดีกว่า แล้วฉันจะเมตตาแกโดยการไม่ส่งรายงานพฤติกรรมของแกไปสำนักงานใหญ่ แต่ถ้าแกไม่ทำก็อย่าคิดว่าแกจะสามารถลอยหน้าลอยตาไปมาในสถานีตำรวจได้อีก!”

“แล้วก็เธอ เบ่ยหนี!” หลังพูดข่มขู่จ้าวหยู่เสร็จ หลิวชางฮูก็หันกลับไปพูดกับหลี่เบ่ยหนี “ฟังฉันนะ เธออย่าพาตัวเองไปอยู่กับคนแบบนี้เลย เธอเป็นคนทำงานได้โดดเด่นมาก อย่ามาหลงผิดอยู่กับคนพาลแบบนี้จะดีกว่า!”

หลี่เบ่ยหนีก้มหน้าลงมองพื้น เธอไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธกับคำกล่าวนี้

“ไปเถอะ เบ่ยหนี!” จ้าวหยู่สะกิดไปที่ไหล่ของเธอเบา ๆ “ช่วยไปทำกาแฟมาให้ฉันสักแก้วจะได้ไหม? ขอแก้วที่ใหญ่ ๆ หน่อยนะ”

“จ้าวหยู่!!” หลิวชางหูเข้าใจถึงเหตุผลเบื้องหลังกับการขอกาแฟนี้เป็นอย่างดี “อย่าบอกนะว่าแกจะโยนถ้วยกาแฟนั้นใส่ฉันอีกรึไง!” เขาชี้ไปที่ใบหน้าของจ้าวหยู่อย่างเหลืออด

“ฉันจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ ครั้งก่อนที่แกไม่โดนลงโทษอะไรเพราะฉันยังเมตตาแกอยู่! แต่ครั้งนี้ถ้าแกยังกล้าทำแบบนั้นอีกครั้งล่ะก็ แกจะถูกไล่ออกทันที! เข้าใจไหม!!”

สิ่งที่หลิวชางฮูกล่าวนั้นเป็นความจริง ในตามกฎหมายแล้ว การโจมตีหรือข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีโทษทางกฎหมายสูงสุดคือจำคุกสามปี

แม้ว่าทั้งสองจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนกันแต่การเลิกจ้างงานก็สามารถทำได้ไม่มีข้อยกเว้นในกรณีนี้

ครั้งก่อน จ้าวหยู่ได้กระทำการอันเกินกว่าเหตุด้วยอารมณ์ที่โกรธจัด นอกจากนี้ เขายังกล่าวประกาศอีกว่าเขาจะลาออกจากการเป็นตำรวจในตอนแรกด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว แล้วเขาจะไม่กลับไปอยู่ในสภาพแบบนั้นอีก!

แต่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช้กำลังในการแก้ปัญหาหรือแสดงกิริยานธพาลออกมา จ้าวหยู่ก็มีวิธีจัดการในแบบของเขาเอง

ทันทีที่หลิวชางฮูเดินจากออกไปจนถึงประตูทางเข้า จ้าวหยู่ก็หันกลับไปตะโกนใส่ไล่หลังเขาไป

“เห้ย!!!” เสียงตะโกนราวกับเสียงฟ้าร้องทำให้หลิวชางฮูตกใจกลัวไม่น้อย เขาเดินสะดุดทันทีที่ได้ยินเสียง

ยังไม่พอ จ้าวหยู่ได้ทุบไปเอกสารขนาดใหญ่ด้วยท่าทีน่ากลัว ทำให้หลิวชางฮูหวาดกลัวจ้าวหยู่อยู่ไม่น้อยเมื่อได้เห็นสีหน้าที่จริงจังของเขา

“กะแก!” หลิวชางฮูชี้ไปที่จ้าวหยู่แต่ก็ไม่สามารถสรรหาคำพูดใดออกมาได้

“ฮ่าฮ่าฮ่า” จ้าวหยู่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา หลังจากที่เห็นท่าทีของหลิวชางฮู เขาพูดกลับไปว่า “การทำให้ตกใจคงไม่ใช่อาญากรรมใช่มั้ยครับ ถ้าใช่แล้วคุณจะทำอะไรผมล่ะครับ?”

หลี่เบ่ยหนีอดไม่ได้ที่จะเอือมระอากับท่าทีของจ้าวหยู่แต่เมื่อเธอเห็นท่าทางตลกของหลิวชางฮูแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาแต่หลังจากที่เธอเห็นสายตาทีหลิวชางฮูมองมา ทำให้เธอกลั้นขำเอาไว้พร้อมตัวที่สั่นเทา

จบบทที่ CD บทที่ 28 เหยื่อรายต่อไป

คัดลอกลิงก์แล้ว