เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 10 การเดิมพันด้วยความโมโห

CD บทที่ 10 การเดิมพันด้วยความโมโห

CD บทที่ 10 การเดิมพันด้วยความโมโห


การยั่วยุของหลิวชางฮูไม่ทำให้จ้าวหยู่สะทกสะท้านเท่าไหร่ เขาหรี่ตามองไม่ได้กระพริบและพูดว่า “ถ้าใช่แล้วมันจะทำไม!”

หลังพูดจบจ้าวหยู่ก็ทำท่าต้องการออกไปแต่ก็โดนหลิวชางฮูขวางเอาไว้อักครั้ง

“จ้าวหยู่ ฉันมีตำแหน่งสูงกว่าของแกนะ ฉันกำลังทำตัวเป็นกลางให้กับหน่วยของเรา นาฬิกาของแกไม่ได้ทำงานหรืออย่างไร วันนี้ทั้งวันแกก็ไม่ได้มาทำงาน ไม่ต้องพูดเรื่องที่แกมาเข้าประชุมสายเกือบชั่วโมงนี่อีก ตามกฎระเบียบแล้วคุณจะต้องถูกลงโทษให้ขาดงาน!”

“ชิ...”

จ้าวหยู่ไม่เห็นว่าการโดนลงชื่อขาดงานจะสำคัญอะไรมากนักหนา

แต่หลี่เบ่ยหนีและคนอื่น ๆ ที่ได้ยินเข้าก็เกิดอาการตกใจเป็นอย่างมากเพราะในสถานีตำรวจแห่งนี้ น้อยคนนักที่จะถูกโดนลงโทษขาดงาน เนื่องจากการขาดงานอาจมีผลกระทบรุนแรงตามมาได้!

การทำงานของแผนกสืบสวน ส่วนใหญ่มักเป็นการลงพื้นที่ภาคสนามและมักลงเอยด้วยการทำงานล่วงเวลาอยู่เสมอ การเข้างานของพวกเขาจะไม่ใช่ระบบในการบันทึกเวลาเข้าออก แต่พวกเขา

จะถูกสังเกตการเข้างานจากหัวหน้าทีมของตัวเองและการทำงานล่วงเวลาก็อาจเกิดขึ้นได้ตามแต่ละสถานการณ์ อาจมีบ้างที่พวกเขาได้รับอนุญาตให้พักจากการทำงานได้ชั่วครู่หนึ่งที่ห้องพักเจ้าหน้าที่

จ้าวหยู่คือหนึ่งในสมาชิกทีม A ดังนั้นการสังเกตการเขาจะมาจากหัวหน้าทีม A แต่ทว่าตอนนี้ หัวหน้าทีม A อย่างเหมาเว่ย ได้รับบาดเจ็บสาหัสและกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทำให้หลิวชางฮูต้องขึ้นมาดูแลในส่วนหน้าที่นี้แทนชั่วคราว

ถึงแม้จะมีกฎที่เข้มงวดแต่บางทีก็มีการปล่อยปะละเลยให้สมาชิกในหน่วยได้พักหายใจหายคอกันบ้าง โดยทั่วไปแล้วทุกคนก็มักจะมาทำงานกันปกติ อาจจะมีบ้างคนที่ต้องหยุดลางานไปแบบฉุกเฉินหรือแบบกะทันหัน แต่ก็ไม่มีใครสนใจในส่วนนี้มากเท่าไหร่นัก

แต่การกระทำวันนี้ของหลิวชางฮูเห็นได้ชัดว่าเขาต้องการที่จะกลั่นแกล้งจ้าวหยู่และใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือของเขา

ถ้าเป็นงานตามปกติทั่วไป การขาดงานอาจจะดูไม่มีผลกระทบอะไรมากนักแต่ไม่ใช่กับกรณีของตำรวจ

การขาดงานในที่นี่ สะท้อนถึงทัศนะคติในการทำงานต่อเบื้องบน พวกเขาจะมีคำสั่งบทลงโทษที่เข้มงวดตามมา การขาดงานเพียงครั้งเดียวอาจทำให้คุณสูญเสียเงินเดือนทั้งเดือนและยังลดโอกาสในการเป็นสอบเลื่อนตำแหน่งประจำปีอีก

หากขาดสองครั้ง จะถูกลงโทษทางวินัยต่อหน้าทุกคนในหน่วยและถ้าขาดครบสามครั้งเมื่อไหร่ คน ๆ นั้นจะถูกถอดออกจากหน่วยสืบสวนคดีไปทันที

นี่คือผลกระทบที่น่าเกรงกลัวและไม่สามารถละเลยไปได้ การกระทำ ครั้งนี้ของหลิวชางฮูนับว่าทำเกินไปมาก ที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อที่จะแก้แค้นจ้าวหยู่

หลิวชางฮูยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหยิบแผ่นกระดาษขึ้นมาหนึ่งแผ่นแล้วยื่นไปยังจ้าวหยู่

“อ้อ…แล้วก็สิ่งที่แกอาละวาดไปเมื่อคืนก่อนและสร้างความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์ของเรา นี่คือใบเสร็จเรียกเก็บเงิน 1,800 หยวน ฉันได้หารือกับเบื้องบนแล้วเห็นพ้องต้องกันว่าแกควรจะเป็นคนชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดนี่ ที่เหลือแกก็แค่รับใบเสร็จนี้ไปจ่ายเงินให้แผนกธุรกรรม...เฮ้ย!!”

เมื่อเห็นจ้าวหยู่เริ่มจับไปที่แก้วกาแฟ หลิวชางฮูรีบถอยหลังหลบอย่างเร็ว

“นี่!!..แกกำลังถูกคุมความประพฤติอยู่นะ! ถ้าแกเกิดเป็นบ้าขึ้นมาอีกล่ะก็ ฉันจะส่งสำนวนรายงานความประพฤติแกไปยังสำนักงานใหญ่และจะให้พวกเขาไล่แกออกทันทีเลยคอยดู!”

“รองหัวหน้าหลิวคะ!” หลี่เบ่ยหนีไม่สามารถทนยืนดูจ้าวหยู่ถูกกลั่นแกล้งได้อีกต่อไป เธอพยายามโต้เถียงกับหลิวชางฮูแทนเขา

“เมื่อคืนพวกเราก็เห็นนี่ค่ะว่าคุณจ้าวหยู่ไม่ได้เป็นคนทำคอมพิวเตอร์พังค่ะ!”

“ถ้าไม่ใช่มันแล้วจะเป็นใครล่ะ!?” หลิวชางฮูขยับท่าทีออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “ถ้ามันไม่เกิดบ้าขึ้นมา คอมพิวเตอร์จะพังไหม!”

“ใช่!!” นายตำรวจคนหนึ่งเสริมขึ้น “ถ้าวันนั้นฉันไม่ถูกหมอนั้นผลักจนไปกระแทกเข้า คอมพิวเตอร์นั้นก็คงไม่พังหรอก”

“ใช่ ๆ” คนในหน่วยสืบสวนอีกสองสามคนเริ่มออกเสียงเข้าข้างหลิวชางฮู

บรรยากาศตอนนี้เหมือนกับทุกคนพร้อมจะหาเรื่องกันได้ตลอดเวลา

“หึหึหึ...” เมื่อเห็นบรรยากาศเต็มไปด้วยความน่าอึดอัด จ้าวหยู่ยิ้มแทนการร่วมวงที่โหวกเหวก เขาค่อย ๆ วางถ้วยกาแฟลงแล้วเดินไปหยุดตรงหน้าหลิวชางฮู เสียงของเขาดูสงบจนน่าตกใจ

“ท่านรองหัวหน้าครับ จากบ้านเกิดของผมเนี่ย มันจะมีคติสอนใจอยู่ว่า ‘จงเปิดทางให้กับตัวเองอยู่เสมอ แล้วเราจะได้รับชนะกลับมา’ แต่ดูเหมือนคุณกำลังทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกันอยู่นะครับ ท่านรองหัวหน้า”

“หื้ม! แกคือคนที่ไม่ยอมคารพกฎที่มี การที่ฉันไม่ชอบหน้าแกแล้วแกจะทำไม!” หลิวชางฮูยกคิ้วขึ้นพร้อมกับตอบออกไปอย่างชัดเจน

“เข้าใจแล้ว” จ้าวหยู่ยิ้ม “ผม จ้าวหยู่ ไม่ได้กลัวคุณเลยสักนิดเพราะคุณไม่มีอะไรให้กลัวเลยสักอย่าง เอางี้เราสองคนมาแยกตัวไปคนละฝั่ง แล้วลองมาดูกันสิว่า ใครจะยืนหยัดอยู่ตรงนี้ได้เป็นคนสุดท้าย”

“นี่แก หนอย…” หลิวชางฮูตกใจและใช้เวลาสักพักเพื่อสรุปสิ่งที่จ้าวหยู่จะสื่อและเริ่มหัวเสียใส่กับผู้คนรอบข้าง

“คิดว่าตัวเองเป็นใครกันห๊ะ!! ฉันคือรองหัวหน้าแผนกสืบสวนนะ!! คิดว่าคนอย่างฉันจะกลัวแกหรืออย่างไรกัน ฉันจะกำจัดแกออกไปจากโลกนี้เลยคอยดู!!”

“ถ้าทำได้ก็เข้ามาเลย!!” จ้าวหยู่ขู่และยิ้มให้อย่างท้าทาย “คิดว่าคนอย่างฉันจะกลัวอะไรกับอำนาจกระจอก ๆ ของแกหรือไง ไอ้ค่า

คอมพิวเตอร์นั้น คิดว่าฉันจะจ่ายให้อย่างนั้นเหรอ? ใครจะยอมจ่ายให้โง่ แล้วยังมีหน้าจะมาลงบันทึกขาดงานให้ฉันอีก คอยระวังตัวแกเองและระวังหลุมศพบรรพบุรุษให้ดีก็แล้วกัน วันดีคืนดี เศษกระดูกในหลุมศพอาจจะหายไปก็ได้ โอ้ แล้วก็อย่าลืมหมั่นเช็คตู้เสื้อผ้าของเมียแกไว้ให้ดีล่ะ ไม่แน่อาจจะมีใครเขาเอาโครงกระดูกโคตรเหง้าของแกไปใส่ไว้ในนั้น…”

วาจาอันหยาบคายแสนโสมม ไม่เพียงแต่หลิวชางฮูเท่านั้นที่ตกใจ แม้กระทั่งคนอื่น ๆ ในแผนกสืบสวนก็ตกใจไม่ต่างกัน

คนเหล่านี้ไม่เคยพบเจอกับวาจาหยาบคายอะไรเท่านี้มาก่อนในชีวิต ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งหลายไม่สามารถตอบโต้อะไรกลับไปได้เลย

หลังจากการพูดที่ยาวนานของจ้าวหยู่จบลงโดยไร้ท่าทีรู้สึกผิดใด ๆ หลิวชางฮูเหมือนจะมีอาการหัวใจวาย ใบหน้าของเขาแดงก่ำไปด้วยความโกรธ

“จ้าวหยู่ แก!! ไอ้สารเลว…”

หลิวชางฮูไม่สามารถหาคำใด ๆ เอ่ยออกไปได้ เขารู้ว่าตอนนี้จ้าวหยู่กลายมาเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรงแต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะสามารถใช้ถ้อยคำที่หยาบคายได้ถึงเพียงนี้

จ้าวหยู่ยกยิ้มอย่าพอใจและก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ จู่ ๆ ประตูห้องประชุมก็ถูกเหวี่ยงเปิดอย่างแรงโดยหัวหน้าจิน การแสดงออกของเขาสร้างความกลัวให้กับคนในห้องได้เป็นอย่างดี ยามที่เขาตะโกนเสียงดังลั่นออกมา

“พวกคุณคิดว่ากำลังทำอะไรกันอยู่!!” คิ้วของชายชราถูกยกขึ้นสูงในขณะที่เขากำลังตะโกนด่าว่าคนในแผนกสืบสวน “ตอนนี้เรามีคดีต้องทำไม่ใช่รึไง!! ประชาชนกำลังรอความช่วยเหลือจากพวกเราอยู่ แล้วนี่มันอะไร มาทะเลาะกันเองแบบนี้ พวกคุณเห็นงานตำรวจเป็นอะไร!!”

เมื่อเห็นว่าหัวหน้าจินกำลังโมโหอย่างเต็มที่จึงไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังออกไปเลยแม้แต่นิดเดียว

“จ้าวหยู่!!” จินเจินปิงหันหน้าไปทางจ้าวหยู่แล้วตะโกนต่อว่า “ฉันได้ยินปัญหาเกี่ยวกับคุณมาแล้ว ตำแหน่งที่คุณมีอยู่ตอนน้มันไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากนัก หัดใช้สมองมากกว่านี้หน่อย อย่าสักแต่ที่จะใช้กำลังตัดสินปัญหาอีก ไม่เช่นนั้นคนเขาจะดูหมิ่นคุณกันได้”

หลังจากพูดจบ เขาก็ชี้มือไปหลิวชางฮูต่อ

“หลิว ยกเลิกการขาดงานของจ้าวหยู่ซะ มันไม่มีมานานนับสิบปีแล้ว คิดว่าถ้าสำนักงานใหญ่รู้เรื่องนี้เข้า ฉันจะแบกหน้าเอาไปไว้ที่ไหน!!”

“แต่หัวหน้าครับ…” หลิวชางฮูพยายามโต้แย้ง

“หุบปาก!!” เสียงชายชราดังลั่นและด้วยท่าทีนั้นทำให้รองหัวหน้าหลิวสงบปากลงในทันที

จินเจินปิงหันกลับมาที่จ้าวหยู่อีกครั้ง

“คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงการชดใช้ค่าเสียหายของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นได้จ้าวหยู่ นั้นถือเป็นการทำลายทรัพย์สินทางราชการและการกระทำเมื่อวานมันก็ดูเกินกว่าเหตุ”

เมื่อได้ยินดังนี้ หลิวชางฮูยิ้มออกมาอย่างสะใจ จ้าวหยู่กำหมัดแน่นก่อนจะเกือบตะโกนออกมาอย่างดังแต่หัวหน้าจินยกมือห้ามปรามเขาไว้เสียก่อน

“ฉันกำลังพยายามทำทุกอย่างให้เป็นกลาง การที่คุณสามารถแก้ไขคดีก่อนหน้านี้ได้ นับว่าสร้างความประหลาดใจให้กับฉันได้มากทีเดียว เอาอย่างนี้ไหมล่ะ คุณกับฉันมาเดิมพันกัน ถ้าคุณสามารถไขคดีมือที่หายไปได้ ฉันจะยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดนั้นแทน”

“อะไรนะ!?” จ้าวหยู่อ้าปากค้าง เขาไม่คิดว่าชายชราตรงหน้าจะกล้ามาเดิมพันอะไรแบบนี้กับเขาได้

“หัวหน้าจินอย่าทำแบบนี้เลยครับ” นัยน์ตาหลิวชางฮูเบิกโพลงไปด้วยความตกใจ “เราไม่สามารถรบกวนคุณมาทำอะไรไร้สาระแบบนี้ได้หรอกครับ เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมจะเดิมพันกับจ้าวหยู่มันเอง! ถ้าจ้าวหยู่สามารถไขคดีได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ได้แล้วล่ะก็ ผมจะเป็นคนจ่ายเงินนั้นให้เอง!”

ทั้งชีวิตจ้าวหยู่ไม่เคยถูกข่มขู่หรือต้องมาพนันบ้าบออะไรแบบนี้มาก่อน เขากำหมัดแน่นก่อนจะทุบลงไปที่โต๊ะอย่างแรง

“ได้!! จะเอาแบบนี้ใช่ไหมไอ้หลิว!! ภายในหนึ่งสัปดาห์ ฉันจะไขคดีมือที่หายไปให้ได้ คอยดู๊!!”

จบบทที่ CD บทที่ 10 การเดิมพันด้วยความโมโห

คัดลอกลิงก์แล้ว