เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 9 คดีมือที่หายไป

CD บทที่ 9 คดีมือที่หายไป

CD บทที่ 9 คดีมือที่หายไป


ขณะนี้เวลาตี 5 ครึ่ง ดวงอาทิตย์กำลังจะโผล่ขึ้นขอบฟ้าแต่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองยังคงถูกปกคลุมอยู่ในเงามืด

ณ ร้านไก่ทอดชื่อดังตรงถนนจิวเฮอที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง มีข้างในมีนักเรียนมัธยมต้นสองคนกำลังทบทวนตำราขณะที่กำลังเคี้ยวแซนวิชไก่ทอดกันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่

*กริ๊ง*

ทันใดนั้นเอง ประตูหน้าร้านก็ถูกเปิดขึ้น มีคนหนึ่งกำลังเดินโซซัดโซเซเข้ามาในร้าน คนที่เพิ่มเข้ามาเป็นผู้หญิงสวมใส่เสื้อโค้ทแบรนด์แนมแต่เสื้อของเธอคนนั้นถูกย้อมเต็มไปด้วยเลือด!

ผมเผ้าของเธอยุ่งเหยิง ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความอ่อนล้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด

เธอล้มตัวลงไปบนพทันทีที่ประตูร้านเปิดออก เธอพยายามอย่างยากลำบากที่จะเปล่งเสียงออกมา เธอพูดไปยังเด็กนักเรียนทั้งสองตรงข้างประตูด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง

“ชะช่วยด้วย…”

เมื่อเด็กนักเรียนทั้งสองเงยหน้าขึ้น พวกนักเรียนแทบจะกรีดร้องออกมาทันทีที่เห็นสภาพของผู้หญิงตรงหน้า เธอถึงกับทำกล่องนมถั่วเหลืองที่ถือไว้หลุดมือ เนื่องมาจากผู้หญิงคนนี้ เธอไม่มีมือขวา มีเพียงบาดแผลที่ถูกผ้าพันแผลไว้ตรงข้อมมือและผ้าพันแผลมันเต็มไปด้วยเลือด!!!

...

เวลา 1ทุ่ม จ้าวหยู่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจบนเตียงขนาดใหญ่ในบ้านหลังใหม่ ถึงแม้จะมีค่าเช่าสูงถึง 2,000 หยวนต่อเดือน แต่ เขาก็เอาเงินจากลูกสาวเจ้าของบ้านมาจ่ายแล้วเรียบร้อย เขาไม่ได้สัมผัสความสบายแบบนี้มานานแค่ไหนกันแล้วนะ?

“ฮิฮิฮิ….”

จ้าวหยู่หัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างช่วยไม่ได้กับเงิน 5,000 หยวนที่เขาได้รับมาจากเสี่ยวเฉินเมื่อตอนเย็น

หลังจากที่เขาจ่ายค่าเช่าบ้านหลังนี้ล่วงหน้าสองเดือน ไป 4,000 หยวน เขายังมีเงินคงเหลือสำรองอีก 1,000 หยวน

เจียงต้าเฟิงไม่ได้ใส่ใจอะไรกับจ้าวหยู่มากนัก ตราบเท่าที่จ้าวหยู่สามารถจ่ายค่าเช่าให้กับเขาได้ เขาก็ไม่ได้คิดที่จะมีปัญหาอะไรด้วย ทั้งสองตกลงเซ็นสัญญาทำการเช่าบ้านกันและในที่สุดจ้าวหยู่ก็มีที่พักใหม่ที่น่าพึงพอใจเสียที

จ้าวหยู่จัดได้ว่าเป็นคนที่เจ้าเล่ห์อย่างมาก ถ้าเขาตัดสินใจรับเงิน10,000 หยวนก่อนหน้านี้มาจากเสี่ยวเฉิน เขาก็จะได้เงินก้อนนั้นเพียงแค่ก้อนเดียว แต่ถ้าเขาร่วมมือกับเสี่ยวเฉินในการทำธุรกิจ เขาก็จะได้รับเงินครึ่งหนึ่งจากเสี่ยวเฉินในทุก ๆ เดือน

เห็นได้ชัดว่าทางเลือกที่สองดูเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองมากกว่า แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าการให้เด็กน้อยคนนั้นทำโจรกรรมบัญชีเกมมันขัดต่อกฎหมาย แล้วยิ่งเขาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยยิ่งแล้วใหญ่ หากถูกจับได้เข้าล่ะก็...

แต่จ้าวหยู่ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีคุณธรรมอะไรขนาดนั้นเสียหน่อย อย่าลืมไปสิว่าเขาก็คือหัวหน้าอันธพาลมาก่อน เขายังคงมีนิสัยตามเดิมก่อนที่เขาจะได้มาอยู่ที่นี่และสิ่งที่เขาทำกับเสี่ยวเฉินมันถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมากถ้าเทียบกับสิ่งที่เขาเคยทำไว้ก่อนหน้านี้

เมื่อคิดได้แบบนี้จ้าวหยู่ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที ก่อนจะคิดได้ว่าเงินที่เหลืออีก 1,000 หยวนนั้น เอาไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ดีกว่า

ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง

การผจญภัยในวันนี้เสร็จสิ้น อัตราความสำเร็จอยู่ที่ 79%

ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้รับเครื่องมือหนึ่งรายการ โปรดทำการยอมรับ!

 

‘อีกแล้ว? คราวนี้จะเป็นรางวัลแบบไหนกัน?’ จ้าวหยู่อดใจรอได้ไม่กี่วินาที เขารีบตรวจสอบไปยังความคิดภายในใจของเขาทันที

แล้วก็พบกับลูกบอลกลมสีดานั้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดูพิเศษกว่าหน่อย เมื่อเขาจิ้มไปที่ลูกบอลนั้น เสียงปริศนานั้นก็เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง

อุปกรณ์ติดตามล่องหน หลังเปิดการใช้งานอุปกรณ์นี้ สะกดรอยตามได้โดนที่เป้าหมายจะไม่รู้ตัว สามารถใช้งานได้นานถึง 48

ชั่วโมง

 

‘อุปกรณ์ติดตามล่องหนอย่างงั้นหรือ?’ จ้าวหยู่ครุ่นคิด

“มันอาจเป็นเพียงอะไรสักอย่างที่ไว้ใช้สะกดรอยคนแบบที่สามารถระบุเป้าหมายแล้วก็รู้ถึงตำแหน่งของคนเหล่านั้นได้ทันทีหรือเปล่านะ?”

จ้าวหยู่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยกับของรางวัลที่เขาได้รับ เขาคาดหวังที่จะได้รับอะไรที่ดีกว่านี้ เช่น การมองผ่านกำแพงหรือการคัดลอกสิ่งของหรือจะเป็นเข็มยาสลบล่องหนแต่รางวัลที่เขาได้มาตอนนี้เป็นแค่เครื่องดักฟังกับเครื่องสะกดรอยเท่านั้น มันไม่เห็นจะน่าสนุกตรงไหนเลย

จ้าวหยู่เริ่มคิดไปมาอีกครั้ง คราวนี้อัตราความสำเร็จของเขาเพิ่มขึ้นมาเป็น 79% ยิ่งอัตราเพิ่มมากขึ้น ของรางวัลที่เขาจะได้ก็จะยิ่งดีขึ้นหรือเปล่า? แล้วเขาควรทำอะไรให้อัตราความสำเร็จเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าเดิม? หรือเขาควรที่จะลองรันระบบนั้นใหม่อีกครั้งเพื่อสังเกตการทำงานของมันอย่างละเอียดถี่ถ้วนดีหรือไม่?

ดังนั้น เขาจึงหยิบบุหรี่ขึ้นจุดแล้วพยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ แต่คราวนี้เขาไม่มีอาการสำลักควันออกมาแต่อย่างใด แม้จะพยายามต่ออีกสองสามรอบ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

‘หา? เกิดอะไรขึ้น? ทำไมมันไม่มีเสียงอะไรดังออกมาเลย?’

เขาพยายามสูดกลิ่นควันเข้าไปเต็มปอดแต่ก็ดูเหมือนระบบปาฏิหาริย์ก็จะไม่ทำงาน ไม่มีเสียงอะไรดังขึ้นมาในหัวเลย

“อืม…” หลังจากผ่านสักพัก จ้าวหยู่ก็สงบสติอารมณ์และเริ่มวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ เมื่อนึกย้อนไปถึงสองครั้งที่เขาสามารถเปิดระบบและจบการผจญภัย เขาก็นึกขึ้นได้ว่า

“จะเป็นไปได้ไหมที่ระบบนี้สามารถทำงานเพียงวันละครั้งเท่านั้น”

ถ้าวันนี้ระบบถูกเปิดใช้งานไปแล้ว ดังนั้นเขาต้องรอเปิดใช้งานมันใหม่อีกครั้งในวันรุ่งขึ้น?

ขณะที่จ้าวหยู่กำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับระบบปาฏิหาริย์ อยู่ ๆ ก็มีสาย

เรียกเข้าโทรมาพอดี บนหน้าจอปรากฏชื่อหลี่เบ่ยหนี

“ฮัลโหล? เจ้าหน้าที่จ้าว คุณอยู่ที่ไหนกันคะ!? คนทั้งหน่วยสืบสวนกำลังรอคุณกันอยู่นะ” เสียงของหลี่เบ่ยหนีกล่าวอย่างร้อนรน

“ว่าไงนะ ไปไหน?” จ้าวหยู่ตอบกลับอย่างเฉื่อยชา

“โอ้ ไม่นะ” หลี่เบ่ยหนีส่งเสียงออกมาอย่างตกใจ “นี่คุณไม่ได้รับข้อความคดีที่เกิดขึ้นเหรอคะ? ตอนนี้เกิดคดีมือที่หายไปขึ้น ทุกคนในแผนกมารวมตัวกันหมดแล้วเพื่อประชุมคดีแล้ว เจ้าหน้าที่จ้าวรีบมาที่นี่ด้วย….”

จ้าวหยู่รีบกดตัดสายไปทันที เขาพึ่งสังเกตเห็นข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอ

‘เนื่องจากมีคดีด่วน ขอให้ทุกคนรีบมาประชุมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ที่สถานีภายในเวลา 1 ทุ่มตรง’

เขารีบมองไปยังนาฬิกาเพื่อดูาเวลา ตอนนี้เกือบจะเป็นเวลาทุ่มครึ่งแล้ว

“เวรแล้วไง!”

เมื่อคืนจ้าวหยู่ไม่สามารถนอนหลับได้เพราะเสียงกรนของเพื่อนร่วมห้อง พอมีโอกาสได้พักสายตาบ้าง มันก็ดันมีคดีใหม่เกิดขึ้นมาอีก

ตอนแรกเขาขี้เกียจเกินกว่าที่จะสนใจคดีแต่พอนึกถึงชื่อ ‘คดีมือที่หายไป’ เขาก็ออกอาการสนใจขึ้นมาเล็กน้อย

หลังจากคิดไตร่ตรองไปมา จ้าวหยู่ตัดสินลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเดินทางไปยังสถานีตำรวจ

เมื่อเขาไปถึง บรรยากาศภายในห้องนั้นเหมือนกับเมื่อวานไม่มีผิด ทุกคนมีสีหน้าที่เคร่งเครียดและเป็นกังวล พวกเขากำลังยืนล้อมรอบโต๊ะสีขาวอยู่ตัวหนึ่ง ตอนนี้ทุกคนกำลังให้ความสนใจกับคดีที่คูปิงกำลังอธิบาย หัวหน้าจินเองก็อยู่ที่นี้ด้วย

เมื่อเขาเห็นว่าจ้าวหยู่มาสาย สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมกว่าเดิมหลายเท่าตัว

เมื่อเห็นดังนั้น รองหัวหน้าหลิวก็หันหน้ามาเยาะเย้ยจ้าวหยู่ทันที เขารอที่เขาจะแก้แค้นและซ้ำเติมความผิดพลาดของจ้าวหยู่อยู่แล้ว แต่รอยยิ้มของเขาก็ต้องหายไปในทันที เมื่อเห็นว่าหลี่เบ่ยหนีกำลังเอาแก้วกาแฟมาให้จ้าวหยู่

“ถ้าเราไม่รีบจับกุมตัวคนร้ายให้เร็วที่สุดได้ล่ะก็” หัวหน้าทีมคูปิงชี้ไปบนกระดาน “คนร้ายก็อาจจะก่อเหตุคดีนี้ซ้ำแล้วโศกนาฏกรรมนั้นก็อาจจะเกิดขึ้นอีก!”

จ้าวหยู่เพิ่งได้มีโอกาสนั่งลงแต่คูปิงก็อธิบายเกี่ยวกับคดีเสร็จเสียแล้ว เธอปล่อยให้หัวหน้าจินขึ้นมาพูดอะไรบางอย่าง

หัวหน้าจินกล่าวชมถึงความสามารถอันยอดเยี่ยมที่สามารถปิดคดีข่มขืนปืนช็อตไฟฟ้าก่อนหน้านี้ได้อย่างรวดเร็ว แล้วตามด้วยชี้ให้เห็นถึงปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับคดีนี้ การกล่าวสุนทรพจน์จบลงไปอย่างรวดเร็วพร้อมปลุกขวัญกำลังใจให้ทุกคนรีบไปตามจับกุมตัวคนร้ายในคดีนี้ให้ได้

จ้าวหยู่นั่งฟังการอธิบายคดีอย่างตั้งใจ ปัญหาเพียงหนึ่งเดียวที่เขาไม่เข้าใจก็คืองานที่ถูกแจกจ่ายให้ทำ เขาได้รับมอบหมายหน้าที่ในการไปสอบปากคำจากเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายแต่เขาไม่รู้ต้องทำอะไรบ้าง

หลังจากการประชุมผ่านไป จ้าวหยู่กำลังไปขอคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีที่หลี่เบ่ยหนีแต่ระหว่างทางเขากลับถูกปิดกั้นด้วยใครบ้างคนและคน ๆ นั้นก็คือหลิวชางฮู

“ฮิฮิ…” หลิวชางฮูยิ้มให้จ้าวหยู่ราวกับเขาเป็นเด็กน้อยหน้าโง่คนหนึ่ง “เป็นไงล่ะ จ้าวหยู่ทำไมถึงมาสายล่ะหรือว่าแอบหนีไปตามหาหลักฐานเพียงคนเดียวอีกแล้วหรือ เจออะไรเข้าไหมล่ะคุณตำรวจคนเก่ง? หรือว่าคุณสามารถปิดจบคดีนี้ได้เพียงในคืนเดียวแบบคดีที่แล้วงั้นเหรอ?”

จบบทที่ CD บทที่ 9 คดีมือที่หายไป

คัดลอกลิงก์แล้ว