เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 2 ระบบปาฏิหาริย์

CD บทที่ 2 ระบบปาฏิหาริย์

CD บทที่ 2 ระบบปาฏิหาริย์


เมื่อจ้าวหยู่พูดจบ บรรยากาศภายในห้องถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบโดยทันที ทีมสืบสวนที่พร้อมจะเริ่มต้นทำงานกลับยืนนิ่ง พร้อมจ้องมองไปยังจ้าวหยู่อย่างไม่เชื่อสายตา

ในสายตาของพวกเขาคิดว่า จ้าวหยู่ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ!

หัวหน้าจินผู้มียศสูงสุดในแผนกสืบสวน เขาได้เริ่มดำเนินการสั่งการแผนการของคดีไปแล้วแต่จ้าวหยู่กลับมาขอลาหยุด ไม่เพียงเท่านั้น ยังพูดออกมาได้หน้าตาเฉยโดยไม่รู้ร้อนรู้หนาวใด ๆ อีกด้วย

ถึงแม้ว่าจะมีเหตุฉุกเฉินใด ๆ ก็ตามแต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องบอกให้หัวหน้าจินรับรู้ เพียงแค่บอกกับหัวหน้าทีมก็พอแล้ว

การขอลาหยุดต่อหัวหน้าจินโดยตรงแบบนี้ ถือเป็นการไม่ให้เกียรติแก่หัวหน้าทีมของตนเลยแม้แต่น้อยและด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความสุภาพของจ้าวหยู่อีก ทำให้สีหน้าของหัวหน้าจินเปลี่ยนไปทันที

“เฮ้ย…” รองหัวหน้าหลิวชางฮูใช้โอกาสนี้หันไปและตะโกนด่าว่า “นี่แกเป็นบ้าไปแล้วหรือไง ดูเหมือนว่าการเลื่อนตำแหน่งของแกคงจะทำให้แกลืมไปว่าตอนนี้แกไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ต็อกต๋อยอีกแล้ว แกไม่เห็นหรือไงว่าทุกคนกำลังจะทำอะไรกันอยู่ แกกล้ามาขอลาหยุดแบบนี้ ไม่เห็นแก่ตัวกันไปหน่อยหรือไงห๊ะ!!”

หลังจากรองหัวหน้าหลิวพูดจบ สมาชิกในแผนกสืบสวนเริ่มพากันแสดงความไม่พอใจออกมา

หัวหน้าจินทำได้เพียงส่ายหัวเบา ๆ ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันหลังกลับออกจากห้องไปตามเดิม

เมื่อหัวหน้าจินเดินออกไป รองหัวหน้าหลิวก็เบ่งในอำนาจมากขึ้นท่มันที เขาชี้นิ้วไปที่จ้าวหยู่ก่อนจะหัวเราะแบบไร้อารมณ์

“จ้าวหยู่ แกนี่มันโง่เง่าซะจริง ถามหาวันหยุดเพียงเพราะตัวเองรู้สึกไม่ค่อยสบายเนี่ยนะ ไหนไม่สบายตรงไหนล่ะ? แกต้องการให้ใครสักคนมาหามแกให้ไปหาหมอด้วยเลยรึไง?”

รองหัวหน้าหลิวกล่าวอย่างถากถาง ภายในห้องต่างพากันหัวเราะ

ให้กับคำพูดของเขา

ท่ามกลางเสียงหัวเราะพวกนั้น จ้าวหยู่หยิบแก้วที่เต็มไปด้วยกาแฟขึ้นมาอย่างกระทันกันและขว้างไปยังศีรษะของหลิวชางฮู

หลิวชางฮูยกมือขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับแก้วกาแฟตรงหน้า และถึงแม้เขาจะสามารถรับแก้วกาแฟได้ทันแต่กาแฟก็หกโดนตัวเขา

“จ้าวหยู่ นี่แกทำบ้าอะไรของแก!?”

ความโกรธของหลิวชางฮูอยู่ในจุดเดือดที่พร้อมจะปะทุออกมา ในขณะที่หลิวชางฮูจะกำลังจะด่า จ้าวหยู่ได้พุ่งเข้ามา เขาเดินไปกระแทกเข้าที่ตัวของหลิวชางฮูจนทำให้ตัวของรองหัวหน้าถูกกระแทกไปโดนกระดานสีขาวด้านหลังเข้าอย่างรุนแรง

“แล้วจะทำไม ไอ้ตำรวจหน้าโง่!!” จ้าวหยู่ชี้ไปที่หลิวชางฮู เขาพร้อมที่จะอาลาวาด “ไอ้หลิว ฉันยอมคนอย่างแกมามากพอแล้ว! คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? เมื่อกี้แกสั่งกาแฟไปใช่มั้ย เป็นไงกาแฟรสชาติดีมั้ย!?”

การระเบิดอารมณ์แบบฉับพลันของจ้าวหยู่สร้างความงุนงงให้กับคนในหน่วยสืบสวนเป็นอย่างมาก ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าคนสุภาพอ่อนโยนอย่างเขาจะกล้าทำอะไรรุนแรงอย่างนี้

“จ้าวหยู่แกเป็นบ้าไปแล้วเหรอ!!”

ในฐานะที่เป็นรองหัวหน้า หลิวชางฮูรับไม่ได้กับการกระทำของตำรวจชั้นผู้น้อยคนนี้ ใบหน้าของเขาแดงก่ำไม่ต่างอะไรจากลูกตำลึง

หลิวชางฮูลุกขึ้นยืนเตรียมพร้อมจะสู้กับจ้าวหยู่สักตั้งแต่จ้าวหยู่ในตอนนี้คือบุคคลที่แข็งแกร่งสุด ๆ เขาไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับการต่อสู้ใด ๆ ไม่ว่ามันจะพาตัวเขาไปตายก็ตาม

ขณะนั้นเอง คนอื่น ๆ ที่ไม่สามารถทนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไป ต่างพากันหยุดจ้าวหยู่เอาไว้และปล่อยให้รองหัวหน้าหลิวปล่อยหมัดใส่จ้าวหยู่แต่พวกเขาไม่คิดว่า จ้าวหยู่มีความแข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่เขาออกแรงที่แขนเบา ๆ คนที่มา

ห้ามต่างพากันถูกกระแทกไปด้านข้างจนหมด บางคนถูกกระแทกลงพื้น บางคนก็ถูกกระแทนจนไปชนกับคอมพิวเตอร์ เขาสร้างความเสียหายภายในห้องทำงานนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ตอนนี้สถานการณ์เกิดความวุ่นวายเต็มไปหมด จนกระทั่งหัวหน้าทีมคูปิงเข้ามายับยั้งสถานการณ์เอาไว้ หลี่เบ่ยนีรีบตรงเข้ามาหาจ้าวหยู่โดยทันที

“ไอ้พวกสวะเอ๊ย!!!” จ้าวหยู่ตะโกน เขาคำรามพลางชี้หน้าด่าไปทั่ว

“ตลอดเวลาที่พวกแกกลั่นแกล้งฉัน ฉันจำมันได้ทั้งหมด ฉันขอเตือนพวกแกเลยนะ ถ้าใครยังกล้าที่จะยุ่งวุ่นวายกับฉันอีกล่ะก็ ระวังจะไม่ได้ตายดี!!”

คำพูดที่รุนแรงของจ้าวหยู่ทำให้หลี่เบ่ยหนีถอยห่างด้วยความกลัว ทุกคนในหน่วยสืบสวนต่างพากันยืนงง ไม่มีใครรู้ได้ว่าทำไมจ้าวหยู่ที่สุภาพอ่อนโยนนั้นถึงกลายมาเป็นคนป่าเถื่อนแบบนี้ไปได้

“จ้าวหยู่!!” ริมผีปากของหลิวชางฮูสั่นด้วยความโกรธ “นี่แกอยากโดนไล่ออกรึไง!!”

“ก็แล้วไงล่ะ!!” ดวงตาของจ้าวหยู่แสดงความก้าวร้าวออกมาและ

ตะโกนตอบกลับไปอย่างรังเกียจ “อย่างฉันนี่น่ะเหรออยู่ในสถานีตำรวจแถมยังเป็นตำรวจเฮงซวยด้วย ไม่ตายเถอะแค่คิดก็รู้สึกขยะแขยงแล้ว!!”

หลังเสร็จสิ้นการระเบิดอารมณ์ของจ้าวหยู่ เขาพับแขนเสื้อขึ้นและเดินออกจากห้องทำงานนี้ไป

เขากระแทกไปที่ประตูอย่างแรง ทิ้งให้คนที่อยู่ข้างในต่างมองด้วยความสับสน

หลักจากที่เขาเดินจากไปได้สักพัก ก็มีใครบางคนพูดขึ้นมา

“เกิดอะไรผิดปกติที่หัวของจ้าวหยู่หรือเปล่า ทำไมเรียกพวกเราว่าตำรวจหน้าโง่ด้วย?”

“ใช่ เขาเป็นคนที่สุภาพมาก ๆ อะไรทำให้เขากลายเป็นแบบนี้กัน นี่มันเป็นนิสัยของพวกอันธพาลชัด ๆ!”

“แก...จ้าวหยู่ ฝากไว้ก่อนเถอะ!” รองหัวหน้าหลิวชางฮูพูดออกมาด้วยความโกรธแค้น

การทำให้สถานีตำรวจเต็มไปด้วยความวุ่นวาย มันสร้างความพอใจให้จ้าวหยู่อย่างมากแต่มันก็ยังไม่พอที่จะทำให้เขานิ่งนอนใจได้

เขาไม่รู้ว่าเขาถูกข้ามมายังอีกโลกหนึ่งนี้ได้อย่างไร ไม่เพียงเท่านั้น จะเกิดอะไรขึ้นกับจ้าวหยู่ในโลกนี้ เขาได้เข้ามาสิงร่างเฉย ๆ หรือเป็นการเกิดใหม่?

ในความทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามา มันได้บอกเขาว่าจ้าวหยู่ในโลกนี้เกิดวันเดียวกันกับเขาแถมยังเกิดมาในชนบทเหมือนกันและมีสถานะความเป็นอยู่ของครอบครัวที่ยากจนไม่ต่างกันอีกด้วย

ทั้งสองมีจุดเริ่มต้นที่เหมือนกันแต่เส้นทางชีวิตของพวกเขาทั้งคู่กลับต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง

คนหนึ่งเลือกที่จะต่อสู้และตายดังเช่นอันธพาลตามท้องถนน จนกลายมาเป็นอันธพาลผู้ทรงอิทธิพล

ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นเด็กเรียนเก่ง เลือกสอบเข้าวิทยาลัยตำรวจและจบออกมาเป็นสมาชิกในกองตำรวจได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

การข้ามมาโลกคู่ขนานนี้ราวกับเขาถูกพระเจ้ากลั่นแกล้ง ก่อนหน้านี้ เขามักถูกตำรวจคอยเล่นงานอยู่เสมอแต่ตอนนี้เขากลับต้องกลายมาเป็นตำรวจเสียเอง

“อย่าบอกนะว่า ฉันต้องมาวิ่งจับปืนเพื่อไล่ล่าตัวคนร้ายน่ะ”

จ้าวหยู่อดคิดไม่ได้ว่าอนาคตของเขาต่อจากนี้ควรจะทำอะไรต่อไปดี

ถ้าตอนนี้เขาได้ข้ามมายังโลกคู่ขนานตามที่คิดไว้จริง ๆ เขาควรที่จะทิ้งชีวิตตำรวจนี้แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นอันธพาลอีกครั้งดีหรือจะเป็นตำรวจธรรมดา ๆ หาเลี้ยงชีพด้วยการกินกินเดือนไปวัน ๆ ดี

หลังจากจ้าวหยู่คิดไปคิดมา ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้ว่า

“เรื่องพวกนั้นช่างมันดีกว่า ตอนนี้มาฉลองให้กับตัวเองที่ยังมีชีวิตอยู่กันเถอะ!”

ก่อนหน้าที่เขาจะถูกประหาร เขาถูกจำคุกเป็นเวลานานสองปี เขาโหยหาถึงอิสรภาพ เขารู้ดีแก่ใจว่าเขาไม่ได้รู้สึกหิวท้องแต่อย่างใด แต่เป็นอาการ ‘หิว’ ในแบบอื่นมากกว่า

จ้าวหยู่โบกมือเรียกแท็กซี่และคิดแผนการสนุก ๆ อะไรบางอย่างขึ้นมา อย่างแรกเลยเขาต้องทำตามที่ร่างกายต้องการเสียก่อน ส่วนปัญหาอื่น ๆ ค่อยไปตามแก้ทีหลัง

เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น รถแท็กซี่เริ่มออกตัว จ้าวหยู่หันไปเห็นซองบุหรี่ข้าง ๆ ตัวคนขับ เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาโดยที่ไม่ได้ขอ เขาเอามาคาบที่ปากของเขา คนขับรถไม่ได้ว่าอะไรแถมยังยื่นไฟแช็กมาเขา

จ้าวหยู่เริ่มจุดบุหรี่และสูดดมกลิ่นควันเข้าปอดแต่เพียงแค่ครั้งเดียวที่เขาดูดบุหรี่เข้าไป เขาเกิดอาการสำลักควันเข้าอย่างรุนแรง

จ้าวหยู่รู้สึกราวกับว่าปอดของเขาไม่เปิดรับกลิ่นควันบุหรี่พวกนี้เข้าไป

“โธ่เว้ย!” จ้าวหยู่สบถออกมาเบา ๆ เป็นไปได้ไหมว่าจ้าวหยู่บนโลกนี้ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน

ขณะที่เขากำลังหงุดหงิดนั้นอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงใสที่ฟังดูไม่รู้ว่าเป็นเสียงผู้หญิงหรือผู้ชาย มันดังก้องในหัวของเขา

ระบบปาฏิหาริย์ได้ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ กำลังเริ่มต้นการใช้งาน

 

“หมายความว่ายังไง”

จ้าวหยู่หันไปถามกับคนขับแท็กซี่แต่คนขับแท็กซี่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเลยไม่รู้ว่าจ้าวหยู่กำลังพูดถึงอะไรอยู่

ทำให้จ้าวหยู่คิดได้ว่ามีเพียงเขาคนเดียวที่ได้ยินเสียงนี้

 Gen(ภูเขา) Dui(ทะเลสาบ) จากภูผาสู่ห้วงนที

จากนั้น เสียงได้ดังขึ้นอีกครั้ง

ทะเลสาบกลางหุบเขา ไม่ยากนักจักประสบพบเจอ บุคคลที่ได้รับเลือกดั่งโชคชะตา พรแห่งโชคลาภก้าวเข้ามา โปรดทำใจให้เย็น ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม

คำพูดนั้นพูดอย่างรวดเร็วและหยุดลงภายในไม่กี่วินาทีต่อมา จากนั้นความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง

จ้าวหยู่อ้าปากค้าง เขาไม่สามารถจดจำได้เลยว่ามีเสียงนั้นพูดอะไรออกมาบ้าง

‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่วะเนี่ย! ทำไมถึงมีเสียงแล่นเข้ามาในหัวของฉันได้

นี่ฉันกำลังจะบ้าไปแล้วจริง ๆ แต่เดี๋ยวนะ’ จู่ ๆ จ้าวหยู่นึกถึงคำแรกที่เสียงนั้นพูดออกมาได้

‘ระบบปาฏิหาริย์?!’

‘ระบบปาฏิหาริย์หรือว่า…?’

อยู่ ๆ จ้าวหยู่ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในละครทั้งหมดที่เขาเคยดู มักจะมีเรื่องราวที่ตัวเอกได้รับระบบบางอย่างขึ้นมาซึ่งตัวเอกได้ใช้ระบบนี้สร้างประโยชน์ให้กับตัวเอง ทำให้ตัวเองเลื่อนตำแหน่งหรือใช้คลี่คลายคดีต่าง ๆ ได้

‘นี่มันสุดยอดไปเลย ฉันได้รับระบบปาฏิหาริย์มาอย่างนั้นมางั้นหรือ?’

“ว่าแต่…ไอ้ระบบปาฏิหาริย์นี่…มันใช้งานยังไง?”

จบบทที่ CD บทที่ 2 ระบบปาฏิหาริย์

คัดลอกลิงก์แล้ว