เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 1 ไฟฟ้าแรงสูง

CD บทที่ 1 ไฟฟ้าแรงสูง

CD บทที่ 1 ไฟฟ้าแรงสูง


“เอ๋? รอยสักฉันหายไปไหนกัน?!”

จ้าวหยู่ถกแขนเสื้อของเขาขึ้น แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าแขนทั้งสองข้างของตนขาวสะอาดไร้รอยตำหนิใด ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาจำได้ว่าที่แขนของเขาเต็มไปด้วยรอยสักรูปมังกรแบบตะวันออกซึ่งวาดโดยโดยศิลปินที่มีชื่อเสียงที่สุดในละแวกนี้ มันสร้างความน่าเกรงขามแก่ผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี

แต่ทว่าตอนนี้ รอยสักนั้น...กลับหายไป?

จ้าวหยู่เงยศีรษะขึ้นมาจากโต๊ะและมองไปรอบ ๆ เขาสังเกตเห็นว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ในสำนักงานที่ใดสักแห่งหนึ่ง พื้นที่โดยรอบค่อนข้างสว่าง มีห้องทำงานเล็ก ๆ แยกย่อยออกไปเป็นจำนวนมาก

ในขณะเดียวกัน เขาได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นไม่หยุดไม่หย่อนพร้อมกับมองเห็นเอกสารปลิวว่อนไปทั่วตามทุกพื้นที่ มีเสียงดังวุ่นวายจากการเดินไปมาระหว่างห้องทำงานต่าง ๆ ของเหล่าพนักงาน ทุก ๆ คนมีสีหน้าที่เคร่งเครียดและดูเหมือนกำลังหงุดหงิดใครบางคนอยู่ตลอดเวลา

“เอาล่ะ ทุก ๆ คน มารวมตัวกันตรงนี้หน่อย!” อยู่ ๆ ชายวัยกลางคนผู้สวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำตาลปรากฏตัวเข้ามา เสียงของเขาสร้างความสนใจของทุกคน

“หัวหน้าทีมคูปิง เธอจะเป็นคนมาอธิบายความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีข่มขืนที่เกิดขึ้น คืนนี้เราจะตรวจตรากันตลอดทั้งคืนเพื่อจับกุมตัวคนร้ายให้ได้ ขอให้ทุกคนตั้งใจฟังให้ดี!”

ขณะเดียวกัน ก็มีใครบางคนเข็นกระดานสีขาวที่เต็มไปด้วยข้อความและรูปถ่ายจำนวนมากปักหมุดเอาไว้เข้ามาอย่างรวดเร็ว

เมื่อได้ยินประกาศ คนในสำนักงานก็รีบลุกขึ้นและเข้าใกล้ ๆ กระดานสีขาวนั้นทันที บางคนดึงเก้าอี้ที่ใกล้ตัวที่สุดมานั่ง พร้อมรอฟังประกาศอย่างตั้งใจ

ทางด้านจ้าวหยู่ เขายังคงนั่งอยู่กับที่ของตัวเองโดยไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหนและตอนนั้นเองเขาก็ตกอยู่ในอาการตกใจสุดขีด เมื่อเขาเผลอไปสัมผัสกับหูขวาของตัวเอง เขาพบว่าหูขวาของเขายังมีสภาพสมบูรณ์ปกติดีซึ่งมันควรจะแกว่งไปเมื่อตอนที่เขากำลังตะลุมบอนกับอีกแก๊ง

จ้าวหยู่ต้องการใช้กระจกหรืออะไรบางอย่างเพื่อมาสำรวจใบหน้าของตัวเอง เขามองไปรอบ ๆ เพื่อมองหาอะไรมาเป็นกระจกมาส่องใบหน้าตัวเอง ในระหว่างนั้นเขาก็สะดุดตากับรูปถ่ายรูปหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะตัวนั้น

รูปถ่ายที่ว่าคือภาพชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งผู้ซึ่งแต่งกายด้วยชุดตำรวจแต่ทว่าชายหนุ่มในรูปนั้นกลับมีหน้าตาที่คล้ายคลึงกับเขาราวกับแกะ

‘อะไรกันวะเนี่ย!!’

เมื่อความตกใจหายไป เขารู้สึกเหมือนมีความทรงจำบางอย่างบางอย่างกำลังไหลเข้ามาภายในหัวเขา ในที่สุดจ้าวหยู่เริ่มตระหนักได้ว่า ตัวเขาในตอนนี้อาจจะข้ามมาในโลกคู่ขนาน

เขายังจำได้ชัดเจนว่าตัวเขาก่อนหน้านี้เป็นใคร เขาคือจ้าวหยู่ ผู้มีอิทธิพลสูงสุดของแก๊งมาเฟียฉิงหลง

แม้ในตามความเป็นจริงเขาจะชื่อจ้าวหยู่แต่ใคร ๆ ก็ต่างพากันเรียกเขาว่า ราชานักสู้จ้าว

‘มันเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้? เดี๋ยวนะ โอ้ พระเจ้า!!’

ความทรงจำสุดท้ายที่เขาจำได้คือเขาถูกสั่งประหารชีวิตโดยการฉีดยาพิษเข้ากระแสเลือด

เขาเริ่มจำได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อนึกถึงตอนที่ยาพิษกำลังค่อย ๆ แล่นไปทั่วร่างของเขาอย่างช้า ๆ พร้อมกับความกลัวตายที่ค่อย ๆ  คืบคลานเข้ามาพร้อม ๆ กัน เขานึกถึงคำพูดที่เขาได้พึมพาตอนก่อนตายเอาไว้ว่า

“ตายอย่างมีเกียรติดีกว่าใช้ชีวิตเหมือนกับหมาข้างถนน…”

แต่ในขณะที่เขากำลังพึมพาคำพูดนั้น เขากลับมาโผล่อยู่ที่นี่อย่างได้อย่างไรกัน?

หรือที่จริงแล้วเขามีความสามารถย้ายวิญญาณสิงร่างของคนอื่นได้?

มันเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนเกินไป ไม่มีแม้แต่การส่งสัญญาณเตือนใด ๆ หรือแม้แต่กลับมาเกิดใหม่โดยเริ่มจากการเป็นทารกตามธรรมชาติด้วยซ้ำ แล้วความทรงจำใหม่ ๆ ที่เขาไม่รู้จักกำลังหลั่งไหลเข้ามาในหัวเขาไม่หยุด

เขาไม่ได้ตกใจแค่เพียงว่านี่เป็นอีกโลกหนึ่งที่แตกต่างจากโลกใบเดิมที่เขาเคยอยู่เพียงเท่านั้น

แต่ ณ ปัจจุบันนี้ เขาคือหนึ่งในเจ้าหน้าที่แผนกสืบสวน กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขากลายมาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ!!

‘ให้ตายเถอะ!!’

จ้าวหยู่ไม่อยากจะเชื่อเลย ตัวเขาที่อยู่ในเส้นทางของมาเฟียกลับกลายมาเป็นเจ้าหน้าที่ในแผนกสืบสวน มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน? ยิ่งคิดหาเหตุผลเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้หัวสมองของเขาแทบจะระเบิด

เขาเอามือไปลูบศีรษะเบา ๆ ก่อนหน้านี้เขาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจากของมีคมมากมาย มันสร้างรอยแผลเป็นเอาไว้เต็มไปหมด ด้วยรอยแผลเป็นพวกนั้นทำให้ศีรษะของเขาล้านแต่มันก็ไม่ได้แย่มากนักถ้าเทียบกับความสะดวกสบายแถมได้รูปลักษณ์ที่ยังช่วยเอื้อต่อการไปข่มขู่คนได้อีกด้วยแต่ตอนนี้ศีรษะของเขากลับปกคลุมไปด้วยเส้นผมดำ ยาว สุขภาพดี มันเสริมภาพลักษณ์ใหดูเป็นชายหนุ่มรูปงามได้ดีทีเดียว

“ทุก ๆ คน นับตั้งแต่วันที่ 12 ของเดือนนี้ เมืองของเราได้เกิดเหตุข่มขืนจากการถูกช็อตด้วยปืนช็อตไฟฟ้าถึงสามคดีด้วยกัน”

ทันใดนั้นก็มีเสียงนักสืบหญิงผู้มีผมสั้นและนัยน์ตากลมโตขนาดใหญ่ กำลังอธิบายสถานการณ์ของคดีที่พวกเขารับผิดชอบให้เหล่าสมาชิกในทีมได้ฟัง

จ้าวหยู่สามารถจดจำผู้หญิงคนนี้ได้ทันทีจากความทรงจำที่เพิ่มเข้ามาใหม่

เธอเป็นหัวหน้าทีมของหน่วยสืบสวน ทีม B ถึงแม้เธอจะยังดูเด็กเกินกว่าที่จะมารับตำแหน่งนี้แต่ด้วยวุฒิภาวะ ความเด็ดเดี่ยวและมันสมองที่น่าเหลือเชื่อ ทำให้เธอสามารถไขคดีต่าง ๆ ได้มากมาย แถมเธอยังเป็นที่ถูกอกถูกใจต่อเบื้องบนทั้งหลายอีกด้วย

เวลามีการทำงานเป็นทีมใหญ่ เธอมักจะรับหน้าที่เป็นคนนำทีมเสมอ

“เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในคดี มักแต่งกายด้วยชุดที่ค่อนข้างหวือหวาอยู่เป็นประจำซึ่งนั่นอาจเป็นปัญหาสำคัญของคดีนี้ก็ว่าได้” หัวหน้าทีมคูปิง เริ่มต้นบทนาของเธอ “สถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ตามบาร์ทั่ว ๆ ไป คนร้ายจะเลือกก่อเหตุหลังเที่ยงคืนไปแล้ว

จากตามคำให้การของเหยื่อ เหยื่อเล่าว่าคนร้ายได้ตามเธอเข้าไปในตรอกที่ไร้ซึ่งผู้คน เธอถูกทำให้หมดสติจากการช็อตด้วยปืนช็อตไฟฟ้าก่อนที่จะเริ่มข่มขืน หลังจากที่คนร้ายขืนใจเหยื่อจนสำเร็จความใคร่ คนร้ายได้ทำการปัสสาวะทิ้งลงบนตัวเหยื่ออีกด้วย”

เมื่อได้ยินคำว่า ‘ปัสสาวะ’ เหล่าคนนั่งฟังต่างพากันหันหน้าหนีอย่างเงียบ ๆ

“เราได้มีการส่งตรวจสอบตัวอย่างจากปัสสาวะที่ได้รับมาแล้วเรียบร้อย” คูปิงกล่าวต่อ “หลักฐานบ่งบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสามคดีกระทำโดยคนร้ายคนเดียวกัน

นอกจากนี้ เหยื่อรายที่สามได้ตื่นขึ้นมาในขณะที่กำลังถูกกระทำชำเรา เธอพยายามต่อสู้โดยการข่วนไปที่หน้าของคนร้าย ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เราได้รับตัวอย่างเลือดมาด้วย”

หัวหน้าทีมคูปิงยังคงอธิบายถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อไป

ในระหว่างนั้น ชายวัยกลางคนผู้สวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำตาลก่อนหน้านี้ หันหน้ามาที่จ้าวหยู่และโบกมือสั่งอย่างไม่ใส่ใจว่า

“นี่เจ้าหนู เธอเห็นใช่มั้ยว่าคืนนี้เราต้องทำงานล่วงเวลากัน ทำไมไม่วิ่งออกไปชงกาแฟมาให้พวกเราทุกคนล่ะ”

จ้าวหยู่ชำเลืองไปมองที่ชายคนนั้น เขาคือรองหัวหน้าแผนกสืบสวน หลิวชางฮู

ระหว่างการฝึกงานของจ้าวหยู่ที่นี่ เขามักจะโดนหลิวชางฮูใช้ให้ทำโน่นทำนี้รับใช้ตัวเขาเองมากกว่าการทำงานในฐานะเจ้าที่ตำรวจเสียอีก

ยิ่งไปกว่านั้น ตัวตนของจ้าวหยู่บนโลกนี้ไม่ใช่คนที่มีนิสัยนักเลงที่ชื่นชอบการชกต่อยเท่าไหร่

เขาเป็นชายหนุ่มที่พินอบพิเทาที่เพิ่งจบจากนักเรียนตำรวจและเป็นตำรวจอย่างเต็มตัว

นอกจากนี้ ไม่ได้มีเพียงหลิวชางฮูเท่านั้น แม้แต่เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก็ชอบกลั่นแกล้งเขาอีกด้วย พวกเขามักจะใช้ให้เขาทำงานในส่วนของคนอื่นแทน แน่นอนว่างานเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของจ้าวหยู่เลยแม้แต่น้อย

“เฮ้ย! เร็วเข้าสิ!” รอยยิ้มของหลิวชางฮูหายไปทันทีเมื่อพบว่าทางจ้าวหยู่ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลย “นี่แกไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือยังไง!”

จ้าวหยู่ในตอนนี้ไม่ใช่คนขี้กลัวแบบเมื่อก่อน เขาไม่มีทางยอมปล่อยให้ตัวเองถูกกดข่มขี่ข่มเหงได้อีก

ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนคนนั้นกระแทกมืออย่างแรงลงบนโต๊ะอย่างแรงและลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

การกระทำของเขาทำให้หัวหน้าทีมคูปิงต้องหยุดการอธิบายคดีและหันมาสนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้านี้โดยทันที

“ฉัน ฉันจะเป็นคนไปทำให้เองค่ะ!”

ไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์ตรงหน้าจะถูกขัดจังหวะจากผู้หญิงที่มีท่าทางอ่อนโยนและน้ำเสียงใสราวกับระฆัง ทุกคนหันไปมองดูหญิงสาวคนหนึ่งที่ค่อนข้างอวบเล็กน้อย เธอมัดผมทิ้งปลายแบบหางม้า สวมแว่นตาอันใหญ่โตเกือบจะปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง

หญิงสาวคนนี้มีชื่อว่าหลี่เบ่ยหนี เธอเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกงานคนใหม่ของแผนกสืบสวน

แม้เธอจะเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงเดือนแต่เธอดันไปตกหลุมรักจ้าวหยู่เข้าเสียแล้ว

เรื่องนี้ไม่น่าแปลกเท่าไหร่ แม้บุคลิกของจ้าวหยู่จะดูเป็นคนน่ากลั่นแกล้งแถมยังมีนิสัยพูดน้อยแต่เขาก็มีสัดส่วนร่างกายที่สูงโปร่ง สมเป็นชายชาตรี เป็นประเภทที่ว่าสาวใดที่ได้เจอ ก็ต้องเหลียวตามองกันทุกคน

เมื่อหลี่เบ่ยหนีเห็นว่าคนที่ตัวเองแอบชอบกำลังโดนกลั่นแกล้ง เธอจึงรีบเข้ามาเพื่อช่วยเหลือเขาในทันที

“รองหัวหน้าหลิวคะ ฉัน…ฉันขอเป็นคนไปทำให้แทนดีกว่าค่ะ ฉันยังอยู่ในหน้าที่ฝึกงาน หน้าที่พวกนี้ฉันเป็นคนไปทำน่าจะดีกว่าค่ะ”

หญิงสาวหันมายิ้มให้กับจ้าวหยู่ ก่อนที่เธอจะออกไปชงกาแฟเพื่อเตรียมมาเสิร์ฟให้ทุกคน

เมื่อหลี่เบ่ยหนีเดินหลบฉากออกไป หลิวชางฮูทำท่าไม่พอใจจ้าวหยู่  ก่อนที่เขาจะหันกลับไปสนใจคดีต่อ

จ้าวหยู่ตระหนักดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะแสดงอารมณ์โกรธของเขาออกมา เขาพยายามทำจิตใจตัวเองให้สงบลงและครุ่นคิดถึงสถานการณ์ต่าง ๆ แม้ว่าหลายสิ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปแต่เขายังคงสามารถจดจำได้ดีว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เขากำลังก้าวไปสู่ความตาย

ชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรม จ้าวหยู่รู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นการจัดฉากขึ้นมา

เหยื่อในคดีคือบอสใหญ่ของกลุ่มบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ จ้าวหยู่เพียงแค่ทำตามคำสั่งของผู้มีอำนาจเหนือกว่าให้ไปใช้ความรุนแรงและข่มขู่นิดหน่อยเท่านั้น ไม่มีทางที่จะทำให้ชายคนนั้นถึงขั้นเสียชีวิต

นอกจากนี้ยังเป็นการทำร้ายร่างกายโดยกลุ่มคนใหญ่ ไม่มีทางที่เขาจะถูกดำเนินในคดีฆาตกรรมได้! ดังนั้นการตัดสินคดีนี้ต้องเกิดจากผู้มีอำนาจฝ่ายอื่นแน่นอน

ยิ่งคิดถึงสิ่งที่เขาโดนกระทำ ทำให้เขากำมือแน่นชนิดที่ว่าสามารถทำให้นิ้วโป้งเขาแตกหักได้จากความเดือดดาลนี้

ถ้าเขาพบตัวการวางแผนนี้ได้ล่ะก็ เขาจะให้พวกมันชดใช้อย่างสาสม!

ขณะนั้นเอง หลี่เบ่ยหนีก็กลับมาพร้อมกับกาแฟของทุก ๆ คน ใบหน้าของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นในการทำงาน เธอแจกจ่ายกาแฟให้กับสมาชิกในหน่วยและพูดว่า

“ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักนะคะ” ในระหว่างที่เสิร์ฟกาแฟให้แต่ละคน

ในที่สุดเธอก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจ้าวหยู่ เธอยื่นถ้วยกาแฟแก้วสุดท้ายให้ ก่อนจะลดเสียงให้เบาลงและพูดว่า

“เจ้าหน้าที่จ้าวคะ ถ้วยนี้ฉันใส่กาแฟลงไปให้สองช้อนค่ะ แน่นอนว่าคืนนี้เราได้ทำงานล่วงเวลากันแน่ ๆ แต่ฉันก็เชื่อมั่นในการทำงานของคุณเสมอนะคะ”

จ้าวหยู่จะไม่โต้ตอบอะไร เขามองถ้วยกาแฟอย่างเงียบ ๆ หลี่เบ่ยหนีไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอก็กลับไปนั่งที่ตามเดิมด้วยใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

หัวหน้าทีมคูปิงอธิบายเกี่ยวกับคดีเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอขยับออกจากพื้นที่ไปเล็กน้อยเพื่อให้พื้นที่แก่หัวหน้าจินเจินปิง ผู้ที่มียศสูงสุดในแผนกสืบสวน หัวหน้าจินอายุราว ๆ ห้าสิบปี จากผมดำก็แปรเปลี่ยนเป็นหงอกเทา เขามักมีท่าทีที่เคร่งขรึมและไม่ค่อยจะได้เห็นร้อยยิ้มจากเขาสักเท่าไหร่

“ฉันรู้ว่าพวกคุณทุกคนมีภารกิจที่ยุ่งมาก” หัวหน้าจินเริ่มกล่าวด้วยเสียงอันดัง “คดีนี้เกิดขึ้นมาแล้วด้วยกันสามครั้งซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราไม่สามารถละเลยถึงหน้าที่ตรงนี้ได้ เราต้องรีบจบคดีนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ขอให้ทุก ๆ คน ตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่ด้วย

ทีม A จะเป็นผู้รับผิดชอบในการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ตามสถานที่ที่คาดว่าคนร้ายจะลงมือ คนร้ายมักจะปรากฏตัวตามบาร์ที่ไม่ค่อยมีผู้คนมากเท่าไหร่นัก ไปตามเก็บภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดตามบาร์และสถานที่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุทั้งหมดมา พร้อมทั้งค้นหาหมายเลขป้ายทะเบียนรถละแวกนั้นด้วย อย่าให้หลักฐานชิ้นใดหลุดรอดไปได้”

“รับทราบ!” เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างขานรับในหน้าที่ของตน

“ส่วนทีม B ความรับผิดชอบของคุณอยู่ในระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ” หัวหน้าจินเริ่มกล่าวต่อ

“เรายังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเลือดของคนร้ายดังนั้นเราจึงไม่สามารถเปรียบเทียบกับตัวอย่างเลือดได้แต่อย่างไรก็ตาม ให้ตรวจสอบจากคราบปัสสาวะที่ได้รับมาเป็นหลัก ติดต่อประสานงานกับทางโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ต่าง ๆ เพื่อตรวจหาความเป็นไปได้ หากสามารถระบุได้แน่ชัด เราก็จะสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างแน่นอน!

นอกจากนี้ ไปตรวจสอบประวัติการซื้อเครื่องช็อตไฟฟ้าพร้อมตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือจากภายในพื้นที่เกิดเหตุด้วย และพยานสำคัญที่เห็นใบหน้าของคนร้าย อย่าลืมสั่งคนให้ไปเฝ้าระวังคุ้มกันเธออย่างรัดกุม”

“รับทราบ!”

“เอาล่ะ พวกคุณได้รับมอบหมายหน้าที่กันเรียบร้อยแล้ว หวังว่าจะไม่มีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นนะ รีบออกไปจัดการหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเร็วเข้า ยิ่งทำงานเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งตามจับผู้ร้ายได้เร็วขึ้นเท่านั้น”

เมื่อหัวหน้าจินพูดจบ เขาปิดสมุดบันทึกในมือลงและเตรียมหันหลังกลับก้าวออกไปในทันที

แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน

“เดี๋ยวก่อนครับ!”

ทุกคนหันหน้ามองหาต้นต่อของเสียงและไม่ใช่ใครอื่น เจ้าของเสียงนั้นก็คือจ้าวหยู่

แม้แต่ตัวหัวหน้าจินเองที่กำลังก้าวเท้าออกไป ก็ต้องหันกลับมามอง พร้อมถามด้วยน้ำเสียงอย่างเร่งรีบ

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าจ้าวหยู่”

“คือผม!!” จ้าวหยู่ชี้ไปที่ตัวเอง “วันนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ ผมขอลาหยุดวันนึงนะครับ ขอให้จับตัวคนร้ายได้ไว ๆ นะครับ”

จบบทที่ CD บทที่ 1 ไฟฟ้าแรงสูง

คัดลอกลิงก์แล้ว