เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 ไถ่ที่ดินระดับกลาง

ตอนที่ 19 ไถ่ที่ดินระดับกลาง

ตอนที่ 19 ไถ่ที่ดินระดับกลาง


เกวียนวัวหยุดอยู่นอกเมืองขณะที่เหล่าผู้โดยสารลงจากเกวียนทีละคน ครอบครัวของเซียวจิ่งถิงเดินเข้าเมืองก่อนจะไปเช่าแผงลอยที่ตลาด

ผู้คนเดินผ่านไปมาไม่ขาดสาย ทว่าเซียวจิ่งถิงและฉีมู่อานกลับรู้สึกเขินเล็กน้อย เซียวเสี่ยวฟ่านคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะแสดงทักษะของตัวเองออกมา เด็กน้อยจึงตะโกนสุดเสียง “องุ่นจ้า องุ่นสดๆเลย!”

เซียวเสี่ยวฟ่านกล้าหาญมาก ทำให้เซียวจิ่งถิงที่ยังประหม่าอยู่นั้นรู้สึกประทับใจและมองลูกคนเล็กต่างไปจากเดิม

เมื่อเห็นสายตาชื่นชมของพ่อที่มองไปทางน้องชาย เซียวเสี่ยวตงก็เริ่มรู้สึกอิจฉาและเป็นกังวล ทว่าเขาไม่อาจตะโกนอย่างน่าไม่อายเหมือนกับเซียวเสี่ยวฟ่านได้ เสี่ยวตงรู้สึกโกรธตัวเองอยู่ในใจ ใบหน้าเล็กๆแลดูเคร่งขรึมซึ่งเซียวจิ่งถิงคิดว่ามันดูตลกดี

ท่าทางของเซียวเสี่ยวฟ่านดูน่ารักน่าชังมากจนผู้หญิงหลายคนเดินเข้ามาถามราคา แต่เมื่อได้ยินว่าองุ่นพวงหนึ่งราคาตั้งสองร้อยห้าสิบเหรียญทองแดง พวกนางจึงพากันแยกย้ายออกไปทันที

เซียวจิ่งถิงยังคงใจเย็นได้อยู่ เขาตัดองุ่นมาสองสามลูกและเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาลองชิมดูก่อน นี่เป็นวิธีที่จะช่วยส่งเสริมการขายซึ่งก็ประสบความสำเร็จอยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม ความคิดที่ว่าองุ่นไม่อร่อยนั้นฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของผู้คน แถมราคาของมันยังสูงเกินองุ่นทั่วไปอยู่มาก ตลอดทั้งเช้า เขาจึงขายองุ่นได้เพียงสามสิบพวงเท่านั้น เซียวจิ่งถิงไม่นึกอยากจะลดราคาสักเท่าไหร่ และลูกค้าที่ยอมจ่ายราคานี้ก็มักจะไม่ออกมาเดินเที่ยวในตลาดอันต่ำต้อยเช่นกัน ดังนั้นสถานการณ์จึงไม่แย่จนเกินไป แต่ก็ไม่ได้ดีมากนัก

เมื่อเห็นเซียวจิ่งถิงที่อยู่ในอารมณ์หดหู่ ฉีมู่อานจึงพูดขึ้น "ข้ามีข้อเสนอ"

เซียวจิ่งถิงพยักหน้าทันที “รีบพูดมาเถอะ”

“ข้าพอรู้จักกับโจวจี้ผู้เป็นเจ้าของภัตตาคารเยว่เหออยู่บ้าง ภัตตาคารของเขาต้องเตรียมผลไม้วิญญาณมากมายทุกวัน เราอาจขายองุ่นให้เขาได้ในปริมาณมาก แต่ข้าเกรงว่าราคาจะต้องถูกกว่านี้” ฉีมู่อานพูดอย่างระมัดระวัง

ในอดีต เซียวจิ่งถิงเป็นคนหัวแข็งและไม่เคยฟังฉีมู่อานเลย เขามักจะดุด่าฉีมู่อานที่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของตัวเอง บางครั้งยังถึงขั้นทุบตีเลยด้วย เมื่อเวลาผ่านไป ฉีมู่อานจึงไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็นของตัวเองเท่าไหร่นัก

เซียวจิ่งถิงพยักหน้า ดวงตาของเขาเป็นประกายขณะเอ่ยเบาๆ “หากเขาซื้อไปทีละมากๆ จะลดราคาหน่อยก็คงไม่เสียหาย” หากเก็บองุ่นไว้นานเกินไป พวกมันก็จะเน่าเสียอยู่ดี ปล่อยไว้แบบนี้นานๆคงไม่ดีแน่

เมื่อได้ยินเซียวจิ่งถิงเห็นด้วยกับความคิดนี้ ฉีมู่อานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุขเล็กน้อย

เซียวจิ่งถิงทำความสะอาดอยู่พักหนึ่งขณะที่ฉีมู่อานไปพบกับเจ้าของภัตตาคารและขายองุ่นสามร้อยพวงให้กับโจวจี้ในเหอราคาพวงละสองร้อยเหรียญทองแดง พอนำมารวมกับเงินที่ได้จากการขายองุ่นสามสิบพวงก่อนหน้านี้ เซียวจิ่งถิงจึงได้เงินมากว่าหกสิบเหรียญเงิน

“รีบไปไถ่ที่ดินคืนมาเถอะ” ฉีมู่อานเร่งเร้า

เซียวจิ่งถิงยิ้มให้อย่างกระอักกระอ่วน “เมื่อตอนที่ข้านำที่ดินไปจำนำ ที่ดินระดับสูงหนึ่งหมู่มีราคายี่สิบสองเหรียญเงิน เพื่อไถ่มันคืนมา ข้าต้องให้ยี่สอบหกเหรียญเงิน จากเงินที่มีอยู่ตอนนี้ เราสามารถแลกกลับมาได้เพียงสองหมู่เท่านั้น”

ฉีมู่อานครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น “ทำไมท่านไม่ไถ่ที่ดินเกษตรระดับกลางมาก่อนล่ะ?” แม้ว่าที่ดินระดับสูงจะดีมาก แต่พวกเขาก็ไม่มีพลังวิญญาณเพียงพอที่จะใช้มันได้อย่างเต็มที่ ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเซียวจิ่งถิง แค่ที่ดินระดับกลางก็ยากพออยู่แล้ว

เซียวจิ่งถิงพยักหน้าเห็นด้วย “เอางั้นก็ได้!”

ที่ดินระดับกลางมีอยู่ด้วยกันหกหมู่ หนึ่งหมู่มีราคาเท่ากับสิบเหรียญเงิน พอบวกดอกเบี้ยอีกเล็กน้อยจึงกลายเป็นเจ็ดสิบแปดเหรียญเงิน

เซียวจิ่งถิงรับโฉนดที่ดินมาและส่ายหน้าด้วยความหดหู่ เขาสูญเสียเงินทั้งหมดที่หามาได้แถมยังต้องการเพิ่มอีก

เรื่องนี้จะไม่จบนะ ช่วยผู้แปลหน่อยนะ mynovel.co ครับ

ครอบครัวของฉีมู่อานเองก็มีอาชีพทำไร่ทำสวนก่อนที่เขาจะแต่งงานกับเซียวจิ่งถิง ดังนั้นเขาจึงรู้สึกชื่นชอบเรื่องที่ดินเป็นพิเศษ เมื่อเห็นเซียวจิ่งถิงไถ่ที่ดินคืนมา เขาจึงรู้สึกอบอุ่นใจในทันที

เมื่อมองไปที่สีหน้าของเซียวจิ่งถิง ฉีมู่อานก็พูดกับเขาตรงๆ “ในชนบทแบบนี้ ที่ดินระดับกลางหนึ่งหมู่จะขายได้ประมาณสิบแปดเหรียญเงิน แม้จะมีการเพิ่มดอกเบี้ยบางส่วนแต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่า พอได้ที่ดินกลับมาแล้ว ท่านพี่ยังสามารถปล่อยให้คนอื่นเช่าได้ด้วย เช่นนี้รายได้ก็จะมีเข้ากระเป๋าทุกปี”

เจ้าของโรงรับจำนำคิดว่าเซียวจิ่งถิงจะไม่มาไถ่ที่ดินคืนแล้ว ดังนั้นเขาจึงลดราคาที่ดินเป็นสิบเหรียญเงิน เมื่อตอนที่เซียวจิ่งถิงไปไถ่ที่ดิน สีหน้าของเจ้าของโรงรับจำนำจึงดูไม่สู้ดีนัก

ฉีมู่อานยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยขณะที่คิดในใจว่า เจ้าของโรงรับจำนำคงไม่คิดว่าเซียวจิ่งถิงจะมาไถ่ที่ดินคืน เขาคงเชื่ออย่างสนิทใจว่าเซียวจิ่งถิงจะไม่กลับมาอีก

"ข้ารู้แล้ว" เซียวจิ่งถิงยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ แต่เขาก็ยังลำบากใจกับเงินจำนวนมากที่ต้องเสียไปอยู่ดี! “มาช่วยข้าเลือกเมล็ดพันธุ์หน่อยสิ”

ฉีมู่อานพยักหน้าและพูดอย่างร่าเริง “ดีเลย! หากท่านพี่ต้องการซื้อเมล็ดพันธุ์สำหรับที่ดินระดับกลาง ท่านควรซื้อเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดีกว่าเดิม”

เซียวจิ่งถิงไม่รู้เลยว่าหลังจากที่เขาออกจากโรงรับจำนำได้ไม่นาน หวังเอ้อร์หูก็เดินเข้าไปในนั้นแทน

เจ้าของโรงรับจำนำเต็มไปด้วยความไม่พอใจขณะหันไปพูดกับเขา “เจ้าบอกว่าเซียวจิ่งถิงจะไม่มาไถ่ที่ดินคืน แต่ตอนนี้เขากลับไถ่ที่ดินไปหกหมู่แล้ว หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ตอนแรกข้าคงให้เงินเขามากกว่าเดิมเพื่อหารายได้เพิ่มจากดอกเบี้ย”

หวังเอ้อร์หูหัวเราะหึๆ “ข้าแนะนำให้เขามาที่นี่ตั้งแต่แรกนะท่านเจ้าของร้าน ท่านได้รับกำไรมาตั้งสิบเหรียญเงินโดยไม่เสียอะไรเลย เช่นนั้นแล้วยังจะมาบ่นอีกรึ? ข้าแค่ไม่รู้จริงๆว่าเขาไปเอาเงินมาจากไหน เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นฝ่ายบอกเองว่าใช้เงินหมดไปนานแล้ว”

เมื่อนึกถึงคำพูดของชนชั้นสูงคนนั้น ตราบใดที่เซียวจิ่งถิงแยกจากภรรยาและลูกๆของเขา และต้องอาศัยอยู่ตามท้องถนน หวังเอ้อร์หูก็จะได้รับรางวัลเป็นจำนวนห้าร้อยเหรียญเงิน หวังเอ้อร์หูอดวิตกกังวลไม่ได้ เดิมทีเซียวจิ่งถิงเสพติดผงแห่งความสุขและเล่นพนันหนักมาก เขาใกล้จะล้มละลายอยู่แล้ว ทว่าตอนนี้การพนันก็ไม่เล่น ผู้หญิงก็ไม่เที่ยว แถมเขายังเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเองจากหน้ามือเป็นหลังมืออีกด้วย มันช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ

จบบทที่ ตอนที่ 19 ไถ่ที่ดินระดับกลาง

คัดลอกลิงก์แล้ว