เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 เข้าเมืองด้วยกัน

ตอนที่ 18 เข้าเมืองด้วยกัน

ตอนที่ 18 เข้าเมืองด้วยกัน


วันรุ่งขึ้น เซียวจิ่งถิงและฉีมู่อานตื่นแต่เช้าตรู่ เมื่อรู้ว่าเซียวเสี่ยวฟ่านและเซียวเสี่ยวตงคิดจะออกไปช่วยขายด้วย เซียวจิ่งถิงจึงตอบตกลงแทบจะทันที

เซียวจิ่งถิงจับมือของลูกชายคนเล็กด้วยสีหน้าเป็นกังวล

เซียวเสี่ยวฟ่านมองไปที่ใบหน้าของผู้เป็นพ่อ เขากะพริบตากลมโตด้วยความสงสัย “พ่อเป็นอะไรไป ทำไมดูเศร้าจัง!?”

เซียวจิ่งถิงยิ้มและพูดว่า “พ่อกลัวว่าองุ่นจะขายไม่ออก”

“องุ่นอร่อยจะตาย ข้าว่าต้องขายได้เยอะแน่ๆ” เซียวเสี่ยวฟ่านชูกำปั้นขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจให้เซียวจิ่งถิง

“จริงรึ? องุ่นอร่อยมากไหม?” เซียวจิ่งถิงถามด้วยรอยยิ้มจาง

เซียวเสี่ยวฟ่านพยักหน้าจริงจัง “ใช่ๆองุ่นอร่อยมาก เสี่ยวฟ่านชอบกินที่สุดเลย”

“หากทุกคนคิดเหมือนกันก็ดีสินะ” เซียวเสี่ยวตงจับจ้องไปที่น้องชาย

สนับสนุนต้นฉบับที่ mynovel.co นะขอรับ

เซียวเสี่ยวฟ่านมองไปทางเซียวเสี่ยวตง “ท่านพี่ พี่ก็ชอบเหมือนกันนั่นแหละ! พี่กินองุ่นเยอะกว่าข้าอีก ป่ะป๊าก็ชอบกินเหมือนกัน องุ่นสองพวงที่ข้าเก็บไว้ให้ป่ะป๊าถูกกินจนหมดเลย”

“เป็นแบบนั้นหรอกรึ?” เซียวจิ่งถิงมองไปทางฉีมู่อานด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าของฉีมู่อานเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที

เซียวจิ่งถิงส่ายหัวในใจ ฉีมู่อานยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว หากเป็นชีวิตที่แล้ว เขาคงจะยังอยู่ในโรงเรียนมัธยม แต่ตอนนี้กลับมีลูกชายตั้งสองคน

เมื่อทั้งสี่มาถึงทางเข้าออกหมู่บ้านก็มีเกวียนวัวรออยู่แล้ว หลี่เชิงซึ่งกำลังนั่งสูบยาเส้นอยู่ตรงหัวเกวียนพอเห็นพวกเขาแล้วก็รู้สึกประหลาดใจก่อนจะยิ้มให้

“เสี่ยวฉี! เจ้าจะเข้าเมืองอีกแล้วรึ!?” หลี่เชิงถามอย่างเป็นกันเอง

ฉีมู่อานพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว”

“คราวนี้เจ้าไปพร้อมหัวหน้าครอบครัวและลูกๆเสียด้วย!” หลี่เชิงหันไปยิ้มให้กับเซียวจิ่งถิง

ฉีมู่อานรู้สึกเชินขึ้นมาหน่อยๆและตอบกลับไปอีกครั้ง “มิผิด”

“คุณชายเซียว ข้าได้ยินมาว่าท่านหลงเดินทางผิดแต่ก็กลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง ท่านทำไร่ทำสวนและเลี้ยงดูครอบครัว ด้วยความสามารถเยี่ยงท่าน ต่อไปทุกอย่างจะมีแต่ดีขึ้นๆ” หลี่เชิงกล่าว

เซียวจิ่งถิงพยักหน้าเห็นด้วย “พูดได้ดี”

“แล้วพวกท่านจะไปทำอะไรในเมืองกันรึ?” หลี่เชิงเอ่ยถาม

“ไปขายของนิดหน่อยน่ะ” เซียวจิ่งถิงตอบอย่างคลุมเครือ

หลี่เชิงพยักหน้าให้ “เอาล่ะ! ขึ้นเกวียนเลย”

มีคนนั่งอยู่ในเกวียนหลายคนแล้ว เมื่อเห็นเซียวจิ่งถิงและฉีมู่อานขึ้นมา หลายคนต่างเงยหน้ามองอย่างสงสัย

เซียวจิ่งถิงนั้นมีชื่อเสียงที่ไม่ดีนัก และทุกคนในหมู่บ้านถู่ชิวยังรู้ด้วยว่าเขากับฉีมู่อานมีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นเท่าไหร่ พอเห็นทั้งสองมาด้วยกัน คนในเกวียนก็จ้องมองเซียวจิ่งถิงด้วยความสงสัย เซียวจิ่งถิงผู้ที่ถูกปฏิบัติราวกับเป็นสมบัติหายากนั้นรู้สึกอึดอัดยิ่งนัก

เซียวจิ่งถิงรู้สึกว่ามีคนๆหนึ่งในเกวียนที่มองพวกเขาด้วยสีหน้าต่างออกไป เซียวจิ่งถิงลองกวาดตามองและพบว่าคนๆนั้นก็คือชิวหลี่ พี่ชายของชิวไป๋นั่นเอง

“พี่เซียว ครั้งนี้ท่านจะเข้าไปทำอะไรในเมืองรึ?” ชิวหลี่ถาม

“ขายของเพื่อจุนเจือครอบครัว” เซียวจิ่งถิงกล่าวอย่างแผ่วเบา

ชิวหลี่เหลือบมองไปที่ตะกร้าของเซียวจิ่งถิงและพูดต่อ “ข้าเกรงว่าพี่เซียวจะเข้าใจผิด ในเมืองนี้ไม่ค่อยที่ใครชอบกินองุ่นนัก เช่นนั้นท่านคงขายได้ราคาต่ำ เกรงว่าท่านจะจ่ายค่าเดินทางไปกลับเสียเปล่า”

เซียวจิ่งถิงฝืนยิ้มและตอบกลับไป “ไม่เป็นไร ข้าแค่อยากลองดูเฉยๆ”

เมื่อเห็นว่าเซียวจิ่งถิงไม่ยอมรับฟังเท่าไหร่ ชิวหลี่ก็ถอนหายใจและไม่พูดอะไรอีก

เซียวจิ่งถิงอุ้มเสี่ยวฟ่านไว้ในอ้อมแขนและเลิกสนใจชายคนนี้เช่นกัน

เด็กน้อยหาวอย่างเกียจคร้านในอ้อมแขนของผู้เป็นพ่อ เซียวจิ่งถิงจึงลูบหัวเซียวเสี่ยวฟ่านอย่างเอาอกเอาใจ

เซียวเสี่ยวตงมองไปที่น้องชายด้วยความอิจฉา พอหันไปสบตากับเซียวจิ่งถิง เด็กชายก็รีบเบือนหน้าหนีทันที

วัวลากเกวียนเริ่มวิ่งเร็วขึ้น เซียวจิ่งถิงสัมผัสได้ถึงพลังของเกวียนวัวนี้เป็นครั้งแรก ดูเหมือนว่าวัวจะวิ่งได้เร็วและมั่นคงมาก

เซียวจิ่งถิงคิดในใจว่าถ้ามีเงินมากกว่านี้ เขาก็จะซื้อเกวียนวัวเช่นกัน ต่อไปจะได้ไม่ต้องเดินย่ำไปที่สวนทุกวัน ตอนนี้เขามีที่ดินอยู่เพียงห้าหมู่เลยพอมีเวลาว่าง ดังนั้นการเสียเวลาเดินทางเล็กน้อยจึงยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่พอได้ที่ดินทั้งหมดกลับคืนมา เขาจะงานยุ่งกว่านี้มาก

“เกวียนวัวของลุงหลี่นี่ราคาประมาณเท่าไหร่รึ?” เซียวจิ่งถิงถามฉีมู่อานเบาๆ

ฉีมู่อานตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ “การเลี้ยงสัตว์อสูรเป็นเรื่องที่ยากมากๆ มีหลายครั้งที่สัตว์อสูรกินเจ้านายเข้าไปเมื่อพวกมันโตขึ้น ลุงหลี่เลี้ยงสัตว์อสูรตัวนี้มาตั้งแต่ยังเล็ก แถมมันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลของลุงหลี่ด้วย หากคนทั่วไปต้องการซื้อสัตว์อสูร พวกเขาก็ต้องไปที่โถงราชวงศ์อสูรเพื่อซื้อพวกมันมา สัตว์อสูรที่นั่นทั้งหมดถูกควบคุมด้วยยันต์สัตว์อสูร ส่วนค่าใช้จ่ายในการฝึกสัตว์อสูรให้เชื่องนั้นแพงมาก หากลุงหลี่ซื้อวัวตัวนี้จากโถงราชวงศ์อสูร ราคาของมันคงจะไม่ต่ำกว่าแปดร้อยเหรียญเงิน”

หลายคนลังเลที่จะจ่ายค่าฝึกของโถงราชวงศ์อสูร ดังนั้นส่วนใหญ่จึงซื้อลูกสัตว์อสูรมาฝึกเอง การเลี้ยงดูพวกมันตั้งแต่อายุยังน้อยจะสร้างความผูกพันได้ง่ายกว่า แน่นอนว่าปัญหาที่ตามมานั้นย่อมน้อยกว่าด้วย

เซียวจิ่งถิงพยักหน้าเห็นด้วย “ช่างแพงเหลือเกิน!” ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนเป็นคนจนจริงๆแล้ว

ชิวหลี่ที่กำลังหลับตาอยู่นั้น พอได้ยินคำพูดของเซียวจิ่งถิงก็เลยต้องลืมตาขึ้นและเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างเย้ยหยัน

เซียวจิ่งถิงรู้สึกขุ่นเคืองกับท่าทางดูถูกเหยียดหยามของชิวหลี่มาก ท้องและตับของเขาเจ็บปวดและอัดแน่นไปด้วยความโกรธ

ชิวหลี่เป็นคนสารเลวและหน้าซื่อใจคดอย่างเห็นได้ชัด เซียวจิ่งถิงมั่นใจว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างชิวไป๋กับเจ้าของร่างคนก่อนนั้นมีชิวหลี่คอยชักนำอยู่เบื้องหลัง! ตระกูลชิวย่อมเห็นลูกคนโตดีกว่าคนน้อง และตำแหน่งของชิวหลี่ในตระกูลชิวนั้นสูงกว่าชิวไป๋มาก

ชิวไป๋และชิวหลี่มักมีความคิดแบบเดียวกัน พวกเขาต้องการเงินจากเจ้าของร่างคนก่อนทั้งๆที่ใจจริงแล้วไม่ชอบขี้หน้าเลยแถมยังหลอกใช้อีกด้วย พวกเขายังคิดว่าเซียวคนก่อนนั้นไร้ยางอายเกินไปและเป็นเพียงคางคกที่อยากกินเนื้อห่านฟ้า*

(*สำนวนจีน คางคกอยากกินเนื้อห่านฟ้า หมายถึง ผู้ที่ชอบหมายปองคนที่มีฐานะทางสังคมดีกว่าตัวเองทั้งๆที่ตนเองนั้นต่ำต้อย ขี้เหร่ และยากจนกว่า คล้ายกับสำนวน ดอกฟ้ากับหมาวัด ของไทย)

จบบทที่ ตอนที่ 18 เข้าเมืองด้วยกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว