- หน้าแรก
- ค่ำคืนแห่งการกวาดล้าง นำอุจิวะก่อกบฏต่อโคโนฮะ
- บทที่ 15: ใช้งาน 'แตกสลาย' ไม่ได้งั้นหรือ
บทที่ 15: ใช้งาน 'แตกสลาย' ไม่ได้งั้นหรือ
บทที่ 15: ใช้งาน 'แตกสลาย' ไม่ได้งั้นหรือ
บทที่ 15: ใช้งาน 'แตกสลาย' ไม่ได้งั้นหรือ?
"แตกสลาย!"
[ท่านได้ผูกมัด 'คามุย' และ 'เทวีสุริยา' เป็นความสามารถหลักของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาคู่แล้ว ไม่สามารถใช้ความสามารถอื่นได้]
บนเรือลำน้อย เมื่อหมิงโหย่วรวบรวมจักระไปที่ดวงตาโดยหวังจะทดสอบความสามารถเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาของฟุงะกุ เขากลับได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบ
"ใช้ได้แค่คามุยกับเทวีสุริยา? แล้วแกจะให้ฉันคัดลอกความสามารถอื่นมาทำไมกัน?"
หมิงโหย่วบ่นในใจแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ กลับมา
ดูเหมือนว่านี่จะเป็นส่วนหนึ่งในเงื่อนไขของระบบเช่นกัน
หลังจากหลบหนีมาตลอดทั้งคืน ความมืดมิดก็ค่อยๆ จางหายไป
ดวงอาทิตย์ยามเช้าค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้าจากชายฝั่งอันไกลโพ้น เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่
เรือลำน้อยแล่นฝ่าสายหมอกบนผืนน้ำมาเป็นเวลานาน ในที่สุดเกาะที่ปกคลุมด้วยพืชพรรณเขียวขจีก็ปรากฏให้เห็นในระยะสายตา
เคร้ง~~
เคร้ง~~
เสียงโลหะกระทบกันดังแว่วมาแต่ไกล
เมื่อมองไปรอบๆ ก็เห็นคนงานจำนวนมากยืนอยู่บนนั่งร้านไม้ไผ่ ทำงานกันอย่างขะมักเขม้นจนเหงื่อท่วมตัว และโครงสร้างภายในของสะพานขนาดใหญ่ก็ได้ถูกสร้างขึ้นมาบ้างแล้ว
"นายช่างทาซึนะ!! วัสดุของเราขาดแคลน เราต้องรีบหามาเพิ่มด่วนเลยครับ"
"รู้แล้ว รู้แล้ว!! เดี๋ยวฉันจะลองหาวิธีดู"
ทาซึนะ?
ทำไมชื่อนี้ถึงฟังดูคุ้นหูนักนะ?
หมิงโหย่วครุ่นคิดอยู่ในใจเป็นเวลานาน ในที่สุดก็นึกถึงชายชราที่นารูโตะ ตัวเอกในต้นฉบับ ได้พบในภารกิจนอกหมู่บ้านครั้งแรก
ตาแก่ขี้เมาคนนั้นชื่อทาซึนะไม่ใช่หรือ?
หมิงโหย่อหรี่ตามองสำรวจ และชายชราสวมหมวกฟางคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตา
ชายชราผู้นี้สวมแว่นตากรอบดำ ถือขวดเหล้าขาวไว้ในมือ เดินโซซัดโซเซอยู่บนโครงสร้างสะพานอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะตกลงมา
แม้เขาจะดูหนุ่มกว่าในต้นฉบับมาก แต่หมิงโหย่วก็จำได้ทันที ชายชราคนนี้คือทาซึนะไม่ผิดแน่
"พังมัน พังมันให้หมด!!"
ไม่นานนัก กลุ่มอันธพาลก็เดินตรงเข้ามาจากระยะไกล
พวกมันถือค้อนขนาดใหญ่และเริ่มทำลายโครงสร้างสะพานที่เพิ่งสร้างเสร็จอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่สนใจสายตาโกรธแค้นของคนงานรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
"พวกแกทำอะไรน่ะ? ใครส่งพวกแกมา?"
ทาซึนะเดินโซเซกลับมาที่ฝั่ง มองดูผู้มาใหม่ด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ
"ใครส่งพวกเรามางั้นเรอะ? นั่นใช่เรื่องที่แกควรถามด้วยรึไง"
"ตามคำสั่งของคุณกาโต้ แคว้นนามิโนะคุนิแห่งนี้ไม่อนุญาตให้มีการสร้างสะพาน"
"ตาแก่ ถ้าครั้งหน้าแกยังกล้าก่อสร้างต่ออีก อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือน เตรียมตัวตายกันยกครัวได้เลย"
พวกอันธพาลข่มขู่ทาซึนะอย่างเปิดเผย โดยไม่คิดจะปิดบังความป่าเถื่อนของพวกมันเลย
"กาโต้? เจ้านั่นเองสินะ"
"พวกแกกลับไปบอกกาโต้ซะว่าพวกเราไม่ยอมแพ้หรอก"
"ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของทุกคนในครอบครัว ฉันก็จะสร้างสะพานนี้ให้เสร็จให้ได้"
ทาซึนะที่ได้ความกล้าจากฤทธิ์สุราตะโกนกลับไปโดยไม่มีความเกรงกลัว
"เหอะ! ไอ้แก่ นี่แกคิดว่าข้าไม่กล้าทำอะไรแกจริงๆ งั้นสิ?"
ชายหัวล้านที่เป็นหัวหน้ากลุ่มจ้องเขม็ง เหวี่ยงท่อเหล็กในมือฟาดเข้าใส่ศีรษะของทาซึนะ
"ลุงคนเรือ นี่ค่าเช่าอีกครึ่งหนึ่ง"
หมิงโหย่ววางถุงเงินลงในห้องโดยสาร จากนั้นมิติเบื้องหน้าเขาก็บิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น แล้วร่างของเขาก็หายไปจากจุดเดิม
วินาทีต่อมา หมิงโหย่วปรากฏตัวขึ้นข้างทาซึนะอย่างกะทันหัน มือเปล่าคว้าจับท่อเหล็กเอาไว้แน่น
ไม่ว่าชายหัวล้านจะออกแรงดึงแค่ไหน ท่อเหล็กก็ไม่ขยับเขยื้อน
"แกเป็นใคร? อยากจะแส่เรื่องชาวบ้านนักรึ..."
เปรี้ยง!!
ก่อนที่ชายหัวล้านจะพูดจบ หมิงโหย่วก็ถีบเข้าที่ท้องของมันจนร่างกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตรเหมือนว่าวสายป่านขาด ลงไปนอนบิดเร่าด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น
"ถ้ายังกล้าก่อเรื่องอีก พวกแกตายแน่"
หมิงโหย่วกวาดตามองกลุ่มอันธพาลด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงเยือกเย็นของเขาทำให้พวกมันหนาวไปถึงขั้วกระดูก
"พี่น้อง ไม่ต้องกลัว รุมเข้าไปฆ่ามันเลย"
ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้น แล้วอันธพาลสี่สิบห้าสิบคนก็กรูกันเข้ามา พุ่งเป้าไปที่หมิงโหย่ว
"รนหาที่ตาย!!"
หมิงโหย่วประสานอินด้วยมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว
เมื่อประทับตราสุดท้ายเสร็จสิ้น แก้มของหมิงโหย่วก็พองออก แล้วพ่นลูกไฟร้อนแรงออกมาจากปาก
"คาถาไฟ: ลูกไฟนกฟีนิกซ์!"
แม้อันธพาลพวกนี้จะแข็งแรง แต่สุดท้ายพวกมันก็เป็นแค่คนธรรมดา
หลายคนถูกลูกไฟพุ่งเข้าใส่ ร่างกายลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงอย่างรวดเร็ว
"อ๊ากกก~~"
เสียงกรีดร้องดังระงม ชายฉกรรจ์ที่ถูกไฟคลอกต่างดิ้นทุรนทุรายกลิ้งไปกับพื้น
ด้วยสัญชาตญาณที่หวังจะดับไฟด้วยวิธีนี้
แต่โชคร้ายที่ไฟจากจักระนั้นมีอุณหภูมิสูงกว่าไฟปกติ
ไม่นานเสียงกรีดร้องก็เงียบลง ร่างที่ไหม้เกรียมหลายร่างนอนแข็งทื่ออยู่บนพื้น ไร้ซึ่งสัญญาณชีพ
"มันเป็นนินจา มันคือนินจา หนีเร็ว!!"
พวกอันธพาลที่โชคดีรอดชีวิตต่างหมดสิ้นความอยากสู้ สติแตกกระเจิง หันหลังวิ่งหนีไปสุดชีวิต พลางนึกเสียดายที่พ่อแม่ไม่ได้ให้ขามาเพิ่มอีกสักสองข้างจะได้วิ่งเร็วกว่านี้
"พวกสวะเอ๊ย"
หมิงโหย่วมองดูคนพวกนั้นหนีไปอย่างเฉยชา โดยเลือกที่จะไม่ไล่ตาม
พวกมันก็แค่กลุ่มคนธรรมดา ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อหมิงโหย่ว
อีกอย่าง หมิงโหย่วได้ตัดสินใจเงียบๆ ในใจแล้ว
ในเมื่อเขาเลือกแคว้นนามิโนะคุนิเป็นที่พักพิงชั่วคราว ตัวร้ายอย่าง 'กาโต้' ก็สมควรถูกจัดการเป็นรายแรก
การปล่อยให้อันธพาลพวกนั้นกลับไปรายงานข่าว จะช่วยลดความยุ่งยากให้เขาได้มากโข
"เอ่อ... ท่านนินจา ขอบคุณที่ช่วยเหลือครับ"
ทาซึนะเดินเข้ามาอย่างสั่นเทา ความเมามายหายเป็นปลิดทิ้งด้วยความตกใจ
เมื่อเห็นหมิงโหย่วฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา เขาก็อดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้
"ลุงชื่อทาซึนะใช่ไหม?"
หมิงโหย่วหันหน้าไปถาม
"ครับ ผู้น้อยชื่อทาซึนะ" ทาซึนะพยักหน้ารัวๆ
"ฉันรู้ว่าลุงมีบารมีในหมู่ชาวบ้านแคว้นนามิโนะคุนิพอสมควร เรามาตกลงทำข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อยดีไหม?"
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของหมิงโหย่ว
"หือ? ข้อแลกเปลี่ยน ท่านต้องการแลกเปลี่ยนอะไรหรือครับ?"
ทาซึนะงุนงง ไม่เข้าใจว่าชาวบ้านป่าดอยอย่างเขาจะมีอะไรให้ท่านนินจาผู้นี้ต้องการ
"ฉันรู้ว่าลุงทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างสะพานนี้มากแค่ไหน"
"และก็เพราะการสร้างสะพานของลุงนี่แหละ ที่ไปขัดผลประโยชน์ของกาโต้เข้า"
"ดังนั้นมันจะไม่ยอมให้ลุงทำสำเร็จแน่ และกาโต้จะทำทุกวิถีทางเพื่อฆ่าลุงที่เป็นแกนนำให้ได้"
หมิงโหย่วอธิบายสถานการณ์อย่างกระชับ
"โธ่ ท่านนินจา เรื่องที่ท่านพูดมาข้ารู้หมดแล้ว แต่เพื่อไม่ให้แคว้นนามิโนะคุนิต้องล้าหลังไปตลอดกาล ข้ามีแต่ต้องเลือกต่อกรกับกาโต้เท่านั้น"
ทาซึนะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย "ว่าแต่ท่านนินจา ท่านรู้เรื่องราวในแคว้นของเราได้อย่างไรครับ? ข้าคิดว่าไม่เคยเห็นหน้าท่านมาก่อนเลยนะ"
หมิงโหย่วส่ายหน้าแล้วกล่าวเสียงเข้ม "ฉันรู้ได้ยังไง ลุงไม่ต้องสนใจหรอก"
"ลุงรู้แค่ว่า ฉันสามารถช่วยลุงฆ่ากาโต้และจัดการปัญหาของแคว้นนามิโนะคุนิให้ได้ก็พอ"
"แต่ฉันและคนในตระกูล จะขออาศัยอยู่ที่แคว้นนามิโนะคุนิแห่งนี้เป็นเวลานาน"