- หน้าแรก
- ยินดีต้อนรับสู่เมืองร้างของผม
- บทที่ 34 เมนูอาหารของโรงแรมห้าดาว
บทที่ 34 เมนูอาหารของโรงแรมห้าดาว
บทที่ 34 เมนูอาหารของโรงแรมห้าดาว
บทที่ 34 เมนูอาหารของโรงแรมห้าดาว
“ป้ายโฆษณา ใบทะเบียนพาณิชย์ก็มีแล้ว แต่เมนูอาหารมีตำหนิเล็กน้อย”
ในรถกระบะ หลิวหมิงจ้องมองถนนเบื้องหน้าพลางนึกถึงเรื่องที่ทำในวันนี้ ที่เบาะข้างคนขับยังมีใบทะเบียนพาณิชย์สำหรับบุคคลธรรมดาวางอยู่ ชื่อคือลานตั้งแคมป์ทะเลสาบน้ำแข็ง ผู้มีอำนาจตามกฎหมายคือสวีซินเซิง ที่อยู่จดทะเบียนคือหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็ง บ้านเลขที่ 1
ลองคิดดูดี ๆ ตั้งแต่ออกจากหมู่บ้านเมื่อวานจนถึงตอนนี้ เขาทำอะไรไปมากมายจริง ๆ
เรื่องการซื้อของไม่ต้องพูดถึง นอกจากข้าวสาร แป้ง น้ำมัน เนื้อสด ผัก และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ แล้ว ยังได้เตียงใหญ่มาสองหลัง ชุดเครื่องนอนห้าชุด เตาบาร์บีคิวหนึ่งชุด เบียร์สิบลัง เครื่องปั่นไฟดีเซลสองเครื่อง และน้ำมันดีเซลอีกหนึ่งถัง 50 ลิตร (ผู้แต่ง: ในประเทศเซี่ย สามารถใช้บัตรประชาชนลงทะเบียนซื้อน้ำมันดีเซลได้)
นอกจากนี้ยังมีน้ำแร่บรรจุขวดอีกยี่สิบลัง
แน่นอนว่า การซื้อของมากมายขนาดนี้ก็ใช้เงินไปไม่น้อย หลังจากจ่ายค่ารถบรรทุกและเติมน้ำมันเต็มถังให้รถกระบะแล้ว เงินในมือของเขาก็หมดเกลี้ยง เหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยเหรียญ
สรุปยอดรวมแล้ว การออกมาซื้อของครั้งนี้ใช้เงินไปสองหมื่นสามพันหกร้อยแปดสิบเหรียญ แน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นค่าเครื่องปั่นไฟดีเซลสองเครื่องกับเตียงใหญ่สองหลัง
“ช่างเถอะ เมนูมีตำหนิก็ช่างมัน ยังไงก็แค่ทำให้มันผ่าน ๆ ไป! เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะทำตามเมนูจริง ๆ”
พอได้สติ หลิวหมิงก็เบ้ปาก
ช่วยไม่ได้ เขาวิ่งวุ่นไปหลายร้านอาหารเพื่อจะขอซื้อเมนู แต่เจ้าของร้านเหล่านั้นไม่ยอมขายเด็ดขาด ไม่ว่าเขาจะอธิบายอย่างไร เสนอเงินให้เท่าไหร่ก็ไม่ยอม
สุดท้ายเมื่อไม่มีทางเลือก หลังจากไปทำใบทะเบียนพาณิชย์กับหลี่เหมยเสร็จ เขาก็เลยค้นหาเมนูของโรงแรมห้าดาวหลายแห่งในอินเทอร์เน็ต แล้วนำเมนูเหล่านั้นมารวมกัน
หลังจากตัดรายการอาหารที่ซ้ำซ้อนออกไป เขาก็เปลี่ยนชื่อพอเป็นพิธี
แต่ราคาและรูปภาพไม่ได้แตะต้องอะไรเลย
เมื่อยี่สิบนาทีก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งจะได้รับตำราอาหารที่ ‘ดูหรูหราไฮโซ’ เล่มนั้นมาจากร้านพิมพ์
“ตอนนี้บ่ายสามโมงกว่าแล้ว กลับถึงกระท่อมน่าจะประมาณหกโมงเย็น ถ้างานฝั่งเสี่ยวสวี่ยังไม่เสร็จ จะได้ช่วยทำต่อได้”
หลังสูดหายใจเข้าลึก ๆ มองท้องฟ้าที่มืดครึ้มนอกหน้าต่าง หลิวหมิงเหยียบคันเร่งอย่างแรง
เนื่องจากหลิวหมิงไม่รู้เรื่องห้องน้ำเคลื่อนที่ เขายังคิดว่าสวีสิงใช้เวลาหนึ่งวันจัดการเรื่องห้องน้ำได้ก็ถือว่าเร็วมากแล้ว พอกลับไปก็ยังต้องช่วยปรับพื้นที่ว่างอีก
ยังไงเสีย พอฝนเริ่มตก... การก่อสร้างทุกอย่างก็ต้องหยุดทั้งหมด
บรื้น!
…
ณ อำเภออาไซ่ ที่ทำการแขวงหนานเจีย ชั้นสอง
หลี่เหมยถือแฟ้มเอกสารปึกหนึ่ง ผลักประตูเข้ามาในห้องทำงาน
“เสี่ยวหลี่ วันนี้เธอออกไปข้างนอกนานขนาดนี้เลยเหรอ? การลงทะเบียนที่อยู่ถาวรน่าจะใช้เวลาไม่กี่นาทีนะ”
เมื่อเห็นหลี่เหมย เพื่อนร่วมงานชายที่อยู่ข้างหลังที่กำลังเบื่อ ๆ ไม่มีอะไรทำก็อดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยถาม
“เฮ้อ พี่จางไม่รู้หรอกค่ะ วันนี้หลังจากฉันทำเรื่องทะเบียนราษฎรเสร็จ ชาวบ้านคนใหม่คนนี้ก็มาบอกว่าให้ช่วยทำใบทะเบียนพาณิชย์ให้เขาหน่อย...” หลี่เหมยเดินไปที่ตู้กดน้ำแล้วชงกาแฟให้ตัวเองหนึ่งแก้ว
“อะไรนะ? ใบทะเบียนพาณิชย์? หมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็ง?”
สิ้นเสียงของหลี่เหมย ไม่เพียงแต่เพื่อนร่วมงานชายที่เอ่ยปากถามจะทำหน้าประหลาดใจ คนอื่น ๆ ในห้องทำงานก็เช่นกัน แม้แต่หลู่ลี่ก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองหลี่เหมย
“เสี่ยวหลี่ เธอไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม?”
“ไม่ได้ล้อเล่นค่ะ!”
“ที่นั่นอยากได้อะไรก็ไม่มี แม้แต่น้ำไฟก็ยังต้องอุดหนุนตามจำนวนประชากร แถมยังไม่มีรถสาธารณะไปถึงหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งอีก ตอนนี้แค่จะอยู่ถาวรยังลำบาก ยังคิดจะทำธุรกิจอีกเหรอ? ว่าแต่ ชาวบ้านคนใหม่คนนี้อยากจะทำอะไร?”
ชายคนนั้นอดไม่ได้ที่จะถามอีกครั้ง
เดิมทีเขาก็คิดว่าชาวบ้านคนแรกของหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งก็ทำให้คนงุนงงพออยู่แล้ว ไม่คิดว่าคนที่สองจะฟังดูไม่น่าเชื่อถือพอ ๆ กัน
“เหมือนจะเป็นลานตั้งแคมป์อะไรสักอย่างค่ะ! จริง ๆ ฉันก็ว่าความคิดของชาวบ้านคนใหม่นี่มันไม่สมจริงเอาซะเลย... แต่ยังไงเขาก็เสนอขึ้นมาแล้ว...”
หลี่เหมยกลับมาที่โต๊ะแล้วถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
“เธอก็เลยช่วยทำให้เขาเหรอ? ลานตั้งแคมป์เขาเปิดกันในที่ที่ทิวทัศน์สวยงาม ที่หมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งมีอะไร? ชาวบ้านคนนี้ช่างกล้าคิดจริง ๆ ถ้าอยู่ได้เกินหนึ่งเดือนฉันยอมแพ้เลย!”
เพื่อนร่วมงานชายเบิกตากว้าง เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก็ส่ายหัวตาม
ส่วนหลู่ลี่ที่อยู่ตรงข้าม เยาะเย้ยที่มุมปากอย่างแทบมองไม่เห็นหลังจากฟังจบ จากนั้นก็ไม่ได้สนใจหลี่เหมยอีก เริ่มง่วนอยู่กับตารางแฟ้มงานช่วยเหลือคนจนของเธอ
ถ้าเป็นธุรกิจอื่นอาจจะยังน่าสนใจอยู่บ้าง แต่ผลกลับกลายเป็นลานตั้งแคมป์แบบที่เปิดสิบแห่งเจ๊งเก้าแห่ง ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินประหารชีวิตลานตั้งแคมป์ทะเลสาบน้ำแข็งไปแล้ว
“ฉันคิดแบบนี้นะคะ ยังไงก็เป็นการติดต่อกับพวกเขาครั้งแรก ช่วยได้ก็ช่วยไป! อย่างมากถ้าทำต่อไปไม่ไหวก็ค่อยหาทางยกเลิกทีหลังก็ได้ ในตัวอำเภอก็มีร้านค้าหลายแห่งที่เป็นแบบนี้เหมือนกัน” หลี่เหมยพยักหน้าแล้วพูดต่อ
หลังจากช่วยทำเอกสารทุกอย่างเสร็จในวันนี้ เธอก็คิดไว้แล้วว่า พอเรื่องทางนี้ซาลงแล้ว จะต้องไปที่หมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งด้วยตัวเองสักครั้ง แม้จะต้องไปนอนเต็นท์ที่นั่นสักคืนก็ต้องไป
“นั่นก็ใช่! ธุรกิจในตัวอำเภอตอนนี้ก็ลำบากเหมือนกัน จริงสิเสี่ยวหลี่ แล้วชาวบ้านคนนั้นทำใบทะเบียนพาณิชย์เสร็จก็ไปเลยเหรอ? เธอไม่ได้บอกให้เขาถือโอกาสกรอกประวัติส่วนตัวไว้ด้วยล่ะ?”
หยุดไปครู่หนึ่ง เพื่อนร่วมงานชายก็นึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วถามต่อ
“กรอกประวัติส่วนตัวเหรอคะ?” หลี่เหมยชะงักไป
“อืม หมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งของเธอตอนนี้มีสองคนแล้ว พอดีเลย คนหนึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน อีกคนเป็นประธานหมู่บ้าน ถ้าโชคดีมีมาอีกคน สาขาพรรคประจำหมู่บ้านก็ครบองค์ประชุมแล้ว! แต่ว่า ชาวบ้านคนที่สามฉันว่าคงจะยาก!”
“ประธานหมู่บ้าน?”
หลี่เหมยตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่
“ตายจริง ลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงกัน วันนี้เขาอยู่ที่นี่พอดีเลย คราวนี้แย่ล่ะ... เดี๋ยวก็ต้องหาเวลาโทรไปคุยเรื่องประวัติอีก”
“ฮ่า ๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวหลัง ๆ ก็มีประสบการณ์เอง... อีกอย่างก็ไม่ต้องรีบร้อน ฉันก็แค่พูดขึ้นมาลอย ๆ! ชาวบ้านคนนี้ก็น่าจะเป็นนักธุรกิจธรรมดาทั่วไป ไม่มีประวัติอะไรหรอก!” เพื่อนร่วมงานชายยิ้ม ๆ แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ
แต่ขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรต่อ ที่หน้าประตูห้องทำงานก็ปรากฏชายวัยราวห้าสิบในชุดเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมา เขามองไปรอบ ๆ แล้วก็หยุดสายตาลงที่หลี่เหมย
“เสี่ยวหลี่ หัวหน้าให้เธอไปพบหน่อย”
“ฉันเหรอคะ?” หลี่เหมยยืดตัวตรง
“อืม เหมือนว่าจะมีหน่วยงานระดับสูงสอบถามเรื่องวุฒิการศึกษาของผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งน่ะ” ชายคนนั้นพยักหน้า
“ได้ค่ะ!”
พอได้ยินแบบนั้น หลี่เหมยก็รีบเก็บเอกสารบนโต๊ะทำงานแล้วออกจากห้องไป
…
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็หนึ่งทุ่มแล้ว
“ถึงสักที ถึงแล้วรีบลงของเลยเถอะ ฟ้ายังไม่มืด เรายังทำงานได้อีกชั่วโมงกว่า!”
หลิวหมิงในรถกระบะมองไปยังเมืองร้างที่อยู่ไกลออกไป ในที่สุดก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เดิมทีเขาคิดว่าจะกลับมาเร็วหน่อย แต่ใครจะรู้ว่ายิ่งรีบก็ยิ่งมีเรื่อง ขบวนรถบรรทุกเล็กที่มาด้วยกันดันยางระเบิดกลางทาง
หลังจากวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง กำหนดการที่เดิมทีควรจะถึงตอนหกโมงเย็นกลับยืดเยื้อมาจนถึงหนึ่งทุ่ม ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะกินข้าวที่เรียกว่าอาหารเย็นอีกต่อไปแล้ว คิดแต่อยากจะช่วยทำงาน
กระท่อมตั้งอยู่ในใจกลางของหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็ง
หลังจากเข้าหมู่บ้านมาแล้ว หลิวหมิงขับรถไปตามถนนหลวงอีกสองสามนาทีก็ถึงกระท่อม
ทว่า…
หลังจากจอดรถ พอเห็นสภาพรอบ ๆ บ้านและบ้านเหล็กสำเร็จรูปชัดเจน หลิวหมิงก็ตะลึงไปในทันที ไม่เพียงแค่นั้น เขายังขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว
“นี่มาผิดที่หรือเปล่า? ทำไม...”