เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 เรื่องสะเทือนถึงที่ทำการแขวง

บทที่ 26 เรื่องสะเทือนถึงที่ทำการแขวง

บทที่ 26 เรื่องสะเทือนถึงที่ทำการแขวง


บทที่ 26 เรื่องสะเทือนถึงที่ทำการแขวง

“ผมเรียนเอกการแพทย์สมัยใหม่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดครับ!”

สวีสิงตอบถึงที่มาของตน

“อะไรนะ... มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด?”

คำพูดของสวีสิงราวกับระเบิดน้ำลึกที่ทำให้หลี่เหมยตกใจจนไม่รู้จะพูดอะไรดี ยิ่งไม่รู้ว่าจะใช้คำไหนมาอธิบายความรู้สึกในตอนนี้

เมื่อสักครู่นี้ในใจเธอยังแวบความคิดขึ้นมาว่า ปริญญาเอกที่กลับจากต่างประเทศตอนอายุ 22 ปีคนนี้จะมีดีกรีจริงแค่ไหน? เป็นไปได้ไหมว่าเป็นมหาวิทยาลัยเถื่อนในต่างประเทศ ประเภทที่แค่จ่ายเงินก็ได้วุฒิการศึกษามาแล้ว

ใครจะไปคิดว่าวินาทีต่อมาคำตอบของอีกฝ่ายจะทำลายความเข้าใจของเธออีกครั้ง

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดคือมหาวิทยาลัยชั้นนำที่สุดของดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ไม่มีที่ไหนเทียบได้!

แม้แต่เด็กประถมในประเทศเซี่ยก็ยังรู้จักชื่อมหาวิทยาลัยแห่งนี้

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า

คนที่สามารถจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ ไม่จำเป็นต้องดูสาขาวิชาที่เรียนแล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะไปอยู่ในสาขาไหนก็ล้วนเป็นบุคลากรชั้นยอดอย่างแน่นอน

“เรื่องนี้คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัยครับ”

อีกด้านหนึ่ง สวีสิงไม่รู้สีหน้าของหลี่เหมย เขาพูดต่อไปตามความคิดของตน

ถึงแม้ว่าเขาจะเปลี่ยนชื่อในบัตรประชาชน แต่หมายเลขบัตรประชาชนไม่ได้เปลี่ยน การตรวจสอบว่าเป็นของจริงหรือของปลอมจึงเป็นเรื่องง่ายมาก

“ค่ะ... แล้วสถานภาพการสมรสของคุณ...”

หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน หลี่เหมยจึงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ปรับอารมณ์ของตัวเอง แล้วเริ่มช่วยกรอกแบบฟอร์มประวัติต่อ

“โสดครับ!”

“แล้วประสบการณ์การทำงานของคุณ...”

“เพิ่งเรียนจบครับ”

และการกรอกข้อมูลครั้งนี้ก็ใช้เวลาไปถึงสิบนาที

สิบนาทีต่อมาเธอจึงเอ่ยถึงคำถามที่สอง

“เอ่อ... ผู้ใหญ่บ้านสวี ตอนนี้ประวัติของคุณดิฉันช่วยจัดการให้เรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะยื่นเรื่องให้หน่วยงานเบื้องบนค่ะ! ตอนนี้ยังมีคำถามที่สองที่อยากจะยืนยันกับคุณค่ะ”

ไม่รู้ทำไม หลังจากกรอกประวัติเสร็จ น้ำเสียงของหลี่เหมยก็พลอยไม่มั่นใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ราวกับนักเรียนเกรดห่วยได้เจอกับนักเรียนอัจฉริยะระดับท็อป

“เชิญพูดเลยครับ!”

“ก็คือเรื่องน้ำประปาและไฟฟ้าของหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งค่ะ”

“น้ำประปาและไฟฟ้าเหรอครับ?”

อีกด้านหนึ่ง ณ เมืองปิโตรเลียมทะเลสาบน้ำแข็ง สวีสิงที่เดิมทีกำลังเดินไปมาขณะคุยโทรศัพท์ก็พลันหยุดฝีเท้าลงทันที

“ทางคุณมีแผนการอะไรหรือเปล่าครับ?”

หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง สวีสิงก็รีบถามทันที

เรื่องน้ำประปาและไฟฟ้าเป็นเรื่องใหญ่ เขาอดไม่ได้ที่จะให้ความสำคัญ

“ผู้ใหญ่บ้านสวี คืออย่างนี้นะคะ! เมืองปิโตรเลียมทะเลสาบน้ำแข็งแห่งนี้เดิมทีอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทปิโตรเลียม ตอนนั้นก็ไม่ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง! ดังนั้นจึงไม่สามารถส่งน้ำและไฟฟ้าไปยังที่นั่นได้โดยตรง ตอนนี้ทางที่ทำการแขวงมีทางแก้ปัญหาสองทางมาเสนอค่ะ

ทางเลือกแรกคือดำเนินการตามขั้นตอนการอนุมัติตามระเบียบเดิม สุดท้ายให้หน่วยงานท้องถิ่นเป็นผู้ส่งน้ำและไฟฟ้าไปที่นั่น ซึ่งท้ายที่สุดก็จะเข้าระบบการไฟฟ้าและการประปาแห่งชาติเพื่อการจัดการแบบรวมศูนย์

อีกทางเลือกหนึ่งคือ ทางที่ทำการแขวงจะทำเรื่องขอเบิกเงินอุดหนุนค่าน้ำค่าไฟให้หมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งเป็นรายปีต่อหัว แล้วให้ทางหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งจัดการเรื่องการใช้น้ำใช้ไฟเอง ส่วนค่าอุดหนุนจะคำนวณตามปริมาณการใช้น้ำและไฟฟ้าโดยเฉลี่ยต่อปีของชาวอำเภออาไซ่ค่ะ”

คำนวณออกมาแล้วจะได้เงินอุดหนุนคนละ 400 เหรียญต่อปีค่ะ

คุณดูว่าจะเลือกทางไหนดีคะ?”

ในโทรศัพท์ หลี่เหมยได้อธิบายแนวทางการแก้ปัญหาน้ำไฟอย่างละเอียด

“เป็นอย่างนี้นี่เอง?”

สีหน้าของสวีสิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

สวีสิงหันไปมองซากปรักหักพังที่อยู่ไกลออกไปและรถกระบะที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะตัดสินใจได้

“ผมเลือกแบบที่สองครับ! รับเงินอุดหนุนตามจำนวนคนปีละสี่ร้อยเหรียญ แล้วเรื่องน้ำไฟพวกเราจะหาวิธีจัดการกันเอง”

ช่วยไม่ได้ ถึงแม้ว่าทางเลือกแรกจะดูน่าดึงดูดและไม่ต้องกังวลอะไร แต่เมืองปิโตรเลียมทะเลสาบน้ำแข็งอยู่ห่างไกลขนาดนี้ การจะรอให้ทางการมาส่งน้ำต่อไฟให้คงต้องใช้เวลาหลายปีเป็นแน่

เป็นแบบนี้สู้ทำเองดีกว่า

“ได้ค่ะ!”

ในโทรศัพท์ หลี่เหมยถอนหายใจอย่างโล่งอกโดยที่แทบไม่รู้สึกตัว หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง เสียงของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ถ้างั้นทางดิฉันก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วค่ะ ผู้ใหญ่บ้านสวี ทางคุณมีอะไรจะสอบถามเพิ่มเติมไหมคะ?”

“ทางผมเหรอครับ? จริงสิครับ คุณเจ้าหน้าที่ หมู่บ้านเรามีชาวบ้านอีกคนอยากจะลงทะเบียนเป็นผู้พักอาศัยถาวร ไม่ทราบว่าต้องทำยังไงครับ? ต้องไปลงทะเบียนที่อำเภอหรือเปล่าครับ?”

สวีสิงนึกขึ้นได้จึงรีบพูด

เรื่องของหลิวหมิงตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ถือโอกาสที่ได้พูดคุยกันนี้จัดการให้เสร็จสิ้นไปเลย

“หา? มีผู้พักอาศัยถาวรคนใหม่เหรอคะ?”

น้ำเสียงของหลี่เหมยเจือแววประหลาดใจ แต่ไม่นานก็ให้คำตอบกลับมา

“ผู้ใหญ่บ้านสวีคะ รอให้ที่ทำการหมู่บ้านจัดตั้งขึ้นก่อน ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนเป็นผู้พักอาศัยถาวรในหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งทุกคนจะต้องยื่นคำร้องที่คุณก่อน แล้วให้คุณลงนามส่งเรื่องมาที่ที่ทำการแขวงค่ะ! แต่ตอนนี้สถานการณ์ของหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งค่อนข้างพิเศษ คุณให้เขามาที่อำเภอก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยดำเนินการให้”

ไม่มีอะไรอื่น แม้ว่าแบบฟอร์มประวัติของสวีสิงจะกรอกเสร็จแล้ว และเรื่องสำคัญก็ได้ตัดสินใจไปแล้ว แต่ตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่เรื่องวุฒิการศึกษาสุดเทพของสวีสิง ไม่มีเวลามานั่งคิดว่าทำไมสถานที่ห่างไกลอย่างหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งถึงมีคนที่สองเข้ามาอยู่ด้วย และไม่มีแก่ใจจะไปถามรายละเอียดของชาวบ้านคนที่สองด้วย

ตอนนี้หลี่เหมยอยากจะวางสายโทรศัพท์แล้วไปแบ่งปันเรื่องราวของผู้ใหญ่บ้านที่มีวุฒิการศึกษาสุดเทพคนนี้กับเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศ

ทว่า เธอไม่รู้เลยว่าชาวบ้านคนที่สองของหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งนั้น แท้จริงแล้วก็ไม่ใช่บุคคลธรรมดาเช่นกัน

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ! ทางผมไม่มีอะไรแล้ว”

“ค่ะ งั้นเชิญคุณทำงานต่อได้เลยค่ะ”

พอวางสายโทรศัพท์ หลี่เหมยก็อดใจไม่ไหวจริง ๆ เธอหันไปสะกิดเพื่อนร่วมงานอีกคนที่อยู่ข้างหลังทันที

“พี่จ้าว รู้ไหมคะ? ผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านทะเลสาบน้ำแข็งที่ฉันรับผิดชอบเนี่ย เป็นถึงดอกเตอร์การแพทย์นักเรียนนอก อายุแค่ 22 ปีเอง เจ๋งสุด ๆ ไปเลย!”

“อะไรนะ? ดอกเตอร์การแพทย์นักเรียนนอกอายุ 22 ปี?”

เสียงของหลี่เหมยไม่เบาเลย

พอเธอพูดจบ ไม่เพียงแต่ทำให้เพื่อนร่วมงานข้างหลังเอ่ยปากอย่างประหลาดใจ แม้แต่เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ในออฟฟิศก็พากันหันมามอง โดยเฉพาะหลู่ลี่ที่เคยเป็นพี่เลี้ยงสอนงานให้เธอยิ่งเบิกตากว้าง

“จริง ๆ ค่ะ! แถมยังจบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยชั้นนำของดาวเคราะห์สีน้ำเงินด้วย!”

หลี่เหมยพยักหน้าย้ำ

“แม่เจ้าโว้ย! วุฒิการศึกษาของเขาเป็นของจริงเหรอ?”

วินาทีต่อมา พอได้ยินคำว่ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพื่อนร่วมงานทั้งออฟฟิศก็กรูกันเข้ามาล้อมวง ดวงตาเบิกกว้างยิ่งกว่ากันและกัน

ที่นี่ อย่าว่าแต่ดอกเตอร์นักเรียนอกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกเลย แค่ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยธรรมดาในประเทศก็ทำให้พวกเขาเม้าท์กันได้พักใหญ่แล้ว ตอนนี้พอได้ยินว่าสวีสิงเจ๋งกว่านั้นอีกจะไม่ให้ตกใจได้อย่างไร?

“น่าจะเป็นของจริงค่ะ! เดี๋ยวฉันจะลองเข้าไปเช็กในเว็บเสวียซิ่นหว่างกับเว็บทางการของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดดู”

หลี่เหมยพยักหน้า

อันที่จริง เธอมีความรู้สึกว่าวุฒิการศึกษาของอีกฝ่ายเป็นของจริงแน่นอน เพราะในอำเภอที่ห่างไกลสุดขีดเช่นนี้ไม่มีความจำเป็นต้องโกหกเรื่องวุฒิการศึกษาเลย แค่มีวุฒิระดับปริญญาตรีหรืออนุปริญญาก็เพียงพอแล้ว

“รีบเช็กเร็ว! ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง คาดว่าต้องรายงานเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทราบเป็นการเฉพาะเลยนะ”

เพื่อนร่วมงานที่เพิ่งถูกสะกิดเมื่อครู่พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น

“แน่นอนอยู่แล้ว! ฉันได้ยินมาว่าในโครงการดึงดูดบุคลากรของเมืองปีนี้ คนที่ดีที่สุดก็เป็นแค่ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในโครงการ 211 ธรรมดา ๆ ในประเทศ แต่ผลคือผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งในอำเภออาไซ่ของเรากลับเป็นถึงดอกเตอร์การแพทย์นักเรียนนอก พวกผู้นำในเมืองจะคิดยังไงกันนะ?”

ข้าง ๆ กัน ชายที่ให้คำแนะนำกับหลี่เหมยเมื่อคืนก็พูดขึ้นเช่นกัน

“ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อน” หลี่เหมยพยักหน้าตาม

ถึงแม้ว่าเธอจะทำงานมาได้ไม่นาน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจมาก นั่นคือไม่ว่าสุดท้ายเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร การรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเป็นอันดับแรกนั้นไม่มีทางผิดแน่นอน

“แล้วจะรออะไรอยู่ล่ะ? รีบเช็กสิ!”

วินาทีต่อมา มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งถึงกับช่วยหลี่เหมยเคาะคีย์บอร์ดเลยทีเดียว

และในขณะนั้น หลู่ลี่ก็วางงานในมือลง เธอเดินมาอยู่ข้างหลังหลี่เหมยอย่างเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน

จบบทที่ บทที่ 26 เรื่องสะเทือนถึงที่ทำการแขวง

คัดลอกลิงก์แล้ว