เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 เขาคือดอกไม้ในเรือนกระจก อดทนได้ไม่กี่วัน

บทที่ 1 เขาคือดอกไม้ในเรือนกระจก อดทนได้ไม่กี่วัน

บทที่ 1 เขาคือดอกไม้ในเรือนกระจก อดทนได้ไม่กี่วัน


บทที่ 1 เขาคือดอกไม้ในเรือนกระจก อดทนได้ไม่กี่วัน

“โหยหาความสันโดษ? ลูกจะไปทะเลทรายอันกว้างใหญ่มองดูดาว ขัดเกลาจิตใจ? ดี! เพื่อสนองความต้องการของลูก! ครั้งนี้พ่อให้เวลาลูกหนึ่งปีเต็ม มณฑลซู่ชิง เมืองจิ่วเก๋อ อำเภออาไซ่ เมืองปิโตรเลียมร้างที่ทะเลสาบน้ำแข็ง พร้อมเงินสดห้าแสน! ให้เวลาเตรียมตัวหนึ่งเดือน หนึ่งเดือนหลังจากนั้นเริ่มปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเป็นทางการ อยู่ที่นั่นให้ครบหนึ่งปี หลังจากนั้นพวกเราจะฟังลูก! แต่ถ้าทนไม่ไหวก็กลับมาแต่งงานกับซู่ซู่มีลูกสืบทอดกิจการซะ! อย่ามาพูดเรื่องจิตใจอิสระ บทกวีกับแดนไกล ความลำบากในชีวิตอะไรพวกนี้อีก! นอกจากนี้ ลูกดูข้อตกลงก่อน ถ้าไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ก็เซ็นชื่อซะ! แต่ลูกต้องคิดให้ดี ข้อตกลงนี้เมื่อเซ็นลงนามแล้วต้องปฏิบัติตาม ถ้าอยู่ที่นั่นไม่ได้แล้วเปลี่ยนใจแต่ไม่ยอมสืบทอดกิจการ ก็อย่าหาว่าพ่อไม่เห็นแก่ความเป็นพ่อลูก”

ณ เมืองท่า ประเทศเซี่ย ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน

ในอาคารสำนักงานตกแต่งอย่างดีแห่งหนึ่งบนถนนวงแหวนรอบที่สอง ชายวัยกลางคนในชุดสูทได้ผลักเอกสารหนาปึกหนึ่งไปให้ชายหนุ่มผมยาวประบ่าที่สวมเสื้อยืดเรียบง่าย

“สัญญาเช่าเมืองปิโตรเลียม?”

ชายหนุ่มเหลือบมองชื่อเอกสารบนโต๊ะกาแฟ มุมปากยกขึ้นอย่างดูแคลน จากนั้นก็หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อในสัญญาอีกฉบับอย่างเด็ดขาดทันที

เซ็นเสร็จ ชายหนุ่มไม่พูดอะไรสักคำ หยิบกระเป๋าเดินทางบนโซฟาขึ้นมา สะบัดผมแล้วหันหลังเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างคล่องแคล่วและไม่ลังเล ทิ้งไว้เพียงชายหญิงคู่หนึ่งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโซฟา

ปัง!

พร้อมกับเสียงปิดประตู หญิงวัยกลางคนที่นั่งบนโซฟามองไปยังชายที่เพิ่งพูดเมื่อสักครู่ด้วยใบหน้ากังวล

“เหล่าสวี วิธีนี้มันจะได้ผลจริง ๆ เหรอ? เมืองปิโตรเลียมร้างทะเลสาบน้ำแข็งนั่น ตอนนี้ในรัศมีร้อยลี้ไม่มีใครอยู่เลย มันเป็นเขตไร้ผู้คน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา...”

“วางใจเถอะ! ผมก็แค่อยากให้เขารู้ว่าบทกวีกับแดนไกลและความสวยงามที่สื่อโซเชียลสร้างขึ้นมันเป็นคนละเรื่องกันเลย ถึงได้จงใจหาสถานที่นี้! ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ไปอยู่ที่นั่นไม่กี่วันเขาก็จะโทรหาพวกเราเอง”

โบกมือไปมา ชายวัยกลางคนทำท่าทางให้หญิงสาวไม่ต้องกังวลด้วยสีหน้ามั่นใจ

“แต่คุณก็รู้ว่านิสัยเขาเป็นยังไง ดื้อรั้นมาก ถ้าเขายังฝืนทนอยู่ล่ะ...”

“วางใจเถอะ ผมให้เหล่าหลิวจัดคนแอบตามเขาไปแล้ว ถ้าเกิดปัญหาขึ้นจริง ๆ จะต้องพาเขากลับมาได้ทันทีแน่นอน”

“งั้น… ก็ได้ สภาพของเขาตอนนี้ก็สมควรให้ความเป็นจริงสั่งสอนสักหน่อย เด็กซู่ซู่ทั้งสวยทั้งนิสัยดีขนาดนั้น เขาไม่ยอมแม้แต่จะเจอหน้า ไม่ยอมแม้แต่จะดูรูป มันก็เกินไปจริง ๆ”

เงียบไปครู่หนึ่ง ความกังวลบนใบหน้าของหญิงวัยกลางคนค่อย ๆ จางหายไป ในที่สุดก็พยักหน้า

“เรื่องของซู่ซู่คุณไม่ต้องห่วง ผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านจัดการเอง เขาหนีไม่พ้นหรอก!”

“เฮ้อ!”

ตะวันขึ้นตะวันตก เวลาผ่านไปไวเหมือนติดปีก พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือน

เดือนกรกฎาคมของดาวเคราะห์สีน้ำเงินร้อนอบอ้าวเหมือนกับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นผิวของดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือที่ตั้งอยู่ในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ อุณหภูมิสูงกว่าที่อื่นมาก

ตอนเที่ยง สิบสองนาฬิกา ร่างหนึ่งยืนอยู่ริมถนนมองออกไป เห็นแต่ความเสื่อมโทรม ซากปรักหักพังอยู่ทั่วไปหมด รวมถึงโรงเรียนและโรงพยาบาลร้างที่อยู่สุดปลายถนน สวีสิงทำได้เพียงแต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา

“ถึงแม้ว่าความรักของพ่อแม่จะเห็นแก่ตัวจนน่าอึดอัด ซึ่งฉันก็เข้าใจนายนะ แต่นายก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรสุดโต่งขนาดนี้เลย”

หนึ่งชั่วโมงก่อน สวีสิงที่ยังคงดูสถานการณ์ตลาดหุ้นอยู่บนโลก จู่ ๆ ก็หน้ามืดไป พอตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็กลายเป็นสวีสิงในโลกนี้ไปแล้ว

ตอนนี้เขาซึมซับความทรงจำของที่นี่จนหมดแล้ว และเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองดี

สวีสิง เพศชาย อายุยี่สิบสองปี หล่อเหลาจนน่าตะลึง

เขาเกิดในครอบครัวแพทย์ ภายใต้การจัดการของพ่อแม่ เขาเริ่มเรียนรู้ตัวอักษรตอนอายุสองขวบ เริ่มเรียนภาษาต่างประเทศตอนอายุสามขวบ พออายุเจ็ดขวบก็เรียนจบหลักสูตรมัธยมปลายแล้ว และเริ่มศึกษาทฤษฎีการแพทย์แผนปัจจุบัน

อายุสิบห้าปีถูกส่งไปต่างประเทศ เรียนแพทย์แผนปัจจุบันที่มหาวิทยาลัยแพทย์ชั้นนำของดาวเคราะห์สีน้ำเงินอย่างมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อายุสิบแปดปีเรียนจบหลักสูตรปริญญาตรีทั้งหมด เรียนต่อปริญญาโท และอีกห้าปีต่อมา จบปริญญาเอกแล้วกลับประเทศ!

ในช่วงเวลายี่สิบกว่าปีนี้ สวีสิงกลายเป็น “ลูกคนอื่น” ที่ใคร ๆ ก็ต้องอิจฉา

แต่ตัวสวีสิงเองกลับไม่มีเวลาหรือพื้นที่ส่วนตัวแม้แต่น้อย จะดื่มนมกี่โมง นอนกี่โมง ตื่นกี่โมง ล้วนถูกจัดตารางไว้อย่างเข้มงวด

จนกระทั่งสวีสิงอายุยี่สิบปี ก็ยังคงคิดว่าไนท์คลับเป็นสถานที่ประชุมตอนกลางคืน

ตามการจัดการของพ่อสวีและแม่สวี ต่อไปสวีสิงจะต้องไปเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในเครือสวีซื่อกรุ๊ป แต่งงานกับผู้หญิงที่ชื่อฉินซู่ซู่ จากนั้นก็ค่อย ๆ เข้ามาดูแลกิจการสวีซื่อเมดิคอลกรุ๊ปทั้งหมด

แต่แล้วในตอนนั้นเอง ความอดทนของสวีสิงอาจจะถึงขีดสุด หรือบางทีภายในใจอาจจะพังทลายไปแล้ว เขาเริ่มต่อต้านครอบครัวทุกวิถีทาง ไม่ยอมรับการจัดการของครอบครัวอีกต่อไป จึงได้เกิดเหตุการณ์ตรงหน้านี้ขึ้น

“ความรักของพ่อแม่ที่น่าอึดอัดแบบนี้มันรับได้ยากจริง ๆ แต่นายก็ไม่จำเป็นต้องตัดทางถอยของตัวเองเลยนี่นา สภาพแบบนี้มันไม่ใช่แค่ตั้งใจจะอยู่ปีเดียวแล้วสิ ดูเหมือนว่าจะตั้งใจอยู่ที่นี่ถาวร แถมยังจะตัดขาดกับทางบ้านให้เด็ดขาดอีก”

เมื่อได้สติกลับมา สวีสิงมองไปที่รถกระบะคันใหญ่ด้านหลังและข้าวของที่เต็มแน่นอยู่ในกระบะ พลันอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอีกครั้ง

ข้าวของมีทั้งเต็นท์ น้ำ ข้าวสาร แป้ง น้ำมัน ธัญพืช บิสกิตอัดแท่งหลายสิบกล่อง เทียนไขสองกล่อง เตาแก๊สพกพา แผงโซลาร์เซลล์ และอื่น ๆ

ที่เด็ดกว่านั้นคือ ก่อนออกเดินทางสวีสิงแอบทุกคนไปเปลี่ยนชื่อ ทำบัตรประชาชนใหม่ บนบัตรประชาชนตอนนี้ชื่อสวีซินเซิง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ของเขา (ผู้แต่ง: ประเทศเซี่ยไม่มีระบบทะเบียนบ้าน ใช้ระบบหนึ่งคนหนึ่งบัตร และบัตรนั้นจะต้องพกติดตัวไปทุกที่)

แน่นอน เรื่องนี้ยังไม่เท่าไหร่

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ในห้องโดยสารตอนนี้ยังมีโฉนดที่ดินของเมืองปิโตรเลียมร้างที่ไม่มีอะไรเลยตรงหน้านี้วางอยู่

ในความทรงจำ พ่อสวีและแม่สวีให้แค่สัญญาเช่าเมืองปิโตรเลียมร้างแห่งนี้ แต่ใครจะคิดว่าเจ้าเด็กนี่จะไม่พูดอะไรสักคำ กลับไปหาหน่วยงานท้องถิ่นโดยตรงแล้วใช้เงินแต๊ะเอียที่เก็บสะสมมาตั้งแต่เด็กซื้อเมืองนี้มาเลย

แน่นอน เมืองปิโตรเลียมร้างแบบนี้ก็ไม่ได้มีราคาอะไร โดยพื้นฐานแล้วเหมือนซื้อหนึ่งแถมสิบ เงินที่เหลือทั้งหมดก็นำไปซื้อรถกระบะคันหนึ่งกับข้าวของเครื่องใช้เหล่านั้น

เมื่อเช้านี้โฉนดที่ดินเพิ่งจะมาถึงมือ ผลปรากฏว่าสวีสิงก็มาถึงดาวเคราะห์สีน้ำเงินแล้ว

“ตอนนี้จะทำยังไงดี? เงินก็ใช้หมดแล้ว”

หลังคลำกระเป๋ากางเกง สวีสิงก็เกาหัว

สำหรับเรื่องการเดินทางข้ามมิติเขารับได้หมด สิ่งเดียวที่รับไม่ได้ในตอนนี้คือสภาพแวดล้อมของเมืองปิโตรเลียมแห่งนี้ แทนที่จะบอกว่าเป็นเมืองร้าง สู้บอกว่าเป็นทะเลทรายที่ไม่มีอะไรเลยยังจะดีกว่า

“ช่างมันเถอะ ในเมื่อมาแล้วก็ต้องอยู่! อยู่ไปสักพักก่อนค่อยว่ากัน”

ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สวีสิงก็เดินไปที่รถกระบะ

ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสวีสิงในโลกนี้จนแยกกันไม่ออกแล้ว แต่ความคิดที่จะยอมอ่อนข้อให้พ่อสวีแม่สวี แล้วกลับไปสืบทอดกลุ่มบริษัทการแพทย์มูลค่าเกือบแสนล้าน พอผุดขึ้นมาในใจก็ถูกกดกลับลงไปทันที

การมีเงินเป็นเรื่องดี แต่เขาคุ้นเคยกับอิสรภาพบนโลกแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือบรรยากาศในครอบครัวที่น่าอึดอัดแบบนั้นมันทำให้คนพังทลายได้จริง ๆ

แค่คิดก็ปวดหัวจี๊ด ๆ แล้ว

ดังนั้น นอกจากว่าวันหนึ่งจะต้องอดตายอยู่ข้างนอกจริง ๆ จนไม่มีทางไป ถึงตอนนั้นก็จะไม่ยอมเป็นหุ่นเชิดที่ต้องเชื่อฟังทุกอย่างเด็ดขาด

“แต่ว่า สถานที่ที่พวกเขาเลือกนี่มันสุดยอดจริง ๆ ตั้งใจจะบีบให้คนกลับไปให้ได้ สภาพแวดล้อมแบบนี้อย่าว่าแต่คนที่ไม่มีประสบการณ์การเอาชีวิตรอดในป่าจะอยู่ได้ถึงหนึ่งปีเลย แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเอาชีวิตรอดในถิ่นทุรกันดารระดับสูงก็คงจะลำบากเหมือนกัน”

เขาปีนขึ้นไปบนรถกระบะเอาเต็นท์สำหรับกางในที่โล่งแจ้งลงมา ยืนตัวตรง สัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าและความเงียบสงัดโดยรอบ สวีสิงส่ายหัวอีกครั้ง

พูดตามตรง เขาไม่ใช่คนขี้ขลาด แต่พอมองไปรอบ ๆ ในใจก็เกิดความหวาดกลัวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ถึงขนาดไม่กล้าเข้าไปดูในส่วนลึกของเมืองคนเดียวว่ามันเป็นยังไง

มีเพียงริมถนนเท่านั้นที่ยังพอทำให้ใจสงบลงได้บ้าง

ฟู่ว!

ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด ลมพัดมาวูบหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นฤดูร้อน แต่ลมทางตะวันตกเฉียงเหนือไม่นุ่มนวลเหมือนทางใต้ มันแรงมากและมีกำลัง ทำให้เต็นท์ที่เพิ่งเอาลงมาเมื่อสักครู่สั่นไหวส่งเสียงดังพรึ่บพรั่บ

“ดูท่าแล้วต้องหาวิธีสร้างที่พักพิงที่มั่นคงหน่อย เต็นท์ตั้งแคมป์พอจะใช้ได้แค่คืนสองคืน ถ้ามากกว่านั้น...”

สวีสิงเหลือบมองไปที่เต็นท์ แล้วหันไปมองสุดปลายถนนที่เงียบเหงาอีกครั้ง

เมืองปิโตรเลียมทะเลสาบน้ำแข็งตั้งอยู่ลึกเข้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเซี่ย เมื่อก่อนเคยเป็นฐานปิโตรเลียม!

ช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดเมืองนี้เคยมีคนอาศัยและทำงานอยู่ถึงหนึ่งแสนคน ต่อมาเมื่อทรัพยากรปิโตรเลียมหมดลง คนงานปิโตรเลียมก็ย้ายออกไป เมืองจึงกลายเป็นเขตไร้ผู้คนในชั่วข้ามคืน

แต่ถึงแม้ว่าที่นี่จะเคยรุ่งเรืองมาก่อน ก็ไม่อาจปิดบังสภาพภูมิประเทศที่เลวร้ายได้

เมืองทะเลสาบน้ำแข็งตั้งอยู่บนทะเลทรายโกบีทางตีนเขาด้านใต้ของภูเขาอาจินซาน อยู่บริเวณขอบด้านเหนือของแอ่งไฉ่มู่ ระดับความสูงเฉลี่ยเกือบสามพันเมตร ปริมาณน้ำฝนต่อปีน้อยมาก บริเวณโดยรอบยังมีภูมิประเทศแบบหย่าตัน(1)จำนวนมาก

พอถึงฤดูหนาวอุณหภูมิจะลดลงเหลือยี่สิบถึงสามสิบองศา

แน่นอนว่าทำได้แค่ช่วงฤดูร้อนนี้เท่านั้น ถ้าถึงฤดูหนาวแล้วยังพักในเต็นท์ตั้งแคมป์ จะต้องแข็งตายอย่างแน่นอน

สิ่งเดียวที่ทำให้สวีสิงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้างก็คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 215 ของประเทศเซี่ยตัดผ่านเมืองจากเหนือจรดใต้ ทางทิศเหนือของเมืองห่างออกไปสองกิโลเมตรมีแม่น้ำสายเล็ก ๆ ส่วนทางทิศตะวันออกห่างออกไปสี่สิบกิโลเมตรมีทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ชื่อว่าทะเลสาบน้ำแข็ง เรื่องน้ำกินน้ำใช้จึงไม่ใช่ปัญหา

เมืองปิโตรเลียมทะเลสาบน้ำแข็งก็ได้ชื่อนี้มาด้วยเหตุนี้เอง

“แต่จะทำอะไรดีล่ะ กันลม แข็งแรง เก็บความร้อนได้ ล้วนเป็นข้อกำหนดที่จำเป็น”

เมื่อได้สติกลับมา สวีสิงก็เริ่มครุ่นคิดทันที

ก่อนมาที่นี่เขาเคยเป็นเชฟระดับเจ็ดดาวของโรงแรมชั้นนำในประเทศ อีกทั้งยังชอบตั้งแคมป์เป็นชีวิตจิตใจ ขอแค่มีเวลาก็จะแบกเป้เดินทางท่องเที่ยว ถึงขนาดเคยปีนขึ้นไปบนยอดเขาเอเวอเรสต์มาแล้ว

ดังนั้น การใช้สภาพแวดล้อมและเงื่อนไขที่มีอยู่สร้างที่พักพิงที่มั่นคงจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่

“ช่างมันเถอะ ลองหาดูรอบ ๆ ก่อนว่ามีอะไรที่พอจะใช้ได้บ้าง!”

ครู่ต่อมา สวีสิงหันหลังเดินไปยังซากปรักหักพังด้านหลังรถกระบะ

บนรถกระบะโดยพื้นฐานแล้วมีแต่ของกินของใช้ในชีวิตประจำวัน นอกจากเต็นท์หนึ่งหลังแล้ว อย่างอื่นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสร้างที่พักพิงเลย เขาจะไม่หาวัสดุก็ไม่ได้

หารู้ไม่ว่า ในขณะที่สวีสิงกำลังจะเริ่มสร้างที่พักพิงอย่างเป็นทางการ

ในมุมหนึ่งของอาคารร้างที่อยู่ลึกเข้าไปของเมืองร้าง

ชายสี่คนที่สวมชุดลายพรางสีเทาดินกำลังรวมหัวปรึกษาอะไรบางอย่าง ข้าง ๆ พวกเขามีกระเป๋าเดินทางสำหรับรถออฟโรดขนาดใหญ่ห้าหกใบวางอยู่

“พี่หลิว เมื่อกี้ผมแอบไปดูมาแล้ว เขาเหมือนจะกางเต็นท์แล้วนะ!”

ชายหนุ่มคนหนึ่งมองไปยังชายวัยประมาณสี่สิบปีที่ไว้เคราครึ้มซึ่งอยู่ตรงกลาง

“กางเต็นท์? เขาคงไม่ได้เห็นนายใช่ไหม!”

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายคนนั้นก็หันไปมองไกล ๆ โดยไม่รู้ตัว

ชายคนนั้นชื่อหลิวหนิง เป็นหัวหน้าทีมที่พ่อสวีส่งมาคอยดูแลและจับตามองสวีสิงอย่างลับ ๆ เพื่อให้ภารกิจที่พ่อสวีมอบหมายสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ครั้งนี้เขาจึงได้จ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งแคมป์ในป่าสามคนจากชมรมออฟโรดชั้นนำในประเทศมาโดยเฉพาะ

ตั้งแต่สวีสิงขับรถไปยังเมืองปิโตรเลียมทะเลสาบน้ำแข็ง พวกเขาก็แอบตามหลังมาตลอดจนถึงตอนนี้

“พี่หลิววางใจเถอะ ผมอยู่ไกลมากแล้วก็ใช้กล้องส่องทางไกลกำลังขยายสูงมากด้วย เขาไม่มีทางเห็นพวกเราแน่นอน”

เมื่อได้คำถามจากอีกฝ่าย ชายหนุ่มรีบส่ายหน้า

“เอาล่ะ ถ้าปลอดภัยดีก็ยังไม่ต้องไปสนใจเขา พวกเราเองก็กางเต็นท์พักผ่อนกินอะไรกันหน่อย! ที่ผีสิงนี่มันจริง ๆ เลย...”

หลิวหนิงเบ้ปาก

ตลอดทางที่ผ่านมา เขาไม่คิดเลยว่าบนโลกนี้จะมีสถานที่แบบที่เห็นในหนังผีอยู่จริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะได้รับมอบหมายภารกิจ เขาไม่อยากจะอยู่ที่นี่ต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียว

“ได้ครับ! เออใช่ พี่หลิว น้ำที่เราเอามาครั้งนี้มันน้อยไปหน่อย เราไปหาแหล่งน้ำกันก่อนดีไหม?”

ขณะที่พยักหน้า ชายหนุ่มครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วพูดต่อ

“หาแหล่งน้ำ? ไม่ต้อง! สวีสิงมันก็แค่ดอกไม้ในเรือนกระจก ครั้งนี้ก็แค่งอนกับพ่อแม่เฉย ๆ! สถานที่ผีสิงแบบนี้ เขาอยู่ได้แค่วันสองวันก็คงจะยอมกลับบ้านเองนั่นแหละ”

พอได้ยินดังนั้น หลิวหนิงรีบโบกมือแล้วตอบกลับอย่างมั่นใจ

……….……….……….……….

ภูมิประเทศแบบหย่าตัน (Yardang landform) คือ ลักษณะภูมิประเทศแบบหนึ่งที่เกิดจากการกัดเซาะของลมและทรายเป็นหลัก พบได้ในพื้นที่แห้งแล้งและกึ่งแห้งแล้ง เช่น ทะเลทราย

จบบทที่ บทที่ 1 เขาคือดอกไม้ในเรือนกระจก อดทนได้ไม่กี่วัน

คัดลอกลิงก์แล้ว