เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 128 ใครสั่งให้เจ้าทำเช่นนี้

บทที่ 128 ใครสั่งให้เจ้าทำเช่นนี้

บทที่ 128 ใครสั่งให้เจ้าทำเช่นนี้


ในโลกภายนอกมีคำกล่าวอยู่ว่า ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะได้รับความเคารพ ซึ่งภายในสำนักแห่งนี้ ยิ่งสะท้อนให้เห็นความหมายของมันชัดเจนขึ้น

ความแข็งแกร่งที่มากกว่า ย่อมได้พักอยู่ในสถานที่ดีกว่า

“เอาล่ะ ห้องว่างเหล่านี้ขนาดใหญ่พอจะให้พวกเจ้าอาศัยอยู่อย่างสบาย เจ้าสามารถเลือกห้องได้อย่างอิสระตามระดับพลังยุทธ์ของตนเอง”

ชายหนุ่มร่างสูงชื่อหลี่ฮุ่ยประกาศและกล่าวเสริมว่า

“ใครในพวกเจ้ามีนามว่าหลัวเฉิง”

“เขา!”

หลายคนชี้ไปที่หลัวเฉิงอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้ เกือบทุกคนนั้นล้วนรู้จักเขาแล้ว

หลี่ฮุ่ยพยักหน้าเล็กน้อยแล้ว แล้วกล่าววาจาฉะฉานกับหลัวเฉิง “เจ้าไปอาศัยอยู่ที่นั่น”

หลี่ฮุ่ยชี้ไปยังกระท่อมไม้ไผ่ ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

หลัวเฉิงขมวดคิ้ว

เนื่องจาก ตัวเขาอยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสาม ดังนั้นเขาควรจะได้เลือกห้องในเรือนพักศิษย์อย่างอิสระมิใช่หรือ!

เขาจะบ่มเพาะพลังยุทธ์ได้อย่างไรหากพักอยู่ในกระท่อมไม้ไผ่ จึงรีบเอ่ยถามทันที

“ที่นั่นไว้สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นหลอมกายามิใช่หรือ แต่ข้าอยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสามแล้ว ไยจึงต้องไปพักที่กระท่อมไม้ไผ่กันเล่า”

หลี่ฮุ่ยเหยียดยิ้มเย็นชา กล่าวว่า “สำหรับคนทั่วไปนั้นใช่ แต่เจ้าคิดว่าคนไร้ค่าที่ปลุกวิญญาณยุทธ์ขยะขึ้นมาเช่นเจ้า สมควรจะได้พักอยู่ในห้องดีๆ งั้นหรือ?”

“เจ้ามันก็แค่ขยะเท่านั้น สำหรับวิญญาณยุทธ์ที่ไร้ดาว มีกระท่อมให้เจ้าหลบลมฝนในสำนักซวนหยวนแห่งนี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว ไยจึงเรื่องมากอีกเล่า”

ใบหน้าของหลัวเฉิงมืดลง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ใครสั่งให้เจ้าทำเช่นนี้”

เนื่องจากเขาและอีกฝ่าย เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เพิ่งพบกันครั้งแรก ดังนั้นจึงไม่อาจเป็นไปได้เลยที่เขาจะถูกเพ่งเล็งโดยเจตนาเยี่ยงนี้!

หลี่ฮุ่ยผงะตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นยกมุมปากยิ้มกล่าวว่า “ไม่มีใครสั่งข้าทั้งนั้น ทำไม หรือว่าเจ้าไม่พอใจ ไฉนไม่ลองคุกเข่าขอร้องข้าดู บางทีข้าอาจจะใจดียอมเปลี่ยนห้องให้เจ้าก็เป็นได้”

หลัวเฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วกล่าวเสียงแข็ง

“ข้าจำได้ว่าสำนักมีกฏอยู่ข้อหนึ่ง หากมีความแค้นเป็นการส่วนตัวก็สามารถท้าประลองกับฝ่ายตรงข้ามได้ และผู้พ่ายแพ้จะต้องสูญเสียตำแหน่งหน้าที่ของตน…”

“โอ้? เจ้าจะบอกว่าต้องการท้าประลองกับข้างั้นหรือ? ขยะเช่นเจ้าน่ะหรือจะแทนที่ข้า ทุกคนได้ยินชัดหรือไม่ ว่าขยะผู้นี้ต้องการท้าประลองกับข้า!”

หลี่ฮุ่ยคล้ายดังว่าได้ยินเรื่องตลกครั้งใหญ่ เขาชี้ไปทางหลัวเฉิงและหัวเราะออกมาเต็มเสียง

คนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ก็ต่างส่ายศีรษะ

แม้ทั้งคู่จะอยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสามเหมือนกัน แต่หลี่ฮุ่ยก็อยู่ในสำนักซวนหยวนมาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว และพลังยุทธ์ที่แท้จริงของเขานั้น ไม่อาจเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสามทั่วไปอย่างแน่นอน!

หลัวเฉิงจ้องหลี่ฮุ่ยด้วยแววตาเย็นชา “ทำไม หรือว่าเจ้าไม่กล้า”

ใบหน้าของหลี่ฮุ่ยมืดลงแล้วตะคอกเสียงแข็งกร้าว “ข้าไม่กล้างั้นหรือ ไยข้าจะไม่กล้า! เพียงแค่เอาชนะคนไร้ค่าเยี่ยงเจ้า แค่มือเดียวก็เกินพอ! เพียงแต่ว่า วันนี้มันสายเกินไปที่จะรบกวนผู้อาวุโส พรุ่งนี้เจ้าสามารถท้าประลองกับข้าเมื่อไหร่ก็ได้!”

“ดี!”

หลัวเฉิงไม่กล่าวสิ่งใดอีก เขาหันหลังแล้วเดินตรงไปยังกระท่อมไม้ไผ่ทันที

“คนไร้ค่ากล้าท้าประลองกับศิษย์พี่หลี่ด้วยเรื่องเหลวไหลพรรค์นี้น่ะหรือ ช่างไม่รู้จักประมาณตน”

“ใช่แล้ว หลัวเฉิงคนนี้ประเมินความสามารถของตนเองสูงไป เขาควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง!”

ทันทีที่หลัวเฉิงจากไป เหล่าศิษย์บำรุงสำนักก็ต่างพากันสรรเสริญหลี่ฮุ่ย แล้วแสดงความยินดีต่อเขา

หลี่ฮุ่ยลำพองใจมาก จากนั้นกล่าวด้วยสีหน้ามาดมั่น “พวกเจ้ารอดูได้เลย หากวันพรุ่งนี้เขากล้าท้าประลองกับข้าจริงๆ ข้าจะทุบตีเขาให้หน้าบวมเป็นหัวหมู! สอนให้รู้ว่ากฎคืออะไร!”

หลัวเฉิงเข้าไปในกระท่อมไม้ไผ่ แล้วเลือกเตียงที่อยู่ตรงมุมห้อง

นอกจากฟูกนอนแล้ว ยังมีอาภรณ์ของลูกศิษย์บำรุงสำนักวางไว้อีกสองชุด ขวดหยกลายคราม และหนังสือวางบนเตียงเล่มหนึ่ง

ในขวดหยกมีโอสถเลือดลมสามเม็ด

โอสถเลือดลมเป็นโอสถวิญญาณที่หาได้ง่ายสุด ซึ่งมันสามารถช่วยผู้ฝึกยุทธ์ฟื้นฟูลมปราณ เสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย และสามารถใช้มันหลอมกายาได้

หลัวเฉิงเก็บขวดหยกออกแล้วเปิดหน้าหนังสืออ่าน

หนังสือเล่มนี้มีอักษรเขียนอยู่บนปกว่า บันทึกซวนหยวน

สามหน้าแรกเป็นส่วนหนึ่งของวิชาบ่มเพาะปราณที่เรียกว่า เคล็ดวิชาหยกวิสุทธิ์ ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาระดับสามดาว

สิ่งนี้ทำให้หลัวเฉิงรู้สึกมีโทสะเล็กน้อย

เคล็ดวิชาที่มอบให้กับศิษย์บำรุงสำนักฝึกฝนนั้น เปรียบได้กับเคล็ดวิชาของตระกูลทั่วไป ด้วยสิ่งนี้ยังสมควรเรียกตนว่าเป็นสามสำนักหลักอยู่งั้นหรือ ช่างเป็นการกระทำที่ดูหมิ่นศักดิ์ศรีผู้อื่นยิ่งนัก

หลัวเฉิงเริ่มอ่านมันต่อและพบว่า แม้วิชาหยกวิสุทธิ์นี้จะเป็นเคล็ดวิชาระดับสามดาว แต่หากเทียบกับวิชามังกรแท้ ซึ่งเป็นเพียงขั้นหนึ่งของเคล็ดวิชาควบคุมมังกรสวรรค์ที่เขาฝึกฝนอยู่ มันก็เป็นเพียงเคล็ดวิชาไร้ค่าที่ไม่ควรกล่าวถึงแม้แต่น้อย...

จบบทที่ บทที่ 128 ใครสั่งให้เจ้าทำเช่นนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว