เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 127 การแบ่งแยก

บทที่ 127 การแบ่งแยก

บทที่ 127 การแบ่งแยก 


หลังจากทิ้งคำกล่าวข่มขู่ไว้ ฉินหยวนเฟิงก็หันหลังกลับและจากไป

แต่หลังสืบเท้าไปเพียงข้างหน้าไม่กี่ก้าว เขาก็หยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมาชี้ไปยังกระบี่ทลายสวรรค์บนเอวของหลัวเฉิง จากนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ดูแลกระบี่ของข้าให้ดี สักพักข้าจะกลับมาเอามันอย่างแน่นอน”

“เจ้าหนี้มันเพี้ยนหรืออย่างไรกัน! ทำข้าโมโหยิ่งนัก!”

ถัวป้าเลี่ยมองยังแผ่นหลังของฉินหยวนเฟิง แล้วกล่าวด้วยโทสะ “หลัวเฉิง เจ้าอยากให้ข้าสอนบทเรียนให้กับมันหรือไม่!”

“ไม่จำเป็น”

หลัวเฉิงส่ายศีรษะ

เขายังอยากจัดการเรื่องปัญหาของเขาด้วยตนเอง

“ข้าคิดว่าไอ้เจ้าวิปริตนี่มันต้องปองร้ายเจ้าแน่ เจ้าต้องระวังตัวให้ดี ไว้ข้าจะมาหาเจ้าอีกครั้งเมื่อมีเวลา!”

หลังจากกล่าวคำอำลา ถัวป้าเลี่ยก็เดินไปหาศิษย์ฝ่ายนอกด้วยเช่นกัน

“ศิษย์บำรุงสำนักมารวมตัวกันที่นี่!”

สุ้มเสียงของผู้อาวุโสควบคุมการทดสอบกระจายไปทั่วทั้งหุบเขาในยามนี้

จากนั้นผู้อาวุโสก็พาหลัวเฉิงและคนอื่นๆ ไปที่ชานเมือง

ศิษย์บำรุงสำนักและศิษย์ฝ่ายนอกล้วนอาศัยอยู่ในพื้นที่รอบนอกของสำนักซวนหยวน

อย่างไรก็ตาม ศิษย์ฝ่ายนอกอาศัยอยู่บนยอดเขาด้านใน โดยมีเรือนพักศิษย์ตั้งเป็นแถวทอดยาว ซึ่งพื้นที่แถวนั้นเต็มไปด้วยปราณแห่งสวรรค์และโลกที่มีความหนาแน่นมาก

ส่วนศิษย์บำรุงสำนักอาศัยอยู่ในเรือนพักศิษย์แถวเชิงเขารอบสำนัก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต่างชั้นของสถานะอย่างชัดเจน

ซึ่งระหว่างทาง คนอื่นๆ ก็ต่างรวมตัวกันเกาะเป็นกลุ่มเล็กๆ

มีเพียงหลัวเฉิงเท่านั้นที่เดินตามลำพัง ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจเขาคล้ายดั่งว่าเขาเป็นตัวประหลาด

ในสายตาของทุกคน หลัวเฉิงเป็นเพียงคนไร้ค่าที่ปลุกวิญญาณยุทธ์ขยะขึ้นมา ทั้งยังอาศัยเส้นสายเพื่อเข้าสู่สำนักซวนหยวน ซึ่งพวกเขาล้วนแสดงความเหยียบหยามและไม่มีผู้ใดต้องการคบหาเป็นสหาย

นอกจากนี้ ใครก็ตามที่มีสายตาเฉียบแหลมจะเห็นว่า หลัวเฉิงทำให้ฉินต้าวหยวนผู้อาวุโสสำนักฝ่ายนอก และศิษย์สำนักฝ่ายนอกหลายคนขุ่นเคือง อาจกล่าวได้ว่าเขาสร้างศัตรูเอาไว้รอบด้าน หากคบหาเขาเป็นสหายรังแต่จะนำภัยมาสู่ตน

หลัวเฉิงเองก็ไม่ให้ความสนใจต่อผู้ใดเช่นเดียวกัน เขาต้องการไปยังที่พำนักให้เร็วเพื่อจะได้รีบฝึกฝน

บริเวณสำนักฝ่ายนอกมีขนาดใหญ่ ซึ่งโดยรอบเต็มไปด้วยยอดเขาสูงมากมาย

หลัวเฉิงและคนอื่นๆ เดินไปเกือบครึ่งชั่วยาม จวบจนอาทิตย์ย่ำอัสดง พวกเขาก็มาถึงยอดเขาที่งดงามแห่งหนึ่ง

เบื้องหน้าเต็มไปด้วยเรือนพักศิษย์หลายพันหลัง กระจายอยู่ทั่วอาณาบริเวณอย่างงดงามตระการตายิ่ง

“ผู้อาวุโสหยวน!”

ชายหนุ่มสองคนรออยู่ที่นั่นนานแล้ว เมื่อเห็นกลุ่มของผู้อาวุโสหยวนเดินมาก็กล่าวทักทายด้วยความเคารพ จากนั้นกวาดสายตาไปยังศิษย์บำรุงสำนัก “คนเหล่านี้ ใช่เป็นศิษย์บำรุงสำนักใหม่งั้นหรือขอรับ”

“อืมม์”

ผู้อาวุโสหยวนพยักหน้าตอบรับ จากนั้นเอียงศีรษะหันกลับไปเผชิญหน้ากับฝูงชน แล้วกล่าวเสียงดัง

“ต่อจากนี้ไป พวกเจ้าจะอาศัยอยู่ที่นี่ ศิษย์พี่ทั้งสองคนนี้จะอธิบายให้เจ้าฟัง จงตั้งใจฝึกฝนและมุ่งมั่นทะลวงเข้าสู่ขั้นเขตแดนลึกลับ เพื่อกลายเป็นศิษย์ฝ่ายนอกให้เร็วที่สุด”

หลังกล่าวเช่นนั้น ร่างของผู้อาวุโสหยวนก็ทะยานขึ้นสูงเหนือฟากฟ้าและหายเข้าไปในหุบเขาทันที

“พวกเจ้าตามเรามา!”

ทันทีที่ผู้อาวุโสหยวนจากไป ชายหนุ่มทั้งสองก็เงยหน้าขึ้นและเดินนำไปทันที

ระหว่างทางทั้งสองก็ได้แนะนำตัวให้เหล่าศิษย์ใหม่ได้ทราบกันถ้วนหน้า

ชายหนุ่มตัวสูงชื่อหลี่ฮุ่ย และอีกคนชื่อจางเหลียน

ทั้งสองได้มาถึงขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสามแล้ว และทั้งสองยังเป็นศิษย์รับใช้มากว่าปี

“มีหลายสิ่งอย่างภายในสำนัก ที่ศิษย์บำรุงสำนักอย่างเราต้องจัดการให้เสร็จ ไม่ว่าจะเป็นการส่งสาร ทำความสะอาดและอื่นๆ อีกมาก ความรับผิดชอบเฉพาะเจาะจงรายบุคคลจะถูกส่งมอบให้พวกเจ้าในวันพรุ่งนี้”

“นอกจากนี้ ยังมีกฎสำคัญภายในสำนักอีกอย่าง คือห้ามวิวาทกันเป็นการส่วนตัว หากเจ้ามีความแค้นต่อใครก็ตาม เจ้าสามารถท้าประลองและต่อสู้กันในที่สนามประลองได้…”

“มีหนังสือกฎของสำนักอยู่ภายในห้องของพวกเจ้าแต่ละห้องแล้ว อย่าลืมอ่านมันให้ละเอียด…”

ระหว่างที่ทั้งสองเดินก็ชี้แนะรายละเอียดต่างๆ ไปพลาง

ไม่นาน ทุกคนก็มาถึงบริเวณพื้นที่พักอาศัย

นอกจากเรือนที่เรียงรายเป็นแถวแล้ว ยังมีกระท่อมเล็กๆ ที่ถูกสร้างขึ้นจากไม้ไผ่อีกด้วย

บนทางขึ้นเรือนจะมีตัวเลขเขียนไว้พร้อมกับขั้นพลังยุทธ์อยู่หน้าบันได เช่น ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับหนึ่ง ขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับสอง...

ยิ่งระดับพลังยุทธ์สูงมากเท่าไหร่ เรือนพักอาศัยก็จะยิ่งโอ่อ่ามากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีเรือนเล็กๆ แบบส่วนตัวที่งดงามตั้งอยู่ในส่วนลึกของพื้นที่พักอาศัยอีกด้วย

ตามที่ หลี่ฮุ่ยและจางเหลียนกล่าวเอาไว้ เรือนเล็กๆ เหล่านี้ มีไว้เพื่อผู้ที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงมนุษย์ระดับหกเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติมากพอจะอยู่อาศัยในเรือนเหล่านี้

สำหรับกระท่อมไม้ไผ่ซึ่งมีขนาดเล็กสุดนั้น มีไว้เพื่อผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นหลอมกายา

“นี่คงเป็นความหมายของคำว่า มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่เป็นนิรันดร์!”

หลัวเฉิงพึมพำในใจตนเงียบๆ

จบบทที่ บทที่ 127 การแบ่งแยก

คัดลอกลิงก์แล้ว