เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 99 พวกเจ้าต้องชดใช้เป็นสองเท่า!

บทที่ 99 พวกเจ้าต้องชดใช้เป็นสองเท่า!

บทที่ 99 พวกเจ้าต้องชดใช้เป็นสองเท่า!


“ซุนหยิงหยาง!”

หลัวหงจ้องซุนหยิงหยางพลางกำหมัดกระชับแน่นโดยไม่รู้ตัว ด้วยความโกรธและชิงชังหยั่งรากลึกเข้าไปถึงกระดูกดำจนมิอาจปล่อยวางได้!

เหตุการณ์ในตอนนั้น มารดาของหลัวเฉิงถูกตระกูลจีพาตัวกลับไป หลัวหงจึงออกไปตามหานางโดยลำพัง ทว่าระหว่างทาง เขาก็ได้พบกับซุนหยิงหยางโดยบังเอิญ

ซุนหยิงหยางขอร้องให้หลัวหงช่วยเลือกสมุนไพร เมื่อก่อน ทั้งสองเคยเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันระหว่างฝึกฝนในสำนักเมฆาอัสนี ซึ่งเป็นธรรมดาที่ต้องมีไมตรีอันดีต่อกัน

แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็บังเกิด ในขณะที่หลัวหงกำลังคัดสรรสมุนไพรอยู่นั้น ซุนหยิงหยางก็ลอบโจมตีในขณะที่หลัวหงมิทันระวังตัว

เมื่อหลัวหงถูกอีกฝ่ายรอบโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ได้เอาชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ทว่า รากฐานการฝึกฝนกลับถูกทำลายโดยสมบูรณ์ ทั้งกล้ามเนื้อและเส้นลมปราณขาดสะบั้น พานให้ระดับพลังยุทธ์ที่เดิมอยู่ในขั้นก่อเกิดชีพจร ร่วงหล่นสู่ขั้นเขตแดนลึกลับ นั่นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะกล้าไปเยือนตระกูลจีด้วยสภาพเช่นนี้!

“ท่านพ่อ ชายผู้นี้เป็นใครงั้นหรือ?”

บุรุษหนุ่มอาภรณ์ขาวเอ่ยถามซุนหยิงหยางด้วยสีหน้าฉงนใจ

ซุนหยิงหยางเหยียดยิ้มกล่าวว่า “ซวนหวู่ นี่คืออัจฉริยะที่ครั้งหนึ่งเคยโด่งดังในบรรดาลูกศิษย์ฝ่ายนอกของสำนักเมฆาอัสนีเรา ในตอนนั้นเขาโดดเด่นยิ่งกว่าพ่อเสียอีก ก็เช่นเดียวกับเจ้าในตอนนี้ เขาได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในสิบอัจฉริยะฝ่ายนอก ด้วยความสามารถที่ไร้ขีดจำกัด”

“โอ้ เช่นนั้นเองหรือ”

บุรุษหนุ่มชุดขาวคือซุนซวนหวู่ ซึ่งเป็นบุตรชายรองของซุนหยิงหยาง เขามองยังหลัวหงแล้วกล่าวน้ำเสียงเหยียดหยาม

“เขาแค่อยู่ในขั้นเขตแดนลึกลับระดับสาม แต่ท่านพ่ออยู่ในขั้นก่อเกิดชีพจรระดับหกแล้ว เช่นนี้เขาจะมีความสามารถเอาชนะท่านพ่อได้อย่างไร”

ซุนหยิงหยางเหยียดยิ้มกระหยิ่มขณะมองหลัวหง แล้วกล่าวว่า

“ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน ศิษย์พี่หลัวหง ข้าไม่ได้พบท่านมานานหลายปีแล้ว…”

บูม!

รัศมีอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกจากร่างของหลัวหงทันใด ยามนี้เขาแทบไม่สามารถระงับความเกรี้ยวกราดที่ปะทุขึ้นในใจได้

แต่เมื่อพบว่าหลัวเฉิงอยู่ข้างๆ หลัวหงก็สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบโทสะในใจ พานให้มือเกร็งกระชับแน่นจนสั่นสะท้าน

“พอเท่านี้ ข้าไม่อยากทำลายมิตรภาพระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้อง”

ซุนหยิงหยางขยับมุมปากยิ้มอย่างลำพองแล้วหันมองหลัวเฉิง

“นี่คงเป็นบุตรชายท่านและนายน้อยของตระกูลจี ข้าก็เคยได้ยินเรื่องของเขามาบ้าง”

“ฮ่าๆ เขาเป็นเด็กหนุ่มผู้น่าสงสารที่ปลุกวิญญาณยุทธ์ที่ไม่ถือกำเนิดขึ้นมา ซ้ำร้ายยังไร้ดาวแม้เพียงดวง ตอนแรกที่ข้าได้ยินข่าวนี้ รู้หรือไม่ว่าหูของข้าราวกับได้ยินเสียงฟ้าร้องเชียวล่ะ”

ซุนซวนหวู่แสดงสีหน้าประหลาดใจพลางกล่าวว่า “วิญญาณยุทธ์ที่ไร้ซึ่งดาวแม้เพียงดวง มีสิ่งไร้ค่าเช่นนี้อยู่ในโลกจริงหรือ”

ซุนหยิงหยางมองหลัวหงแล้วกล่าววาจาเย้ยหยัน “ศิษย์พี่หลัวหง ด้วยคุณสมบัติของบุตรชายท่าน ข้าเกรงว่า ในสามสำนักหลักคงไม่มีผู้ใดอยากให้ไปเป็นศิษย์เฝ้าประตูสำนักอย่างแน่นอน”

“อย่าได้กล่าวหาว่าข้านั้นแล้งน้ำใจ ตอนนี้ข้าเป็นผู้อาวุโสของสำนักเมฆาอัสนีฝ่ายนอก หากว่าท่านเอ่ยขอร้องข้าอย่างนอบน้อม ข้าสามารถให้โอกาสแก่บุตรชายท่านเข้าร่วมกับสำนักเมฆาอัสนี ในฐานะศิษย์รับใช้สำนักก็เป็นได้”

“พอแล้ว!”

ใบหน้าของหลัวหงเปลี่ยนเป็นเย็นชา “ซุนหยิงหยาง อย่ารังแกคนอื่นให้มากนัก! หากเจ้าดูถูกฆ่า ข้าก็พอจะทำเมินเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ได้ แต่หากดูถูกหลัวเฉิงบุตรชายข้าอีกครั้ง ข้าจะสู้กับเจ้าให้ตายกันไปข้าง!”

ฮึ่ม!

ซุนหยิงหยางสูดจมูกอย่างเย็นชา แล้วแผ่รัศมีอันแข็งแกร่งที่ราวกับจะกดพื้นให้เป็นหลุมด้วยแรงกดดันอันมหาศาล ทำเอาหลัวหงถึงกับล่าถอยหลายก้าวพร้อมหน้าอันซีดเซียว

ซุนหยิงหยางมองหลัวหง ด้วยแววตาของผู้เหนือกว่าแล้วกล่าวน้ำเสียงหยามหมิ่น

“แล้วหากว่าข้าต้องการรังแกเจ้าเล่า! เจ้ายังหลงผิดคิดว่าตนนั้นเป็นอัจฉริยะผู้โดดเด่นของสำนักที่สามารถบงการชีวิตข้าได้หรืออย่างไร? ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงแค่คนพิการเท่านั้น! เจ้ารู้หรือไม่! คนพิการ! คนพิการ! ถ้าไม่…”

ซุนหยิงหยางเหมือนคล้ายจะสัมผัสอะไรได้บางอย่าง จนน้ำเสียงต้องชะงักขาดหาย

หลัวเฉิงมาพยุงร่างของบิดาเขา ความโกรธแค้นในใจก็พลันปะทุดุจดั่งภูเขาไฟระเบิด ดวงตาเพ่งยังซุนหยิงหยางและบุตรชายเขา ก่อนกล่าวน้ำเสียงทุ้มลึก

“ข้าจะจำเรื่องราวที่เกิดในวันนี้ไว้ วันหน้าข้าจะให้พวกเจ้าต้องชดใช้เป็นสองเท่า!”

ฮ่าฮ่า!

ซุนซวนหวู่หัวร่อแล้ว “ไอ้เด็กเหลือขอ เจ้ากล้าดีอย่างไรมากล่าววาจาเหลวไหลต่อหน้าข้า”

“ฮ่าฮ่า เจ้าคงไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของข้าผู้นี้ ข้าเป็นถึงหนึ่งในสิบอัจฉริยะของศิษย์ฝ่ายนอกสำนักเมฆาอัสนี แค่คนเช่นเจ้า ข้าสามารถสังหารได้ด้วยนิ้วเดียวเท่านั้น”

“เจ้าคนไร้ค่านี่ ช่างกล่าววาจาไร้ยางอายยิ่งนัก ฮ่าๆ”

เมื่อได้ยินวาจาของหลัวเฉิง ลูกศิษย์สำนักเมฆาอัสนีอีกสองคนก็สายศีรษะพลางหัวเราะ

“เอาล่ะ เราไปกันเถอะ”

ซุนหยิงหยางมิได้ใส่ใจต่อน้ำเสียงของหลัวเฉิง ทันทีที่เขาขยับปลายเท้า ร่างก็พริ้วกายไปยืนอยู่บนหลังของวิหคยักษ์อย่างรวดเร็ว

เมื่อทุกคนขึ้นไปบนหลังของวิหคยักษ์กันครบแล้ว ซุนหยิงหยางก็เตรียมจะจากไปทันที

ทันใดนั้น หลัวหงก็ถามอย่างกะทันหันว่า “ซุนหยิงหยาง มีคนสั่งให้เจ้าทำเรื่องเช่นนี้หรือ?”

จบบทที่ บทที่ 99 พวกเจ้าต้องชดใช้เป็นสองเท่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว