เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 ชายผู้แข็งแกร่งยากหยั่งถึง

บทที่ 52 ชายผู้แข็งแกร่งยากหยั่งถึง

บทที่ 52 ชายผู้แข็งแกร่งยากหยั่งถึง


เมื่อหลินชางหลางที่อยู่ข้างๆ ได้ยินเช่นนั้น เขาก็ยิ้มอย่างลำพองแล้วกล่าวว่า “หลินอวิ๋น เมื่อมีคนต้องการมอบเงินให้เจ้า เจ้าก็จงรับไว้อย่าได้เสียมารยาท”

หลินอวิ๋นได้สติกลับมาอีกครั้งแล้วกล่าวเสียงดังอย่างมาดมั่น “ตกลง! ขอยอมรับการเดิมพันครั้งนี้!”

“หลัวหมิงซาน อย่าลืมเตรียมเงินของเจ้าด้วยล่ะ” หลินชางหลางกล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

หลัวหมิงซานกล่าวน้ำเสียงเย็นชา “การแข่งขันยังไม่ทันรู้ผล มันยังเร็วเกินไปที่เจ้าจะกล่าววาจาเช่นนี้ มันยังไม่แน่หรอกว่าใครจะเป็นผู้ชนะ!”

“ฮ่าฮ่า ผลการแข่งขันงั้นหรือ เจ้าจะได้เห็นในเร็วๆ นี้แน่”

หลินชางหลางหัวร่อเสียงดังอย่างสำราญใจยิ่ง แล้วเดินออกไปพร้อมกับหลินอวิ๋นและคนอื่นๆ

หลังตระกูลหลินจากไปแล้ว ตระกูลหลัวก็ตกอยู่ในความโกลาหลทันที

หลัวชิงหว่านร้อนใจจึงอดมิได้ที่จะกล่าวว่า “หลัวเฉิง เจ้าประมาทเกินไปแล้ว ข้าได้ยินมาว่าหลินอวิ๋นได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายาระดับเก้าเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทั้งเขายังได้ปลุกวิญญาณยุทธ์ระดับหกดาวพยัคฆ์หางแมงป่อง ถ้าเราลุ้นอันดับสองยังพอมีหวัง แต่อันดับหนึ่งนี่มัน…”

เฉกเช่นเดียวกับหลัวชิงหว่าน คนอื่นๆ ในตระกูลก็ต่างมีสีหน้าวิตกกังวลเช่นกัน

หลัวหมิงซานยกมือขึ้นปรามทุกคน แล้วมองยังหลัวเฉิง “เฉิงเอ๋อร์ เจ้ามั่นใจจริงๆ หรือว่า เจ้าจะสามารถคว้าอันดับหนึ่งในการแข่งขันครั้งนี้”

“ท่านปู่ ไม่ต้องกังวล” หลัวเฉิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น

“ดี! ปู่เชื่อในตัวเจ้า” หลัวหมิงซานเอื้อมมือไปตบบนไหล่หลัวเฉิง

แม้ว่าหลัวหมิงซานจะกล่าวแบบนี้ แต่ในใจของเขาก็รู้สึกไม่สงบเฉกเช่นผู้อื่น แต่วาจาของหลานชายเขาก็เปรียบดั่งลูกเกาทัณฑ์ที่ถูกยิงออกไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเชื่อในตัวหลัวเฉิงเท่านั้น

การแข่งขันล่าสัตว์เริ่มต้นตอนเที่ยงวัน และยังมีเวลาเหลือเล็กน้อยให้เหล่าผู้คนได้พักผ่อน

จินหมินมาหาอวิ๋นเหมิงลี่ จากนั้นนั่งลงข้างนางแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เหมิงลี่ ข้าได้ยินบางอย่างที่น่าสนใจมา เจ้าอยากรู้หรือไม่”

อวิ๋นเหมิงลี่ยังคงเงียบงันราวไม่ได้ยินสิ่งที่เขากล่าว

จินหมินมองยังหลัวเฉิงและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้ารู้ไหม ว่าหลัวเฉิงมีวิญญาณยุทธ์แบบไหน มันเป็นวิญญาณยุทธ์ที่ไม่ถือกำเนิดขึ้นมา หนำซ้ำยังไร้ดาวแม้เพียงดวง!”

“ฮ่าฮ่า ข้าไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับพรสวรรค์ที่น่าสงสารเช่นนี้มาก่อน แม้แต่ศิษย์รับใช้คนใดของสำนักซวนหยวนเรา ก็มีความสามารถมากกว่าเขาถึงร้อยหรือพันเท่า เจ้าว่าตลกหรือไม่เล่า ฮ่าฮ่า”

อวิ๋นเหมิงลี่แสดงสีหน้าเย็นชาแล้วกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ “เรื่องนี้หาได้มีความหมายไม่ นิกายซวนหยวนเราเคยมีคนที่มีความสามารถธรรมดาๆ แต่เขาก็ยังกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงมิใช่หรือ”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของจินหมินก็ดูน่าเกลียดมาก เขาอดไม่ได้ที่จะกำหมัดกระชับแน่น

ดั่งที่ทุกคนรู้โดยทั่วกัน ว่าวิญญาณยุทธ์นั้นถือเป็นรากฐานของผู้ฝึกฝน และวิญญาณยุทธ์นั้นคือทุกสิ่ง

หากเทียบกับเมื่อก่อน ทัศนคติของอวิ๋นเหมิงลี่ที่มีต่อเขา มันแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง!

ทุกวาจาและการกระทำของนาง ประหนึ่งขับไล่เขาให้ออกห่างไปไกลหลายพันลี้!

“หลัวเฉิง ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะเจ้าคนเดียว!”

จินหมินโกรธแค้นเป็นที่สุด และเขาคิดว่าหลัวเฉิงคือต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องประสบพบเรื่องเช่นนี้!

เมื่อเวลาย่างเข้าใกล้เที่ยงวัน คนส่วนใหญ่ที่อยู่โดยรอบใกล้เคียงกับเมืองฉีซานก็ต่างมาถึงกันแล้ว

ทันใดนั้น บรรยากาศบนหอคอยสูงทั้งหมดก็ต่างฮือฮาเสียงดัง โดยสายตาของผู้คนทั้งหมดล้วนจับจ้องไปยังจุดเดียวกัน

ไม่ช้า ก็พลันปรากฏสามร่างที่มาถึงขณะนี้

หญิงสาวที่เดินนำอยู่ตรงกลางมาในชุดสีแดงเพลิงอันเร่าร้อน แขนที่เปลือยเปล่าของนางขาวราวกับหยกเนื้อดี ช่วงขาเรียวยาว และผิวพรรณของนางนวลเนียนผุดผ่อง เปล่งประกายใสแวววาวดุจอัญมณีล้ำค่า เรือนร่างของนางโค้งเว้าอวบอิ่มสมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติ ทุกวาจาและการกระทำล้วนแล้วแต่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหลจนยากหาใดเปรียบ ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวของนางพานให้ดวงตาของชายหนุ่มต้องเบิกกว้างไปตามกัน

นางผู้นั้นหาใช่ใครอื่น แต่เป็นลั่วเหยา ผู้ดูแลศาลาหลิงอวิ๋น

ผู้ที่มากับลั่วเหยาครั้งนี้ ที่เดินตามมาทางด้านซ้ายคือเถ้าแก่ซู และทางด้านขวาคือชายชรารูปร่างผอม

การมาถึงของลั่วเหยาทำให้เหล่าผู้คนรู้สึกประหลาดใจ

ผู้ดูแลคนใหม่ของศาลาหลิงอวิ๋น อาจกล่าวได้ว่านางเป็นดั่งมังกรที่เห็นหัวไม่เห็นหาง นางเป็นคนลึกลับใช่น้อย โดยปกติแล้วเป็นเรื่องยากที่จะพานพบนางได้ แต่คราวนี้นางกลับมาร่วมงานชุมนุมล่าสัตว์ด้วยตัวเอง!

อวิ๋นเหมิงลี่และจินหมินก็มองไปยังทิศทางนั้นเช่นกัน

แต่ความแตกต่างของทั้งสองคือ จินหมินมองลั่วเหยาด้วยแววตาที่ดั่งตกอยู่ในภวังค์ และทึ่งในความงดงามสะคราญนั้น

ทว่าสิ่งที่อวิ๋นเหมิงลี่ให้ความสนใจ คือชายชรารูปร่างผอมที่อยู่ทางด้านขวาของลั่วเหยา

กลิ่นอายของอีกฝ่ายนั้นไม่ธรรมดา ทั้งมันยังสร้างแรงกดดันมาสู่นางใช่น้อยทีเดียว!

สัญชาตญาณของนางร่ำร้องว่า ชายชราผู้นี้มีความแข็งแกร่งที่ยากหยั่งถึงยิ่งนัก ไฉนบุคคลดังกล่าวจึงมาปรากฏตัวในเมืองฉีซานเล็กๆ แห่งนี้ได้

จบบทที่ บทที่ 52 ชายผู้แข็งแกร่งยากหยั่งถึง

คัดลอกลิงก์แล้ว