เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 เจ้ากล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่

บทที่ 51 เจ้ากล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่

บทที่ 51 เจ้ากล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่


เมื่อได้ยินเสียงนั้น หลัวหมิงซานและคนอื่นๆ ก็ขมวดคิ้วแล้วหันมองไปยังต้นทางเสียง

กลิ่นอายคนผู้ที่กำลังขึ้นมาบนหอคอยสูง ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก

คนที่เดินนำอยู่ข้างหน้าเป็นชายชราสวมผ้าไหมและซาติน ใบหน้าเขามีเคราพร้อมผมสีขาวเหนือศีรษะ ถัดจากเขาคือหลินอวิ๋น หลินเซียว และคนอื่นๆ

หลัวเฉิงเหลือบมองโดยบังเอิญ ก่อนพบว่ามีบุคคลหนึ่งที่คุ้นเคยแวบผ่านเข้ามาในดวงตา

ทางด้านซ้ายถัดจากหลินอวิ๋น เป็นชายร่างสูงโปร่ง เขาสวมอาภรณ์หรูหราพร้อมกับแผ่รัศมีอันสูงส่งยิ่ง ชายผู้นั้นคือจินหมิน องค์ชายลำดับแปดแห่งราชวงศ์ต้าเยว่ ที่เขาเคยพบมาก่อนในหุบเขาเมฆาทมิฬ

องค์ชายแปดจินหมินก็ปรากฏเห็นหลัวเฉิงเช่นกัน ทันใดนั้น ใบหน้าอันเคร่งขรึมของเขาก็เผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่อำมหิต

ไม่ช้า คนกลุ่มนี้ก็เดินมุ่งตรงไปยังตระกูลหลัว

“หลัวหมิงซาน ถ้าเจ้ามาเร็วขนาดนี้แล้วตระกูลหลัวได้อันดับรั้งท้าย มันจะมิกลายเป็นเรื่องตลกงั้นหรือ”

ชายชราผู้กล่าวเมื่อครู่ คือหลินชางหลางผู้นำตระกูลหลิน อายุเขาดูรุ่นราวคราวเดียวกับหลัวหมิงซาน แต่ดวงตาเขาค่อนข้างลึกและดูเย็นชาทำให้ใบหน้าเคร่งขรึมยิ่ง เขาจ้องหลัวหมิงซานแล้วหัวร่ออย่างภาคภูมิ

หลัวหมิงซานตะคอกกลับด้วยเสียงเย็นชา “ผลการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดมีเสียงที่ดังกว่า”

หลินชางหลางเหยียดยิ้มเยือกเย็นพลางกล่าวว่า “การมีเสียงที่ดังหาใช่เรื่องไม่ดี นั่นหมายถึงมีพลังและเส้นลมปราณที่แข็งแกร่ง ข้าเกรงว่าบางคนแถวนี้คงไม่มีเรี่ยวแรงจะส่งเสียงด้วยซ้ำ”

ข่าวลือที่ว่าหลัวหมิงซานได้รับบาดเจ็บสาหัส มันแพร่สะพัดไปทั่วเมืองฉีซานอยู่นานแล้ว เมื่อเห็นว่าตนประสบโอกาส หลินชางหลางก็ใช้โอกาสนี้เย้ยยันทันที

“พวกเจ้าดูสิ หลัวหมิงซานและหลินชางหลางทะเลาะกันอีกแล้ว!”

แม้นการโต้เถียงของทั้งสองจะได้รับความสนใจจากผู้คนโดยรอบ แต่พวกเขาก็หาได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด

ในบรรดาสามตระกูลหลัก ตระกูลหลัวและตระกูลหลินเป็นศัตรูคู่แค้นที่ชัดเจนสุด ทั้งความขัดแย้งของพวกเขานั้นยังพัวพันกันมาอย่างยาวนาน

เนื่องจาก หลัวหมิงซานและหลินชางหลางเป็นอัจฉริยะรุ่นเดียวกันในเมืองฉีซาน พวกเขาต่อสู้กันอย่างเปิดเผยมาเป็นเวลาหลายสิบปี เมื่อใดพบหน้าก็ประหนึ่งดังว่าเป็นไฟที่พบน้ำ

เมื่อได้ยินวาจาเย้ยหยันของหลินชางหลาง บรรดาคนตระกูลหลัวก็ต่างมีสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

ทว่า หลินชางหลางหาได้สนใจสายตาเหล่านั้นไม่ เขามองยังหลัวเฉิงแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มกระหยิ่ม

“เด็กสามคนนี้เป็นตัวแทนตระกูลหลัวของเจ้า ที่จะเข้าแข่งขันในครั้งนี้งั้นหรือ นี่ทำให้ข้ารู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว”

หลินอวิ๋นผู้ยืนอยู่ข้างหลังมองยังหลัวเฉิง แล้วกล่าวด้วยถ้อยคำเหยียดหยาม “ตระกูลหลัวไม่มีคนอื่นแล้วงั้นหรือ กระทั่งให้คนไร้ค่าที่ปลุกวิญญาณยุทธ์ขยะขึ้นมาลงแข่งขัน ช่างน่าสมเพชนัก”

หลังพ่นวาจาเช่นนั้น หลินอวิ๋นก็ยิ้มให้จินหมินแล้วกล่าวว่า “องค์ชายแปด ท่านรู้หรือไม่ว่า คนที่มีสายเลือดของตระกูลจีแต่ปลุกวิญญาณยุทธ์ขยะขึ้นมาคือใคร คนผู้นั้นก็คือมันนี่แหละ”

ตลอดหลายวันมานี้ จินหมินอาศัยอยู่ที่โรงเตี๊ยมของตระกูลหลิน และตระกูลหลินเองก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้เขาพอใจ จะได้สนิทชิดเชื้อกับเขามากขึ้น

“โอ้ เช่นนั้นเองหรือ”

เมื่อได้ฟังคำของหลินอวิ๋น จินหมินก็จ้องหลัวเฉิงด้วยรอยยิ้มพร้อมหรี่ตาเล็กน้อย “ข้าไม่ได้คิดเลยว่าจะได้ฟังเรื่องน่าขันเช่นนี้”

“หลินอวิ๋น หุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้!” หลัวจื่อซิงตะคอกด้วยความโกรธ

แม้แต่หลัวชิงหว่านที่เคยทำตัวสงบอ่อนหวาน บัดนี้กลับมีแววตาที่เกรี้ยวกราดเช่นกัน

“ไยต้องหุบปากด้วยเล่า ในเมื่อข้าพูดความจริง”

จากนั้น หลินอวิ๋นกล่าววาจาเยาะเย้ย “วิญญาณยุทธ์ที่ไม่ถึงกำเนิด ทั้งยังไม่มีดาวแม้แต่ดวง ไม่ให้เรียกว่าคนไร้ค่าแล้วจะให้เรียกว่าอะไร”

หลัวเฉิงมองยังหลินอวิ๋นด้วยสีหน้ารำคาญใจ “ดูท่าเจ้าคงจะมั่นใจมาก ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ดี แต่หากฝีมือเจ้าไม่เก่งดั่งปากว่า เกรงมันจะกลายเป็นเรื่องน่าขัน”

หลังได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหลินอวิ๋นมืดลงเล็กน้อย “เจ้ากล้าดูถูกข้างั้นรึ”

หลัวเฉิงเหยียดยิ้มกล่าวว่า “แล้วอย่างไร เจ้าไม่สนใจเดิมพันกับข้างั้นรึ มาเดิมพันกันดีกว่าว่าฝ่ายใดจะคว้าอันดับหนึ่งของการแข่งขันล่าสัตว์ครั้งนี้”

“ถ้าตระกูลหลัวคว้าอันดับหนึ่ง เจ้าจ่ายให้ข้าสามแสนแปดหมื่นตำลึง แต่หากตระกูลหลินคว้าอันดับหนึ่ง ข้าจะให้เจ้าสามแสนแปดหมื่นตำลึง นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่อง ผู้แพ้จะต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนไร้ค่าต่อหน้าธารกำนัล ว่าอย่างไร เจ้ากล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่”

“ถ้าตระกูลหลัวคว้าอันดับหนึ่งงั้นหรือ” หลินอวิ๋นตกตะลึงทันทีที่ได้ยินสิ่งนี้

กระทั่งผู้คนโดยรอบต่างก็แสดงสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน พวกเขาล้วนไม่คิดเลยว่าหลัวเฉิงจะใจกล้าบ้าบิ่นถึงขนาดนี้!

การพ่ายแพ้แล้วสูญเสียเงินนั้นเป็นเรื่องเล็ก แต่หากยอมรับว่าตนเป็นคนไร้ค่าต่อหน้าธารกำนัล คนผู้นั้นจะไม่สามารถเชิดหน้าชูตาในเมืองฉีซานได้อีกตลอดชีวิต!

จบบทที่ บทที่ 51 เจ้ากล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่

คัดลอกลิงก์แล้ว