เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 พลังหมัดพันสี่ร้อยจิน!

บทที่ 46 พลังหมัดพันสี่ร้อยจิน!

บทที่ 46 พลังหมัดพันสี่ร้อยจิน!


ทันทีที่ หลัวเฉิงออกจากศาลาหลิงอวิ๋น ก็ประสบพบกับกลุ่มคนที่กำลังมุ่งหน้ามาทางเขาขณะนี้

ซึ่งคนที่เดินนำอยู่ข้างหน้าคือหลินเซียว และถัดจากเขาคือบุรุษหนุ่มในอาภรณ์สีขาวผู้มีใบหน้าเคร่งขรึม

“หลัวเฉิง!”

เมื่อเห็นหลัวเฉิง ใบหน้าของหลินเซียวก็แสดงออกถึงความไม่พอใจ แล้วเขาก็หันหน้าไปกระซิบชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมคนนั้น

หลัวเฉิงเพิกเฉยต่อการกระทำของพวกเขา แล้วกำลังจะเดินผ่านไป แต่ทันใดนั้น บุรุษหนุ่มอาภรณ์ขาวก็เอื้อมมือออกมาปรามเขาไว้

“เจ้านะหรือคือหลัวเฉิง”

บุรุษหนุ่มผู้เคร่งขรึมเหลือบมองหลัวเฉิงด้วยแววตาที่ไม่แยแสขณะเอ่ยถาม

หลัวเฉิงหยุดเดินแล้วถามกลับว่า “แล้วเจ้าล่ะเป็นใคร”

บุรุษหนุ่มอาภรณ์ขาวเหยียดยิ้มอย่างภาคภูมิกล่าวว่า “ข้าหลินอวิ๋นแห่งตระกูลหลิน!”

หลินอวิ๋น!

หลัวเฉิงไม่คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นหลินอวิ๋น จากรูปลักษณ์มาตรว่าอายุน้อยกว่าสิบห้าปีด้วยซ้ำ

“เจ้ายืนขวางทางข้าอยู่” หลัวเฉิงกล่าวอย่างใจเย็น

หลินอวิ๋นเลิกคิ้วแล้วกล่าวด้วยเสียงเย็นชา “เจ้ามันช่างอวดดีนัก! ทั้งที่เป็นเพียงแค่ขยะผู้ได้ความแข็งแกร่งมาจากการกลืนโอสถเท่านั้น”

เมื่อเขาเห็นหลัวเฉิงออกมาจากศาลาหลิงอวิ๋น เขาก็มั่นใจได้ทันทีว่าเหลือเชิงมาที่นี่เพื่อซื้อโอสถ เขาจึงกล่าวด้วยสีหน้าเหยียดหยามยิ่งนัก

พัฟ!

สิ้นวาจา ทั่วร่างของหลินอวิ๋นก็สะท้านสั่น ตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือ ไม่ช้า พยัคฆ์ขนาดใหญ่ที่ปลายหางเป็นแมงป่องก็ปรากฏเบื้องหลังเขาทันใด พร้อมในตัวมันมีดวงดาวจรัสแสงหกดวง

“พยัคฆ์หางแมงป่องวิญญาณยุทธ์หกดาว!!”

“คนผู้นี้คือหลินอวิ๋นแห่งตระกูลหลิน ข้าได้ยินมานานแล้วว่าเขาได้ปลุกวิญญาณยุทธ์ระดับหกดาว แต่ข้าไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นเรื่องจริง!”

ผู้คนโดยรอบการแสดงความตื่นตะลึง เมื่อได้เห็นวิญญาณยุทธ์พยัคฆ์หางแมงป่อง

หลังจากปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ออกมา ใบหน้าของหลินอวิ๋นก็เชิดขึ้นอย่างหยิ่งจองหอง และสายตาที่เขามองหลัวเฉิงดุจเดียวกับที่ใช้มองมดปลวกมิมีผิด

“การพึ่งพาพลังของโอสถในการฝึกฝนนั้น มันก็ได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่สุดท้ายแล้ววิญญาณยุทธ์คือทุกสิ่ง!”

หลัวเฉิงขยับมุมปากยิ้มแล้วกล่าวอย่างเย้ยหยัน “เจ้าจะบอกว่า เจ้าไม่เคยกลืนโอสถในการฝึกฝนเลยงั้นหรือ”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ใบหน้าของหลินอวิ๋นก็ดูน่าเกลียดเล็กน้อย จะมีผู้ใดบ้างที่อยู่ในขั้นหลอมกายาไม่กลืนโอสถเพื่อฝึกฝน

สิ่งที่หลัวเฉิงเพิ่งกล่าวออกมาเมื่อครู่ มันทำให้เขารู้สึกราวกับเขาถูกตบจนหน้าชา

ดวงตาเขาเปลี่ยนเป็นแค้นเคือง แล้วหลินอวิ๋นก็ตะคอกอย่างแข็งกร้าว “ไม่กี่วันก่อน เจ้าชนะเดิมพันที่บ่อนพนันหยกเขียว วันนี้ข้าขอท้าเดิมพันเจ้าอีกครั้งด้วยเงินสามแสนแปดหมื่นตำลึงเช่นเคย หากเจ้าสามารถรับหมัดข้าได้สามหมัด ถือว่าเจ้าชนะ!”

“ข้าไม่สนใจ!”

หลัวเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วเดินเฉียงผ่านหลินอวิ๋นออกไปทางด้านข้าง

“ไอ้เจ้าขยะนี่!”

หลินอวิ๋นถูกอัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้น ซึ่งไม่ได้รับการระบายออก ใบหน้าของเขาแดงก่ำและกระชับมัดแน่นพลางกัดฟันจนร่างสั่นเทา

ครั้นหลินเซียวเห็นท่าทางเช่นนั้นจึงกล่าวว่า “หลินอวิ๋นไม่ต้องร้อนใจ อีกเพียงสองวันก็จะถึงงานชุมนุมล่าสัตว์แล้ว ตอนนั้นก็คงไม่สายเกินไปหากเจ้าจะสอนบทเรียนให้เขา”

หลินอวิ๋นกัดฟันกล่าว "จบคนไร้ค่าที่เอาแต่พึ่งพาพลังของโอสถอย่างเดียว กลับกล้าแสดงความเย่อหยิ่งต่อหน้าข้า! เมื่อเวลานั้นมาถึงข้าจะหักแค้นหักขามันซะ! ให้มันได้รู้ว่า สิ่งที่ตามมาหลังจากทำให้ข้าผู้นี้แค้นเคืองมันจะเป็นอย่างไร!”

ทันทีที่ หลัวเฉิงกลับถึงจวนตระกูลหลัว เขาก็ได้ทราบว่าเถ้าแก่ซูแห่งศาลาหลินอวิ๋นมาเยี่ยมปู่เขาในวันนี้

จากนั้นไม่นานนัก เถ้าแก่ซูก็ขอตัวกลับ พร้อมกับหลัวหมิงซานประกาศว่าต้องการเก็บตัวเงียบๆ

หลังได้ยินประกาศ หลัวเฉิงก็รับรู้ได้ในทันใด ว่าโอสถเกล็ดมังกรถูกส่งมอบให้ปู่ของเขาเรียบร้อยแล้ว

“คุณหนูลั่วเหยาช่างทำสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วนัก”

พึมพำจบ หลัวเฉิงก็อดไม่ได้ที่จะขบริมฝีปากเขาเล็กน้อย ขณะที่ในหัวยังหวนคะนึงความงดงามอันมีเสน่ห์นั้น

เมื่อกลับถึงเรือนเล็กๆ ที่เขาอาศัยอยู่ หลัวเฉิงก็รีบเดินตรงไปยังลานฝึกยุทธ์ เขาก็พุ่งหมัดใส่เสาฝึกซ้อมทันที

เสียงลั่นดังอย่างกะทันหัน ขณะที่เสาฝึกซ้อมสั่นสะบั้นอย่างรุนแรง เผยให้เห็นรอยหมัดที่ฝังลึกอยู่บนนั้น

“หมัดนี้มีพลังอย่างน้อยก็พันสี่ร้อยจิน!”

พลังเช่นนี้ทำให้หลัวเฉิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นหลอมกายาระดับเก้าทั่วไป มีพลังของหมัดน้อยกว่าพันจิน แต่ตอนนี้พลังของเขามากกว่าเกือบครึ่ง!

แม้นจะไม่ได้ใช้กระบวนท่าเพลงหมัด เขาก็สามารถเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นหลอมกายาระดับเก้าได้อย่างง่ายดาย!

หลังจากใคร่ครวญเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว หลัวเฉิงก็ตระหนักได้ว่า คงเพราะเขากลืนวิญญาณสัตว์อสูรเข้าไปมากมายก็อาจเป็นได้

นับแต่เขาทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายาระดับเก้า เขาได้กลืนวิญญาณสัตว์อสูรระดับสูงหนึ่งดาวไปหลายสิบดวง ก่อนที่เขาจะทันทะลวงเข้าสู่ขั้นสุดยอดของขั้นหลอมกายาได้สำเร็จ

ดังนั้น แก่นแท้ของสัตว์อสูรจำนวนมากจึงถูกสะสมไว้ในกายเขา และพวกมันจะไม่ระเบิดพลังออกมา จนกว่าเขาจะทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายาขั้นสุดยอด!

“ยังเหลือเวลาอีกสองวันก่อนจะถึงงานชุมนุมล่าสัตว์ ข้าอยากรู้นักว่าพลังของข้าจะแข็งแกร่งขนาดไหน! มันจะถึงสองพันจินหรือไม่”

จบบทที่ บทที่ 46 พลังหมัดพันสี่ร้อยจิน!

คัดลอกลิงก์แล้ว