เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 ช่างเป็นชายที่เร้าใจข้ายิ่งนัก!

บทที่ 45 ช่างเป็นชายที่เร้าใจข้ายิ่งนัก!

บทที่ 45 ช่างเป็นชายที่เร้าใจข้ายิ่งนัก!


ฟังจากน้ำเสียงของนางก็สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน พวกนางคิดว่ามีผู้ที่อยู่เบื้องหลังคอยหลอมโอสถให้เขาอยู่ขณะนี้!

หลัวเฉิงยังคงมีทีท่าสงบนิ่ง เขาคบคิดอยู่ชั่วครู่แล้วกล่าวว่า “พวกท่านต้องการโอสถวิญญาณกี่เม็ดงั้นหรือ”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ดวงตาของลั่วเหยาก็ฉายแววประหลาดใจทันที

ในตอนแรกนางไม่ได้คิดจริงๆ ว่าจะมีปรมาจารย์นักปรุงโอสถอยู่เบื้องหลังหลัวเฉิง แต่เมื่อเห็นว่าเขากล่าวออกมาเช่นนั้น นางก็เริ่มมีความหวัง “โอสถระดับสี่ดาวสามเม็ด!”

เมื่อเห็นว่าหลัวเฉิงยังคงไร้ซึ่งเสียงตอบ ลั่วเหยาจึงรีบกล่าวว่า “แน่นอนว่า เราจะมอบของรางวัลตอบแทนให้ผู้อาวุโสท่านนั้นพอใจอย่างแน่นอน!”

“ตกลง ไว้ข้าจะลองไปคุยกับอาจารย์ให้ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้มีเวลาว่างตลอด พวกท่านจะต้องรอจนกว่างานชุมนุมล่าสัตว์จะจบลง”

หลัวเฉิงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ด้วยสัญลักษณ์เก้าสีบนฝ่ามือ เขาจะสามารถหลอมโอสถได้มากมายในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้จะกระตุ้นความสงสัยของผู้คนโดยรอบอย่างแน่นอน

แต่เนื่องจาก ลั่วเหยาเข้าใจผิดคิดว่าเขามีปรมาจารย์นักปรุงโอสถอยู่เบื้องหลังเพื่อคอยช่วยเหลือ เขาก็จำต้องไหลไปตามกระแสที่นางเป็นคนสร้างเท่านั้น!

“อาจารย์งั้นรึ!”

ลั่วเหยาและเถ้าแก่ซูมองหน้ากันด้วยสายตาตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่า ปรมาจารย์ที่ซุ่มซ่อนอยู่เบื้องหลังของหลัวเฉิงจะกลายเป็นอาจารย์เขาเช่นนี้

ลั่วเหยาสูดหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นใบหน้าอันงดงามก็สั่นพยัก “ตกลงตามนั้น”

“จริงสิ ข้ามีเรื่องจะรบกวนให้คุณหนูลั่วช่วยข้าหน่อย”

หลังกล่าวเช่นนั้น หลัวเฉิงก็หยิบโอสถที่หลอมขึ้นจากผลเกล็ดมังกรออกมา

“คุณหนูลั่วช่วยข้ามอบโอสถนี้ให้กับท่านปู่ของข้าที ส่วนวิธีการจะมอบเช่นไรนั้นท่านตัดสินใจได้เลย แต่ท่านต้องไม่เปิดเผยว่าข้าเป็นผู้มอบมันให้ท่าน”

ก่อนหน้านี้ เขามีความกังวลเป็นอย่างยิ่งว่าจะมอบโอสถล้ำค่านี้ให้ปู่ของเขาเช่นไรดี แต่ตอนนี้การขอความช่วยเหลือจากศาลาหลิงอวิ๋นเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด

ลั่วเหยาหยิบโอสถเม็ดนั้นแล้วกล่าวว่า “คุณชายไม่ต้องกังวลใจ ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้ท่านเอง”

“จริงสิคุณหนู เรื่องของข้าในวันนี้รบกวนคุณหนูปิดเป็นความลับด้วย ข้าไม่ต้องการให้ผู้อื่นทราบเรื่องนี้อีก”

หลังกล่าวเช่นนั้นแล้ว หลัวเฉิงก็ลุกขึ้นแล้วจากไปในทันที

เมื่อมองแผ่นหลังของหลัวเฉิงที่กำลังเดินออกไป ลั่วเหยาก็หรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้ม

“อาจารย์งั้นหรือ...ช่างน่าสนใจ เถ้าแก่ซูท่านลองดูโอสถเม็ดนี้สิ”

ลั่วเหยายื่นโอสถเกล็ดมังกรให้กับเถ้าแก่ซู

เถ้าแก่ซูเองก็เป็นนักปรุงโอสถเช่นกัน เขาหยิบโอสถเม็ดนั้นขึ้นมาแล้วเพ่งมองอย่างพิถีพิถัน ก่อนสีหน้าจะผันเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ “นี่... นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!”

เมื่อได้ฟังวาจาที่ลั่นออกมาอย่างพิลึกของเถ้าแก่ซู ลั่วเหยาก็ขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย “มีสิ่งใดผิดปกติงั้นหรือ”

ขณะนี้ เถ้าแก่ซูถือโอสถไว้ดุจดั่งมันเป็นสมบัติล้ำค่าที่หายากยิ่งนัก เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ความตื่นเต้นที่กำลังพลุ่งพล่านขนาดนี้

“นี่คือแก่นแท้ของโอสถระดับสี่ดาว! มันบริสุทธิ์มากจนไร้ที่ติ! ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดสามารถหลอมโอสถให้บริสุทธิ์ได้ขนาดนี้มาก่อน”

ลั่วเหยาไม่มีความเข้าใจในโอสถอย่างลึกซึ้งเช่นนั้น นางจึงแสดงสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย

“โอสถเม็ดนี้มันน่าอัศจรรย์จนท่านต้องกล่าวเกินจริงขนาดนี้เลยหรือ”

เถ้าแก่ซูส่ายศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ไม่ใช่การกล่าวเกินจริง มันไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย! ข้าเกรงว่าแม้แต่ผู้อาวุโสเทียนหนูก็ไม่อาจหลอมให้มันบริสุทธิ์เช่นนี้ได้”

“อะไรนะ! แม้แต่ผู้อาวุโสเทียนหนูก็ยังหลอมมันไม่ได้งั้นหรือ”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ สีหน้าของลั่วเหยาก็เปลี่ยนเป็นตกใจอย่างฉับพลัน

ผู้อาวุโสเทียนหนู เป็นหนึ่งในนักปรุงโอสถที่แข็งแกร่งที่สุดในศาลาหลิงอวิ๋น เขาได้ฝึกฝนจนถึงระดับโอสถสวรรค์ จึงได้ดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสในระดับสูง

“แล้วสถานะของอาจารย์หลัวเฉิงล่ะ เถ้าแก่ซูคิดว่าเขาอยู่ในระดับใด” ลั่วเหยาเอ่ยถาม

“ราชาโอสถ!”

เถ้าแก่สู่เปิดปากกล่าวเพียงสองคำ จากนั้นส่ายศีรษะ “ไม่สิ มันยิ่งกว่านั้นอีก!”

“ราชาโอสถงั้นรึ!”

ลั่วเหยาสูดหายใจเข้าลึกๆ แน่นอนว่านางเข้าใจความหมายของคำทั้งสองนี้เป็นอย่างยิ่ง

ราชาโอสถสามารถปกครองตระกูลขุนนางชั้นสูงได้!

ลั่วเหยายกนิ้วเรียวยาวราวแท่งเทียนขึ้นสัมผัสริมฝีปากขณะใคร่ครวญ

“จะเป็นผู้ใดได้อีกหากมิใช่คนของตระกูลจี ไม่สิ หลัวเฉิงทำให้พวกเขาเสียหน้าไปแล้ว หรืออาจจะเป็นตระกูลกู่ที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตของตระกูลจีกันนะ”

จากนั้นนางก็พลันหัวร่อคิกคักด้วยน้ำเสียงอันน่าพึงใจยิ่ง

“เป็นเรื่องน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ ชายหนุ่มผู้ปลุกวิญญาณยุทธ์ขยะขึ้นมาจนถูกตระกูลจีทอดทิ้ง แต่กลับกลายเป็นศิษย์ของราชาโอสถลึกลับ ดูเหมือนว่า การที่ข้าถูกส่งมายังเมืองฉีซานอาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายก็เป็นได้”

ลั่วเหยาขยับขาเรียวยาวก้าวเดินไปมาอยู่ครู่ ไม่ช้า นางก็ช้อนตาขึ้นแล้วกล่าวกับเถ้าแก่ซู “หากข้าสามารถกลับไปหาอาจารย์ของข้าได้ในครั้งนี้ ทั้งหมดล้วนเกิดจากความพยายามของเถ้าแก่ซู”

“ขอบคุณคุณหนูที่ชมเชย!”

เถ้าแก่ซูโค้งคำนับเล็กน้อย อากัปกิริยาของเขาที่มีต่อลั่วเหยานั้น ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความเคารพอย่างมาก

ลั่วเหยาขยับเรือนร่างเคลื่อนไปที่หน้าต่าง จากนั้นเผยรอยยิ้มอันมีเสน่ห์ แล้วพึมพำว่า “บุรุษผู้มีวิญญาณยุทธ์ขยะ แต่กลับเป็นศิษย์ของราชาโอสถงั้นรึ ช่างเป็นชายที่เร้าใจข้ายิ่งนัก…”

จบบทที่ บทที่ 45 ช่างเป็นชายที่เร้าใจข้ายิ่งนัก!

คัดลอกลิงก์แล้ว