เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 2 ตอนที่ 4 : เอาชนะใจผู้คน (3)

เล่ม 2 ตอนที่ 4 : เอาชนะใจผู้คน (3)

เล่ม 2 ตอนที่ 4 : เอาชนะใจผู้คน (3)


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

====================

เล่ม 2 ตอนที่ 4 : เอาชนะใจผู้คน (3)

อาร์คก้าวถอยหลังไปอยู่กับเจ้ากะโหลกและใช้เนตรแห่งแมวมองดูการต่อสู้ เลเวลของดันพิลคือ 25 อีกทางหนึ่ง เจ้าค้างคาวนั้นมีเลเวล 15 โดยค่าสถานะ ความต่างกันของเลเวลนี้ไม่คิดเลยว่าจะสู้กันได้

เมื่อดันพิลลั่นการโจมตี พลังชีวิตของเจ้าค้างคาวจึงลดลงไป 10% กระนั้น เจ้าค้างคาวก็ยังมัวเมาพุ่งเข้าใส่ต่อ

ราวกับเจ้าค้างคาวลืมประสบการณ์จากการต่อสู้ร่วมกับอาร์คไปสิ้น มันพุ่งเข้าใส่ดันพิลอย่างขาดสติ

“เจ้าค้างคาว ระวังการต่อสู้ยืดเยื้อ!”

พวกเขาอยู่ใต้น้ำ แต่ดันพิลดูนั้นไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อม อีกฝ่ายไม่เสียเปรียบเรื่องการหายใจใต้น้ำหรือประสบการณ์การเคลื่อนไหวด้วยสภาวะนี้ เขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติแม้ใต้น้ำ อีกทางหนึ่ง เจ้าค้างคาวมีข้อจำกัดเรื่องอยู่ใต้น้ำจนไม่อาจแสดงความได้เปรียบของสัตว์ปีกได้ ความแตกต่างนี้มันมหาศาลเกินไป

มันเป็นการต่อสู้ที่เสียเปรียบตั้งแต่เริ่มแล้ว

ถ้าหากเจ้าค้างคาวจะมีโอกาสน้อยนิดที่จะชนะ มันก็ต้องเป็นประสบการณ์การต่อสู้ใต้น้ำและลากถ่วงการต่อสู้ แต่ในเมื่อเจ้าค้างคาวคิดได้แค่พุ่งเข้าชนเพื่อสร้างความเสียหาย เขาจึงไม่คิดว่านี่เป็นการต่อสู้อย่างเหมาะสม

เจ้าค้างคาวกระทั่งว่าไม่ได้ยินคำแนะนำของอาร์คเลยด้วยซ้ำ

“ข้าจะฆ่าแก! ข้าจะฆ่าแก!”

“เหอะเหอะ กล้ามีตัวตนต่อหน้าข้าด้วยความต่ำต้อยนั้น น่าหัวเราะยิ่งนัก”

“ว๊าก!”

ท้ายที่สุด พลังชีวิตของเจ้าค้างคาวลดต่ำลงเกือบหมดหลอดหลังจากที่โดนกรงเล็บของดันพิลโจมตีใส่ เจ้าค้างคาวร่างเริ่มจางหายขณะแทะไหล่ของดันพิล

“ไร้สาระเสียจริง จบเรื่องแล้วใช่ไหม?”

“คงใช่มั้ง!”

“ถ้าอยากสู้ด้วย คราวหลังหาที่เหมาะมือกว่านี้หน่อยนะ”

ร่างของดันพิลหายไปขณะเผยสีหน้าโอหัง ท้ายที่สุด การต่อสู้ครั้งแรกก็จบลง

‘ไอ้ค้างคาวนี่!’

อาร์คโพล่งโทสะออกมา พฤติกรรมก้าวร้าวของดันพิลแย่ก็จริง แต่สิ่งที่ทำเขาโกรธคือเจ้าค้างคาว ไร้ซึ่งความคิดจนพุ่งเข้าใส่ศัตรู? การต่อสู้บ้าบอเช่นนี้ทำเอาอาร์คใบหน้าร้อนผ่าว เจ้าค้างคาวนี่มันได้เรียนรู้อะไรจากการต่อสู้ร่วมกับเขาจนกระทั่งถึงตอนนี้บ้าง?

อาร์คกลับเมืองและใช้เวลาเกือบทั้งวันดำเนินธุรกิจต่อ

“นี่เจ้าค้างคาว! แกทำบ้าอะไร?” หลังอัญเชิญออกมาอีกครั้ง อาร์คตวาดใส่เจ้าค้างคาวด้วยใบหน้ามืดมน

แต่เขาไม่ได้พูดต่อ

เมื่ออัญเชิญออกมา เจ้าค้างคาวตะโกนพร้อมกัดฟัน

“ฮึ่ย บ้าจริง บัดซบ!”

“หา? ว่าอะไร? นี่แกมีท่าทีแบบนี้เพราะฉันโกรธงั้นเหรอ?”

“เจ้านาย ข้าขอร้อง! เรียกไอ้บัดซบนั่นมาอีกที! ข้าต้องการสู้กับมัน!”

“พูดบ้าอะไรอยู่เนี่ย? อธิบายมาให้รู้เรื่องหน่อย!”

“เจ้านั่น... ไอ้เจ้านั่นมันคือคนที่ตามราวีข้าในโลกใต้พิภพมากว่าสิบปี”

“ว่าอะไร?”

เจ้าค้างคาวกัดฟันขณะพูดออกมา

ดันพิลเป็นขุนนางชั้นต่ำในโลกใต้พิภพ ด้วยความโอหังของมัน ทำให้ยามโมโหจะลงกับมอนสเตอร์อ่อนแอราวงานอดิเรก และเป้าหมายหลักของมันก็คือเจ้าค้างคาว

ค้างคาวที่เกิดมาก็มีสายสัมพันธ์กับเผ่าพันธุ์แวมไพร์ มันถูกดันพิลรังแก นอกจากนี้  มันยังถูกข่มเหงโดยค้างคาวตัวอื่นเพราะดันพิลสั่ง จนที่สุดแล้วมันถึงกับโดนขับไล่ออกมาจากเผ่าพันธุ์

‘เพราะงี้สินะ เจ้านี่ถึง...’

ชื่อเดิมของเจ้าค้างคาวก็คือ ‘ค้างคาวผู้เกลียดชัง’

คำอธิบายบอกว่า เจ้าค้างคาวเกลียดชังและมีโทสะต่อโลกใบนี้ เป็นเพราะมันโดนข่มเหงรังแกในโลกใต้พิภพ นี่คือสิ่งที่คำอธิบายว่าเอาไว้

‘เรื่องนี้ เราไม่อาจช่วยเจ้านี่สู้ดันพิลได้’

หลังคิดอยู่สักพัก รอยยิ้มชั่วร้ายพลันปรากฏที่ริมฝีปากของอาร์ค

‘ยังมีโอกาส’

“เข้าใจแล้ว แต่ฉันจะไม่ปล่อยให้แกสู้กับดันพิลตอนนี้”

“จะ-เจ้านาย!”

“หากแกยังสู้เหมือนเมื่อวาน ไม่ว่าจะสู้กี่ครั้งก็เอาชนะมันไม่ได้ แกจะแพ้ และถ้าแกไม่อยากแพ้อีกจงฟังไว้ อย่างแรกเลยคือแกต้องแข็งแกร่งขึ้น”

เจ้าค้างคาวแตกตื่น แข็งแกร่งขึ้น หรือก็คือมันต้องกินอาหารมากขึ้น

ทว่า เจ้าค้างคาวกลับกัดฟันพยักหน้ารับ “เข้าใจแล้ว ถ้าจะทำให้ชนะมันได้ ไม่ว่าอะไรข้าก็จะทำ”

“ดีล่ะ มีอีกอย่าง อย่าได้สู้กับมันด้วยวิธีเมื่อวาน มันแข็งแกร่งยิ่งกว่า แต่ก็ไม่ได้มากเกินจะเอาชนะ นับตั้งแต่วันนี้ฉันจะฝึกให้แกเอง”

อาร์คดำเนินธุรกิจในช่วงกลางวัน และเริ่มฝึกฝนให้เจ้าค้างคาวช่วงกลางคืน และเมื่อมีสูตรอาหารใหม่ เขาจะรีบป้อนใส่ปากของเจ้าค้างคาวโดยทันที

อาหารที่ทำจากวัตถุดิบจากท้องทะเลนั้นมีโอกาสสูงมากที่จะให้ผลลัพธ์ในทางที่ดี เมื่อใดที่สำเร็จ ค่าสถานะของเจ้าค้างคาวก็จะเพิ่มขึ้น

เจ้าค้างคาวทั้งฝึกซ้อมและซ้อมมือกับอาร์ค

“ทำให้ถูก! ถ้ายังจะสู้แบบนี้ก็เอาชนะดันพิลไม่ได้! แกอยากแพ้อีกรอบหรือไงกัน?”

“มะ-ไม่! ข้าไม่อยากแพ้!”

วันคืนแห่งการฝึกฝนอันทรหดยังดำเนินต่อไป

ไม่เหมือนตามปกติ แม้ว่าเจ้าค้างคาวจะแพ้ให้กับอาร์คนับครั้งไม่ถ้วน แต่แรงใจการต่อสู้ของมันราวกับเผาไหม้ หลังจากที่เสร็จสิ้นการฝึกเข้มข้นไปแล้ว อาร์คจึงเรียกดันพิลออกมาอีกครั้งและปล่อยให้ทั้งสองสู้กัน

ด้วยค่าสถานะของเจ้าค้างคาวที่เพิ่มขึ้นมาอีกหลายครั้ง แต่เพียงแค่นั้นก็ยังไม่พอให้เป็นคู่ต่อสู้ของดันพิล แต่ในเมื่อทักษะของเจ้าค้างคาวเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในช่วงไม่กี่วันมานี้ การต่อสู้ครั้งนี้จึงเป็นไปได้ด้วยดี

“ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ เหอะ เก่งขึ้นเหมือนกันนี่”

ท้ายที่สุดแล้วชัยชนะยังคงเป็นของดันพิล ทว่ามันไม่ได้มีความต่างกันมากมายดังเช่นครั้งก่อนหน้า อาร์คเผยรอยยิ้มเย็นเยือกให้ดันพิลที่เสื้อผ้ารุ่งริ่ง

“ครั้งหน้าจะยิ่งกว่านี้”

“เหอะ จะยังไงค้างคาวก็ยังเป็นค้างคาว”

ดันพิลหายวับกลับสู่โลกใต้พิภพราวกับหนีหาย

‘บ้าจริง ปัญหาคือต้องรออีก 24 ชั่วโมงทุกครั้งที่ตาย ครั้งหน้าต้องให้สู้หลังเรามั่นใจว่ามันต้องชนะ จนกว่าจะอัญเชิญมาใหม่ได้ เราต้องจัดตารางการฝึกเสียหน่อยแล้ว’

อาร์คต้องง่วนอยู่กับการทำธุรกิจ การเพิ่มศักยภาพให้สมุนปีศาจ และเรื่องราวจับฉ่ายอีกนับร้อยแปดอย่าง

* * *

อาร์ครวบรวมไข่มุกได้ขณะที่ธุรกิจยังคงเป็นไปอย่างราบลื่น

ทว่า มีน้ำขึ้นก็ย่อมต้องมีน้ำลง

เมื่อเวลาผ่านไป กระทั่งธุรกิจที่ร่ำรวยยังเริ่มตายลงได้ทีละน้อย วัตถุดิบบนบกของเขาเริ่มขาดแคลน ดังนั้นเขาจึงนำเสนอเมนูที่ทำจากสาหร่ายทะเลเป็นวัตถุดิบหลัก แต่ในเมื่อมันเป็นวัตถุดิบที่ชาวเงือกคุ้นเคย มันจึงไม่อาจเป็นที่สนใจได้นานนัก

ธุรกิจใช้เวทมนตร์ฟื้นคืนเองก็ไม่อาจหาลูกค้าได้ง่ายนักหลังจากที่เขาได้ซ่อมแซมอุปกรณ์ให้กับทหารยามทุกนาย ในเมื่อมันไม่มีสงครามใหญ่เกิดขึ้น มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้ความทนทานของอุปกรณ์ลดลงอย่างรวดเร็ว

‘สำหรับธุรกิจแล้ว สำคัญคือต้องรู้ว่าควรหยุดเมื่อไหร่ตั้งแต่ที่เริ่มทำ เอาเถอะ มันก็ไม่ใช่อะไรที่เราคิดจะทำนานอยู่แล้วด้วย’

ท้ายที่สุดแล้ว ธุรกิจของอาร์คจึงจบกิจการในวันที่สิบ

มันเป็นธุรกิจที่ทำรายได้เป็นไข่มุกให้เขาโดยไม่มีทุนทรัพย์ มันไม่ใช่อะไรที่น่าเสียหาย เพราะยังไงเขาก็ไม่คิดปักหลักตั้งฐานอาศัยในโนเดเลส เช่นกัน ไม่ว่าจะมีไข่มุกมากเพียงใด ถ้าหากเขาไม่อาจเปลี่ยนมันเป็นทองคำได้ก็ไร้ซึ่งความหมาย ธุรกิจของเขาจึงจบลงเช่นนี้

อีกทั้งยังมีเหตุผลอื่นอีกที่อาร์คสามารถปล่อยมือจากธุรกิจได้โดยไม่เสียดาย ก็เพราะเขาเข้าถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้แล้ว อาร์คในตอนนี้ต่างเป็นคนดังในหมู่ชาวเงือก

ทุกที่ที่เขาไป ชาวเงือกมักจะจำอาร์คได้และเข้ามาทักทาย

ครั้งที่เขายังทำการค้าอยู่ มีผู้ชื่นชอบจำนวนมากที่มาภัตตาคารโดยไม่พลาดเลยแม้สักวัน การจะออกหาข้อมูลในตอนนี้คงไม่ใช่ปัญหาอะไรมากนัก

“รู้จักคนที่ชื่อคริสตินไหมครับ?”

“เจ้าพูดว่าคริสตินหรือ...”

เมื่อครั้งอดีตเขาอาจโดนปฏิเสธมาทันควัน แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป

ผู้อาวุโสชาวเงือกทำท่าครุ่นคิดและกล่าวออกมา “คงไม่เป็นไรถ้าหากคนที่ข้าบอกคือเจ้า แต่ว่านะ ข้าไม่ได้รู้เรื่องของคนที่ชื่อคริสตินมากนักหรอก ไม่เพียงแค่ข้า ไม่ใช่ว่าชาวเงือกทุกคนในโนเดเลสนั้นจะรู้เรื่องของเขา ชื่อนี้ทุกคนต่างรู้ แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นใคร”

“ผมไม่เข้าใจครับ อย่างนั้นแล้วทำไมทุกคนถึงโมโหตอนที่ผมกล่าวถามออกไป?”

“มันเป็นเพราะพวกเราถูกสอนมาแบบนั้น ข้าเพียงได้ยินมาจากชาวเงือกผู้หนึ่งว่า ตั้งแต่ครั้งสมัยปู่ของปู่ของข้านั้นถูกสอนให้เกลียดชังเขา แต่หลังจากที่ได้ยินคำของเจ้าแล้วนึกย้อนไป ข้าก็ไม่เคยได้ยินเลยว่าเหตุใดพวกเราถึงต้องเกลียดชังเขา”

เขาเข้าใจ คงเหมือนถามว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นปลา?

“ไม่มีทางที่จะรู้เลยเหรอครับ?”

“อืม...”

ชายชราชาวเงือกครุ่นคิดอยู่สักพักและตอบกลับมาในขณะที่คล้ายกับนึกบางสิ่งขึ้นมาได้

“พอมาคิดดูแล้ว ที่เสาคริสตัลมีบันทึกประวัติศาสตร์ของชาวเงือกเอาไว้ มันตั้งอยู่ที่หน้าพระราชวัง ข้าคิดว่าข้าได้ยินมาว่ามีเรื่องของเขาถูกบันทึกเอาไว้ที่นั่นด้วย แต่พวกเราไม่รู้ว่ามันมีความหมายเช่นไร เป็นเพราะภาษาที่เขียนเอาไว้ถูกลืมเลือนไปนานมากแล้ว เจ้ามีพรสวรรค์หลายอย่างอาจพบเบาะแสก็ได้ ลองไปดูเถอะ”

“ขอบคุณครับ”

“ว่าแต่ตอนนี้เจ้าเลิกกิจการภัตตาคารแล้วหรือ?”

“ครับ ผมไม่มีวัตถุดิบเหลือแล้วน่ะครับ”

“โชคร้ายนัก นั่นเป็นความสุขเพียงอย่างเดียวของข้าเลย...” ชายชราชาวเงือกพึมพำขณะที่ทำปากมุบมิบ

อาร์คกล่าวลาลูกค้าประจำและมุ่งหน้าไปยังพระราชวัง

“ว่าไงอาร์ค มาทำอะไรที่นี่กัน?”

“ผมได้ยินมาว่าเสาคริสตัลหน้าพระราชวังมีเรื่องมหัศจรรย์บันทึกไว้น่ะครับ”

“มันอยู่ตรงนั้น ลวดลายของมันเป็นความมหัศจรรย์จริง ๆ”

“ขอผมเข้าไปดูได้ไหมครับ?”

“อืม นี่ออกจะยากอยู่...”

“ผมอยากเรียนรู้เรื่องของชาวเงือกที่นับถือให้มากกว่านี้น่ะครับ ขอแค่มองดูก็ได้แล้วผมจะรีบออกมานะครับ”

“ก็ได้ ในเมื่อเป็นเจ้าไม่ใช่คนอื่นคนไกล ช่วยไม่ได้นี่นะ เข้าใจล่ะ รีบออกมาด้วยล่ะ”

เมื่อค่าความสัมพันธ์ถึงขีดสูงสุด ทุกสิ่งอย่างถึงกับง่ายดายราวปลอกกล้วย

เมื่อเขาเข้ามาในพระราชวัง เขาได้เห็นเสาคริสตัลที่อยู่ไม่ไกลไปจากทางเข้า

ราวกับหยาดน้ำที่สลักเอาไว้เหนือพื้นผิวของเสาคริสตัลสูงนับสิบเมตร

‘เพื่อดำเนินภารกิจต่อ เราต้องถอดรหัสมันให้ได้?’

ขณะที่มือของอาร์คสัมผัสกับพื้นผิวของแท่นเสา แสงสว่างพลันสาดส่องออกมาจากตัวเสาและฉายภาพนับไม่ถ้วนวาบผ่านต่อหน้าต่อตา

* * *

เงือกผู้งดงามกำลังนั่งอยู่บนระเบียงที่สามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งโนเดเลส เงือกผู้นี้ทั้งสดใส ไหล่กว้าง และมีผมสีบลอนด์กับดวงตาสีน้ำเงินแซฟไฟร์

เธอกำลังมองแผ่นหลังของชายคนหนึ่งด้วยดวงตาอันโศกเศร้า มันเป็นแผ่นหลังที่ทั้งใหญ่ แข็งแกร่ง และสมบูรณ์แบบ ทว่าเธอนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความโศกและสิ้นหวัง เป็นเพราะแผ่นหลังนั้นเธอไม่อาจครอบครอง

แผ่นหลังของชายหนุ่มค่อย ๆ ห่างไกลออกไป

นางเงือกผู้นี้ร้องออกและร่ำร้องขณะที่มองแผ่นหลังของชายหนุ่มห่างไกลออกไปจากระเบียง

หยาดน้ำตาปรากฏขึ้นในห้วงน้ำที่โปร่งแสง

จากนั้นภาพจึงเปลี่ยนไป

นางเงือกได้กำเอาไอเทมที่ชายหนุ่มหลงเหลือเอาไว้แนบกับอกและจากไปสถานที่ใดสักแห่ง ในตอนนี้หางที่งดงามของนางกำลังเผยความโศกเศร้าออกมา

“คริสติน คริสติน ข้ารักเจ้า

กระทั่งว่าน้ำทั้งสิ้นมหาสมุทรจะแห้งเหือด ข้าก็ยังรักเจ้า

กระทั่งว่าข้าต้องทนความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงอกนี้ ข้าก็ยังรักเจ้า

ข้าเชื่อมั่นต่อคำสัญญา

คำสัญญาที่ข้าเชื่อว่าเจ้าจะกลับคืนสู่ข้า

จนกว่าจะถึงตอนนั้น ข้าจะรอคอยเจ้าที่สถานที่แห่งพันธสัญญา

โปรดอย่าได้ลืมคำที่ข้าเอื้อนเอ่ยต่อเจ้า

หากเจ้าต้องการพบข้า จงหลับตาทั้งสองนั้นลง

ในสถานที่นั้น ข้าจะรอคอยวันที่ข้าจะได้อยู่ในอ้อมแขนของเจ้า”

* * *

=====

ด้วยภูมิความรู้โบราณวัตถุ ท่านได้ค้นพบข้อมูลลับภายในเสาคริสตัล

นางเงือกผู้โหยหาคนรักของเธอได้จดบันทึกเอาไว้ภายในเสาคริสตัล

เพื่อคนรักที่จะกลับมาหาเธอในสักวัน เธอจึงทิ้งจดหมายจากครั้งอดีตนี้เอาไว้ ทว่า น่าเศร้านัก ดูเหมือนคนรักของเธอจะไม่ได้กลับมา

ภูมิความรู้โบราณวัตถุ +5, ความฉลาดเพิ่มขึ้น 5, โชคเพิ่มขึ้น 2, ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 10

=====

‘เป็นจดหมายรัก เธอเขียนขึ้นด้วยความรักอย่างลึกล้ำ’

แคร่ก!

จากนั้น ภาพที่ปรากฏขึ้นเหล่านี้ก็เริ่มเลือนลับหายไป

จบบทที่ เล่ม 2 ตอนที่ 4 : เอาชนะใจผู้คน (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว