เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 2 ตอนที่ 4 : เอาชนะใจผู้คน (2)

เล่ม 2 ตอนที่ 4 : เอาชนะใจผู้คน (2)

เล่ม 2 ตอนที่ 4 : เอาชนะใจผู้คน (2)


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

====================

เล่ม 2 ตอนที่ 4 : เอาชนะใจผู้คน (2)

ยิ่งเขาพูดอวยมากเท่าไหร่ราคาก็ยิ่งสูงขึ้น ศาสตร์แห่งการสื่อสารของอาร์คก็เพิ่มขึ้น เมื่อเขาขายสิ่งของทั้งหมดที่มีออกไป ศาสตร์แห่งการสื่อสารของเขาถึงกับได้ค่าประสบการณ์มา 13 หน่วย อีกทั้งเขายังได้รับไข่มุกมาทั้งสิ้น 450 เม็ด แน่นอนว่าประชากรเงือกต่างซื้อหาสิ่งของที่เหลือด้วยใบหน้าพึงพอใจ ทำให้ค่าความสัมพันธ์ของเขาเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

แต่พวกเขาก็ยังไม่ปริปากบอกเรื่องคริสติน

อาร์คหาได้กังวลไม่ ‘สถานที่เช่นนี้กลับมีกลยุทธ์ทางการค้าอันน่าทึ่ง!’

หลังเสร็จการดำเนินธุรกิจ อาร์คยิ่งมั่นใจมากขึ้น

‘ความแตกต่างทางวัฒนธรรมคือเงิน!’

โนเดเลสนั้นเป็นอิสระจากบนบกอย่างสิ้นเชิง และมันเป็นสิ่งที่ทำให้ค่าความสัมพันธ์ของเขาเพิ่มสูงขึ้นได้ บางสิ่งนั้นไร้ค่าโดยสมบูรณ์เมื่ออยู่บนบก แต่ไม่ใช่กับที่นี่ ตราบเท่าที่เขาพบเจอความจริงข้อนี้ มันจึงไม่มีปัญหาอันใดเลยที่จะเพิ่มค่าความสัมพันธ์ที่มากขึ้น

อาร์คออกรวบรวมข้อมูลโดยทันทีขณะที่เดินเตร่ไปทั่วโนเดเลส

สิ่งถัดมาที่ดึงดูดความสนใจของอาร์คคือภัตตาคาร

ชาวเงือกไม่มีแนวคิดทางด้านทำอาหาร กระทั่งว่าสั่งอาหารที่ภัตตาคาร สิ่งที่ได้รับมาก็แค่พวกหอยและสาหร่ายดิบเพียงเท่านั้น

แน่นอนว่าใต้น้ำไม่อาจจุดไฟได้

แต่อาร์คนั้นไม่ใช่ การทำอาหารเพื่ออยู่รอดมีหม้อที่อาร์คสามารถต้มน้ำได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ไฟ และสามารถย่างวัตถุดิบได้แม้จะอยู่ในสถานที่เช่นนี้! สมชื่อ ‘ทำอาหารเพื่ออยู่รอด’ ไม่มีผิด ตราบเท่าที่มีใจคิดจะทำ กระทั่งบะหมี่ก็สามารถทำได้ที่ใต้น้ำแห่งนี้

‘พวกเขาต้องกินสิ ไม่มีอะไรหรอก พวกเขาต้องกินแน่’

อาร์คได้เริ่มการทำอาหารที่จัตุรัสโดยทันที

เขามีวัตถุดิบเหลืออยู่มากถึงขนาดที่ว่าพวกมันเกือบจะเน่าหรือเสียอยู่แล้ว

ในหมู่เมนูอาหารที่อาร์คสามารถทำได้ด้วยวัตถุดิบที่มี อาร์คเลือกที่จะทำเมนูที่ค่อนข้างมีรสชาติที่ดีและมีกลิ่นหอม ผลลัพธ์ก็เป็นดังคาด

ชาวเงือกต่างไม่เคยเห็นการทำอาหารมาก่อน

พวกเขาไม่เคยกระทั่งจินตนาการถึงอาหารที่ทำจากวัตถุดิบบนบก ชาวเงือกต่างมารวมตัวกันและจ่ายเงินเป็นจำนวน 1P ต่อจานอาหาร และชาวเงือกแต่ละคนที่กินอาหารเข้าไปนั้นต่างส่ายหางเป็นการใหญ่ ในแต่ละวันซุ้มอาหารของอาร์คจะเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่อแถวจนยาวเหยียด

เมื่ออาร์คทำเมนูที่หลากหลายยิ่งขึ้น ยอดขายก็เพิ่มขึ้นตาม อาหารที่ทำให้ชุ่มชื้นจะมีผลช่วยอัตราการฟื้นฟูพลังชีวิต และอาหารที่มีโภชนาการมากจะเพิ่มพละกำลังหรือไม่ก็ความคล่องตัว อาหารพิเศษเหล่านี้สนนราคาอยู่ที่ 3P! มันเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการตั้งราคาขายและช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

“โอ้ นี่มันอะไรกัน?”

“โห รสชาตินี่อย่างงี้เลย”

“บนบกเรียกเนื้อนี่ว่าอะไร?”

“เพราะอะไรไม่รู้ ตอนกินอาหารจากที่นี่เข้าไปข้ารู้สึกราวกับพละกำลังเพิ่มมากขึ้น”

ในหนึ่งวัน วัตถุดิบอาหารจากบนบกจะพร่องไปมาก แต่ธุรกิจก็ยังดำเนินไปได้ด้วยดี

“นี่มันสาหร่ายทะเลที่เคยกินมาตลอดนี่ แต่รสชาติต่างกันลิบลับ!”

“ไม่อยากเชื่อเลย นี่เจ้าทำให้หอยพวกนี้มีรสชาติวิเศษเพียงนี้ได้ยังไงกัน!”

ทั้งเด็กทั้งชรา ทั้งทหารยามหรือเหล่าขุนนางของชาวเงือก พวกเขาล้วนชมกันไม่หยุดปาก

ชาวเงือกบางคนก็นำเอาคนรักเดินเข้ามาอย่างสง่าเพื่อสั่งอาหาร แน่นอนว่าอาร์คนั้นต้อนรับลูกค้าเป็นอย่างดี ชาวเงือกจึงพอใจกับการบริการที่ซึ่งเป็นรองแค่ภัตตาคารชั้นหนึ่ง

ต้องขอบคุณเรื่องที่เขาดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี ความนิยมของเขาจึงยิ่งเพิ่มมากขึ้น ไม่ช้า แถวชาวเงือกที่มารอตั้งแต่เช้าก็ยาวพอที่จะปิดล้อมจัตุรัสแห่งนี้เอาไว้ได้

“ยินดีต้อนรับครับ!”

“ขอหอยอบเหมือนที่กินเมื่อวานหน่อย”

“รบกวนรอสักสิบนาทีนะครับ”

มันเป็นเรื่องยากที่จะรองรับลูกค้าที่เข้ามาอย่างไม่ขาดสายโดยต้องทำอาหารไปด้วยจนแทบไม่ได้พักผ่อน เพียงไม่กี่วัน อาร์คกลับกลายเป็นคนมีชื่อเสียง ไม่มีชาวเงือกแม้สักคนในโนเดเลสที่ไม่รู้จักอาร์ค

แต่นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

“อา เจ้านี่ใกล้จะพังแล้วเหรอเนี่ย ต้องไปซื้อใหม่อีกแล้ว?”

ทหารยามผู้ซึ่งอยู่นอกซุ้มร้านถอนหายใจออกมาขณะมองชุดเกราะที่ขาดวิ่น

อาร์คเร่งร้อนเข้าไปใกล้ขณะเผยรอยยิ้มเป็นมิตรให้

“ถ้าหากไม่ว่าอะไร ให้ผมช่วยซ่อมแซมให้ไหมครับ?”

“ซ่อมแซมหรือ หมายถึงอะไรกัน? เจ้าแน่ใจหรือที่บอกว่ามันซ่อมได้?”

“ครับ แม้มันจะเหมือนไม่เก่า แต่มันก็จะยังใช้งานได้อีกชั่วระยะหนึ่ง”

“แต่ข้าไม่เคยได้ยินเลยนะว่ามนุษย์สามารถซ่อมอุปกรณ์สวมใส่ของชาวเงือกได้?”

“ครับผม ลองมอบให้ผมจัดการดูเถอะครับ”

นายทหารถอดชุดออกและส่งเกราะเปลือกหอยมาให้เขาด้วยสีหน้าไม่อาจเชื่อ

ทฤษฎีเรื่องค่าความทนทานสูงสุดนั้นไม่มีผลกับอุปกรณ์สวมใส่ของชาวเงือก ในเมื่อวัสดุมันเป็นเปลือกหอย พวกเขาจึงไม่อาจซ่อมมันได้หากแตกหัก กระทั่งว่ามีคนที่เรียนเทคนิคการซ่อมแซมของช่างตีเหล็กก็ไม่อาจที่จะซ่อมเปลือกหอยด้วยค้อนได้ แต่เทคนิคที่อาร์คได้เรียนมานั้นคือเวทมนตร์ฟื้นคืน มันไม่ใช่การซ่อม แต่เป็นการฟื้นคืนกลับสู่สภาพเดิม

“เวทมนตร์ฟื้นคืน!”

เมื่อทักษะถูกใช้งาน ชุดเกราะหอยได้กลับคืนสู่สภาพดังเดิม

เหล่าชาวเงือกที่มองดูอยู่นั้นอดไม่ได้ที่จะเผยความตะลึงออกมา ในเมื่อมันยังเป็นทักษะขั้นต้น มันจึงไม่สามารถทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยสมบูรณ์ได้ ความทนทานที่หายไป 10% ยังคงมีผลทำให้ค่าความทนทานฟื้นคืนมาแค่ 90%

ผู้เล่นทั่วไปย่อมปฏิเสธบริการนี้แม้ว่าจะจ่ายน้อยกว่า แต่แค่นี้ก็เพียงพอทำให้ชาวเงือกตกตะลึงได้ ในเมื่ออุปกรณ์ชิ้นหนึ่งมูลค่าสูงเกินกว่า 1,000P การที่จะหามาใช้ทดแทนของเดิมย่อมเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโต

“นี่มันน่าเหลือเชื่อ! กระทั่งนักเวทยังไม่อาจทำอะไรแบบนี้ได้!”

อาร์คแกล้งทำเป็นเหนื่อย “แฮ่ก แฮ่ก การใช้เทคนิคนี้มันยากพอสมควร”

“อย่าได้เหนื่อยไป ในเมื่อเจ้าทำสิ่งเช่นนี้ให้ข้า นี่อาจไม่มาก แต่โปรดรับเอาไว้”

ทหารยามยื่นมาให้ 50P

นี่มันราคาดีกว่าขายอาหารจานพิเศษนับสิบจานเสียอีก!

นัยน์ตาของอาร์คฉายแสงทองคำสว่างวาบ

‘วิเศษ กำลังกังวลอยู่เลยว่าวัตถุดิบจะไม่พอ’

“มันน่าเสียนักหากอุปกรณ์ชั้นเลิศของชาวเงือกจำเป็นต้องโยนทิ้งเมื่อมันไม่อาจใช้งาน แม้มันจะเป็นงานยาก แต่หากอุปกรณ์ของท่านพังล่ะก็ โปรดนำมาให้ผมได้ทุกเมื่อ หากเป็นไอเทมธรรมดาผมจะสามารถซ่อมมันได้ในราคาย่อมเยา”

เมื่อข่าวลือแพร่ออกไป เหล่าชาวเงือกต่างนำเอาอุปกรณ์สวมใส่เข้ามารุมล้อมอาร์คเป็นการใหญ่

‘ฮ่าฮ่าฮ่า ร่ำรวย ร่ำรวย’

เขากำลังเป็นสุขจนแทบเป็นบ้าได้

เขาใช้วัตถุดิบที่ไม่อาจขายในร้านเพื่อได้รับมาซึ่งไข่มุก แต่ยังมียิ่งกว่านั้น ทุกครั้งที่เขาทำอาหาร ทักษะทำอาหารเพื่ออยู่รอดจะยกระดับขึ้น ขณะที่เขาใช้เวทมนตร์ฟื้นคืนเพื่อได้รับมาซึ่งไข่มุก เขาก็ยังสามารถยกระดับทักษะให้เชี่ยวชาญมากขึ้น ผลลัพธ์ก็คือกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลและเลเวลของเวทมนตร์ฟื้นคืนที่เพิ่มขึ้นภายในสามวัน

=====

เวทมนตร์ฟื้นคืนเลื่อนระดับขึ้นเป็นขั้นกลาง

ข้อจำกัดที่ท่านได้รับเมื่อซ่อมแซมไอเทมธรรมดาไม่มีอีกต่อไป ตอนนี้ท่านสามารถซ่อมแซมไอเทมวิเศษได้ ทว่า แต่ละครั้งที่ท่านซ่อมแซมไอเทมวิเศษ ค่าความทนทานสูงสุดจะลดลง 10%

พลังมานาเรียกใช้ : 20

*เมื่อทั้งการเยียวยาและเวทมนตร์ฟื้นคืนเพิ่มระดับขึ้นเป็นขั้นกลาง ท่านได้เรียนรู้การฟื้นคืนชำระจากผลของเซ็ตทักษะ ด้วยทักษะฟื้นคืนชำระ ท่านสามารถชำระคำสาปของไอเทมได้

=====

‘ผลจากเซ็ตทักษะ!”

ในอดีต เขาได้เรียนทักษะการต่อสู้ด้วยมือและดาบซึ่งเป็นผลจากเซ็ตทักษะของเชี่ยวชาญดาบและการต่อสู้มือเปล่า เมื่อทักษะทั้งสองที่เกี่ยวข้องกันเลื่อนระดับขึ้น ผลของเซ็ตทักษะจะถูกมอบออกมา แต่เมื่อพิจารณาแล้ว ทักษะการถอนคำสาปที่ได้รับจากการเยียวยาและเวทมนตร์ฟื้นคืน มันไม่ใช่ทักษะธรรมดา นับได้ว่าเป็นเซ็ตทักษะระดับหายาก ตอนนี้เขาสามารถถอนคำสาปให้กับไอเทมได้โดยไม่ต้องไปจ่ายเงินเพื่อใช้บริการที่มหาวิหารอีกต่อไป

‘ดาบของแลนเซล!’

ดาบของแลนเซลผุดขึ้นในความคิดโดยทันที

จนกระทั่งถึงตอนนี้ เขายังคงสงสัยนักว่าดาบนี้มันคืออะไรกันแน่

“ดีล่ะ ฟื้นคืนชำระ!”

เมื่อดาบถูกถอนคำสาปออก หน้าต่างข้อความจึงเด้งขึ้นพร้อมเสียงประกอบ

=====

เมื่อคำสาปถูกเพิกถอน รูปลักษณ์ของดาบแท้จริงได้เผยออกมา

=====

ดาบของแลนเซล (ดาบวิเศษ)

ประเภท : ดาบมือเดียว

พลังโจมตี : 20~30

ความทนทาน : 50/50

น้ำหนัก : 25

ข้อจำกัดใช้งาน : ธาตุความมืด, เลเวล 50

ดาบที่เคยเป็นของทหารรับจ้างแลนเซลผู้ซึ่งมีชื่อเสียงเมื่อครั้งอดีต เหตุผลที่แลนเซลมีชื่อเสียงได้ต้องยกให้ดาบวิเศษนี้ได้เข้าครอบงำจิตใจของเขา แลนเซลตระหนักได้และหยุดการใช้งานดาบนี้ไปเป็นเวลานาน แต่เขาต้องจับดาบนี้อีกครั้งเพื่อกำจัดคุนดาลินี ในสถานที่แห่งนั้นเขาได้เสียลมหายใจสุดท้ายไปและตายลง

=====

‘นี่มัน... วิเศษ!’ ปากของอาร์คพลันอ้ากว้างด้วยความตกตะลึง

อาร์คยังคงใช้ดาบคมประกายที่ได้รับมาจากการจัดการหนูหมีสีดำ ดาบเล่มนั้นมีพลังโจมตีเพียง 8~12 แต่นี่ดาบของแลนเซลมีถึง 20~30

เพียงแค่มองพลังโจมตีของมันก็อาจกล่าวได้แล้วว่าเป็นดาบที่สมบูรณ์แบบสำหรับเลเวล 50 โชคร้ายที่มันติดข้อจำกัดเรื่องสังกัดความมืด

ผู้เล่นที่อาร์ครู้จักว่ามีธาตุความมืดนั้นมีเพียงน้อยนิดจนสามารถนับได้เพียงมือเดียว แม้ว่าจะเป็นไอเทมระดับวิเศษ แต่มันคงยากที่จะได้ราคาสูงจากการประมูล ทว่า มันก็ไม่มีเหตุผลใดให้ต้องผิดหวังไป

‘ดาบของแลนเซลจะเพิ่มพลังโจมตีโดยรวมให้อย่างน้อยก็ 30%’

ลำพังแค่สิ่งนี้ก็นับว่ามีค่าแล้ว

จากนั้น หน้าต่างข้อความอีกหนึ่งพลันเด้งขึ้นมา

=====

ความสามารถเครื่องมือวิเศษถูกนำออกมาโดยตัวตนของอาชีพผู้เดินทางแห่งความมืด

=====

ประชากรในโลกใต้พิภพในระดับชนชั้นกลางต่างมีสิ่งประดิษฐ์เป็นของตนเอง ซึ่งพวกเขาเรียกมันว่า เครื่องมือวิเศษ ผู้เล่นสามารถใช้งานเครื่องมือวิเศษได้หนึ่งครั้งต่อวัน ท่านสามารถอัญเชิญเจ้าของดาบวิเศษผู้ซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ในโลกใต้พิภพได้ ไม่มีข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมต่อการอัญเชิญเจ้าของดาบวิเศษ

ทว่า เจ้าของดาบวิเศษอาจไม่เป็นมิตรกับผู้เล่น

=====

ภารกิจพิเศษ : หากผู้เล่นซึ่งเป็นเจ้าของดาบได้ใช้ความสามารถอัญเชิญสิ่งมีชีวิตจากโลกใต้พิภพ ท่านจะมีคุณสมบัติที่จะให้สมุนปีศาจทำการท้าประลองกับเจ้าของดาบวิเศษ ถ้าหากสมุนปีศาจชนะ ท่านสามารถรวมทั้งสองเข้าด้วยกันและพัฒนาความแข็งแกร่งให้สมุนปีศาจได้

ถ้าหากผู้เล่นโจมตีและใช้เวทมนตร์กับศัตรูเพื่อฝั่งสมุนปีศาจระหว่างการต่อสู้ การต่อสู้จะสิ้นสุดโดยอัตโนมัติด้วยผลพ่ายแพ้ ในกรณีที่สมุนปีศาจแพ้ มันจะถูกเรียกตัวกลับและข้อจำกัดหลังการเรียกกลับจะมีผลใช้งาน

=====

ดาบของแลนเซล (ดาบวิเศษ)

ผลพิเศษ : หนึ่งครั้งต่อวัน ท่านสามารถอัญเชิญ ดันพิล แวมไพร์ชั้นต่ำออกมาได้

=====

‘อะไรกัน?’ อาร์คเผยสีหน้าสับสนออกมาขณะที่จ้องมองข้อความเบื้องหน้า

หลังอ่านทวนไปสองรอบ ด้วยสติที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเขาถึงกับอุทานออกมา

‘สมุนปีศาจเติบโตได้!’

คำเหล่านี้ทำให้ดวงตาของเขาแทบถลนออก ที่จริงแล้ว อาร์ครู้สึกสงสัยอยู่พอสมควรว่าจะพัฒนาสมุนปีศาจของตนยังไง ในเมื่อเงื่อนไขการพัฒนาสมุนปีศาจมันออกจะแปลกอยู่บ้าง

การทำอาหารจานใหม่ด้วยการทำอาหารเพื่ออยู่รอด กระทั่งว่าทำอาหารได้สำเร็จ หากผลลัพธ์ออกมาเป็นทางลบ สมุนปีศาจก็ไม่อาจเติบโต ดังนั้นแล้วแม้เขาจะทำอาหารใหม่ไปกว่าแปดสิบจาน ค่าสถานะของสมุนปีศาจของเขาก็เพิ่มขึ้นมาเพียงแค่สามสิบครั้ง และในเมื่อเจ้ากะโหลกและค้างคาวต่างแยกกันกิน ความสำเร็จก็นับได้ว่ามีเพียงแค่สิบห้าครั้ง

ถ้าหากการเพิ่มค่าสถานะคือเลเวลที่เปลี่ยนไป พวกมันก็คงมีเลเวล 15 แล้ว แม้ว่าอาร์คจะทำได้จนเพิ่มเลเวลของพวกมันทั้งสองไปถึงสามสิบครั้งโดยการทำอาหารอย่างไม่หยุดหย่อน แต่ไม่ว่าวัตถุดิบในนิวเวิร์ลด์จะมีมากมายขนาดไหน แต่มันก็ต้องมีขีดจำกัดอยู่

สรุปก็คือ จำนวนอาหารจานใหม่ที่อาร์คสามารถทำได้นั้นมีจำกัด และเมื่อถึงตอนนั้นการเติบโตของสมุนปีศาจก็จะหยุดชะงักลง

ตอนนี้พวกเขามีชัยเหนือความต่างเลเวลเมื่อสู้กับมอนสเตอร์ก็เพราะกลยุทธ์ แต่มันก็ต้องถึงขีดจำกัดเข้าในสักวัน

ถ้ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เขาก็ต้องยอมปล่อยสมุนปีศาจไป แต่ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น เขาอยากที่จะพัฒนาพวกมันแม้เพียงนิด สมุนปีศาจเหล่านี้ต่างไม่เคยคิดที่จะเร่งร้อนเพิ่มเลเวล เป็นเพราะพวกมันไม่ชอบการโดนบังคับให้กินอาหารเสี่ยงตาย...

เรื่องนี้นับได้ว่าเป็นที่น่าเสียดายสำหรับอาร์คผู้ซึ่งมีความใส่ใจต่อสมุนปีศาจของตนเป็นพิเศษ

‘แต่ตอนนี้มีหนทางอื่นแล้ว!’

หลังขายของช่วงเย็นเสร็จสิ้น อาร์คจึงออกไปนอกเมืองโนเดเลส

เหตุผลก็คือ การต่อสู้ไม่อาจกระทำได้ภายในเมือง

“อัญเชิญดาบวิเศษ!”

เมื่ออาร์คปลดผนึกออก มอนสเตอร์จึงถูกอัญเชิญออกมาด้วยแสงสลัว รูปร่างของมันดูแล้วเป็นชายวัยกลางคนในชุดสูท

ดันพิลมองโดยรอบ มองอาร์ค และแสยะยิ้มออกมา “เจ้าอัญเชิญข้า? มีธุระอะไร?”

ทั้งสีหน้าและท่าทางรวมถึงคำพูดต่างโอหังเกินจะกล่าว

และขณะที่อาร์คจะพูดออกมานั้นเอง

“ดะ-ดันพิล!” ขณะที่เหม่อมองดันพิล เจ้าค้างคาวพลันร่ำร้องออกมา

ทว่าท่าทีตอบสนองของดันพิลกลับเฉยชา

“เจ้าคือ?”

“นะ-นี่แกไม่รู้จักข้า?”

“เจ้านี่แปลกนะ ข้าไม่ค่อยชอบค้างคาวก็เลยไม่คิดรู้จักคบหาสมาคมถามชื่อน่ะ”

“วะ-ว่าอะไรนะ? แก!”

โดยไม่รีรอ เจ้าค้างคาวพุ่งเข้าใส่ดันพิลโดยทันที

ตัดสินจากสถานการณ์ตรงหน้า ดันพิลสมควรเป็นคู่แค้นของเจ้าค้างคาว

เมื่อการต่อสู้ระหว่างสมุนปีศาจเกิดขึ้น หน้าต่างข้อความจึงเด้งขึ้นมาบอกต่ออาร์ค เขาไม่อาจใช้ทักษะเยียวยาหรือว่าอัญเชิญสมุนปีศาจกลับไปได้

จบบทที่ เล่ม 2 ตอนที่ 4 : เอาชนะใจผู้คน (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว