เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 148 วันที่เลวร้ายที่สุด

บทที่ 148 วันที่เลวร้ายที่สุด

บทที่ 148 วันที่เลวร้ายที่สุด


เมื่อมองดูภูเขาแมลงอสูรและกองวัชพืช ผู้อาวุโสและผู้ดูแลก็พากันเงียบงัน หลังจากนั้นสักครู่ ผู้อาวุโสที่เป็นหัวหน้าก็พูดขึ้น

"ศิษย์น้องหญิง เจ้าอยากได้คะแนนนิกายเกินไปหรือเปล่า?"

คำถามนั้นถือว่าพูดอย่างสุภาพที่สุดแล้ว แต่จงหลิงกลับตอบด้วยท่าทีจริงจัง

"คำพูดของผู้อาวุโสหมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ ศิษย์ไม่เข้าใจเลย"

"การกระทำของเจ้ามันชัดเจนแล้ว กลับมาปฏิเสธเสียอย่างนั้น?"

ผู้อาวุโสกล่าวอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันหินบันทึกเสียงก็ปรากฏขึ้นในมือของเขาซึ่งซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ

เขาได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับวีรกรรมยอดเขาบุปผางามที่บ้าคลั่งในช่วงนี้มาบ้าง และเมื่อเห็นสภาพตรงหน้า เขาก็เกือบจะมั่นใจทันทีว่าศิษย์เหล่านี้ของยอดเขาบุปผางามต้องการหาทางเอาเปรียบคนอื่น

ไม่รู้ว่าพวกเธอไปจับแมลงอสูรจำนวนมหาศาลนี้มาจากไหน คิดจะนับมันเป็นคะแนนนิกายอย่างนั้นหรือ น่าหัวเราะสิ้นดี

มีแมลงอสูรมากกว่า 10ล้านตัว ถ้าคิดคะแนนนิกายสิบตัวต่อหนึ่งคะแนน มันก็จะมากกว่า 1 ล้านคะแนน

แม้ว่านักปรุงยาจะร่ำรวยกว่าศิษย์ทั่วไป แต่คะแนนนิกายก็ไม่ได้ตกลงมาจากฟ้า มันก็เกิดจากความพยายามในการกลั่นยาไปขายเช่นกัน

เขาจึงแสร้งทำตัวสงบนิ่ง แต่ภายในใจกลับเตรียมเก็บหลักฐานอย่างลับๆ หากจงหลิงกล้าสารภาพ เขาจะเอาเรื่องนี้ไปร้องเรียนให้ถึงหอผู้คุมกฏ

เขาคิดว่าตนเองจัดการเรื่องนี้ได้อย่างราบรื่นแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าจงหลิงมองออกหมดแล้ว เธอเหลือบมองที่แขนเสื้อของผู้อาวุโสอย่างไม่ใส่ใจ และรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็ค่อยๆ จางลง

"ผู้อาวุโสหมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ? พวกเราทำงานกันอย่างหนักมาตลอดเดือน แล้วท่านจะไม่จ่ายคะแนนให้พวกเราอย่างนั้นหรือ? ถ้าเป็นเช่นนั้น ศิษย์คงไม่มีทางเลือกนอกจากขอให้ผู้อาวุโสไปว่ากันที่หอผู้คุมกฏ"

ดีจริงๆ ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไร ก็ถูกตบลงมาก่อนแล้ว

ใบหน้าของผู้อาวุโสหม่นลง ขณะที่จงหลิงยืนอยู่ด้วยท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยม ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสจะคิดสู้กับเธออีกหรือ? เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้ของเธอนี่มาจากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์

‘ข้าอาจใช้เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้สู้พวกเลวจากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ไม่ไหว แต่จัดการผู้อาวุโสมันง่ายเกินไป ท่านคิดจะเล่นแง่กับข้าหรือ? ฮ่าๆ ไร้เดียงสาจริงๆ’

เธอเล่นเป็นฝ่ายรุกใส่ผู้อาวุโสได้อย่างจัง และตอนนี้ผู้อาวุโสก็เริ่มกระวนกระวายเล็กน้อย

ทำไมเด็กคนนี้ถึงเล่นนอกแผนของข้า? ข้าอุตสาห์จัดเตรียมหินบันทึกเสียงไว้แล้ว ทำไมถึงกลายเป็นเธอเล่นแง่ใส่เขาได้?

แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ มองดูภูเขาแมลงอสูร ผู้อาวุโสก็พยายามหาทางดิ้นรนต่อ

"ศิษย์น้องหญิง คำพูดของเจ้านั้นไม่ถูกนัก จะมีแมลงอสูรมากกว่า10ล้านตัวในสวนสมุนไพร 2-3แห่งแบบนี้ได้อย่างไร? ถ้าเป็นเช่นนั้น สวนสมุนไพรของเราจะสามารถปลูกสมุนไพรได้หรือ?"

"เรื่องนั้นศิษย์ก็ไม่รู้หรอกเจ้าค่ะ เพราะศิษย์ไม่ใช่นักปรุงยา"

"เจ้า!... ก็ได้ งั้นข้าจะถามเรื่องแมลงไฟธรณีเป็นอย่างไร?"

"แมลงไฟธรณีทำไมหรือเจ้าคะ?"

"แมลงไฟธรณีมีถิ่นอาศัยอยู่เฉพาะในลาวาของเส้นเลือดธรณี แล้วจะมาอยู่ในสวนสมุนไพรได้อย่างไร? ศิษย์หญิง เจ้าจะว่าอย่างไรต่อ?"

"ศิษย์ก็ไม่ทราบเช่นกัน อีกอย่าง โลกนี้มีสิ่งประหลาดมากมาย บางทีพวกมันอาจเป็นแมลงกลายพันธุ์ก็เป็นได้"

"กลายพันธุ์? ก็ได้ ถ้าตัวหนึ่งมันกลายพันธุ์อาจจะเป็นไปได้ แต่สวนสมุนไพรที่เจ้าดูแลมีแมลงไฟธรณีเป็นกองทั้งภูเขาแบบนี้ เจ้าอธิบายเรื่องนี้อย่างไร?"

"บางทีพวกมันอาจอพยพมาจากที่เดียวกัน? แล้วก็มาตั้งถิ่นฐานที่สวนสมุนไพรแห่งนี้ก็ได้นิ?"

การโต้เถียงนั้นดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ จงหลิงไม่ยอมรับตามตรงๆ ไม่ว่าผู้อาวุโสจะพูดอะไร แมลงอสูรและวัชพืชเหล่านี้ออกมาจากสวนสมุนไพรจริงๆ เรื่องอื่นนางไม่รู้

เมื่อเห็นว่าจงหลิงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ผู้อาวุโสก็เริ่มกระวนกระวายใจและพูดอย่างโมโห

"ข้าเป็นถึงผู้อาวุโสปรุงยานะ ศิษย์น้องหญิง เจ้าต้องการจะเล่นแง่แบบนี้กับข้าจริงๆ หรือ?"

"ศิษย์ไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้อาวุโสพูด แต่ถ้าผู้อาวุโสมีคำถามใดๆ ก็สามารถไปว่ากันที่หอผู้คุมกฏได้ แต่ก่อนหน้านั้น ผู้อาวุโสควรจ่ายคะแนนนิกายมาก่อน เพราะผลลัพธ์เหล่านี้เกิดจากความเหนื่อยยากของศิษย์หญิงทั้งหลายตลอดเดือนที่ผ่านมา"

"ข้า…"

"เอาเถอะ หรือว่าผู้อาวุโสคิดจะเบี้ยวจ่ายคะแนนนิกายสินะ? ถ้าเป็นเช่นนั้น ศิษย์คงไม่มีทางเลือกนอกจากไปร้องเรียนที่หอผู้คุมกฏ"

หัวหน้าผู้อาวุโสถูกจงหลิงเล่นงานเสียอยู่หมัด ผู้อาวุโสและผู้ดูแลที่เหลือต่างก็จำใจต้องจ่ายคะแนนนิกายไปด้วยความเจ็บช้ำใจ

คะแนนนิกายมากกว่า1ล้าน แค่คิดก็ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนถูกปล้นไปดื้อๆเลย

ความโกรธทำให้ผู้อาวุโสสุดท้ายบดขยี้หินบันทึกเสียงเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และตะโกนด้วยความโกรธ

"ข้าจะเก็บเจ้าไว้ทำไมกัน?"

หอรับจ้างและยอดเขาไป๋เฉ่ากำลังอยู่ถูกศิษย์ยอดเขาบุปผางามเล่นงาน และยังมีอีกที่หนึ่งที่ได้ยินเสียงคำรามด้วยเช่นกัน นั่นก็คือยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์

พวกเขากำลังเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับเฉิงชือที่มาเข้าร่วมกับนิกายเต๋าอี้ หลังจากเตรียมตัวมาเป็นเวลาหลายเดือน การเตรียมงานก็เกือบจะเสร็จสมบูรณ์ คำเชิญถูกส่งออกไปและผู้อาวุโสจากพรรคใหญ่ต่าง ๆ จะมาร่วมงาน

แต่เมื่อใกล้ถึงงานเลี้ยง ตำแหน่งผู้เฝ้าประตูได้แจ้งกับฉีซงว่าหาเฉิงชือและหงจุ้นไม่พบ

"เจ้าไปพูดอะไรนะ? หาไม่เจอ? มนุษย์ตัวโตๆ ขนาดนั้นยังหาไม่เจอ?"

"ท่านจ้าวนิกาย ข้าไปที่ถ้ำของผู้อาวุโสเฉิงชือและผู้นำยอดเขาหงจุ้นมาแล้ว แต่ไม่มีการตอบกลับใด ๆ แถมยังเปิดใช้ค่ายกลขวางอยู่ ข้าเข้าไปไม่ได้"

ผู้เฝ้าประตูตอบอย่างจนปัญญา เขาได้เดินทางไปยังยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เมื่อสามวันก่อน พยายามหลายครั้งในวันนี้ แต่ไม่มีใครตอบกลับและเข้าไปไม่ได้เลย

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉีซงสูดหายใจลึกและมองไปยังอาวุโสใหญ่ อู๋โซ่ว ที่อยู่ข้าง ๆ

"ศิษย์น้อง เจ้าตามข้ามา ไปที่นั่นด้วยกัน ข้าคิดว่าทั้งสองคนนี้คงจะบ้าปิดประตูด่านฝึกตนไม่ออกมาเสียแล้ว"

เมื่อได้ยินดังนั้น อู๋โซ่วพยักหน้า จากนั้นทั้งสองก็เดินทางไปยังยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ด้วยตนเอง

อย่างที่คาดไว้ ไม่มีใครอยู่ในยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เลย ตั้งแต่อาวุโสถึงผู้เฝ้าประตู ทุกคนต่างปิดด่านฝึกตนกันหมด

บรรยากาศเงียบสงบไร้ผู้คน

ทั้งสองตรงไปยังถ้ำของเฉิงชือ และฉีซงได้แตะไปที่ค่ายกลเบา ๆ

"สหายเต๋าเฉิงชือ ข้าฉีซง ช่วยเปิดค่ายกล ข้ามีเรื่องจะปรึกษาเรื่องการจัดงานเลี้ยงต้อนรับกับท่านสักหน่อย"

"สหายเต๋าเฉิงชือ ท่านอยู่หรือไม่?"

"สหายเฉิงชือ..."

"ช่วยเปิดค่ายกล"

"เฉิงชือ ท่านอยู่หรือเปล่า?"

"เฉิงชือ ช่วยเปิดค่ายกล"

"เปิดค่ายกลให้ข้า!"

ปัง!

ตอนแรกเขาพูดอย่างอ่อนโยน เพราะเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเจ้านิกายและต้องการสร้างความรู้สึกเป็นกันเองให้กับคนอื่น

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฉีซงก็เริ่มหงุดหงิดเรื่อย ๆ สุดท้ายก็เริ่มโจมตีค่ายกลและใช้พลังปราณข้าไปด้วย

ค่ายกลสั่นไหวจนเกือบจะพังด้วยมือของฉีซง

"ถ้าเจ้าไม่เปิดประตู ข้าจะบุกเข้าไปเอง"

"เฉิงชือ เปิดประตูให้ข้า!"

"ในฐานะผู้นำแห่งนิกายเต๋าอี้ ข้าสั่งให้เจ้าเปิดประตูให้ข้า!"

"ได้...ถ้าเจ้าจะเล่นแบบนี้..."

เมื่อไม่มีการตอบกลับใดๆเลย เมื่อเห็นว่าฉีซงตั้งใจจะบุกเข้าถ้ำ อู๋โซ่วก็รีบก้าวเข้ามาหยุดและกล่าวโน้มน้าว

"พี่ใหญ่ กรุณาสงบใจไว้ก่อน สหายเต๋าเฉิงชืออาจอยู่ในช่วงสำคัญ เราไม่ควรทำอะไรที่ไม่สมควรเช่นนี้ ขอให้เราไปหาศิษย์น้องหงจุ้นก่อนและรอดูสถานการณ์อีกที่ก่อนดีไหม?"

การบุกเข้าไปในถ้ำของคนอื่นขณะปิดด่านฝึกตนเป็นการกระทำทีไม่สมควรนั้นถือเป็นการกระทำที่หยาบคาย เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉีซงจึงค่อยๆสงบลง แม้ว่าในใจจะยังโกรธอยู่ แต่เขาก็พยักหน้าเห็นด้วย

"เอาล่ะ ทำตามที่เจ้ามากล่าวเถอะ"

จากนั้น ทั้งสองก็ไปยังถ้ำของหงจุ้น ครั้งนี้อู๋โซ่วก้าวขึ้นมาขอเปิดค่ายกลด้วยตนเอง

"ศิษย์น้องหงจุ้น เจ้าอยู่หรือไม่?"

"ศิษย์น้องช่วยเปิดค่ายกลให้ข้าหน่อยได้ไหม?"

"ศิษย์น้อง เปิดค่ายกลด้วยเถิด พี่ใหญ่มีเรื่องจะคุยกับท่าน"

"ศิษย์น้อง เปิดค่ายกลด้วย"

"หงจุ้น เปิดค่ายกลให้ข้า ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้า!"

“.…”

"ทำไมเจ้ายังไม่เปิดประตูอีก?"

"หงจุ้น เจ้านั่งฌาณอยู่หรือไม่? ขอให้เปิดค่ายกลให้ข้าด้วย"

"หงจุ้น อย่ามาเล่นตัวโง่ๆกับข้า เปิดประตูเดียวนี้!"

จบบทที่ บทที่ 148 วันที่เลวร้ายที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว