- หน้าแรก
- ข้าคือเทพแห่งการทำอาหาร ทั้งสำนักถูกความหิวครอบงำจนร้องไห้
- บทที่ 143 ค่อยๆเปลี่ยนแปลง กลายเป็น...
บทที่ 143 ค่อยๆเปลี่ยนแปลง กลายเป็น...
บทที่ 143 ค่อยๆเปลี่ยนแปลง กลายเป็น...
ยาเพิ่มพลังเป็นเพียงยาระดับสอง แม้ว่าจะไม่สูงมาก แต่สำหรับม้าอสูรแล้วผลของมันกลับมีอานุภาพเกินคาดคิด
หลังจากกินยาเพิ่มพลังเข้าไป ม้าอสูรถึงกับวิ่งอย่างดุดัน ประกายไฟลุกออกมาจากกีบเท้าของมัน ทั้งตัวเต็มไปด้วยพลังและความเร้าร้อน
อย่างไรก็ตาม ผลของยานี้ไม่ได้คงอยู่ยาวนานนัก
หลังจากผ่านไปเพียงชั่วโมงเดียว เมื่อฤทธิ์ยาค่อยๆจางหาย ความเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ก็ถาโถมเข้าใส่ร่างกายของมัน
เพียงแค่เสียงดัง ตุบ! ม้าอสูรก็ล้มลงกับพื้นอย่างแรง และมีฟองขาวพุ่งออกมาจากปาก
ต่อเหตุการณ์นี้ ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามกลับดูเหมือนเตรียมพร้อมไว้นานแล้ว เธอกระโดดลงจากหลังม้าก่อนที่จะถูกม้าโยนลงมา แล้วเดินเข้ามาหาม้าอสูรพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
"เจ้าเหนื่อยขนาดนี้แล้วเหรอ? ไม่เป็นไร ข้าจะช่วยรักษาเจ้าเอง"
แล้วเธอก็หยิบยาฟื้นฟูจิตวิญญาณออกมา ซึ่งเป็นยาระดับสองอีกเช่นกัน หน้าที่หลักของมันคือฟื้นฟูพลังปราณและพละกำลัง
ในเวลาเดียวกัน เพื่อให้ทันการเดินทาง ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามยังใช้พลังปราณของตัวเองช่วยม้าอสูรดูดซับตัวยาเข้าไป เพียงแค่ไม่ถึง15 นาที ม้าอสูรก็ฟื้นฟูพละกำลังขึ้นมามากกว่าครึ่ง
เมื่อเห็นม้าอสูรลุกขึ้นได้อีกครั้ง ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามก็ยิ้ม ก่อนที่จะหยิบยาเพิ่มพลังออกมาอีกครั้ง
เมื่อม้าอสูรเห็นยาสีแดงเลือด มันถึงกับตื่นตระหนกอย่างชัดเจน ดวงตาของมันแสดงถึงความหวาดกลัว
มันร้องเสียงหลงและถอยหลังไปเรื่อยๆ สายตาที่มองเหล่าศิษย์จากยอดเขาบุปผางามเต็มไปด้วยความหวาดผวา พวกผู้หญิงเหล่านี้เป็นมารกันหรืออย่างไร?
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ไม่มีประโยชน์ รอยยิ้มหวานของเธอยังไม่เลือนหาย เธอก้าวเข้ามาแล้วจับปากของม้าอสูรพร้อมกับพูดเสียงนุ่มนวล
"เด็กดีๆ กินแล้วเจ้าจะมีกำลัง เวลามันกระชั้นชิดและภารกิจยังเหลืออีกเยอะ ข้าเสียใจจริงๆที่ต้องรบกวนเจ้า"
พูดจบ ยาเพิ่มพลังก็ถูกป้อนเข้าไปในปากลงไปยังกระเพาะของม้าอสูร และทันใดนั้น ความรู้สึกที่คุ้นเคยก็กลับมาอีกครั้ง พลังอันไม่สิ้นสุดแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของมัน
เมื่อศิษย์จากยอดเขาบุปผางามขึ้นขี่และเอาเท้ากระตุ้นด้วยการกระทบเข้าที่ท้องม้าอสูร ก็พุ่งออกวิ่งไปทันที
แม้ว่าความเร็วของมันจะไม่ได้ลดลง แต่ก็ไม่รู้ทำไม ขอบตาของมันถึงชื้นไปด้วยน้ำตา
พวกมนุษย์เหล่านี่ไม่ใช่คนจริงๆ พวกเขาทำกับม้าอสูรแบบนี้ได้อย่างไร?
ม้าอสูรรู้สึกเหมือนอยู่ในนรกที่แท้จริง แม้ว่าเหล่าศิษย์จากยอดเขาบุปผางามจะงดงามมาก แต่จิตใจของพวกเธอกลับดำมืดยิ่งนัก
แย่กว่าคนพวกนั้นก่อนหน้านี้เสียอีก นางไม่ได้มองม้าอสูรเป็นม้าเลยด้วยซ้ำ นี่มันมองเป็นพาหนะเคลื่อนที่เท่านั้นเอง
ในนิกาย ตอนเช้าของวันถัดมา จงหลิงนำพาศิษย์กลุ่มหนึ่งมายังหอรับจ้างอีกครั้ง ครั้งนี้พวกเธอก็ตัดต้นไม้ดำได้มากกว่าเดิม
"น่าทึ่งจริงๆ"
"ตอนนี้มีต้นไม้ดำมากกว่า 30,000ต้นแล้วใช่ไหม?"
"ใช่ ไม้ดำในคลังตอนนี้มีมากแล้ว"
หลังจากที่ตรวจสอบเสร็จสิ้น เหล่าผู้ดูแลในหอต่างก็สนทนากันอย่างรื่นเริง ดูเหมือนพวกเขาจะอยู่ในอารมณ์ดี เพราะศิษย์จากยอดเขาบุปผางามได้ช่วยพวกเขาอย่างมาก
ในวันที่สาม ก็ถูกเรียกไปตรวจสอบรับไม้ดำยังมีเข้ามาอีกในช่วงเย็น แต่ในวันนี้ สีหน้าของผู้ดูแลกลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ตอนนี้ในคลังมีไม้ดำมากกว่า 60,000 ต้นแล้ว?"
"ใช่ มันมีเยอะมากจริงๆ"
"มันมากเกินพอแล้ว แบ่งเก็บไว้ใช้งานในปีต่อๆไปได้อีกนานเลย"
ในวันที่สี่ ก็ยังมีไม้ดำมาให้รับไปอีก ผู้ดูแลถึงกับพูดไม่ออก
"ข้าคิดว่าพวกนางคงไม่บ้าตัดต้นไม้มาส่งต่อเรื่อยๆหรอกนะ?"
"ข้าก็หวังไม่ให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน"
วันที่ห้า พวกผู้ดูแลถึงกับสติแตก
"หยุดเถอะ พอได้แล้ว พวกเราไม่สามารถรับไม้ดำได้มากกว่านี้แล้ว"
"ใช่แล้ว ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน แต่พวกนางเล่นตัดต้นไม้ดำไปมากกว่า1แสนต้นแล้ว"
วันที่หก พวกผู้ดูแลเหนื่อยจนหมดแรง
"ข้าได้พูดกับพวกนางไปแล้ว พวกเราไม่สามารถรับไม้ดำได้อีกแล้วนะ หลังภูเขาเกือบจะถูกตัดจนหมดแล้ว"
"ในคลังก็ไม่มีที่เก็บแล้ว ตอนนี้พวกเรามีไม้ดำ 2 ล้านต้น ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะใช้หมด?"
"ตอนนี้ยังจะพูดถึงการเก็บในคลังอีกเหรอ? หลังภูเขาทั้งหมดถูกตัดจนโล่ง ข้าจะไม่แปลกใจเลยหากจ้าวนิกายจะฆ่าพวกเราให้ตาย"
มองไปยังภูเขาด้านหลังที่เคยเต็มไปด้วยป่าไม้ดำ ตอนนี้กลับถูกตัดจนโล่งเตียนไปทั่วหลายเนินเขา แม้จะยังมีบางเนินที่ยังไม่ถูกตัด แต่ถ้ายังตัดต่อไป คงใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็หมดเกลี้ยงแน่ๆ
อารมณ์ของพวกผู้ดูแลเหมือนกับกำลังยืนอยู่บนเส้นด้าย จากความรู้สึกซาบซึ้งในช่วงแรกๆ กลายเป็นความตื่นตระหนกสุดขีดในปัจจุบัน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป
พวกเขาคิดว่าศิษย์จากยอดเขาบุปผางามมาช่วยพวกเขา แต่ใครจะคิดว่าในเวลาเพียงไม่กี่วัน จะกลายเป็นเรื่องแบบนี้
ในวันที่เจ็ด จงหลิงและเหล่าศิษย์จากยอดเขาบุปผางามก็ยังคงมาหอรับจ้างตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อขอลงทะเบียนรับงานตัดไม้
เมื่อเห็นพวกเธอ คราวนี้พวกผู้ดูแลไม่ได้ยิ้มแย้มเหมือนก่อน แต่กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"ผู้ดูแล กรุณาลงทะเบียนด้วย พวกเราจะไปตัดต้นไม้ต่อ"
เมื่อได้ยินสิ่งที่จงหลิงพูด ผู้ดูแลผู้รับผิดชอบการลงทะเบียนแทบจะร้องไห้ทันที
"เอ่อ…ไม่มีแล้ว ต้นไม้ให้ตัดไม่มีอีกแล้ว"
"ไม่มีแล้วเหรอ? ยังมีอีกครึ่งภูเขาที่ไม่ได้ตัดไม่ใช่เหรอ?"
จงหลิงขมวดคิ้ว เมื่อได้ยินคำตอบ ผู้ดูแลก็อธิษฐานอย่างหมดหนทาง
"จริงๆ ไม่มีเหลือแล้ว ถ้ายังคงตัดแบบนี้ต่อไป ภูเขาด้านหลังจะโล่งไปจริงๆ พวกเราไม่สามารถตัดมันได้อีกแล้ว ตอนนี้คลังก็เก็บไม้ดำเกิน 2 ล้านต้นแล้ว จะต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะใช้มันหมด..."
"ขอร้องล่ะ ปล่อยพวกเราไปเถอะ"
เพราะความสงสัย ผู้ดูแลของหอรับจ้างก็ได้สืบทราบข้อมูลบางอย่างในที่สุด
พวกเขารู้ว่าศิษย์จากยอดเขาบุปผางามเพิ่งจะทำให้หอภารกิจปิดไปได้ไม่กี่วัน สาเหตุมาจากผู้อาวุโสสามไม่อนุญาตให้ศิษย์ยอดเขาบุปผางามรับภารกิจเพิ่ม พวกเธอจึงต้องมาทำงานที่หอรับจ้างแทน
เมื่อได้ทราบข้อมูลเรื่องนี้มาทุกอย่างก็ชัดเจน เมื่อพวกเธอไม่สามารถก่อความวุ่นวายในหอภารกิจได้ พวกเธอก็หันมาทำในหอรับจ้างแทน
มันน่าตลกที่พวกเขาเคยรู้สึกยินดี คิดว่าศิษย์จากยอดเขาบุปผางามเป็นดั่งนางฟ้ามาโปรดสู่หอรับจ้าง เพราะพวกเธอช่วยจัดการงานได้อย่างรวดเร็วภายในวันเดียว
‘แต่ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่านี่ไม่ใช่นางฟ้า แต่เป็นนางมารชัดๆ’
เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้ดูแลกล่าว จงหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ผู้ดูแลไม่ให้พวกเราทำงานต่อแล้วหรือ?"
"มันไม่ใช่เรื่องของการทำหรือไม่ทำ แต่พวกเราไม่มีอะไรเหลือให้ทำแล้วต่างหาก"
"ขอร้องล่ะ ศิษย์ พวกเราที่หอรับจ้างเป็นแค่หอเล็กๆ เปรียบเทียบกับหอภารกิจไม่ได้เลย หอภารกิจหยุดยั่งพวกเจ้าไม่ได้ หอรับจ้างเล็กๆอย่างพวกเราก็ยิ่งไม่อาจรับมือไหวเลย"
"อีกทั้ง พวกเราหอรับจ้างกับยอดเขาบุปผางามไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน ได้โปรดเถอะ ข้าขอร้อง อย่ามายุ่งกับพวกเราเลย"
ผู้ดูแลถึงกับร้องไห้จริงๆ รับรู้ได้เลยว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรเมื่อเข้าไปในคลังเมื่อวาน และเห็นไม้ดำกองเป็นภูเขา
พวกเขาไม่เคยมีไม้ดำมากเกินไปขนาดนี้มาก่อน แต่ตอนนี้มันมีมากเกินจนไม่รู้จะจัดการอย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อต้นไม้ดำถูกตัดจนหมด จะอธิบายต่อผู้อาวุโสใหญ่อย่างไรเมื่อถูกถาม?
‘ทำบ้าอะไรอยู่ถึงตัดมากมายขนาดนี้?’
มองไปยังภูเขาด้านหลังที่โล่งจนเกือบจะกลายเป็นทะเลทรายแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงร้องของผู้ดูแล จงหลิงและศิษย์น้องต่างมองหน้ากัน พวกเธอจะทำอย่างไรต่อดี?
ถ้าหอรับจ้างก็เป็นแบบนี้ พวกเธอคงไม่รู้จะไปหาจุดสะสมคะแนนนิกายจากที่ไหนแล้ว
ไม่ยอมแพ้ จงหลิงมองผู้ดูแลด้วยรอยยิ้ม
"ผู้ดูแล งั้นพวกเราหยุดตัดต้นไม้กันเถอะ"
"ขอบคุณมาก......"
คำว่า "ขอบคุณ" ยังไม่ทันออกจากปาก จงหลิงก็พูดต่อทันที
"ข้าพอได้ยินมาว่าในหอรับจ้างมีงานดูแลสวนสมุนไพรด้วย วันนี้พวกเราจะไปดูแลสวนสมุนไพร เก็บสมุนไพร กำจัดแมลงและวัชพืชดีไหม?"
ในทันใด ผู้ดูแลส่ายหัวปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด
"ไม่...ไม่มีเหลือแล้ว งานดูแลสวนสมุนไพรน่ะมีคนทำไปนานแล้ว ไม่มีอะไรเหลือให้ทำแล้ว"
พวกเจ้าตัดต้นไม้ดำจนหมดภูเขาแล้วนะ ใครจะกล้าให้พวกเจ้ามาดูแลสวนสมุนไพรอีกเหรอ? ถ้าเกิดอะไรขึ้นอีกละก็ อย่าว่าแต่เจ้านิกายเลย ผู้นำยอดเขาไป๋เฉ่าคงจะไม่ปล่อยหอรับจ้างไปแน่ๆ