- หน้าแรก
- ข้าคือเทพแห่งการทำอาหาร ทั้งสำนักถูกความหิวครอบงำจนร้องไห้
- บทที่ 130 ไร้ความกดดัน
บทที่ 130 ไร้ความกดดัน
บทที่ 130 ไร้ความกดดัน
แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าทำไมท่านผู้นำและหัวหน้าอาวุโสถึงมา แต่ตราบใดที่พวกเขาไม่ออกไปนอกค่ายกล พวกเขาก็ตัดสินใจอย่างลับๆว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ท่านผู้นำก็ไม่สามารถเข้ามาได้
ขณะที่พวกเขายังคงก้าวถอยหลังออกมา หงจุ้นก็เผยยิ้มบางๆออกมา เด็กๆพวกนี้เชื่อจริงๆ ว่ามีค่ายกล เพียงอย่างเดียวจะสามารถหยุดพวกเขาได้หรือ?
“ทำไมถึงถอยห่างกันมากขนาดนั้น? เข้ามาใกล้ๆสิ”
“เอ่อ... ท่านผู้นำ ถ้าท่านมีเรื่องจะพูดก็พูดมาเถอะ”
ศิษย์สองคนนี้ยังคงดื้อรั้นไม่ยอมออกจากค่ายกล เมื่อเห็นแบบนี้หงจุ้นจึงก้าวเข้าไปทำให้ทั้งสองตาเบิกกว้างในความไม่เชื่อ
พวกเขาเห็นว่าท่านผู้นำและหัวหน้าอาวุโสก้าวเดินเข้ามาในค่ายกล!
นี่มันอะไรกัน? เหตุใดค่ายกลที่ตั้งอยู่ในด่านชายฝั่งทะเลถึงไม่ทำงาน?
ศิษย์ทั้งสองสับสนกันสุดๆ โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าท่านผู้นำและหัวหน้าอาวุโสสามารถเข้ามาในค่ายกลนี้ได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้?
พวกเขาตะลึงสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จนกระทั่งพวกเขาได้สติขึ้นมาและพบว่าหงจุ้นยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาพร้อมกับยิ้มอย่างอบอุ่น
“ทำไมจึงต้องถอยไปไกลขนาดนั้นกัน?”
เมื่อค่ายกลไม่สามารถหยุดพวกเขาทั้งสองได้แล้วแบบนี้ ก็เหมือนกับเสือหลุดเข้ามาในฝูงแกะ เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของหงจุ้น
ศิษย์ทั้งสองกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความคิด กำลังติดว่าตนเองควรตอบกลับอย่างไรในสถานการณ์นี้ดี
หลังจากคิดภายในหัวอย่างหนักหน่วง พวกเขาใช้เวลาประมวลผลอยู่ประมาณ 0.01 วินาที ก่อนจะตอบออกมา
“ท่านผู้นำ กรุณาเข้าใจด้วยว่านี่ไม่ใช่ความตั้งใจของเราเลย มันเป็นการกระทำของศิษย์พี่สามทั้งหมด เราไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย!”
‘ขอโทษขอรับศิษย์พี่สาม พวกเราไม่มีทางเลือกจริงๆ’
เมื่อได้ยินแบบนั้น หงจุ้นก็ยังยิ้มเช่นเคย เขารู้ดีว่าทุกอย่างนี้เป็นแผนการของศิษย์กบฏอยู่แล้ว
“อยู่ตรงนี้และเฝ้าให้ดีล่ะ อย่าทำอะไรที่โง่เง่าเข้าใจไหม?”
“เข้าใจ เข้าใจแล้วขอรับ!”
พวกเขาพยักหน้าหงึกหงักเหมือนลูกเจี๊ยบ เมื่อหงจุ้นและเฉิงชือเดินออกไปแล้ว พวกเขาถึงกล้าที่จะลุกยืนขึ้น
“เราจะทำอย่างไรดี?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? แค่เฝ้าให้ดีก็พอ”
“เฮ้อ เจ้าลองคิดดูซิว่าทำไมเจ้าสำนักกับผู้อาวุโสใหญ่ถึงเข้ามาได้?”
ผ่านมานานหลายปี หงจุ้นก็ได้กลับเข้ามาด่านชายฝั่งทะเลอีกครั้งและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเมื่อเดินผ่าน
“ข้าจำได้เมื่อครั้งแรกที่เข้ามาในด่านชายฝั่งทะเล ข้าเป็นแค่เด็กหนุ่มตัวน้อยๆเท่านั้น”
“ยังมีอารมณ์คิดถึงเรื่องในอดีตกันอยู่อีกหรอ? การบ่มเพาะของเราถูกสะกดไว้นะเจ้าคิดว่าศิษย์กบฏจะ...”
เฉิงชือกล่าวอย่างไม่สนใจ
เมื่อทั้งหงจุ้นและเฉิงชือยังถูกสะกดการบ่มเพาะอยู่ที่ขั้นนักบุญขั้นสูงเท่านั้น พวกเขาเท่ากับว่าอยู่ในระดับเดียวกับจ้าวเจิ้งผิงและหลิวซวง
ในเรื่องนี้ หงจุ้นไม่รู้สึกกังวล
"ถึงแม้ว่าพวกกบฏนั่นจะหลุดโลกไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เจ้าพูดถูก เล่นให้ปลอดภัยไว้ก็ดีที่สุด"
"แล้วเจ้าคิดว่าไง?"
"ต้องลงมือก่อน เล่นงานพวกมันซะ"
สองเฒ่ายังไม่ทันจะเข้าไปด้านในด่านชายฝั่งทะเล แต่ก็คิดจะเปิดศึกซุ่มโจมตีก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม คงต้องรีบจัดการพวกกบฏให้เร็วที่สุด
"วิธีนี้ดีจริง ๆ"
"ฮ่าฮ่า ในที่สุดข้าก็จะได้กินอาหารร้อน ๆ อีกครั้ง"
"เคี๊ยกๆๆ..."
พูดจบพวกเขาก็เดินไปด้านในด่านชายฝั่งทะเล
ในขณะนั้นที่ด้านในด่านชายฝั่งทะเลได้เกิดการต่อสู้อย่างดุเดือด ทำให้ผู้คนตื่นตะลึง
กลิ่นหอมลอยกระจายออกมา จนทำให้เหล่าศิษย์หลายคนอดไม่ได้ที่จะใช้สุดยอดวิชาที่เก็บซ่อนไว้
"ศิษย์พี่ ขอโทษด้วย ตอนนี้ระดับพลังของข้าก็ไม่ด้อยไปกว่าท่านแล้ว"
"ฮ่าฮ่า วิชาลับที่ข้าเก็บซ่อนไว้นี้มันสุดยอดไปเลย แต่ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเจ้าไม่ได้ทะลวงขีดจำกัดแล้ว?"
ศิษย์เกือบทั้งหมด ได้ยกระดับพลังฝีมือของตนเองขึ้นไปอีกขั้น
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะใช้พลังเข้าต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาหารในวันปกติ แต่ก็ไม่เคยเปิดเผยพลังที่แท้จริงออกมาสักครั้ง แต่วันนี้ทุกคนต่างแสดงพลังฝีมือออกมาอย่างเต็มที่
ด้วยระดับพลังที่มีอยู่ ไม่ต้องพูดถึงทักษะวิชาต่างๆขั้นต่ำกลายเป็นขั้นกลาง และขั้นกลางก็กลายเป็นขั้นสูง
นอกจากนี้ยังมีวิชาขั้นสูงบางอย่างที่ไม่เคยใช้มาก่อน แต่ในวันนี้ ทุกคนงัดวิชาที่ซ่อนไว้นั้นออกมา
"ศิษย์น้องศิษย์พี่ วิชาดาบมังกรวารีขั้นกลางนี้ข้าควบคุมพลังไม่ได้ พวกเจ้าควรถอยออกไปเองดีกว่า"
"วิชาดาบมังกรวารีรึ? ศิษย์คนนี้ไม่ได้มีความสามารถมากมาย แต่พอดีว่าข้าก็เคยร่ำเรียนมาบ้าง"
"แต่เจ้าโกหกข้า!"
"ต่างคนต่างก็หลอกลวงกันทั้งนั้น"
การแข่งขันนั้นดุเดือดมาก ไม่มีใครยอมพลาดมื้ออาหารสุดพิเศษในวันนี้ นั่นก็คือซุปมังกรฟีนิกซ์ที่ศิษย์น้องฉางชิงเคี่ยวเป็นเวลาสามวันสามคืน
เมื่อเทียบกับศิษย์เอกคนอื่นๆจ้าวเจิ้งผิง หลิวซวง ซูเจี้ยน หลูยูอู หวังเย่ และเหล่าศิษย์ภายในร้อยอันดับอื่นๆ กำลังยืนอยู่ข้างในครัวด้วยท่าทีสบายใจ
ไม่มีใครในที่นี้เป็นคู่ต่อสู้ของพวกเขาได้เลย เมื่อเข้ามายังด่านชายฝั่งทะเล พวกเขาก็ไม่รู้สึกกดดันเลยแม้แต่น้อย
"การได้มาอยู่ที่ด่านชายฝั่งทะเลมันดีจริงๆ ทุกมื้อรับประกันได้ว่าจะได้กินอย่างแน่นอน"
ซูเจี้ยนถอนหายใจเบาๆ ความรู้สึกที่สามารถกินได้โดยไม่รู้สึกกดดันนั้นทำให้เขารู้สึกติดใจ
เขาเริ่มเข้าใจถึงความสุขของท่านอาจารย์ขึ้นมาบ้าง
ตอนที่เขาอยู่ในยอดเขา ท่านอาจารย์ไม่เคยแย่งชิงอาหารกับใครและกินได้ทุกมื้อ นี่คือสิทธิพิเศษของผู้แข็งแกร่ง และตอนนี้ตัวเขาเอง ซูเจี้ยน ก็ได้รับสิทธิพิเศษนี้เช่นกัน
เขารักด่านชายฝั่งทะเลนี้จริงๆ ที่นี่ไม่เพียงแต่มีวัตถุดิบให้กินทุกมื้อตลอดเวลา แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องแย่งชิงอาหารเลย
ขณะที่เขาพูดซูเจี้ยนก็แสดงท่าทีเศร้าใจออกมา
"ข้าไม่รู้ว่าท่านอาจารย์จะเป็นอย่างไรบ้าง อาจารย์คงอยู่อย่างโดดเดี่ยวในยอดเขา ศิษย์คนนี้มันอกตัญญู ไม่สามารถอยู่กับท่านได้ ข้ารู้สึกเสียใจอย่างมาก แต่การป้องกันด่านชายฝั่งทะเลก็สำคัญมาก ศิษย์คนนี้ทำได้แค่เสียสละเพื่อส่วนรวม ท่านอาจารย์ อย่าโกรธข้าเลย"
เมื่อได้ยินเช่นนี้จ้าวเจิ้งผิงและคนอื่นๆถึงกับกระตุกริมฝีปาก "เจ้านี่มันหน้าด้านจริง ๆ"
แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาเห็นด้วยคือพวกเขาก็ชอบด่านชายฝั่งทะเลนี้เช่นกัน ช่างเป็นสถานที่อันยอดเยี่ยมจริงๆ
พวกเขาไม่จำเป็นต้องลงแข่งขันทำอะไร แค่ดูการต่อสู้ของศิษย์คนอื่นๆก็พอแล้ว รอแค่เวลาที่เหมาะสมก็ไปนั่งกินได้เลย
แต่ทันทีที่ซูเจี้ยนพูดจบ เสียงของหงจุ้นก็ดังแว่วขึ้นมาเบา ๆ
"เจ้าศิษย์ทรยศ อาจารย์ไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าก็ยังมีจิตใจที่กตัญญูอยู่?"
หืม? ? ? ?
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ทุกคนก็ชะงักไป ซูเจี้ยนตกใจเหมือนเห็นผี แต่แล้วเขาก็ส่ายหัว
"โอ้ สงสัยข้าคิดถึงท่านอาจารย์มากจนหูแว่วไปเอง"
ที่นี่เป็นด่านชายฝั่งทะเล อาจารย์จะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน? เป็นไปไม่ได้ ข้าคิดไปเองมากกว่า
จนกระทั่งร่างของหงจุ้นปรากฏตรงหน้าซูเจี้ยนเหมือนผี ซูเจี้ยนก็ร้องออกมาทันที
"ว๊ากกกก.."
"เจ้าศิษย์ทรยศ แปลกใจที่เห็นอาจารย์ทำไม?"
หงจุ้นยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูมืดมนอย่างบอกไม่ถูก แต่ก่อนที่ซูเจี้ยนจะทันได้ตอบสนอง หงจุ้นก็ชี้นิ้วออกไป พลังปราณพุ่งออกมาทันที ผนึกพลังปราณของซูเจี้ยนเอาไว้
สำหรับจ้าวเจิ้งผิงและคนอื่นๆหงจุ้นก็ไม่ได้ปล่อยพวกเขาไป เขาก็ลงมือโดยไม่ให้โอกาสพวกศิษย์ได้ตอบโต้
ซึ่งพวกศิษย์เอกทั้งหลายไม่ทันได้ตอบสนองสักนิดเดียวและถูกหงจุ้นควบคุมตัวในทันที