เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130 ไร้ความกดดัน

บทที่ 130 ไร้ความกดดัน

บทที่ 130 ไร้ความกดดัน


แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าทำไมท่านผู้นำและหัวหน้าอาวุโสถึงมา แต่ตราบใดที่พวกเขาไม่ออกไปนอกค่ายกล พวกเขาก็ตัดสินใจอย่างลับๆว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ท่านผู้นำก็ไม่สามารถเข้ามาได้

ขณะที่พวกเขายังคงก้าวถอยหลังออกมา หงจุ้นก็เผยยิ้มบางๆออกมา เด็กๆพวกนี้เชื่อจริงๆ ว่ามีค่ายกล เพียงอย่างเดียวจะสามารถหยุดพวกเขาได้หรือ?

“ทำไมถึงถอยห่างกันมากขนาดนั้น? เข้ามาใกล้ๆสิ”

“เอ่อ... ท่านผู้นำ ถ้าท่านมีเรื่องจะพูดก็พูดมาเถอะ”

ศิษย์สองคนนี้ยังคงดื้อรั้นไม่ยอมออกจากค่ายกล เมื่อเห็นแบบนี้หงจุ้นจึงก้าวเข้าไปทำให้ทั้งสองตาเบิกกว้างในความไม่เชื่อ

พวกเขาเห็นว่าท่านผู้นำและหัวหน้าอาวุโสก้าวเดินเข้ามาในค่ายกล!

นี่มันอะไรกัน? เหตุใดค่ายกลที่ตั้งอยู่ในด่านชายฝั่งทะเลถึงไม่ทำงาน?

ศิษย์ทั้งสองสับสนกันสุดๆ โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าท่านผู้นำและหัวหน้าอาวุโสสามารถเข้ามาในค่ายกลนี้ได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้?

พวกเขาตะลึงสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จนกระทั่งพวกเขาได้สติขึ้นมาและพบว่าหงจุ้นยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาพร้อมกับยิ้มอย่างอบอุ่น

“ทำไมจึงต้องถอยไปไกลขนาดนั้นกัน?”

เมื่อค่ายกลไม่สามารถหยุดพวกเขาทั้งสองได้แล้วแบบนี้ ก็เหมือนกับเสือหลุดเข้ามาในฝูงแกะ เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของหงจุ้น

ศิษย์ทั้งสองกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความคิด กำลังติดว่าตนเองควรตอบกลับอย่างไรในสถานการณ์นี้ดี

หลังจากคิดภายในหัวอย่างหนักหน่วง พวกเขาใช้เวลาประมวลผลอยู่ประมาณ 0.01 วินาที ก่อนจะตอบออกมา

“ท่านผู้นำ กรุณาเข้าใจด้วยว่านี่ไม่ใช่ความตั้งใจของเราเลย มันเป็นการกระทำของศิษย์พี่สามทั้งหมด เราไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย!”

‘ขอโทษขอรับศิษย์พี่สาม พวกเราไม่มีทางเลือกจริงๆ’

เมื่อได้ยินแบบนั้น หงจุ้นก็ยังยิ้มเช่นเคย เขารู้ดีว่าทุกอย่างนี้เป็นแผนการของศิษย์กบฏอยู่แล้ว

“อยู่ตรงนี้และเฝ้าให้ดีล่ะ อย่าทำอะไรที่โง่เง่าเข้าใจไหม?”

“เข้าใจ เข้าใจแล้วขอรับ!”

พวกเขาพยักหน้าหงึกหงักเหมือนลูกเจี๊ยบ เมื่อหงจุ้นและเฉิงชือเดินออกไปแล้ว พวกเขาถึงกล้าที่จะลุกยืนขึ้น

“เราจะทำอย่างไรดี?”

“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? แค่เฝ้าให้ดีก็พอ”

“เฮ้อ เจ้าลองคิดดูซิว่าทำไมเจ้าสำนักกับผู้อาวุโสใหญ่ถึงเข้ามาได้?”

ผ่านมานานหลายปี หงจุ้นก็ได้กลับเข้ามาด่านชายฝั่งทะเลอีกครั้งและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเมื่อเดินผ่าน

“ข้าจำได้เมื่อครั้งแรกที่เข้ามาในด่านชายฝั่งทะเล ข้าเป็นแค่เด็กหนุ่มตัวน้อยๆเท่านั้น”

“ยังมีอารมณ์คิดถึงเรื่องในอดีตกันอยู่อีกหรอ? การบ่มเพาะของเราถูกสะกดไว้นะเจ้าคิดว่าศิษย์กบฏจะ...”

เฉิงชือกล่าวอย่างไม่สนใจ

เมื่อทั้งหงจุ้นและเฉิงชือยังถูกสะกดการบ่มเพาะอยู่ที่ขั้นนักบุญขั้นสูงเท่านั้น พวกเขาเท่ากับว่าอยู่ในระดับเดียวกับจ้าวเจิ้งผิงและหลิวซวง

ในเรื่องนี้ หงจุ้นไม่รู้สึกกังวล

"ถึงแม้ว่าพวกกบฏนั่นจะหลุดโลกไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เจ้าพูดถูก เล่นให้ปลอดภัยไว้ก็ดีที่สุด"

"แล้วเจ้าคิดว่าไง?"

"ต้องลงมือก่อน เล่นงานพวกมันซะ"

สองเฒ่ายังไม่ทันจะเข้าไปด้านในด่านชายฝั่งทะเล แต่ก็คิดจะเปิดศึกซุ่มโจมตีก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม คงต้องรีบจัดการพวกกบฏให้เร็วที่สุด

"วิธีนี้ดีจริง ๆ"

"ฮ่าฮ่า ในที่สุดข้าก็จะได้กินอาหารร้อน ๆ อีกครั้ง"

"เคี๊ยกๆๆ..."

พูดจบพวกเขาก็เดินไปด้านในด่านชายฝั่งทะเล

ในขณะนั้นที่ด้านในด่านชายฝั่งทะเลได้เกิดการต่อสู้อย่างดุเดือด ทำให้ผู้คนตื่นตะลึง

กลิ่นหอมลอยกระจายออกมา จนทำให้เหล่าศิษย์หลายคนอดไม่ได้ที่จะใช้สุดยอดวิชาที่เก็บซ่อนไว้

"ศิษย์พี่ ขอโทษด้วย ตอนนี้ระดับพลังของข้าก็ไม่ด้อยไปกว่าท่านแล้ว"

"ฮ่าฮ่า วิชาลับที่ข้าเก็บซ่อนไว้นี้มันสุดยอดไปเลย แต่ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเจ้าไม่ได้ทะลวงขีดจำกัดแล้ว?"

ศิษย์เกือบทั้งหมด ได้ยกระดับพลังฝีมือของตนเองขึ้นไปอีกขั้น

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะใช้พลังเข้าต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาหารในวันปกติ แต่ก็ไม่เคยเปิดเผยพลังที่แท้จริงออกมาสักครั้ง แต่วันนี้ทุกคนต่างแสดงพลังฝีมือออกมาอย่างเต็มที่

ด้วยระดับพลังที่มีอยู่ ไม่ต้องพูดถึงทักษะวิชาต่างๆขั้นต่ำกลายเป็นขั้นกลาง และขั้นกลางก็กลายเป็นขั้นสูง

นอกจากนี้ยังมีวิชาขั้นสูงบางอย่างที่ไม่เคยใช้มาก่อน แต่ในวันนี้ ทุกคนงัดวิชาที่ซ่อนไว้นั้นออกมา

"ศิษย์น้องศิษย์พี่ วิชาดาบมังกรวารีขั้นกลางนี้ข้าควบคุมพลังไม่ได้ พวกเจ้าควรถอยออกไปเองดีกว่า"

"วิชาดาบมังกรวารีรึ? ศิษย์คนนี้ไม่ได้มีความสามารถมากมาย แต่พอดีว่าข้าก็เคยร่ำเรียนมาบ้าง"

"แต่เจ้าโกหกข้า!"

"ต่างคนต่างก็หลอกลวงกันทั้งนั้น"

การแข่งขันนั้นดุเดือดมาก ไม่มีใครยอมพลาดมื้ออาหารสุดพิเศษในวันนี้ นั่นก็คือซุปมังกรฟีนิกซ์ที่ศิษย์น้องฉางชิงเคี่ยวเป็นเวลาสามวันสามคืน

เมื่อเทียบกับศิษย์เอกคนอื่นๆจ้าวเจิ้งผิง หลิวซวง ซูเจี้ยน หลูยูอู หวังเย่ และเหล่าศิษย์ภายในร้อยอันดับอื่นๆ กำลังยืนอยู่ข้างในครัวด้วยท่าทีสบายใจ

ไม่มีใครในที่นี้เป็นคู่ต่อสู้ของพวกเขาได้เลย เมื่อเข้ามายังด่านชายฝั่งทะเล พวกเขาก็ไม่รู้สึกกดดันเลยแม้แต่น้อย

"การได้มาอยู่ที่ด่านชายฝั่งทะเลมันดีจริงๆ ทุกมื้อรับประกันได้ว่าจะได้กินอย่างแน่นอน"

ซูเจี้ยนถอนหายใจเบาๆ ความรู้สึกที่สามารถกินได้โดยไม่รู้สึกกดดันนั้นทำให้เขารู้สึกติดใจ

เขาเริ่มเข้าใจถึงความสุขของท่านอาจารย์ขึ้นมาบ้าง

ตอนที่เขาอยู่ในยอดเขา ท่านอาจารย์ไม่เคยแย่งชิงอาหารกับใครและกินได้ทุกมื้อ นี่คือสิทธิพิเศษของผู้แข็งแกร่ง และตอนนี้ตัวเขาเอง ซูเจี้ยน ก็ได้รับสิทธิพิเศษนี้เช่นกัน

เขารักด่านชายฝั่งทะเลนี้จริงๆ ที่นี่ไม่เพียงแต่มีวัตถุดิบให้กินทุกมื้อตลอดเวลา แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องแย่งชิงอาหารเลย

ขณะที่เขาพูดซูเจี้ยนก็แสดงท่าทีเศร้าใจออกมา

"ข้าไม่รู้ว่าท่านอาจารย์จะเป็นอย่างไรบ้าง อาจารย์คงอยู่อย่างโดดเดี่ยวในยอดเขา ศิษย์คนนี้มันอกตัญญู ไม่สามารถอยู่กับท่านได้ ข้ารู้สึกเสียใจอย่างมาก แต่การป้องกันด่านชายฝั่งทะเลก็สำคัญมาก ศิษย์คนนี้ทำได้แค่เสียสละเพื่อส่วนรวม ท่านอาจารย์ อย่าโกรธข้าเลย"

เมื่อได้ยินเช่นนี้จ้าวเจิ้งผิงและคนอื่นๆถึงกับกระตุกริมฝีปาก "เจ้านี่มันหน้าด้านจริง ๆ"

แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาเห็นด้วยคือพวกเขาก็ชอบด่านชายฝั่งทะเลนี้เช่นกัน ช่างเป็นสถานที่อันยอดเยี่ยมจริงๆ

พวกเขาไม่จำเป็นต้องลงแข่งขันทำอะไร แค่ดูการต่อสู้ของศิษย์คนอื่นๆก็พอแล้ว รอแค่เวลาที่เหมาะสมก็ไปนั่งกินได้เลย

แต่ทันทีที่ซูเจี้ยนพูดจบ เสียงของหงจุ้นก็ดังแว่วขึ้นมาเบา ๆ

"เจ้าศิษย์ทรยศ อาจารย์ไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าก็ยังมีจิตใจที่กตัญญูอยู่?"

หืม? ? ? ?

เมื่อได้ยินเสียงนี้ ทุกคนก็ชะงักไป ซูเจี้ยนตกใจเหมือนเห็นผี แต่แล้วเขาก็ส่ายหัว

"โอ้ สงสัยข้าคิดถึงท่านอาจารย์มากจนหูแว่วไปเอง"

ที่นี่เป็นด่านชายฝั่งทะเล อาจารย์จะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน? เป็นไปไม่ได้ ข้าคิดไปเองมากกว่า

จนกระทั่งร่างของหงจุ้นปรากฏตรงหน้าซูเจี้ยนเหมือนผี ซูเจี้ยนก็ร้องออกมาทันที

"ว๊ากกกก.."

"เจ้าศิษย์ทรยศ แปลกใจที่เห็นอาจารย์ทำไม?"

หงจุ้นยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูมืดมนอย่างบอกไม่ถูก แต่ก่อนที่ซูเจี้ยนจะทันได้ตอบสนอง หงจุ้นก็ชี้นิ้วออกไป พลังปราณพุ่งออกมาทันที ผนึกพลังปราณของซูเจี้ยนเอาไว้

สำหรับจ้าวเจิ้งผิงและคนอื่นๆหงจุ้นก็ไม่ได้ปล่อยพวกเขาไป เขาก็ลงมือโดยไม่ให้โอกาสพวกศิษย์ได้ตอบโต้

ซึ่งพวกศิษย์เอกทั้งหลายไม่ทันได้ตอบสนองสักนิดเดียวและถูกหงจุ้นควบคุมตัวในทันที

จบบทที่ บทที่ 130 ไร้ความกดดัน

คัดลอกลิงก์แล้ว