เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 123 ชะตากรรมที่ถูกลิขิต

บทที่ 123 ชะตากรรมที่ถูกลิขิต

บทที่ 123 ชะตากรรมที่ถูกลิขิต


ความเย็นยะเยือกที่สัมผัสได้จากคอทำให้เหงื่อของหวังชี่ซึมออกมา แต่เฉินมู่กลับพยักหน้าแล้วกล่าวว่า

“ในเมื่อเจ้าก็รู้สึกว่าความผิดที่ทำนี้สมควรตายแล้ว เดวข้าจะช่วยสนองให้เจ้าเอง!”

พูดจบ เขายกแขนขึ้นทำให้หวังชี่รู้สึกชาไปทั้งตัว

“ศิษย์พี่! รอสักครู่ ข้าขอพูดก่อนได้ไหม”

“ยังมีอะไรให้พูดอีก?”

“ข้า… ข้า… ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

“มันเกี่ยวอะไรกับข้า?”

“เราเป็นพี่น้องร่วมนิกายกันนะ!”

“พี่น้องกัน ก็ขอให้เจ้าไปภพภูมิที่ดีนะ”

“การฆ่าศิษย์ร่วมนิกายมีความผิดร้ายแรงนะศิษย์พี่เฉิน”

“ข้าพร้อมที่จะถูกลงโทษ”

เมื่อคมดาบเริ่มเคลื่ยนที่เข้ามาเป็นแสงวาบ ในช่วงเวลานั้นหวังชี่รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกและในนาทีสุดท้าย เขาตะโกนออกไปตามสัญชาตญาณว่า

“อาหารหนึ่งมื้อแลกกับไว้ชีวิตข้า!”

คมดาบอยู่ห่างจากหวังชี่เพียง 1 มิลลิเมตร แต่สุดท้ายมันก็หยุดนิ่ง เมื่อเห็นเช่นนั้นหวังชี่ถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก

“แน่จริงในสิ่งที่พูดออกมานะ?”

“จริงอย่างแน่นอน ข้าสัญญา!”

เมื่อเห็นหวังชี่พยักหน้าอย่างหนักแน่น เฉินมู่ก็ยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มที่แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงและยังเอื้อมมือไปตบไหล่หวังชี่อย่างเป็นมิตร

“ถ้าเจ้าตั้งใจขอโทษข้าเช่นนี้ ข้าก็จะยกโทษให้และไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว เพราะสุดท้ายเราก็เป็นพี่น้องร่วมนิกายกันนี่นา”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังชี่ถึงกับกระตุกมุมปากยิ้มออกมา แต่เหงื่อบนหน้าผากของเขายังไหลไม่หยุดเลย…

“ขอบคุณศิษย์พี่เฉิน”

“ไม่เป็นไร แค่จำไว้ว่าต้องนำอาหารมาให้ด้วย ห้ามลืม!”

“แน่นอน! แน่นอนขอรับ”

คิษย์คนอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์นี้ก็ตาลุกวาวกันไปหมด ทั้งยังสงสัยว่าทำไมสุดท้ายมันถึงจบแบบนี้

มีศิษย์จากยอดเขาบุปผางามคนหนึ่งแสร้งทำเป็นไม่สนใจ กล่าวว่า “ใจดำจริงๆ”

แต่ในขณะที่พวกเธอพูดแบบนั้น ในใจของพวกเธอศิษย์จากยอดเขาบุปผางามก็พูดว่า ‘ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาได้กินอาหารกันตลอด ดูสิ นี่คือความแตกต่าง’

สำหรับศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาคิดลึกเข้าไปกว่านั้น เช่น ซูเจี้ยนและคนอื่นๆในดวงตาของพวกเขาส่องประกายเหมือนเพิ่งค้นพบทวีปใหม่

พวกเขาคิดอย่างรวดเร็ว นี่คือกลยุทธ์ที่สามารถใช้ได้ เพียงแค่ต้องวางแผนและจัดฉากเล็กน้อย มันน่าสนใจมากทีเดียว

ในชั่วพริบตา ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เริ่มมองดูพี่น้องรอบตัว พวกเขาเต็มไปด้วยแววตาที่มีปัญญา และในใจพวกเขาก็วางแผนกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว

ดี ดีมาก

“เอาล่ะๆ เลิกสนใจเรื่องอื่นกันเถอะ ตอนนี้มาคิดว่าจะทำอย่างไรกับนกสองตัวนั้นดี?”

ในขณะนี้ จ้าวเจิ้งผิงพูดขึ้น เขาก็รู้สึกอิจฉาเลยเปลี่ยนเรื่องคุย

แต่ตอนนี้ศิษย์ทุกคนไม่มีใครสนใจยกสองตัวนี้สักเท่าไร พวกเขาเพิ่งค้นพบกลยุทธ์ใหม่ต่างอยากรีบกลับไปศึกษาอย่างดี ซูเจี้ยนจึงพูดขึ้นว่า

“ปล่อยให้มันไปเถอะพี่ชาย ยังไงมันก็ทำลายค่ายกลนี้ไม่ได้”

ไม่นับว่าสองตัวนี้เป็นสัตว์อสูรระดับสูง แม้แต่ระดับราชาอสูรก็ไม่สามารถทำลายค่ายกลของด่านชายฝั่งทะเลได้

“ก็จริง งั้นเราก็ไปกันเถอะ”

“ไปกันเถอะ อย่าสนใจพวกมันเลย เรากลับกันดีกว่า”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นศิษย์ทุกคนก็หันหลังเตรียมจะออกไป แต่อสูรฟีนิกซ์ทั้งสองซึ่งอยู่ด้านนอกค่ายกลนั้น พิโรธที่เห็นว่าเหล่ามนุษย์ข้างในไม่ได้สนใจมันสักนิด ก็ตะโกนออกมาด้วยความโกรธว่า

“เจ้าพวกมนุษย์ต่ำช้า ถ้าพวกเจ้ามีความกล้าก็ออกมาสิ กล้าขโมยของ แต่ไม่กล้าออกมาสู้กันอย่างเปิดเผยหรือไง?”

ซูเจี้ยนหันไปมองเจ้านกฟีนิกซ์ทั้งสองตัวด้วยสีหน้าเหยียดหยามแล้วหัวเราะเยาะออกมาอย่างเย็นชา

“เจ้าโง่ แล้วเจ้ามีความสามารถพอเข้ามาในนี้ได้ไหมล่ะ?!”

สองคู่รักฟีนิกซ์คิดได้ยังไงที่จะให้พวกเขาออกไป พวกมันคิดว่าพวกเราจะโง่หรือไง?

ไม่มีใครสนใจเจ้านกฟีนิกซ์ทั้งสองตัวอีกต่อไป

ในกลุ่มนั้นเย่ฉางชิงมองไปที่เจ้านกฟีนิกซ์ทั้งสองด้วยสายตาเป็นประกาบย เมื่อครู่เขาเพิ่งนึกถึงเมนูชื่อดังหนึ่งอย่าง ซุปมังกรและฟีนิกซ์

ตอนนี้มีเนื้อมังกรแล้วถ้าเขาสามารถได้เจ้านกฟีนิกซ์ทั้งสองตัวมา ก็จะทำเป็นซุปมังกรฟินิกซ์ตุ๋นยาจีนได้

นี่คือวัตถุดิบชั้นยอด ไม่เพียงแต่รสชาติเลิศรส แต่ยังมีสรรพคุณช่วยอย่างมาก สามารถช่วยนักฝึกตนในการฝึกฝนพลังปราณได้อย่างมหาศาล

สามารถพูดได้ว่านี่คือเมนูที่ดีที่สุดที่เย่ฉางชิงมีในตอนนี้

น่าเสียดายที่การจับเจ้านกฟีนิกซ์ทั้งสองตัวนั้นยังค่อนข้างจัดการได้ยาก เนื่องจากระดับพลังของมันสูงกว่าศิษย์เอกอย่างจ้าวเจิ้งผิงและคนอื่นๆ จนเปรียบได้กับปรมจารย์นักฝึกตนระดับเซียนเลยทีเดียว

เย่ฉางชิงรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง เขาถอนหายใจเบาๆ

“อา น่าเสียดายจัง ไม่เช่นนั้นข้าก็อยากจะลองทำเมนูซุปมังกรฟีนิกซ์ตุ๋นยาจีนนี้จริงๆ”

หืม???

ขณะที่ศิษย์ที่ยืนอยู่ข้างๆเย่ฉางชิงได้แก่ จ้าวเจิ้งผิง,หลิวซวง,ซูเจี้ยน,หลูยูอูและหวังเย่ ต่างก็ได้ยินคำพูดนี้ต่างตกอยู่ในภวังค์

ในทันใดนั้นซูเจี้ยนที่เคยแสดงสีหน้าเหยียดหยาม ขณะนี้ได้ชักดาบออกมาอย่างรวดเร็วหันกลับไปมองเจ้านกฟีนิกซ์ที่ยังคงส่งเสียงเกรี้ยวกราดอยู่ข้างนอกค่ายกลด้วยสีหน้าเย็นชาและพูดว่า

“เจ้าอสูรชั่ว เจ้ากล้าโจมตีค่ายกลด่านชายฝั่งทะเล คิดว่านิกายเต๋าอี้ไม่มีใครกล้าหรือไง? เดวข้าจะออกไปฆ่าเจ้า!”

จ้าวเจิ้งผิง,หลิวซวง,หลูยูอูและหวังเย่ก็มองด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดเหมือนครั้งที่เห็นเผ่าอสูรน้ำ ดวงตาเริ่มแดงระเรื่อไปด้วยความเกรี้ยวกราด

“น้องๆทุกคน ตามข้าออกไปฆ่าอสูรชั่วสองตัวนั้นกัน!”

“ฆ่า!”

“น้องเย่สบายใจได้ วัตถุดิบสำหรับซุปมังกรฟินิกซ์ตุ๋นยาจีน ข้าจะจัดการให้เอง”

เดิมทีพวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะสนใจเจ้านกฟีนิกซ์ทั้งสอง แต่ทันใดนั้น ศิษย์พี่ทั้งหลายได้หันหน้าออกไปและพุ่งออกจากค่ายกล

“พี่สาว พวกเขาเป็นอะไรไป?”

ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามดูเหมือนจะงงงวย แต่พี่สาวคนหนึ่งได้ยินคำพูดของเย่ฉางชิง เธอมองไปที่เจ้านกฟีนิกซ์ด้วยสายตาแน่วแน่

“ดูเหมือนน้องเย่จะพูดว่าเจ้านกฟีนิกซ์ทั้งสองตัวนี้เป็นวัตถุดิบชั้นดี ตอนนี้มีเนื้อมังกรแล้ว ถ้าได้เนื้อเจ้านกฟีนิกซ์ทั้งสองตัวนี้ก็จะสามารถทำเป็นซุปมังกรฟินิกซ์ตุ๋นยาจีนได้ ซึ่งเป็นอาหารระดับสูง”

ดวงตาของศิษย์ยอดเขาบุปผางามเบิกกว้างในทันใด พวกเธอที่รู้สึกงุนงงอยู่ก็เริ่มรู้สึกว่าต้องจัดการกับเจ้านกฟีนิกซ์ทั้งสองตัวนี้แล้ว

“ชิ้ง!” เสียงดาบยาวอีกครั้งดังขึ้น จากนั้นพี่สาวยอดเขาบุปผางามก็พูดว่า

“น้องสาวทุกคน นิกายเต๋าอี้มีสามสิบหกยอดเขาสืบทอดกันมา หากศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์มีใจที่จะฆ่าอสูรสองตัวนั้นและเพื่อปกป้องชีวิตผู้คน พวกเรายอดเขาบุปผางามย่อมไม่อาจเมินเฉยไม่เข้าไปช่วยเหลือได้ ตามข้าออกไปฆ่าอสูรชั่วสองตัวนี้!”

“พี่สาวพูดถูก เรายอดเขาบุปผางามจะต้องช่วยเหลือ!”

“ฆ่า!”

ในทันที ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์และยอดเขาบุปผางามต่างพุ่งออกไปยังค่ายกล ทิ้งไว้เพียงเย่ฉางชิงและเสี่ยวไป๋

เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของศิษย์ทั้งหลายที่พุ่งออกจากค่ายกล เย่ฉางชิงรู้สึกงุนงง มึนงงจนเกือบอยากจะตบตัวเอง

“ทำไมข้าถึงพูดไม่คิดให้ดีอีกแล้ว? ครั้งที่แล้วก็อดใจไม่ได้ ครั้งนี้ก็เหมือนกันอีก”

เย่ฉางชิงสาบานว่าจริงๆแล้วเขาไม่ได้คิดให้ผลลัพธ์ออกมาแบบนี้ เพียงแต่รู้สึกเสียดายออกมาเฉยๆเท่านั้น

แต่ใครจะคิดว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องได้ยินจะพุ่งตัวออกไปแบบนี้ มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย

กลุ่มคนจากศิษย์ทั้งสองยอดเขามากมายพุ่งออกจากค่ายกล ไปหาเจ้านกฟีนิกซ์ทั้งสองตัว

ขณะนี้ เจ้านกฟีนิกซ์ทั้งสองตัวกลับรู้สึกมึนงงกว่าเย่ฉางชิงอีก ‘ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่พวกนั้นไม่เห็นมีท่าทีจะสนใจพวกเขาหรอกหรือ? ทำไมตอนนี้ถึงวิ่งออกมาจากค่ายกลกันแล้วหล่ะ?’

และ........เมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาที่เปล่งประกายสีแดงเจิดจ้าของพวกมนุษย์ทั้งหลาย เจ้านกฟีนิกซ์ทั้งสองตัว แม้จะเป็นอสูรระดับจ้าวอสูร แต่ในตอนนี้มันกลับรู้สึกตื่นตระหนกอยู่พอสมควร ดวงตาของมนุษย์พวกนี้ดูไม่ปกติเลย

“เอาไงดีที่รัก จะสู้กันเลยไหม?”

“หรือว่าเราควรถอยดี? พวกศิษย์นิกายเต๋าอี้ก็ควรระวังไว้”

ในใจพวกมันทั้งสองเริ่มเกิดความคิดที่จะถอย แต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะทำการใดๆได้ยินเสียงจากด้านล่างของจ้าวเจิ้งผิงตะโกนออกมา

“เร็วๆเข้า! โอบล้อมพวกมัน อย่าให้วัตถุดิบหลบหนีไปได้เด็ดขาด!”

จบบทที่ บทที่ 123 ชะตากรรมที่ถูกลิขิต

คัดลอกลิงก์แล้ว