เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 122 คนร้ายตัวจริงเผยตัว!

บทที่ 122 คนร้ายตัวจริงเผยตัว!

บทที่ 122 คนร้ายตัวจริงเผยตัว!


เมื่อจ้าวเจิ้งผิงพูดว่าครั้งนี้เสี่ยวไป๋คือผู้กล้า เฉินมู่ถึงกับตาแดงก่ำด้วยความโกรธ

แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรออกมา ศิษย์คนอื่นๆก็เริ่มพูดขึ้นมาก่อน

"ศิษย์พี่เฉินเป็นอะไรไปหรือ?"

"ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้ศิษย์พี่เฉินกับเสี่ยวไป๋ไปด้วยกันไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนกลับถึงแยกกัน?"

"เกิดอะไรขึ้นระหว่างทางหรือเปล่า?"

ศิษย์ทั้งหลายพึ่งจะตระหนักได้ว่าเฉินมู่ก็ไปที่หุบเขาเหล็กกล้าด้วยเหมือนกัน

แต่ทำไมเขาถึงได้กลับมาด้วยสภาพยับเยินแบบนี้?

เมื่อได้ยินเสียงคุยของศิษย์คนอื่นๆ เฉินมู่ก็กำดาบยาวไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแล้วพูดขึ้น

"หยุดพูดไร้สาระ! เจ้านกชั่ว กล้าออกมาสู้กับข้ากับไหม? หากข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ ข้าก็ไม่ขอใช้ชื่อว่าเฉินมู่!"

"ศิษย์น้อง ใจเย็นๆหน่อย มีอะไรพูดให้เคลียร์กันก่อนเถอะ"

"ยังต้องพูดอะไรอีก? วันนี้มีมันก็ไม่มีข้า มีข้าก็ไม่มีมัน!"

"แต่เสี่ยวไป๋เป็นสัตว์พาหนะของศิษย์น้องฉางชิงนะ"

"ข้า..........."

ในที่สุดด้วยคำพูดโน้มน้าวของจ้าวเจิ้งผิง เฉินมู่ก็เริ่มเล่าเรื่องออกมาอย่างช้าๆ

ตอนออกไปก็ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ขากลับระหว่างที่เดินทางถึงภูเขาเหยียนมู่ จู่ๆก็มีอสูรตนหนึ่งที่อยู่ในระดับจ้าวอสูรตื่นขึ้นมาบ้าคลั่ง

ปฏิกิริยาแรกของเฉินมู่คือต้องหนี แม้ว่าเขาจะเป็นศิษย์ภายในอันดับหนึ่งในสิบของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ แต่ระดับพลังของเขาก็อยู่แค่ระดับนักบุญขั้นสูงเท่านั้น จึงไม่สามารถสู้กับอสูรระดับจ้าวอสูรได้

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เฉินมู่จ้องไปที่เสี่ยวไป๋ด้วยความแค้นสุดใจ

"ใครจะไปคาดคิดว่าเจ้าอสูรนี่กลับใช้ข้าเป็นเหยื่อล่อ เพื่อให้ตัวมันหนีรอดไปได้ โชคดีที่ข้าได้เจอศิษย์น้องหวัง พวกเราสองคนจึงร่วมมือกันหนีรอดมาได้"

ศิษย์น้องหวังที่เฉินมู่พูดถึงคือคนที่มาด้วยกัน เขาก็เป็นศิษย์ภายในของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ แต่ก่อนหน้านี้เขาออกไปฝึกฝนเสี่ยงชีวิตอยู่ข้างนอกและไม่ได้อยู่ที่นิกาย

ครั้งนี้เขาได้เจอกับเฉินมู่และเมื่อได้ยินว่ายอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ได้เข้าไปตั้งด่านชายฝั่งทะเลแล้ว เขาจึงตามมาด้วย

เมื่อเห็นว่าเฉินมู่มองมาด้วยความซาบซึ้ง หวังชี่จึงยิ้มอย่างไม่สบายใจเล็กน้อย

แต่ด้วยความโกรธที่ยังรุนแรง เฉินมู่ก็ไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของศิษย์น้องหวังและยังคงจ้องเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาโกรธแค้น

เมื่อรู้ถึงเหตุการณ์ทั้งหมด ศิษย์คนอื่นๆ ก็เข้าสู่ความเงียบงัน

แม้ว่าในชีวิตประจำวันศิษย์ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะ แต่การทอดทิ้งศิษย์ร่วมนิกายเป็นเรื่องรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง

ในขณะเดียวกัน ศิษย์คนอื่นๆ ก็มองไปที่เสี่ยวไป๋ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร แม้แต่ฉางชิงเองก็แสดงความไม่พอใจออกมา

เมื่ออยู่ด้วยกันเองไม่ว่าอย่างไรจะชอบแหย่กันเล่นแค่ไหนก็ได้ แต่เมื่อเจอกับศัตรูโจมตี จะไปทอดทิ้งสหายเพื่อเอาตัวรอดเองได้อย่างไร?

เมื่อเผชิญกับสายตาของทุกคน เสี่ยวไป๋ก็ส่งเสียงร้องด้วยความกระวนกระวายใจและกระพือปีกไปมาเหมือนพยายามจะอธิบายอะไรบางอย่าง

แต่เพราะเสี่ยวไป๋ยังไม่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ ทุกคนจึงไม่รู้ว่ามันพยายามจะพูดอะไร

"เสี่ยวไป๋ ครั้งนี้เจ้า........"

ฉางชิงก้าวไปข้างหน้ามองเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาเคร่งขรึมและกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ทันใดนั้นก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นจากด้านนอกค่าย

"มีคนโจมตีค่ายกล!"

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ดึงดูดความสนใจของศิษย์ทุกคนในทันที โดยเฉพาะทิศทางการโจมตีที่ไม่ใช่ทิศจากฝั่งทะเลตะวันออก แต่กลับมาจากตะวันออกจงโจว

ใครกำลังโจมตีค่ายกล? หรือจะเป็นพวกอสูรจากเขาเสืออีกแล้ว?

ไม่มีใครกล้าเสียเวลา ศิษย์ทุกคนรีบมุ่งไปที่ทางเข้าค่ายกลทันที แล้วก็เห็นนกยักษ์สีเขียวสองตัวกำลังโจมตีค่ายกลอย่างบ้าคลั่ง

"ฟินิกซ์ขนเขียว?"

จ้าวเจิ้งผิงจำอสูรทั้งสองตัวได้ทันที พวกมันคือฟินิกซ์ขนเขียวคู่ เพศผู้เรียกว่าฟินิกซ์ขนเขียวตัวผู้ ส่วนเพศเมียเรียกว่าฟินิกซ์ขนเขียวตัวเมีย พวกมันมีสายเลือดฟินิกซ์อยู่ในร่างเล็กน้อย

โดยทั่วไปแล้ว ฟินิกซ์ขนเขียวจะปรากฏเป็นคู่ ไม่เคยมีตัวใดแยกจากคู่ของมัน

แต่ฟินิกซ์ขนเขียวคู่นี้ทำไมถึงบุกมาโจมตีค่ายกล?

ทุกคนมองไปที่ฟินิกซ์ขนเขียวทั้งสองตัวที่โจมตีค่ายกลด้วยความสงสัย

"นั่นมัน มันคืออสูรตัวที่ตามล่าข้ากับศิษย์น้องหวัง!"

ในเวลานั้นเฉินมู่ร้องออกมาเสียงดังและจำฟินิกซ์ขนเขียวตัวผู้ได้ทันที

เมื่อได้ยินเย่ฉางชิงขมวดคิ้วเล็กน้อยมองเสี่ยวไป๋ที่ยังคงร้องเสียงแปลกๆข้างตัวเขา ดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

"ศิษย์พี่เฉิน ท่านเคยบอกว่าอสูรที่ไล่ตามพวกเจ้ามีแค่ตัวเดียวใช่ไหม?"

"ใช่แล้ว"

"แต่อสูรฟินิกซ์เป็นที่รู้กันดีว่ามันต้องมาเป็นคู่กันเสมอ ถ้าฟินิกซ์ตัวผู้ตามล่าพวกท่าน แล้วฟินิกซ์ตัวเมียหายไปไหน? มันน่าจะตรงโผล่มาด้วยกันนะ"

"นี่..........."

เฉินมู่รู้สึกแปลกใจเย่ฉางชิงหันกลับมามองเสี่ยวไป๋อีกครั้ง

“ดังนั้นหมายความว่าเจ้านกฟินิกซ์ตัวเมียถูกเจ้าเบี่ยงเบนความสนใจไปใช่ไหม?”

เมื่อได้ยินดังนั้นนกกระเรียนสีขาวก็พยักหน้าหลายครั้ง ดูเหมือนว่ามันจะรู้สึกดีใจที่ในที่สุดทุกคนก็เข้าใจว่ามันไม่ได้ทอดทิ้งเฉินมู่เพื่อหนีไปคนเดียว แต่มันได้ไปเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้านกฟินิกซ์ตัวเมีย

เฉินมู่รู้สึกอับอายใจ จึงมองเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสำนึกผิด

“เสี่ยวไป๋ ข้า................”

ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเสี่ยวไป๋ไม่พอใจ มันหันหน้าหนีไม่มองเฉินมู่ พร้อมส่งเสียงไม่พอใจสองสามครั้ง

เฉินมู่เห็นดังนั้นก็ไม่โกรธเลยเพราะเป็นเขาเองที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับเสี่ยวไป๋

ในขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น นกฟินิกซ์ตัวผู้ด้านนอกค่ายกลก็พูดขึ้นด้วยเสียงโกรธเกรี้ยว

“เจ้าพวกมนุษย์ที่ต่ำต้อย กล้ามากที่มาขโมยสมบัติของเรา ถ้าพวกเจ้ามีความสามารถแค่หลบหนีก็อย่าออกมาให้ข้าเห็นอีกตลอดชีวิต!”

คำพูดนี้ทำให้พวกศิษย์ต่างตกตะลึงและทุกคนก็เริ่มสงสัย

“สมบัติ? สมบัติอะไรกัน?”

“ไม่รู้สิ ดูเหมือนจะมีคนไปขโมยสมบัติของมันเข้า ดังนั้นมันจึงไล่ตามมาที่นี่”

“นกสองตัวนี้ มันจะตามเรามาทำไมกัน? จะไม่รู้หรือว่าเรายอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ประจำอยู่ด่านชายฝั่งทะเล? เราไม่ได้ออกไปไหนเลยตั้งแต่เข้ามาที่นี่!”

สมบัติพวกมันถูกขโมย แล้วทำไมตามล่ามาถึงที่ด่านชายฝั่งทะเลทำไม?

ในขณะที่ทุกคนกำลังสนทนาอยู่หวังชี่กลับมีสีหน้าแปลกๆ ขณะที่เฉินมู่ก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาหันไปมองหวังชี่แล้วยิ้มอย่าง “อบอุ่น” ว่า

“น้องหวัง คนที่มันพูดถึงคงจะไม่ใช่เจ้านะ?”

เมื่อได้ยินแบบนั้น น้องหวังก็ยิ้มแหย่ๆและพูดด้วยเสียงไม่มั่นใจ

“อืม...........ไม่ใช่ข้าหรอกนะ ศิษย์พี่?”

“โอ้ ไม่ใช่จริงๆเหรอ? น้องชายคิดให้ดีๆก่อนพูดละ ตอนนี้ข้ากำลังโกรธมาก”

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ดาบยาวได้ถูกชักออกมาขึ้นไปที่คอของน้องหวังแล้ว คมดาบที่เย็นเฉียบเมื่อประกอบกับรอยยิ้มที่ “อบอุ่น” ของเฉินมู่ ทำให้น้องหวังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“นั่น..........นั่น...........ข้าไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้นะขอรับ ตอนนั้นเห็นศิษย์พี่กำลังโกรธมาก ข้าเลยไม่กล้าบอกความจริงออกไป”

เมื่อฟังคำอธิบายของหวังชี่ รอยยิ้มของเฉินมู่กลับดู “อบอุ่น” ขึ้นอีก

เขานึกในใจว่า ก็สงสัยมาตลอดทำไมเจ้านกฟินิกซ์ถึงได้โกรธอย่างกะทันหันและถึงขั้นมาทำร้ายเขากับเสี่ยวไป๋โดยไม่มีเหตุผลเลย

ที่แท้เรื่องทั้งหมดก็เป็นเพราะเจ้าศิษย์น้องคนนี้นี่เอง

เมื่อได้ยินหวังชี่อธิบาย เฉินมู่ก็ยิ้มอย่างแปลกใจ เขานึกได้ว่าเขารู้สึกขอบคุณหวังชี่ไปด้วย แท้จริงแล้วหากเจ้าน้องคนนี้ไม่ปรากฏตัวมาแต่แรก ทั้งเขาและเสี่ยวไป๋ก็ไม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้แต่แรก

แท้จริงแล้วเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น มาจากเจ้าศิษย์น้องคนนี้ทั้งหมด!

คมดาบเริ่มเข้าใกล้เรื่อยๆจนแนบติดกับคอของหวังชี่ ความเย็นของคมดาบทำให้เขาเสียววาบและรีบพูดออกมา

“ศิษย์พี่ใจเย็นๆ นะขอรับ จริงๆแล้วข้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบัง แค่เห็นอารมณ์ของศิษย์พี่ ข้าก็เลยไม่กล้าพูดออกมาเท่านั้นเอง”

“แล้วแบบนี้ถือว่าข้าผิดสินะ?”

“ไม่ๆ ไม่ผิด ไม่ผิดขอรับ”

“ศิษย์น้องบอกสิ ว่าข้าไปที่หุบเขาเหล็กกล้าเพื่อสร้างมีดมาอย่างยากลำบากหรือเปล่า?”

“ลำบากขอรับ ลำบาก”

“ลำบากยัง ไม่พอระหว่างเดินทางกลับมาข้ายังถูกอสูรระดับจ้าวอสูรไล่ล่าอีก แบบนี้มันไม่แฟร์ไปหน่อยเหรอ?”

“ไม่…แฟร์เลยขอรับ”

“ต้องวิ่งหนีแทบตายไปตลอดทาง ขณะที่คนที่เป็นสาเหตุของเรื่องนั้นอยู่ข้างๆข้ามาตลอดและข้ากลับยังรู้สึกขอบคุณเขาด้วย เจ้าคิดว่าสมควรจะตายไหม?”

“ควรตายขอรับ ควร...........ไม่ๆศิษย์พี่ขอรับ จริงๆแล้วข้าไม่ได้ตั้งใจ”

จบบทที่ บทที่ 122 คนร้ายตัวจริงเผยตัว!

คัดลอกลิงก์แล้ว