เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 ชัยชนะอยู่ใกล้เข้ามา...

บทที่ 120 ชัยชนะอยู่ใกล้เข้ามา...

บทที่ 120 ชัยชนะอยู่ใกล้เข้ามา...


เพื่อให้ได้กินอาหาร ต้องไม่เกี่ยงวิธีการ ต่อให้ต้องใช้วิธีที่สกปรกเท่านั้นถึงจะได้มาครอง!

ความจริงอันโหดร้ายได้ทำให้ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามตื่นรู้อย่างเต็มที่ หากต้องการอาหาร พวกเธอต้องละทิ้งความคิดอันไร้เดียงสาทั้งหมด

ลึกลงไปในใจ ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามเริ่มมีวิธีคิดที่เปลี่ยนไป แต่ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์กลับไม่รู้เรื่อง

ในขณะนี้ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากกำลังติดตั้งกับดักอยู่นอกค่าย

วิธีการติดตั้งเหล่านี้ไม่ต้องพูดถึง พวกเขาเริ่มใช้วิธีที่เหี้ยมโหดขึ้นเรื่อยๆ

จ้าวเจิ้งผิงและศิษย์เอกคนอื่นๆก็กำลังเตรียมตัวสำหรับรอบถัดไป ดังนั้นศิษย์คนอื่นจึงไม่กล้าทำผิดพลาด

ในค่ายกลตอนนี้ จ้าวเจิ้งผิง, หลิวซวง, ซูเจี้ยน, หลูยูอู, หวังเย่ และศิษย์ภายในคนอื่นๆ ได้มารวมตัวกัน มองไปที่หวังเย่

“ศิษย์น้อง ถึงเวลาที่รอบต่อไปจะเริ่มแล้ว”

“ค่ะ!”

หวังเย่เริ่มใช้วิชาลับในการส่งข้อความไปยังราชามังกรน้ำ เธอพูดด้วยความสงบว่า

“ข้าน้อยขอแสดงความยินดีแก่ท่านราชา หลังจากการต่อสู้อย่างดุเดือดดำเนินมาหลายวัน เหล่าศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ได้รับบาดเจ็บหนักกว่าเดิมจนเริ่มมีการป้องกันที่อ่อนกำลังลง  ตอนนี้ด่านชายฝั่งทะเลอยู่ใกล้แค่เอี้อมและชัยชนะใกล้เข้ามาถึงแก่พวกเราแล้ว”

“อย่างไรก็ตาม แม้ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จะเสียหายไปกว่าครึ่ง แต่พวกเขายังคงใช้วิธีการต่อต้านอย่างดื้อรั้น เพื่อปกป้องด่านชายฝั่งทะเลให้ได้นานที่สุด”

“ฝั่งพวกเราก็เริ่มบาดเจ็บและอ่อนล้าไปเช่นกัน ข้าน้อยขอร้องท่านราชาโปรดส่งกองทัพมาเพิ่มอีก 50,000 ตนมาช่วยเสริมทัพ เผื่อลูกจะได้ยึดครองด่านชายฝั่งทะเลให้ได้”

“ด้วยความนับถือ องค์ชายที่สามแห่งเผ่ามังกรน้ำ ซิ่วหมิ่น”

ความเชี่ยวชาญในการเลือกใช้ถ้อยคำและน้ำเสียงของหวังเย่นั้นนับวันยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไหลลื่นไม่มีปัญหาใดๆ

เมื่อหยดเลือดเรืองแสงสีแดงก็ลอยออกไป ซูเจี้ยนยิ้มให้หวังเย่และยกนิ้วโป้งขึ้นพร้อมพูดว่า “น้องสาว เจ้าช่างเก่งกาจยิ่งนัก”

หวังเย่แสดงรอยยิ้มหวานด้วยท่าทางที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสา

ตอนนี้ พวกเขาเพียงแค่ต้องรอเวลา ให้ราชามังกรส่งวัตถุดิบมาให้อีกครั้ง

เหล่าศิษย์ทุกคนภายในด่านชายฝั่งทะเลก็ดำเนินใช้ชีวิตตามปกติ ฝึกซ้อม,แข่งขันแย่งที่นั่งและกินอาหารแต่ละมื้อตามปกติ

แล้วก็ถึงเวลาอาหารมื้อกลางวันอีกครั้ง เช่นเคยศิษย์นับไม่ถ้วนพุ่งออกจากที่ต่างๆด่านชายฝั่งทะเลไปยังห้องครัว

อย่างไรก็ตามในครั้งนี้การกระทำของศิษย์จากยอดเขาบุปผางามมีความผิดปกติจากเดิม?

พวกเธอไม่กระจัดกระจายตัวกันเหมือนเมื่อก่อน ครั้งนี้ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามจัดกลุ่มละสามคน ดูเหมือนมีแผนการบางอย่าง

เมื่อเหล่าศิษย์พบกัน แผนของยอดเขาบุปผางามก็เปิดเผยออกมา

ในแต่ละกลุ่มสามคน สองคนจะรับผิดชอบในการขัดขวางศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่อีกคนจะใช้โอกาสนี้เพื่อวิ่งไปยังห้องครัวเผื่อแย่งที่นั่ง

นี่คือผลลัพธ์จากการประชุมของเหล่าศิษย์จากยอดเขาบุปผางาม

ในช่วงสั้นๆ ยากที่จะแก้ช่องว่างทุกอย่างไปได้ ดังนั้นพวกเธอจึงต้องชดเชยด้วยวิธีแบบนี้

แผนคือให้หนึ่งคนมุ่งไปแย่งที่นั่งและหลังจากเสิร์ฟอาหาร ทั้งสามคนจะแบ่งกันกินอาหารด้วยกัน

แผนนี้ได้ผลดีเพราะสองคนที่กีดขวางศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ชะลอความเร็วของพวกเขาและสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมได้มุ่งหน้าไปอย่างเต็มที่

แต่ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์กลับยิ้มเยาะ แผนการของยอดเขาบุปผางามยังคงไร้เดียงสาเกินไป

พวกเขาไม่ตื่นตระหนกเลย เมื่อเผชิญกับกลยุทธ์แบบนี้ของศิษย์จากยอดเขาบุปผางาม ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์หัวเราะและพูดว่า “แผนให้สองคนขัดขวางพวกเรา แล้วอีกคนไปแย่งที่นั่งเหรอ?”

“พี่ชาย พวกเราไม่มีทางเลือก”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามรู้สึกเสียใจเล็กน้อยทุกอย่างเพียงเพื่อได้กินอาหารสักครั้ง

วิธีการของพวกเธอนั้นไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่นัก แต่ก็ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น!

เมื่อเห็นการตอบสนองของศิษย์จากยอดเขาบุปผางาม รอยยิ้มของศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ก็ยิ่งสดใสขึ้น พวกเธอไม่ควรมีเหตุผลที่จะรู้สึกอาย เพราะยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ก็เคยใช้วิธีที่สกปรกกว่านี้มาแล้ว

รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์พูดอย่างช้าๆ ว่า

“แผนการง่ายๆแบบนี้ น้องสาวคิดว่าไม่มีใครในยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์คิดออกเหรอ?”

“ใช่แล้ว...”

“แล้วน้องสาวรู้ไหมว่าทำไมเราถึงไม่เคยใช้แผนนี้กับพวกเธอเลย?”

“ก็...”

“ตามที่กล่าวกันว่า พระสงฆ์คนเดียวมีน้ำดื่ม แต่พระสงฆ์สามคนไม่มีน้ำดื่ม หากพี่ชายคาดไม่ผิด พวกเจ้าได้ตกลงกันไว้แล้วว่า ถ้าใครได้ที่นั่ง อาหารจะถูกแบ่งให้ทั้งสามคนใช่ไหม?”

ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามที่ถูกคาดเดาได้อย่างแม่นยำหน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย เมื่อเห็นดังนั้น ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ส่ายหัวไปมาแสดงถึงความไร้เดียงสาของพวกเธออย่างแท้จริง

“เจ้าคิดว่ามันเป็นไปได้ไหม? อาหารที่ตัวเองได้มาแล้ว จะต้องแบ่งกับคนอื่นอีกทำไม?”

“เอ่อ...”

พอได้ยินเช่นนี้ ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามก็รู้สึกสับสนอย่างสิ้นเชิง

“ดังนั้น แผนการของพวกเจ้าที่ใช้สองคนคอยขัดขวาง ก็แค่เสียสละทำหน้าที่ให้คนอื่นได้ประโยชน์ ความโง่นี้ จะทำให้พวกเธอไม่มีวันได้กินอาหารเองในชีวิตนี้แน่นอน”

ทันใดนั้ ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามเริ่มสับสนในใจ ต่างคนก็เริ่มคิดว่าพวกเขาจะสามารถได้กินอาหารจริงๆหรือไม่ ถ้าคนที่ไปแย่งที่นั่งมาได้ ยินดีที่จะให้แบ่งอาหารให้เท่าๆกันสามคน

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามส่วนใหญ่ก็รู้สึกลังเล ดังที่ศิษย์พี่จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์คนนี้พูดไว้

แผนการที่อุตสาห์คิดไว้ตลอดช่วงเช้า กำลังถูกศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ทำลายลงด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ

เมื่อเห็นสีหน้าของศิษย์ส่วนใหญ่ที่เปลี่ยนไปและได้ยินคำพูดเหล่านี้ พี่สาวคนหนึ่งรู้สึกวิตกกังวล

“พวกเขากำลังพยายามทำให้เราสับสน อย่าหลงกลไปเชียว เชื่อมั่นในตัวศิษย์ร่วมนิกายของเราสิ พวกเราตกลงกันแล้วว่าจะกินร่วมกันสามคนไม่มีการเปลี่ยนใจ”

นี่ต้องเป็นกลยุทธ์ในการปั่นหัวที่ง่ายสุดๆ แต่กลับใช้ได้ผล

เมื่อเผชิญหน้ากับการตะโกนของพี่สาวคนนี้ ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ยิ้มอย่างมั่นใจ

“จะเป็นการปั่นหัวหรือไม่นั้นพวกน้องสาวสามารถตัดสินใจกันเองได้ แต่ที่ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เราทุกคนล้วนเป็นศิษย์ร่วมนิกายกัน เจ้าเคยเห็นใครที่แบ่งอาหารให้กับคนอื่นบ้างไหม?”

ใช่เลย ที่ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่มีใครแบ่งอาหาร

ถึงตอนนี้ แผนการที่พวกศิษย์จากยอดเขาบุปผางามอุตสาห์คิดไว้ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง

เมื่อความสงสัยเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่ง่ายที่จะคลี่คลาย

“ดังนั้นน้องสาวทุกคน ต้องคิดถึงตัวเองก่อนนะ”

เมื่อคำสุดท้ายดังขึ้น ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามมองหน้ากัน แล้วพูดพร้อมกัน

“พี่สาว ข้าคิดว่าพวกเขาอาจพูดถูก”

“อย่าโกรธกันเลยนะ”

“ข้าก็แค่ต้องการกินอาหารสักคำ”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ พี่สาวคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มก็โกรธมาก แผนการที่เพิ่งพูดคุยกันมาอย่างยากลำบากกลับถูกเปลี่ยนแปลงด้วยคำพูดไม่กี่คำ

“นี่คือการปั่นหัวกันพวกเจ้าทั้งหลายมันโง่จริงๆ”

“ไม่ว่าอะไร ข้าแค่อยากกินอาหาร”

“ข้าคิดว่าพี่ชายพูดถูก ต้องคิดถึงตัวเองก่อน”

พูดจบศิษย์จากยอดเขาบุปผางามก็ไม่ขัดขวางศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป แต่กลับวิ่งไปยังห้องครัวแทน

พี่สาวหัวหน้ากลุ่มคนนี้ เธอรู้สึกโกรธจัดในขณะที่ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ต่างยิ้มอย่างพอใจ

“เฮ้ เธอยังไม่รีบไปอีกหรือ? รอให้พวกนั้นสู้กันเอง แล้วเราค่อยลงมือไหม?”

“พี่ชาย พูดมาน่าสนใจข้าก็คิดแบบนั้นเลย”

“นี่เรียกว่าความคิดของคนฉลาดมักตรงกันเสมอ”

สิ่งที่ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์พูดไปนั้นแน่นอนว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามกลับเชื่ออย่างง่ายดาย

ตอนนี้ดีแล้ว ศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ได้ลงมือ พวกเขาก็เริ่มสู้กันเองแล้ว

รอบๆ ตัวเต็มไปด้วยศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ ในขณะที่ไม่มีการสื่อสารใดๆ กลับไม่มีใครลงมือ ทุกคนมีความคิดแบบเดียวกันพร้อมหยุดมือลง

นี่มันเรียกว่าอะไร “รอกินนกในขณะที่นกกำลังจับหนอนกิน”

ศิษย์พี่หญิงจากยอดเขาบุปผางามเห็นภาพนี้แล้วก็วิตกกังวลอย่างมาก ว่าทำไมพวกเธอถึงเชื่อคำพูดของศัตรูเพียงไม่กี่คำกันด้วย

“น่ารังเกียจ เจ้าคนชั่วร้าย พวกเจ้าใช้คำพูดปั่นหัวระหว่างพวกเรากันเองสินะ?”

เมื่อไม่สามารถห้ามไว้ได้แล้ว พี่สาวคนนี้จึงทำได้แค่แสดงความโกรธและตะโกนด่าไปยังศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์สำหรับพวกเขาแล้ว กลยุทธ์การปั่นหัวแบบนี้เพื่อให้ได้อาหารนั้นไม่สำคัญอะไร

นอกจากนี้ พวกเขาก็เชื่อมั่นแต่ตัวเองเท่านั้นด้วย

จบบทที่ บทที่ 120 ชัยชนะอยู่ใกล้เข้ามา...

คัดลอกลิงก์แล้ว