เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 111 เสี่ยวไป๋ เจ้าไม่ควรทำแบบนี้!

บทที่ 111 เสี่ยวไป๋ เจ้าไม่ควรทำแบบนี้!

บทที่ 111 เสี่ยวไป๋ เจ้าไม่ควรทำแบบนี้!


เดิมทีนางคิดว่าคงต้องเสียเวลาพูดหว่านล้อมสักพัก แต่ใครจะคาดคิดว่าเฉินมู่จะตอบตกลงอย่างง่ายดายขนาดนี้ จนทำให้หวังเถี่ยซู่เองถึงกับไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมา

"เจ้าเด็กคนนี้ตอบตกลงง่ายขนาดนี้ หรือจะมีแผนร้ายอยู่? หรือคิดจะหลอกข้า พอหลังจากนี้ก็จะเล่นแง่หรืออย่างไร?"

คิดมาถึงตรงนี้ หวังเถี่ยซู่หรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นชาลงทันที "เจ้ารู้หรือไม่ว่าผลของการหลอกลวงข้าจะเป็นเช่นไร?"

ต้องเตือนให้เด็กคนนี้รู้ซะหน่อยว่า ข้ากล้าตั้งเงื่อนไขเช่นนี้ ข้าไม่กลัวเขากลับคำทีหลัง

แต่เฉินมู่ยังคงไม่เปลี่ยนสีหน้า ตอบอย่างจริงจังว่า "ท่านฮูหยิน ข้าน้อยจะกล้าหลอกลวงท่านได้อย่างไร ความรักอันยิ่งใหญ่ของท่านและท่านผู้นำนับว่าเป็นความรักที่น่าประทับใจยิ่ง ไม่เพียงแต่ข้าน้อย แม้แต่ศิษย์คนอื่นๆยอดดาบศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ต้องสนับสนุนเรื่องนี้แน่นอน"

ปล. ต้นฉบับแปลว่าภรรยาของท่านผู้นำ ผมเลยเลือกใช้คำว่า “ฮูหยิน”

"ยิ่งไปกว่านั้น ท่านฮูหยินก็กำลังจะสร้างศาสตรวุธที่ล้ำค่าให้กับยอดดาบศักดิ์สิทธิ์ ข้าน้อยจะลืมบุญคุณนี้ได้อย่างไร..."

เฉินมู่กำลังพูดน้ำไหลไฟดับไปมากมาย แต่หวังเถี่ยซู่ไม่ได้ฟังเข้าใจแม้แต่คำเดียว ในหัวเธอมีแต่คำว่า "ท่านฮูหยิน" ก้องไปมาอยู่ในหัวของเธอ

จนเมื่อเฉินมู่พูดจบ หวังเถี่ยซู่มองเขาด้วยท่าทางขวยเขิน มือทั้งสองข้างจับเปียเส้นโตของเธอด้วยความประหม่า ก่อนจะถามอย่างอ่อนโยน "เจ้า... เจ้าพูดว่าอะไรเมื่อครู่?"

"ข้าเรียกท่านว่า ท่านฮูหยิน ยังไงหล่ะขอรับ"

"จะ…เจ้านี่พูดจาเหลวไหล ข้ากับท่านพี่หงจุ้นยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลย จะมาพูดส่งเดชเช่นนี้ได้อย่างไร"

"ความรักระหว่างท่านกับท่านผู้นำยังไงก็ต้องลงเอยกันแน่ ๆในสายตาข้าน้อย ท่านก็คือท่านฮูหยิน ของข้าน้อยอยู่แล้ว"

พอได้ยินคำนี้ หวังเถี่ยซู่ก็มองเฉินมู่ด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้นทันที ‘นี่สิ เด็กดีที่แท้จริง!’

จากนั้นหวังเถี่ยซู่ลุกขึ้นแล้วพูดกับเฉินมู่อย่างอ่อนโยน "ตามข้ามา"

ทั้งสองเดินตามกันมาจนถึงห้องตีอาวุธที่อยู่ลึกเข้าไปในถ้ำ

ห้องตีอาวุธนี้สร้างอยู่เหนือใจกลางเปลวไฟใต้ดิน เป็นห้องตีที่ดีที่สุดในหุบเขาเหล็กกล้า มีส่วนช่วยในการตีอาวุธได้มากทีเดียว

ภายในห้องมีอุณหภูมิสูงจนแม้แต่เฉินมู่ที่มีพลังปราณปกคลุมอยู่ก็ยังรู้สึกร้อนขึ้นมา

"เด็กน้อย เอาวัสดุที่เตรียมไว้ออกมาให้ข้าดูสิ"

ลองฟังดูสิ! คำเรียกเปลี่ยนไปแล้ว ก่อนหน้านี้ยังเรียกเจ้าเด็กน้อยอยู่เลย ตอนนี้กลับเรียกเด็กน้อยซะแล้ว

ความรู้สึกนี้เหมือนผู้ใหญ่เรียกลูกหลานของตนเองเลยทีเดียว

ในสายตาของหวังเถี่ยซู่ เฉินมู่ก็เหมือนลูกหลานของตนเองจริงๆ หลังจากที่เธอกับหงจุนเป็นคู่กัน เธอก็จะกลายเป็นท่านฮูหยินของเด็กๆเหล่านี้

เมื่อได้ยินคำนี้ เฉินมู่ก็รีบนำวัสดุที่ศิษย์พี่ศิษย์น้องช่วยกันรวบรวมไว้ออกมา

มีจำนวนไม่น้อยและคุณภาพก็ไม่เลวเลย ในสายตาของผู้ฝึกตนทั่วไป นี่ถือเป็นวัตถุดิบล้ำค่าทั้งนั้น แต่ในสายตาของหวังเถี่ยซู่ก็แค่ของธรรมดาเท่านั้น

"อืม… พอสำหรับสร้างอาวุธขั้นกลางได้ แต่น่าจะเป็นแค่ระดับต่ำเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นสูง"

"เอาอย่างนี้ละกัน ข้าจะเพิ่มวัตถุดิบบางอย่างให้เจ้าเอง"

หวังเถี่ยซู่หยิบวัตถุดิบล้ำค่า 3 ชิ้นออกมาจากแหวนมิติของเธอ เมื่อเห็นวัตถุดิบเหล่านี้ เฉินมู่ถึงกับตาโต

"แร่แม่เหล็ก"

"กิ่งไม้สายฟ้าเก้าชั้นฟ้า"

"ทรายทองสายหมอก"

ต้องบอกว่าวัตถุดิบ 3 ชิ้นนี้มีค่ามากกว่าวัสดุที่เฉินมู่รวบรวมมาทั้งหมดหลายเท่านัก แต่ละชิ้นถือเป็นวัตถุดิบล้ำค่าในการตีอาวุธ

"ข้ามีวัตถุดิบดี ๆ แค่นี้ ถึงจะไม่พอสำหรับสร้างศาสตราวุธขั้นปฐพี แต่ก็น่าจะพอทำให้ถึงศาสตราวุธขั้นสูงได้"

"ท่านฮูหยิน  วัตถุดิบเหล่านี้มีค่าสูงเกินไปหรือไม่?"

เฉินมู่เริ่มไม่แน่ใจแล้ว เพราะวัตถุดิบ 3 ชิ้นนี้มีค่ามากจนทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจที่จะรับ

เพราะเฉินมู่ไม่มีความต้องการอะไรพิเศษเกี่ยวกับมีดเล่มนี้ ขอแค่คมพอ ดังนั้นการตีก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

พูดตรงๆก็แค่ดันระดับของอาวุธให้ถึงชั้นยอดก็พอ

ภายในเวลาเพียงห้าวัน หวังเถี่ยซู่ก็สร้างมีดเสร็จ

ในฐานะช่างตีเหล็กอันดับเก้า การสร้างศาสตราวุธขั้นสูงเมื่อมีวัสดุเพียงพอถือเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอ

แถมเธอยังทำปลอกมีดหนังเสือสุดหรูมาให้เฉินมู่อีกด้วย

"มาดูสิว่าชอบไหม?"

หวังเถี่ยซู่ยิ้มแล้วส่งมีดให้ เฉินมู่รับไปอย่างดีใจ พลางพึมพำว่า "ดี! ดีมาก! มีดนี้ใช้หั่นเนื้อมังกรได้แน่"

"เจ้าว่าอะไรนะ?"

"เปล่าครับ ข้าน้อยหมายถึงขอบคุณท่านฮูหยินอย่างยิ่ง"

หวังเถี่ยซู่ยิ้มหวานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พยักหน้าแล้วกล่าวว่า "เด็กดี คนในครอบครัวไม่ต้องพูดอะไรเยอะหรอก"

ตอนนี้ถึงคราวที่เฉินมู่เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจ เพราะวัตถุดิบทั้งสามชิ้นนี้มีค่ามากเกินไป ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจที่จะรับไว้

แต่หวังเถี่ยซู่กลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย ราวกับว่าเธออ่านใจของเฉินมู่ออก เธอพูดปลอบใจเขาด้วยความเมตตา

"เจ้าบอกข้าว่าท่านฮูหยิน  ข้าก็ย่อมไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง ไม่มีแม่คนไหนในโลกนี้ที่ไม่รักลูกของตนเองหรอก"

เมื่อได้ยินคำนี้ เฉินมู่ก็พยักหน้าอย่างงงงัน

"เช่นนั้น... ศิษย์ขอขอบคุณท่านฮูหยิน "

"เจ้าเป็นเด็กดีจริง ๆ"

นี่แหละ หนี้บุญคุณยิ่งใหญ่มาก เมื่อมองไปที่หวังเถี่ยซู่ที่เริ่มตีอาวุธแล้ว เฉินมู่ก็ถอนหายใจในใจ "ท่านผู้นำ ข้าว่าท่านควรจะยอมรับเถอะ อาจารย์เถี่ยซู่เป็นคนดีมาก มีเงิน และใจกว้าง"

"นอกจากจะสูงไปหน่อย แข็งแรงไปนิด กล้ามโตหน่อย ใบหน้าเหลี่ยมหน่อย เสียงก็หยาบไปนิด นอกนั้นก็ดีหมด"

หลังจากนั้นเธอก็พูดเรื่องของหงจุน เพราะตอนนี้ศิษย์แห่งยอดดาบศักดิ์สิทธิ์ต่างไปปฏิบัติภารกิจที่ด่านชายฝั่งทะเล หวังเถี่ยซู่เองก็รู้เรื่องนี้ดี

ดังนั้นเธอจึงต้องรออีกหนึ่งปีจนศิษย์เหล่านั้นกลับสำนัก

หนึ่งปีเป็นเวลาที่หวังเถี่ยซู่ไม่สนใจเลย เพราะเธอรอมาเป็นพันปีแล้ว หนึ่งปีหรือสองปีไม่สำคัญกับเธอ อาหารดีไม่ต้องรีบกิน

เมื่อพูดถึงหงจุน แววตาของหวังเถี่ยซู่เป็นประกาย เฉินมู่ทำได้เพียงปลอบตัวเองในใจ "ท่านผู้นำก็คงจะชอบท่านฮูหยินเหมือนกัน"

สุดท้ายหวังเถี่ยซู่ยังส่งเฉินมู่ไปจนถึงคอกสัตว์ที่เสี่ยวไป๋อยู่

ระหว่างทาง เฉินมู่รู้สึกว่าศิษย์คนอื่น ๆ มองเขากับหวังเถี่ยซู่ด้วยสายตาแปลก ๆ และยังได้ยินคำพูดแว่ว ๆ ที่พูดถึง "ชายบำเรอ", "เลี้ยงดู" และ "ตกต่ำ" ทำให้เขาสับสนไปหมด

แต่เพราะหวังเถี่ยซู่ยังอยู่ด้วย เฉินมู่จึงไม่ได้คิดอะไรมาก ทั้งสองเดินเข้าไปในคอกสัตว์ ขณะกำลังพูดคุยกัน ทั้งคู่ก็หยุดชะงักเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

"เด็กน้อย เดินทางกลับอย่างระมัดระวัง หากมีปัญหาให้ติดต่อข้า"

"ขอบคุณท่านฮูหยิน  ศิษย์..."

คำพูดของเฉินมู่หยุดลงกะทันหัน เมื่อทั้งสองมองไปเห็นเสี่ยวไป๋กำลังขี่อยู่บนหลังของนกกระเรียนเซียนคอดำตัวหนึ่ง ร่างกายของมันกระตุกไปมา

ส่วนนกกระเรียนเซียนคอดำนั้นก็ส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างต่อเนื่อง

เฉินมู่มองเสี่ยวไป๋ด้วยความไม่แน่ใจ ดูเหมือนว่าท่าทางของเสี่ยวไป๋ในตอนนี้จะดูน่าสงสัยมาก อีกทั้งยังส่งเสียงแปลก ออกมาเป็นระยะ

แต่สิ่งเหล่านั้นไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญก็คือ นกกระเรียนเซียนคอดำตัวนี้ หากเฉินมู่จำไม่ผิด มันคือพาหนะของหวังเถี่ยซู่ใช่ไหม?

ต่อหน้าของเจ้านายมันเอง เจ้ามาทำแบบนี้กับสัตว์อสูรของเขา เสี่ยวไป๋ นี่เจ้าไม่ทำเกินไปหน่อยหรือ?

เฉินมู่ที่ตั้งสติได้ก่อน จึงแสร้งทำเป็นโกรธและตะโกนออกไป

“เสี่ยวไป๋ เจ้ากำลังทำอะไรอยู่? เราจะต่อสู้ในคอกสัตว์ได้อย่างไร?”

จบบทที่ บทที่ 111 เสี่ยวไป๋ เจ้าไม่ควรทำแบบนี้!

คัดลอกลิงก์แล้ว