- หน้าแรก
- ข้าคือเทพแห่งการทำอาหาร ทั้งสำนักถูกความหิวครอบงำจนร้องไห้
- บทที่109 ให้ตายยังไง ข้าต้องได้มีดเอากลับไปให้ได้!
บทที่109 ให้ตายยังไง ข้าต้องได้มีดเอากลับไปให้ได้!
บทที่109 ให้ตายยังไง ข้าต้องได้มีดเอากลับไปให้ได้!
ในถ้ำซึ่งตั้งอยู่เหนือทางลาวาแห่งหนึ่ง ผู้อาวุโสใหญ่แห่งหุบเขาเหล็กกล้ากำลังจ้องมองเฉินมู่ด้วยความโกรธ พร้อมกับตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง
“เจ้าพูดอะไรนะ? เจ้าจะให้ข้าตี มีดทำครัว ให้เจ้างั้นหรือ?”
ผู้อาวุโสใหญ่มีนามว่า หวังเถี่ยซู่ แม้จะเป็นสตรีแต่รูปร่างกลับใหญ่โตแข็งแกร่งราวกับนักรบ ยิ่งกว่าชายหลายคนเสียอีก สวมชุดฝึกที่เต็มไปด้วยลายดอกไม้ ผมถักเป็นเปียใหญ่สองข้าง ใบหน้าทรงเหลี่ยมดูแข็งแกร่ง แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความโกรธ
ก่อนหน้านี้เมื่อได้ยินว่าศิษย์จากนิกายเต๋าอี้ต้องการให้เธอสร้างอาวุธให้ และอาวุธชิ้นนี้มีความสำคัญต่อยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ เธอจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนิกายเต๋าอี้โดยเฉพาะกับหงจุ้น
แต่พอเฉินมู่เดินเข้ามาและบอกถึงสิ่งที่เขาต้องการให้เธอสร้าง ผู้อาวุโสใหญ่ก็ถึงกับงงงันไปเลย
“ข้าเป็นถึงผู้อาวุโสใหญ่แห่งหุบเขาเหล็กกล้า หนึ่งในช่างตีเหล็กระดับเก้าในทวีปตะวันออก แต่เจ้ากลับขอให้ข้าสร้าง มีดทำครัว ให้เจ้า แถมยังต้องเป็นมีดทำครัวระดับอาวุธศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ได้ล้อข้าเล่น?”
สายตาเธอที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดจ้องมองเฉินมู่ ร่างกายที่ใหญ่โตดูน่าเกรงขามยิ่งนัก หวังเถี่ยซู่พูดด้วยน้ำเสียงเน้นหนักทีละคำ
“เจ้าเด็กน้อย เจ้ากำลังล้อข้าเล่นใช่ไหม?”
ปฏิกิริยาแรกของเธอคือคิดว่าเฉินมู่ต้องการแกล้งเธอเล่น แต่เฉินมู่กลับตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
“ศิษย์ไม่กล้าหรอกขอรับ ความจริงก็คือที่ให้ตีอาวุธ มีดเล่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ ข้าไม่ได้พูดโกหกแม้แต่น้อย”
เมื่อได้ยินคำตอบ หวังเถี่ยซู่ก็หัวเราะเยาะออกมา
“สำคัญอย่างนั้นหรือ? เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อคำพูดเจ้างั้นหรือ? เจ้าเองก็เพิ่งบอกไปว่าเจ้ามาจากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ แต่ตอนนี้เจ้ากลับให้ข้าสร้างมีดเล่มหนึ่งให้เจ้า แถมยังเป็นมีดทำครัวอีกต่างหาก”
“หรือว่าตอนนี้พวกเจ้าจะเปลี่ยนจากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์มาเป็น ยอดเขามีดทำครัว กันแล้ว?”
หวังเถี่ยซู่ไม่เชื่อในสิ่งที่เฉินมู่พูดแม้แต่น้อย ท่าทางของเฉินมู่เริ่มแสดงความร้อนรนออกมาเล็กน้อย เขาพยายามอธิบายอย่างกระตือรือร้น
“ศิษย์ไม่ได้ล้อเล่นเลยขอรับ มีดเล่มนี้สำคัญมากต่อยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ”
“พอเถอะ เจ้าออกไปได้แล้ว วันนี้ข้าจะไม่เอาความเจ้าเรื่องนี้เพราะเห็นแก่หงจุ้น”
เธอเริ่มออกปากไล่เฉินมู่เพราะเชื่อว่าเขาแกล้งเธอเล่น เห็นท่าไม่ดี เฉินมู่กัดฟันแน่นก่อนพูดออกมา
“ข้ามีเงิน!”
“หากท่านต้องการอะไรข้าและยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์พร้อมจ่ายไม่อั้นขอรับ”
เมื่อเหตุผลใช้ไม่ได้ผล เฉินมู่เลือกใช้เงินแก้ปัญหาแทน
หวังเถี่ยซู่หัวเราะเยาะอีกครั้ง
“เงินงั้นหรือ? เจ้าคิดว่าข้าจะขาดแคลนสิ่งนั้นหรือ?”
ในฐานะช่างตีเหล็กระดับเก้า ผู้คนที่ต่างแย่งชิงต้องการอาวุธที่เธอสร้างมีมากมายมหาศาล
ดังนั้น การจะใช้เงินล่อใจเธอคงไม่มีผลใด ๆ
ของล้ำค่าทุกชนิดหวังเถี่ยซู่ไม่เคยขาด การจะสร้างอาวุธใดๆให้ตอนนี้ขึ้นอยู่กับความพอใจของเธอเท่านั้น
หากเธอไม่พอใจ ต่อให้ใช้เงินมากมายแค่ไหนเธอก็ไม่สนใจอยู่ดี
เมื่อเห็นว่าแผนการนี้ไม่สำเร็จ เฉินมู่ก็ทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างไม่มีใครคาดคิด
การกระทำที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำเอาหวังเถี่ยซู่ถึงกับถอยหลังไปครึ่งก้าว พร้อมกับมองเฉินมู่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความงุนงง
“ข้าบอกเจ้าแล้ว ข้าไม่หลงกลมุกพรรค์นี้ อย่าคิดว่าเรื่องพวกนี้จะทำให้ข้าใจอ่อน”
ถึงแม้หวังเถี่ยซู่จะพูดแบบนั้น แต่เฉินมู่ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย ในใจของเขาตัดสินใจแล้วว่าต้องเอามีดเล่มนี้กลับไปให้ได้
ศิษย์พี่ศิษย์น้องต่างฝากความหวังไว้กับเขา หากเขากลับไปมือเปล่าจะมีหน้าไปพบพวกเขาได้อย่างไร
เฉินมู่จ้องมองหวังเถี่ยซู่ที่เต็มไปด้วยความสงสัยอย่างหนักแน่นแล้วพูดว่า...
"ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ข้าขอร้องให้ท่านช่วยสร้างอาวุธวิเศษนี้ให้แก่ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ของข้าด้วยเถิด"
"เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ข้าจะไม่ทำเด็ดขาด"
"ถือว่าเป็นหนี้บุญคุณของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ต่อท่านก็ได้"
"ข้าบอกแล้ว ข้าจะไม่ทำ"
"วันหน้าหากท่านมีเรื่องต้องการความช่วยเหลือ ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ของข้าจะช่วยเต็มที่"
"เจ้าฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือ ข้าบอกแล้วว่าข้าจะไม่ทำ ข้าเป็นถึงช่างตีเหล็กระดับเก้า เจ้าจะให้ข้าสร้างมีดทำครัวอย่างนั้นหรือ ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป ข้าจะมีหน้าที่ไหนอีก"
หลังจากเฉินมู่ยังคงตื๊อไม่เลิก หวังเถี่ยซู่ก็โกรธจนระเบิดออกมาและเธอถึงขั้นพูดเป็นภาษาถิ่นของบ้านเกิด
โดยธรรมชาติแล้วเธอเป็นคนใจร้อน แม้เธอพยายามอดทนอธิบายไปหลายครั้ง แต่เฉินมู่ก็ไม่ยอมล้มเลิก ทำให้เธอหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด
หลังจากตะโกนด่าหวังเถี่ยซู่ก็สูดหายใจลึก แม้เธอจะเป็นผู้อาวุโสใหญ่ แต่การโกรธกับเด็กหนุ่มรุ่นหลานแบบนี้ก็ทำให้เสียศักดิ์ศรีได้
ยิ่งไปกว่านั้นเฉินมู่ก็ถือว่าเป็นศิษย์ของหงจุ้นด้วย ดังนั้นเธอจึงพยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้
ด้วยความพยายามที่จะควบคุมอารมณ์ของตนเอง เธอกล่าวอย่างเย็นชา
"ข้าจะบอกเป็นครั้งสุดท้าย ข้าไม่มีทางสร้างมีดทำครัวให้เจ้าได้ ไม่ว่าเจ้าจะยื่นข้อเสนอใดมาก็ตาม ข้าจะไม่ตอบตกลง อย่ามากวนข้าอีก"
"ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ข้าจะไม่เอาเรื่องเจ้า ตอนนี้เจ้ากลับไปได้แล้ว เข้าใจไหม?"
เมื่อเห็นว่าหวังเถี่ยซู่ปฏิเสธอย่างหนักแน่น เฉินมู่ก็เงยหน้ามองเธออย่างแน่วแน่ยิ่งกว่าเดิมและสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"ท่านผู้อาวุโสใหญ่จะไม่ตอบตกลงจริงหรือ?"
"ไม่! ข้าจะไม่ทำและเจ้าก็เลิกฝันเถอะ"
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าคงต้องเสียมารยาทแล้ว ข้าจะต้องนำมีดนี้กลับไปให้ได้ในวันนี้"
ในขณะที่พูดเฉินมู่ก็แสดงท่าทีเหมือนคนที่พร้อมจะยอมตาย หวังเถี่ยซู่ถึงกับนิ่งชะงักไป เด็กคนนี้คิดจะทำอะไร
"เจ้า... เจ้าจะทำอะไร?"
เขาไม่ปกติแน่ๆหวังเถี่ยซู่ที่แม้จะมีพลังปราณสูงกว่าเฉินมู่มาก แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
เฉินมู่ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ลุกขึ้นยืนช้าๆแล้วมองหวังเถี่ยซู่ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากถ้ำไป
เมื่อเห็นดังนั้น หวังเถี่ยซู่กลับรู้สึกกังวลมากขึ้น
ต้องมีแผนทำบางอย่างแน่ เด็กคนนี้มีแผนบางอย่างในใจแน่ๆ แต่เธอก็คิดไม่ออกว่าเฉินมู่จะทำอะไร
ที่นี่คือหุบเขาเหล็กกล้าและเธอคือผู้อาวุโสใหญ่ของที่นี่ เด็กหนุ่มคนหนึ่งจะมาทำอะไรได้?
คิดไม่ออก เธอจึงใช้ปราณติดตาม เฉินมู่ดูว่าเขากำลังจะทำอะไร
เฉินมู่เดินออกจากถ้ำไปอย่างเงียบๆแต่แล้วเขาก็หยุดกะทันหัน หายใจลึกเหมือนเตรียมตัวทำบางอย่าง
หวังเถี่ยซู่ที่อยู่ในถ้ำใช้ปราณจ้องมองอย่างไม่ละสายตา เธอสงสัยว่าเขากำลังทำอะไร
ในขณะที่เธอกำลังจับตาดู เฉินมู่อยู่ๆเขาก็ฉีกเสื้อผ้าของตัวเองออกจนขาด
หวังเถี่ยซู่สับสนมากขึ้นเขาฉีกเสื้อทำไม? แต่ในวินาทีต่อมาเสียงร้องอย่างโหยหวนก็ดังขึ้นจากปากของเฉินมู่
"ท่านผู้อาวุโสใหญ่! ท่านจะทำแบบนี้ไม่ได้ ข้ายังหนุ่มอยู่ ข้าไม่อยากเป็นชายบำเรอของท่าน!"
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ท่านผู้อาวุโสใหญ่... ท่านคิดจะทำร้ายข้า..."
"ข้าไม่อยากอยู่แล้ว! ข้ารักษาความบริสุทธิ์มาตลอดหลายร้อยปี แต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว! ข้าจะมีหน้าไปพบผู้คนได้อย่างไร!"
"ไอ้เด็กบ้า หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลย!"
หวังเถี่ยซู่ตระหนักได้ในที่สุดว่า เฉินมู่กำลังวางแผนอะไร เธอสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ก่อนจะตะโกนด่าและรีบพุ่งออกไปจากถ้ำทันที