- หน้าแรก
- ข้าคือเทพแห่งการทำอาหาร ทั้งสำนักถูกความหิวครอบงำจนร้องไห้
- บทที่ 101 ชะตากรรมขององค์ชายที่สามของเผ่ามังกรน้ำ...
บทที่ 101 ชะตากรรมขององค์ชายที่สามของเผ่ามังกรน้ำ...
บทที่ 101 ชะตากรรมขององค์ชายที่สามของเผ่ามังกรน้ำ...
"พวกศิษย์ยอดเขาบุปผางามพวกนางคิดว่าจะดักเล่นงานพวกเราได้ที่ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ? ตลกน่า! พวกเรามองเห็นจุดจบของเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว"
เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกลายเป็นศัตรูกัน การที่แอบซ่อนไพ่ตายเล็กๆอาไว้ก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลไม่ใช่หรือ?
ดังนั้น ตอนนี้บนสนามรบ พวกศิษย์มากมายที่ก่อนหน้านี้เคยมีเพียงวิชาขั้นสูงขั้นแรก ตอนนี้กลับสำเร็จสมบูรณ์ในพริบตา แม้แต่ระดับพลังปราณที่ควรจะอยู่แค่ระดับกลางๆก็พุ่งขึ้นไปเป็นขั้นสูงในทันที
เมื่อพวกเขามองหน้ากัน ทุกคนต่างไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย แสดงสีหน้าราวกับว่า ข้ารู้อยู่แล้วว่าพวกจะเป็นแบบนี้
ต่างคนต่างเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เต็มไปด้วยแผนการและเล่ห์กล ทั้งหมดล้วนคาดการณ์ได้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะซ่อนฝีมือ ไม่เห็นต้องตกใจอะไร
“แน่นอนว่าพวกเจ้าซ่อนฝีมือไว้จริง ๆ”
“พี่ใหญ่พูดเป็นเล่นแล้ว เราต่างก็เหมือนกันทั้งนั้น”
“เอาล่ะ พูดตรงๆเถอะ เจ้าซ่อนอะไรไว้อีกหรือเปล่า?”
“ไม่มีแล้ว ไม่มีแน่นอน ครั้งนี้ศิษย์น้องใช้ทุกอย่างที่มีจริง ๆ”
“ฮะ! เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?”
บนกำแพงเมืองเย่ฉางชิงความกังวลที่เคยมีเมื่อครู่ได้หายไปหมดสิ้น พร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่อีกด้านหนึ่ง เขากลับยิ่งคิดยิ่งรู้สึกแปลก
ถ้าพวกศิษย์พี่ทุกคนเก่งขนาดนี้ ทำไมการต่อสู้กับนิกายวิหคก่อนหน้านี้ถึงได้ดูลำบากขนาดนั้น?
ต้องไม่ลืมว่าในตอนนั้นยังมีศิษย์จากยอดเขาหญิงงามเข้ามาช่วยอีกแรงด้วย
ในศึกครั้งนั้น เย่ฉางชิงได้ดูแค่ช่วงเริ่มต้นแล้วก็มัวแต่วุ่นวายอยู่กับการต้มน้ำซุปกระดูกให้คนอื่น จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
แต่เมื่อมองจากสถานการณ์ในตอนนี้ มันไม่น่าจะลำบากขนาดนั้น ดูพวกพี่ๆเหล่านี้สิ แต่ละคนแข็งแกร่งดั่งจ้าวอสูรที่ลงจากภูเขาทั้งนั้น
ในขณะเดียวกันที่เย่ฉางชิงรู้สึกแปลก ยังมีอีกคนที่รู้สึกงงงวยไม่แพ้กัน นั่นก็คือศิษย์ใหญ่ จ้าวเจิ้งผิง
จริงๆแล้ว ความสงสัยของจ้าวเจิ้งผิงยิ่งมากกว่าของเย่ฉางชิง เพราะเขาเป็นคนที่ได้ต่อสู้ในศึกครั้งนั้นด้วยตัวเอง เขามั่นใจอย่างยิ่งว่า พวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนี้ในตอนนั้นแน่นอน
จ้าวเจิ้งผิงหันไปมองศิษย์น้องรอบข้าง ก่อนจะมองไปยังหลิวซวง, ซูเจี้ยน, หลูยูอู และหวังเย่ศิษย์เอกของอาจารย์แต่ละคน จ้าวเจิ้งผิงเริ่มรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
“ศิษย์น้องสอง ก่อนหน้านี้เจ้ายังบรรลุระดับขั้นปลายของวิชาฝ่ามืออยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงสมบูรณ์แล้ว?”
ระดับพลังของนางตอนนี้ยังเท่ากับของข้าแล้วด้วย!
“ฝึกมา”
คำตอบสั้นๆทำให้มุมปากของจ้าวเจิ้งผิงกระตุก ข้ารู้ว่ามันมาจากการฝึกหรอก!
“ศิษย์น้องสาม เจ้าทำอย่างไรถึงทะลุระดับขั้นปลายมาได้?”
“โชคดี”
“ศิษย์น้องสี่...”
หลังจากถามครบทุกคน จ้าวเจิ้งผิงรู้สึกเสียใจ เขามั่นใจแล้วว่าพวกน้องๆต่างคนต่างแอบซ่อนพลังที่แท้จริงกันไว้หมด
ศิษย์ทุกคนมีความก้าวหน้าอย่างมาก ขณะที่มีเพียงเขาผู้เป็นศิษย์พี่ใหญ่ที่ยังย่ำอยู่กับที่
เจ้าเล่ห์มาก! ช่างเจ้าเล่ห์เสียจริง! ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องในสายเลือดหรือ? พวกเจ้าลืมมันหมดแล้วหรือไร? แม้แต่ข้า ศิษย์พี่ใหญ่ ก็ยังปิดบังข้าหรือ
แค่เพียงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ที่ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เขาเคยคิดว่าตัวเองก็กำลังพัฒนาตามการเปลี่ยนไปของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์แล้ว แต่ตอนนี้เขาพบว่าที่เขาเห็นนั้นเป็นเพียงผิวเผินเท่านั้น
ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกต้องจริงๆ ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ที่เติบโตมากับข้า ตอนนี้ข้าไม่อาจไล่ตามได้ทันแล้ว?
จ้าวเจิ้งผิงกัดฟันแน่น ตัดสินใจว่าจะต้องหาคำตอบให้ได้ แต่ตอนนี้เขาต้องจัดการล่าวัตถุดิบที่จะทำอาหารก่อน
สายตาของเขาล็อคเป้าไปที่ซิ่วหมิน ซึ่งตอนนี้กำลังยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง มันเป็นคู่ต่อสู้เก่าและยังเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกองทัพเผ่าอสูรน้ำนี่
แข็งแกร่งที่สุดกับแข็งแกร่งที่สุด มันควรจะเป็นหน้าที่ของเขา ศิษย์พี่ใหญ่ที่จะจัดการกับมัน
แต่หลิวซวงกลับไวกว่าเขาหนึ่งก้าว ร่างของเธอพุ่งตรงไปหาซิ่วหมินทันที เมื่อเห็นเช่นนั้นจ้าวเจิ้งผิงอ้าปากค้างเล็กน้อย
‘เร็วมาก!’
ใช่! เร็วกว่าศิษย์พี่ใหญ่แบบเขาเสียอีก ในขณะนี้หัวใจของจ้าวเจิ้งผิงเต็มไปด้วยความขมขื่น ที่พลังของศิษย์น้องสองนั้นไล่ตามเขามาทันแล้ว
“เป็นไปได้ยังไง?”
ซิ่วหมินจ้องมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างตะลึง หัวใจของมันเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ทำไมศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ถึงได้แข็งแกร่งมากขนาดนี้ มันเป็นไปไม่ได้! ไม่มีเหตุผลเลย! พวกเขาไปทำอะไรกันมา?
ในขณะที่ซิ่วหมินกำลังนิ่งงัน แสงดาบก็ฟาดผ่านพานำเอาพลังเย็นมา มันรีบเอียงตัวหลบอย่างหวุดหวิด ก่อนที่หลิวซวงจะมาปรากฏตัวตรงหน้า
เมื่อเห็นว่าเป็นหลิวซวง ซิ่วหมินทิ้งความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดออกจากหัวและกล่าวอย่างเย็นชา
“หลิวซวง เจ้าอยากตายหรือ?”
แน่นอนว่ามันรู้จักศิษย์หญิงลำดับที่สองของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ ซิ่วหมินเพิ่มความโหดเหี้ยมในสายตาขึ้นอีก หากเป็นจ้าวเจิ้งผิงมันอาจจะยังลังเลที่สู้ด้วยอยู่บ้าง แต่สำหรับหลิวซวงนั้น มันเคยสู้กับเธอมาแล้ว เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน
ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลนี่ แต่เมื่อได้เผชิญหน้ากันจริงๆซิ่วหมินถึงกับอึ้ง
พลังของหลิวซวงตอนนี้ นั้นเท่ากันหรือแข็งแกร่งกว่าจ้าวเจิ้งผิงเสียอีก
วิชาดาบน้ำแข็งของเธอทะลวงถึงระดับขั้นสมบูรณ์แล้ว ภายในไม่กี่กระบวนท่า ซิ่วหมินก็ถูกหลิวซวงกดดันอย่างหนัก
ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ หลิวซวงไม่เสียเวลาอีกต่อไป เธอตัดสินใจจะสังหารมันในทันที
วิชาดาบน้ำแข็งขั้นสมบูรณ์ถูกปล่อยออกมา ดาบน้ำแข็งนับไม่ถ้วนพุ่งมาจากทุกทิศทาง
แม้ว่าซิ่วหมินจะพยายามต้านทานอย่างเต็มที่ แต่ในที่สุดมันก็ถูกดาบน้ำแข็งทิ่มแทงทะลุร่างไปทุกส่วน ร่างของมันเต็มไปด้วยบาดแผลนองเลือด จนสิ้นชีพอย่างไม่เหลือความหวัง
“ศิษย์พี่หญิงช้าก่อน ขอให้เหลือร่างไว้ด้วยเถอะ”
ในขณะนั้น ซูเจี้ยนรีบวิ่งมาด้วยความรวดเร็ว เมื่อเห็นร่างของซิ่วหมินที่ไร้ลมหายใจและมีแผลทั่วตัว เขาแทบจะร้องไห้ออกมา
“ศิษย์พี่หญิงที่สอง ท่านรีบไปไหนกัน ตอนนี้จะทำอย่างไรดี?”
“มีปัญหาหรือ?”
เมื่อได้ยินหลิวซวงแสดงสีหน้าสงสัย เธอไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากจะสังหารซิ่วหมิน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมซูเจี้ยนถึงตื่นตระหนกเช่นนี้
“ไม่ใช่แบบนั้น ท่านทำมันเป็นแบบนี้แล้ว จะใช้มันเป็นวัตถุดิบทำอาหารได้ยังไง? พวกเรายังหาวิธีฆ่าเผ่ามังกรน้ำแบบรักษาร่างไว้ไม่ได้เลย... เฮ้อ นี่คือซิ่วหมินเลยนะ เป็นเผ่ามังกรน้ำสายเลือดบริสุทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในที่นี้ เลือดของมันมีความพิเศษ ถือว่าเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศเลยนะ”
ซูเจี้ยนเต็มไปด้วยความเสียใจ ช้าไปก้าวเดียวเอง ซิ่วหมินเจ้ากรรมทำไมถึงไม่อดทนอีกหน่อยล่ะ? ข้าเกือบจะช่วยชีวิตเจ้าได้อยู่แล้วเชียว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวซวงก็เริ่มตระหนักว่าเธอทำพลาดไป เธอมองดูร่างของซิ่วหมิน ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยบาดแผลจนไม่รู้ว่ายังสามารถนำมาใช้ได้หรือไม่
เธอกัดริมฝีปากเบา ๆ แล้วเอ่ยขอโทษ
“ขอโทษด้วย น้องสาม ข้าไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น ข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”
แม้จะขอโทษแต่ท่าทางของเธอก็ยังคงเย็นชาเช่นเคย ซูเจี้ยนเข้าใจในนิสัยของศิษย์พี่หญิงคนนี้ดี จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพียงแต่แสดงความเสียใจอย่างยิ่ง
“เฮ้อ ครั้งหน้าคงหาเผ่ามังกรน้ำสายเลือดบริสุทธิ์ระดับนี้ได้ยากแล้ว เผ่ามังกรน้ำสายเลือดบริสุทธิ์มีราชบุตรแค่ห้าตนเท่านั้นเอง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวซวงก้มศีรษะเล็กน้อย นับเป็นครั้งหายากที่เธอยอมรับผิดโดยไม่โต้แย้ง
“ช่างเถอะ ข้าจะไปดูเผ่ามังกรตัวอื่นๆก่อน หวังว่าจะไม่เสียเปล่าแบบนี้อีกแล้ว”
ซูเจี้ยนหันหลังจากไปด้วยความสิ้นหวัง
ในการต่อสู้จนถึงตอนนี้ ภาพโดยรวมแทบจะตัดสินได้แล้ว นอกจากเผ่ามังกรน้ำตัวอื่นที่ยังไม่รู้ว่าไปทำอะไรอยู่ เผ่าอสูรน้ำที่เหลือก็ถูกฆ่าไปเกือบหมดแล้ว
จ้าวเจิ้งผิงไม่จำเป็นต้องออกมืออีกต่อไป เขายืนมองเหล่าศิษย์รอบข้างด้วยสายตาสงสัยพร้อมกับคำถามมากมายผุดขึ้นในหัว
เพียงแค่ไม่กี่เดือนที่เขาปิดด่านฝึกตน ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เกิดอะไรขึ้นกันแน่ นอกจากเย่ฉางชิงแล้วที่เหล่าศิษย์น้องทุกคนทำไมถึงแข็งแกร่งขึ้นมากขนาดนี้? ทั้งวิชาตัวเบา ใช้สัญลักษณ์ วิชาดาบ และระดับพลังล้วนก้าวหน้าไปมาก นี่มันผ่านไปแค่ไม่กี่เดือนเองนะ
นอกจากความสงสัยแล้ว จ้าวเจิ้งผิงยังรู้สึกถึงความกดดันอย่างมาก หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเขาคงไม่อาจรักษาสถานะศิษย์พี่ใหญ่ไว้ได้ ศิษย์น้องทุกคนกำลังจะแซงหน้าเขาไปหมดแล้ว