เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 87 ความหวานแววในสนามรบ

บทที่ 87 ความหวานแววในสนามรบ

บทที่ 87 ความหวานแววในสนามรบ


ในที่สุดก็รู้แล้วว่าทำไมศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ถึงได้คลุ้มคลั่งขนาดนี้ ตอนนี้ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามก็กำลังหลงใหลซุปที่อยู่ในมือ พวกเธอดื่มมันอย่างตะกละตะกลามและไม่หยุดมือด้วย

ขณะที่ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามกำลังคลั่งไคล้กับซุปเสียงคำรามที่ดูโกรธจากศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในสนามรบก็ดังขึัน

“เห้ย เสร็จหรือยัง? พวกเราทนรอไม่ไหวแล้ว”

“คนละถ้วยเท่านั้น เสร็จแล้วก็มาช่วยสับเปลี่ยนไว้ให้เราหน่อย”

“ดื่มเสร็จก็ออกมาเถอะ จะได้ถึงตาของข้าซะที”

เมื่อเห็นศิษย์จากยอดเขาบุปผางามดื่มไปทีละถ้วยเรื่อยๆศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ก็หมดความอดทน อย่ามัวแต่ดื่มแบบนี้สิ รีบมาช่วยกันหน่อย

ความกดดันที่แนวหน้าอันตรายมาก แม้กระทั่งหงจุ้นก็ยังด่าทอ

“ไปไปไป หมดเวลายืนคุยแล้ว ดื่มเสร็จก็รีบกลับไปที่แนวหน้าซะหนูๆทั้งหลาย”

แม้จะรู้สึกเสียดาย แต่สถานการณ์แบบนี้ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามก็หันหลังและวิ่งกลับไปที่แนวหน้าอย่างช่วยไม่ได้

หลังจากดื่มซุป พวกเธอกลับมามีพลังเหมือนใหม่อีกครั้ง

เมื่อเห็นศิษย์จากยอดเขาบุปผางามกลับมาที่สนามรบ คนจากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ลังเลที่จะหันหลังและวิ่งหนี

เดิมทีมีอสูรหกตัวกำลังล้อมและโจมตีศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังสู้กัน ศิษย์คนนั้นก็หลบและหลุดไป

จากนั้นศิษย์จากยอดเขาบุปผางามก็เข้ามาแทนที่

“น้องสาว ตั้งสติไว้นะ”

“พี่ชาย รีบหน่อย”

“ไม่ต้องห่วง พี่ชายรวดเร็วมาก”

ขณะต่อสู้กันอยู่ก็สับเปลี่ยนคนไปมา หมาป่าอสูรถึงกับยืนงงวางกำลังต่อสู้หรือดูอะไรอยู่เนี่ย

พวกมันรู้สีกโกรธมาก เหล่าศิษย์นิกายเต๋าอี้ไม่เห็นพวกมันเป็นคู่ต่อสู้เลยสักนิด

เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของอสูรหลายตัว ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามกลับไม่หวั่นไหว เพราะว่าดื่มซุปมาแล้ว

ภาพแบบนี้พบเห็นได้ทั่วไปในสนามรบ อสูรมากมายรู้สึกสับสนทันทีที่คู่ต่อสู้ของมันดูเปลี่ยนไป

“เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้มันบ้าไปแล้ว ดูพวกศิษย์จากยอดเขาบุปผางามสิ นี่มันสงคราม ไม่ใช่การแสดงตลก”

มีเพียงคนเดียวที่ด่าทออย่างรุนแรง นั่นก็คือจ้าวเจิ้งผิง พี่ใหญ่ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์

ตอนนี้ดูเหมือนจะมีแค่เขาและจ้าวหลัวที่ยังไม่เคยลิ้มรสอาหารฝีมือของเย่ฉางชิง

แต่เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวหลัวที่ได้ต่อสู้เคียงข้างเขามาตลอดกลับมีสีหน้าแปลก ๆ

“พี่ชายผิง ดูเหมือนว่าพวกศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เป็นคนเริ่มก่อนนะ”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของจ้าวเจิ้งผิงก็แดงด้วยความอับอาย แต่เขาก็ยังดื้อดึงพูดว่า

“พวกเขาข้าไม่สามารถช่วยกลับมาได้แล้ว ข้าไม่อยากพูดถึง แต่หลัวเหมยศิษย์ยอดเขาบุปผางามก็ไม่ควรเป็นแบบนี้ ต้องแนะนำพวกเขาให้เดินไปในทางที่ถูกต้องใหม่แล้วนะ”

เป็นอย่างนั้นเหรอ? มองไปรอบ ๆ ที่เห็นศิษย์จากยอดเขาบุปผางามที่มีความดุร้ายกลับเข้าสู่สนามรบ จ้าวหลัวรู้สึกสงสัย

ลังเลอยู่พักหนึ่งเธอก็ไม่สามารทนสงสัยไม่ได้ได้จึงพูดออกไป

“รู้สึกว่าน่าจะมีอะไรแปลก ๆ เกี่ยวกับซุปนี้ พี่ชายผิง ข้าว่าเราลองไปชิมบ้างไหม?”

การเปลี่ยนแปลงท่าทีอย่างรวดเร็วทำให้ใบหน้าของจ้าวเจิ้งผิงเปลี่ยนเป็นซีดเผือก และเขาก็เตรียมปฏิเสธทันที

“พูดเล่นอะไรเนี่ย ข้าเป็นพี่ใหญ่ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาชี้วัดความเป็นความตายในสนามรบ จะมาทำให้เสียกำลังเพราะซุปไม่ได้หรอก”

“เป็นไปไม่ได้ ข้าจ้าวเจิ้งผิงต่อให้วันนี้จะตายบนสนามรบก็จะไม่...”

สิบกว่าลมหายใจต่อมา ที่ปากทางเข้าสู่ค่ายกล จ้าวเจิ้งผิงมองดูซุปกระดูกสูงในมือด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความพอใจ

“หลัวเหมย ซุปนี้กลิ่นหอมมาก”

“หอมจริงๆ”

เขาไม่สามารถต้านทานได้จึงดื่มไปหนึ่งอึก จากนั้นจ้าวเจิ้งผิงก็ตั้งท่าตะลึงอยู่ที่เดิม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

“ซุปนี้...ซุปนี้...”

“เกิดอะไรขึ้น พี่ชายผิง?”

“มันอร่อยมาก หลัวเหมยลองชิมดูสิ มันอร่อยมากจริง ๆ ข้าไม่เคยดื่มซุปที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน”

เห็นพี่ใหญ่ที่เคยจริงจังของเขามีท่าทีเช่นนี้ จ้าวหลัวก็ยิ้มเล็กน้อยและดื่มไปหนึ่งอึก ผลก็คือเธอมีปฏิกิริยาเหมือนจ้าวเจิ้งผิง

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนถึงได้คลั่งไคล้ขนาดนี้ ซุปนี้มันไม่ธรรมดาจริง ๆ

“พี่ชายผิง ข้ารู้ซึ้งแล้วว่าศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาต้องได้กินอาหารอร่อยแบบนี้กันตลอดเลยสินะ”

สิ่งที่พูดเป็นแค่คำพูดที่ไม่ตั้งใจ แต่พอได้ยินคำนี้ จ้าวเจิ้งผิงก็รู้สึกตกใจ ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ชิมซุปนี้เลย

มองไปที่เย่ฉางชิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น จ้าวเจิ้งผิงรู้สึกว่าทั้งโลกดูหม่นหมองเหมือนว่าทุกคนจากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ทอดทิ้งเขา

“พี่ชายผิง พี่ชายผิง ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

จนกระทั่งเสียงของจ้าวหลัวดังขึ้น เขาจึงฟื้นจากความคิด มองไปที่จ้าวหลัวแล้วยิ้มและส่ายหัว

“ไม่เป็นไร ซุปนี้อร่อยจริง ๆ และยังมีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดดีอีก หลัวเหมยดื่มให้มาก ๆ เลย”

“อืม พี่ชายผิงด้วย ดูสิท่านยังมีเลือดไหลอยู่เลย”

“ได้เลย”

ทั้งคู่มีท่าทางที่ดูเหมือนคู่รัก ทำให้คนอื่นๆรู้สึกอึดอัด อีกทั้งยังยืนอยู่หน้าโต๊ะขวางทางพวกศิษย์คนอื่นๆ

ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหวพูดออกมา

“พี่ใหญ่ขอรับ การแสดงความรักของพวกท่านสามารถช่วยรอจนกว่าจะจบสงครามได้ไหม สถานการณ์ตอนนี้เร่งด่วนมาก”

“ใช่ขอรับ ศิษย์น้องคนนี้ถูกฟันที่เส้นเลือดใหญ่ เลือดไหลไม่หยุดต้องการซุปสักถ้วยเพื่อเติมพลังขอรับ”

“หรือว่าให้ทั้งคู่ช่วยขยับไปข้างๆหน่อยได้ไหม จะได้อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ”

“ในสนามรบก็ยังหนีไม่พ้นบรรยากาศแสนหวานนี้อีกเหรอ?”

เมื่อเจอการบ่นจากศิษย์หลายคน จ้าวหลัวรู้สึกอาย หน้าของเธอแดงไปหมด แม้แต่ใบหน้าของจ้าวเจิ้งผิงก็ยิ้มออกมาไม่ได้

“ศิษย์น้องทุกคน ข้า...”

กำลังจะอธิบาย แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงแรงมหาศาลมาสัมผัสที่ก้นตัวเอง เขาถูกแรงนั้นซัดลอยขึ้นไปในอากาศและตกลงไปบนสนามรบ

“มัวยืนพูดเรื่องบ้าอะไรเนี่ย ดื่มเสร็จก็รีบไปซะ”

หงจุ้นไม่รู้ว่ามาเมื่อไหร่อยู่ข้างหลังจ้าวเจิ้งผิง เขาพูดและเตะจ้าวเจิ้งผิงให้ลอยออกไปทันที

มือหนึ่งถือถ้วยซุปและยิ้มอย่างพอใจ “ดีจริง ๆ สุดท้ายก็ระบายความอัดอั้นออกไปได้หน่อย แถมยังได้ของแถมคืนอีกนิดหน่อย เจ้าใช้ค่ายกลขังข้าก็ต้องเจอแบบนี้”

หงจุ้นไม่ได้คิดจะล้างแค้นแต่อย่างใด

ดื่มซุปไปอีกอึก รู้สึกว่ามันยิ่งหวานอร่อยกว่าที่ผ่านมา

ได้ทำโทษศิษย์แล้ว ได้ดื่มซุปไปหลายถ้วย ขณะที่หงจุ้นกำลังมีความสุขจนลืมตัว เสียงของเฉิงชือก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า

“หงจุ้น เจ้าเสร็จหรือยังเนี้ย?”

เฉิงชือจริงจังมาก เขาโกรธจัดเพราะหงจุ้นบอกว่าจะไปดื่มซุปแปบเดียวแล้วให้เฉิงชือมาช่วยถ่วงเวลาไว้ก่อน จากนั้นจะกลับมาสับเปลี่ยนกับเขา

เพื่อให้ได้ดื่มซุป เฉิงชือถึงยอมตกลง

แต่ไอ้แก่คนนี้หายไปนานเลย ทิ้งให้เขาต้องเผชิญหน้ากับเซียะหู่และจินเหนี่ยวเพียงลำพัง

ด้วยพลังทั้งหมดของเขา เฉิงชือพยายามสู้แบบตัวต่อตัวกับอสูรทั้งสอง แต่หันไปซ้ายทีหันไปขวาทีก็ยังไม่เห็นหงจุ้นกลับมา ทำให้เขาไม่สามารถอดทนได้และด่าทอออกมา

เมื่อได้ยินเสียงด่าทอของเฉิงชือ หงจุ้นก็ตระหนักขึ้น

“โอ้ ลืมไปเลย”

ศิษย์รอบข้างเมื่อได้ยินคำนี้ต่างก็รู้สึกทึ่ง สหายของเขากำลังสู้แบบเอาชีวิตเข้าเสี่ยง เขาลืมไปได้ยังไง?

ดื่มซุปจนหมดถ้วย หงจุ้นก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปหาเฉิงชือ

จากนั้นทั้งสองคนก็เปลี่ยนกัน หงจุ้นสู้แทนเฉิงชือและเฉิงชือไปดื่มซุป

ฉากนี้ยิ่งทำให้เซียะหู่โกรธจนตัวสั่น นี่คือการดูถูกอย่างโจ่งแจ้ง

“หงจุ้น ข้าจะฆ่าเจ้าซะ”

หงจุ้นไม่สนใจเขาเลยสักนิด กลับโกนไปหาเฉิงชือเสียงดัง

“รีบหน่อยนะเว้ย ดื่มเสร็จแล้วกลับมาสับเปลี่ยนกับข้าต่อด้วย”

เซียะหู่ “ข้า %¥%#¥%”

จบบทที่ บทที่ 87 ความหวานแววในสนามรบ

คัดลอกลิงก์แล้ว