- หน้าแรก
- ข้าคือเทพแห่งการทำอาหาร ทั้งสำนักถูกความหิวครอบงำจนร้องไห้
- บทที่ 87 ความหวานแววในสนามรบ
บทที่ 87 ความหวานแววในสนามรบ
บทที่ 87 ความหวานแววในสนามรบ
ในที่สุดก็รู้แล้วว่าทำไมศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ถึงได้คลุ้มคลั่งขนาดนี้ ตอนนี้ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามก็กำลังหลงใหลซุปที่อยู่ในมือ พวกเธอดื่มมันอย่างตะกละตะกลามและไม่หยุดมือด้วย
ขณะที่ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามกำลังคลั่งไคล้กับซุปเสียงคำรามที่ดูโกรธจากศิษย์ยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในสนามรบก็ดังขึัน
“เห้ย เสร็จหรือยัง? พวกเราทนรอไม่ไหวแล้ว”
“คนละถ้วยเท่านั้น เสร็จแล้วก็มาช่วยสับเปลี่ยนไว้ให้เราหน่อย”
“ดื่มเสร็จก็ออกมาเถอะ จะได้ถึงตาของข้าซะที”
เมื่อเห็นศิษย์จากยอดเขาบุปผางามดื่มไปทีละถ้วยเรื่อยๆศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ก็หมดความอดทน อย่ามัวแต่ดื่มแบบนี้สิ รีบมาช่วยกันหน่อย
ความกดดันที่แนวหน้าอันตรายมาก แม้กระทั่งหงจุ้นก็ยังด่าทอ
“ไปไปไป หมดเวลายืนคุยแล้ว ดื่มเสร็จก็รีบกลับไปที่แนวหน้าซะหนูๆทั้งหลาย”
แม้จะรู้สึกเสียดาย แต่สถานการณ์แบบนี้ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามก็หันหลังและวิ่งกลับไปที่แนวหน้าอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากดื่มซุป พวกเธอกลับมามีพลังเหมือนใหม่อีกครั้ง
เมื่อเห็นศิษย์จากยอดเขาบุปผางามกลับมาที่สนามรบ คนจากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ลังเลที่จะหันหลังและวิ่งหนี
เดิมทีมีอสูรหกตัวกำลังล้อมและโจมตีศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังสู้กัน ศิษย์คนนั้นก็หลบและหลุดไป
จากนั้นศิษย์จากยอดเขาบุปผางามก็เข้ามาแทนที่
“น้องสาว ตั้งสติไว้นะ”
“พี่ชาย รีบหน่อย”
“ไม่ต้องห่วง พี่ชายรวดเร็วมาก”
ขณะต่อสู้กันอยู่ก็สับเปลี่ยนคนไปมา หมาป่าอสูรถึงกับยืนงงวางกำลังต่อสู้หรือดูอะไรอยู่เนี่ย
พวกมันรู้สีกโกรธมาก เหล่าศิษย์นิกายเต๋าอี้ไม่เห็นพวกมันเป็นคู่ต่อสู้เลยสักนิด
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของอสูรหลายตัว ศิษย์จากยอดเขาบุปผางามกลับไม่หวั่นไหว เพราะว่าดื่มซุปมาแล้ว
ภาพแบบนี้พบเห็นได้ทั่วไปในสนามรบ อสูรมากมายรู้สึกสับสนทันทีที่คู่ต่อสู้ของมันดูเปลี่ยนไป
“เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้มันบ้าไปแล้ว ดูพวกศิษย์จากยอดเขาบุปผางามสิ นี่มันสงคราม ไม่ใช่การแสดงตลก”
มีเพียงคนเดียวที่ด่าทออย่างรุนแรง นั่นก็คือจ้าวเจิ้งผิง พี่ใหญ่ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์
ตอนนี้ดูเหมือนจะมีแค่เขาและจ้าวหลัวที่ยังไม่เคยลิ้มรสอาหารฝีมือของเย่ฉางชิง
แต่เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวหลัวที่ได้ต่อสู้เคียงข้างเขามาตลอดกลับมีสีหน้าแปลก ๆ
“พี่ชายผิง ดูเหมือนว่าพวกศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์เป็นคนเริ่มก่อนนะ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของจ้าวเจิ้งผิงก็แดงด้วยความอับอาย แต่เขาก็ยังดื้อดึงพูดว่า
“พวกเขาข้าไม่สามารถช่วยกลับมาได้แล้ว ข้าไม่อยากพูดถึง แต่หลัวเหมยศิษย์ยอดเขาบุปผางามก็ไม่ควรเป็นแบบนี้ ต้องแนะนำพวกเขาให้เดินไปในทางที่ถูกต้องใหม่แล้วนะ”
เป็นอย่างนั้นเหรอ? มองไปรอบ ๆ ที่เห็นศิษย์จากยอดเขาบุปผางามที่มีความดุร้ายกลับเข้าสู่สนามรบ จ้าวหลัวรู้สึกสงสัย
ลังเลอยู่พักหนึ่งเธอก็ไม่สามารทนสงสัยไม่ได้ได้จึงพูดออกไป
“รู้สึกว่าน่าจะมีอะไรแปลก ๆ เกี่ยวกับซุปนี้ พี่ชายผิง ข้าว่าเราลองไปชิมบ้างไหม?”
การเปลี่ยนแปลงท่าทีอย่างรวดเร็วทำให้ใบหน้าของจ้าวเจิ้งผิงเปลี่ยนเป็นซีดเผือก และเขาก็เตรียมปฏิเสธทันที
“พูดเล่นอะไรเนี่ย ข้าเป็นพี่ใหญ่ของยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาชี้วัดความเป็นความตายในสนามรบ จะมาทำให้เสียกำลังเพราะซุปไม่ได้หรอก”
“เป็นไปไม่ได้ ข้าจ้าวเจิ้งผิงต่อให้วันนี้จะตายบนสนามรบก็จะไม่...”
สิบกว่าลมหายใจต่อมา ที่ปากทางเข้าสู่ค่ายกล จ้าวเจิ้งผิงมองดูซุปกระดูกสูงในมือด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความพอใจ
“หลัวเหมย ซุปนี้กลิ่นหอมมาก”
“หอมจริงๆ”
เขาไม่สามารถต้านทานได้จึงดื่มไปหนึ่งอึก จากนั้นจ้าวเจิ้งผิงก็ตั้งท่าตะลึงอยู่ที่เดิม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
“ซุปนี้...ซุปนี้...”
“เกิดอะไรขึ้น พี่ชายผิง?”
“มันอร่อยมาก หลัวเหมยลองชิมดูสิ มันอร่อยมากจริง ๆ ข้าไม่เคยดื่มซุปที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน”
เห็นพี่ใหญ่ที่เคยจริงจังของเขามีท่าทีเช่นนี้ จ้าวหลัวก็ยิ้มเล็กน้อยและดื่มไปหนึ่งอึก ผลก็คือเธอมีปฏิกิริยาเหมือนจ้าวเจิ้งผิง
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนถึงได้คลั่งไคล้ขนาดนี้ ซุปนี้มันไม่ธรรมดาจริง ๆ
“พี่ชายผิง ข้ารู้ซึ้งแล้วว่าศิษย์จากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาต้องได้กินอาหารอร่อยแบบนี้กันตลอดเลยสินะ”
สิ่งที่พูดเป็นแค่คำพูดที่ไม่ตั้งใจ แต่พอได้ยินคำนี้ จ้าวเจิ้งผิงก็รู้สึกตกใจ ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ชิมซุปนี้เลย
มองไปที่เย่ฉางชิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น จ้าวเจิ้งผิงรู้สึกว่าทั้งโลกดูหม่นหมองเหมือนว่าทุกคนจากยอดเขาดาบศักดิ์สิทธิ์ทอดทิ้งเขา
“พี่ชายผิง พี่ชายผิง ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
จนกระทั่งเสียงของจ้าวหลัวดังขึ้น เขาจึงฟื้นจากความคิด มองไปที่จ้าวหลัวแล้วยิ้มและส่ายหัว
“ไม่เป็นไร ซุปนี้อร่อยจริง ๆ และยังมีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดดีอีก หลัวเหมยดื่มให้มาก ๆ เลย”
“อืม พี่ชายผิงด้วย ดูสิท่านยังมีเลือดไหลอยู่เลย”
“ได้เลย”
ทั้งคู่มีท่าทางที่ดูเหมือนคู่รัก ทำให้คนอื่นๆรู้สึกอึดอัด อีกทั้งยังยืนอยู่หน้าโต๊ะขวางทางพวกศิษย์คนอื่นๆ
ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหวพูดออกมา
“พี่ใหญ่ขอรับ การแสดงความรักของพวกท่านสามารถช่วยรอจนกว่าจะจบสงครามได้ไหม สถานการณ์ตอนนี้เร่งด่วนมาก”
“ใช่ขอรับ ศิษย์น้องคนนี้ถูกฟันที่เส้นเลือดใหญ่ เลือดไหลไม่หยุดต้องการซุปสักถ้วยเพื่อเติมพลังขอรับ”
“หรือว่าให้ทั้งคู่ช่วยขยับไปข้างๆหน่อยได้ไหม จะได้อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ”
“ในสนามรบก็ยังหนีไม่พ้นบรรยากาศแสนหวานนี้อีกเหรอ?”
เมื่อเจอการบ่นจากศิษย์หลายคน จ้าวหลัวรู้สึกอาย หน้าของเธอแดงไปหมด แม้แต่ใบหน้าของจ้าวเจิ้งผิงก็ยิ้มออกมาไม่ได้
“ศิษย์น้องทุกคน ข้า...”
กำลังจะอธิบาย แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงแรงมหาศาลมาสัมผัสที่ก้นตัวเอง เขาถูกแรงนั้นซัดลอยขึ้นไปในอากาศและตกลงไปบนสนามรบ
“มัวยืนพูดเรื่องบ้าอะไรเนี่ย ดื่มเสร็จก็รีบไปซะ”
หงจุ้นไม่รู้ว่ามาเมื่อไหร่อยู่ข้างหลังจ้าวเจิ้งผิง เขาพูดและเตะจ้าวเจิ้งผิงให้ลอยออกไปทันที
มือหนึ่งถือถ้วยซุปและยิ้มอย่างพอใจ “ดีจริง ๆ สุดท้ายก็ระบายความอัดอั้นออกไปได้หน่อย แถมยังได้ของแถมคืนอีกนิดหน่อย เจ้าใช้ค่ายกลขังข้าก็ต้องเจอแบบนี้”
หงจุ้นไม่ได้คิดจะล้างแค้นแต่อย่างใด
ดื่มซุปไปอีกอึก รู้สึกว่ามันยิ่งหวานอร่อยกว่าที่ผ่านมา
ได้ทำโทษศิษย์แล้ว ได้ดื่มซุปไปหลายถ้วย ขณะที่หงจุ้นกำลังมีความสุขจนลืมตัว เสียงของเฉิงชือก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า
“หงจุ้น เจ้าเสร็จหรือยังเนี้ย?”
เฉิงชือจริงจังมาก เขาโกรธจัดเพราะหงจุ้นบอกว่าจะไปดื่มซุปแปบเดียวแล้วให้เฉิงชือมาช่วยถ่วงเวลาไว้ก่อน จากนั้นจะกลับมาสับเปลี่ยนกับเขา
เพื่อให้ได้ดื่มซุป เฉิงชือถึงยอมตกลง
แต่ไอ้แก่คนนี้หายไปนานเลย ทิ้งให้เขาต้องเผชิญหน้ากับเซียะหู่และจินเหนี่ยวเพียงลำพัง
ด้วยพลังทั้งหมดของเขา เฉิงชือพยายามสู้แบบตัวต่อตัวกับอสูรทั้งสอง แต่หันไปซ้ายทีหันไปขวาทีก็ยังไม่เห็นหงจุ้นกลับมา ทำให้เขาไม่สามารถอดทนได้และด่าทอออกมา
เมื่อได้ยินเสียงด่าทอของเฉิงชือ หงจุ้นก็ตระหนักขึ้น
“โอ้ ลืมไปเลย”
ศิษย์รอบข้างเมื่อได้ยินคำนี้ต่างก็รู้สึกทึ่ง สหายของเขากำลังสู้แบบเอาชีวิตเข้าเสี่ยง เขาลืมไปได้ยังไง?
ดื่มซุปจนหมดถ้วย หงจุ้นก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปหาเฉิงชือ
จากนั้นทั้งสองคนก็เปลี่ยนกัน หงจุ้นสู้แทนเฉิงชือและเฉิงชือไปดื่มซุป
ฉากนี้ยิ่งทำให้เซียะหู่โกรธจนตัวสั่น นี่คือการดูถูกอย่างโจ่งแจ้ง
“หงจุ้น ข้าจะฆ่าเจ้าซะ”
หงจุ้นไม่สนใจเขาเลยสักนิด กลับโกนไปหาเฉิงชือเสียงดัง
“รีบหน่อยนะเว้ย ดื่มเสร็จแล้วกลับมาสับเปลี่ยนกับข้าต่อด้วย”
เซียะหู่ “ข้า %¥%#¥%”