เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 จางเทียนอ้าย: บุปผาต้องพิรุณ ช่างน่าเวทนา

บทที่ 16 จางเทียนอ้าย: บุปผาต้องพิรุณ ช่างน่าเวทนา

บทที่ 16 จางเทียนอ้าย: บุปผาต้องพิรุณ ช่างน่าเวทนา


บทที่ 16 จางเทียนอ้าย: บุปผาต้องพิรุณ ช่างน่าเวทนา

"คุณบอกว่าเป็นนักแสดงที่มาออดิชันกับเฉียนเฉิงฟิล์ม แต่ทำไมถึงไม่รู้จักแม้กระทั่งประธานเฉินของบริษัท แล้วจะให้ผมเชื่อได้ยังไง" เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจงใจพูดประโยคนี้ให้เฉินฮ่าวได้ยิน

ตอนนั้นเองเฉินฮ่าวก็หันกลับมามองจางเทียนอ้าย ด้วยใบหน้าที่งดงามสดใสและเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้น เขาจำเธอได้ในทันที

"วันนี้ฉันมาเป็นครั้งแรก ก็ย่อมไม่รู้จักประธานเฉินอยู่แล้วสิคะ" จางเทียนอ้ายมองเฉินฮ่าวที่หันกลับมาแล้วเอ่ย "ประธานเฉินคะ ฉันเป็นนักแสดงที่มาคัดเลือกตัวกับเฉียนเฉิงฟิล์มจริงๆ ค่ะ"

เฉินฮ่าวมองจางเทียนอ้าย แล้วพูดกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย "ให้เธอเข้ามาเถอะ"

เมื่อได้ยินเฉินฮ่าวพูดเช่นนั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงยอมสแกนบัตรให้จางเทียนอ้ายเข้ามา

เฉินฮ่าวกดปุ่มลิฟต์เพื่อขึ้นไปชั้นบน จางเทียนอ้ายยืนอยู่ข้างๆ เขา รู้สึกกระวนกระวายใจอยู่บ้าง เพราะตอนนี้แปดโมงห้าสิบเก้านาทีแล้ว ขาดอีกเพียงนาทีเดียวก็จะสาย แต่ลิฟต์ยังค่อยๆ เลื่อนลงมาจากชั้นยี่สิบกว่าทีละชั้น ทำเอาเธอร้อนใจจนแทบจะนั่งไม่ติด

ลิฟต์มาถึงชั้นหนึ่ง ประตูเปิดออก แม้จะรีบร้อนเพียงใด จางเทียนอ้ายก็ยังไม่ลืมที่จะให้เฉินฮ่าวเข้าไปก่อน เธอยื่นมือกั้นประตูลิฟต์ไว้ให้เขา ก่อนจะก้าวตามเข้าไป

"คุณเป็นนักแสดงในสังกัดของเอเจนซีไหน" เฉินฮ่าวมองจางเทียนอ้ายที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ

"เป็นแค่บริษัทเอเจนซีเล็กๆ ที่ไม่มีชื่อเสียงค่ะ ถึงบอกไปท่านประธานก็คงไม่รู้จัก" จางเทียนอ้ายยิ้ม ต้นสังกัดที่เธอเซ็นสัญญาด้วยอยู่ที่เยียนจิง ต่อให้บอกชื่อไป เฉินฮ่าวก็คงไม่รู้จัก อีกทั้งสัญญาของเธอก็กำลังจะหมดอายุแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องพูดถึง

จางเทียนอ้ายเห็นเฉินฮ่าวไม่ได้พูดอะไรต่อจึงอยากจะชวนคุย แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี สายตาของเธอจึงเผลอมองสำรวจเขาไปทั่วทั้งตัว และพบว่าเขาไม่เพียงแต่รูปร่างสูงสง่า แต่ยังหล่อเหลามากอีกด้วย ดูสดใสมีชีวิตชีวา แต่แววตากลับแฝงความเฉียบคมอย่างยิ่ง

เธอก้มลงมองแก้วกาแฟในมือ พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ "ประธานเฉินคะ ดื่มกาแฟไหมคะ แก้วนี้ฉันเพิ่งซื้อมา ยังไม่ได้ดื่มเลยค่ะ" พูดจบ เธอก็ยื่นแก้วกาแฟในมือไปให้เฉินฮ่าว

น้ำใจจากสาวงาม มีหรือจะปฏิเสธได้ โดยเฉพาะคนสวยอย่างจางเทียนอ้าย เฉินฮ่าวยื่นมือไปรับแก้วกาแฟ ขณะนั้นปลายนิ้วก็สัมผัสโดนนิ้วเรียวขาวของเธอเข้าโดยบังเอิญ

"ขอบคุณครับ" เฉินฮ่าวเอ่ยขอบคุณ ขณะที่สายตาก็จับจ้องไปที่จางเทียนอ้ายอย่างเป็นธรรมชาติ

จางเทียนอ้ายมีเครื่องหน้างดงามคมคาย โครงหน้าเรียบเนียนได้รูป ดวงตาลึกซึ้งเปี่ยมชีวิตชีวา สันจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากอวบอิ่ม เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความงามอ่อนช้อยแบบคลาสสิกกับเสน่ห์เยือกเย็นแบบสมัยใหม่

หัวไหล่เนียนเปล่งปลั่ง แขนเรียวยาว เอวคอดกิ่วชวนมอง ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดประดุจไข่ปอก

จางเทียนอ้ายมองตัวเลขชั้น 28 ที่ใกล้เข้ามา พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอจึงหยิบนามบัตรออกมาส่งให้เฉินฮ่าว "ประธานเฉินคะ นี่นามบัตรของฉันค่ะ"

เฉินฮ่าวเพิ่งจะรับนามบัตรมา ประตูลิฟต์ก็เปิดออกพอดี จางเทียนอ้ายรีบใช้มือกั้นประตูลิฟต์ไว้ ให้

เฉินฮ่าวออกไปก่อน

"คุณไปเถอะ ที่คัดเลือกตัวของคุณอยู่ชั้น 28 ส่วนออฟฟิศของผมอยู่ชั้น 29" เฉินฮ่าวพูดจบก็ชูกาแฟในมือขึ้นแล้วยิ้ม "ขอบคุณสำหรับกาแฟนะครับ"

"ไม่เป็นไรค่ะ ท่านประธาน" จางเทียนอ้ายเดินออกจากลิฟต์ไป แต่ในหัวของเธอยังคงปรากฏภาพตอนที่พบกับเฉินฮ่าวเมื่อครู่ เธอรู้สึกดีกับเขาอยู่ไม่น้อย

แม้ว่าเมื่อครู่ตอนขึ้นมาจากชั้นหนึ่ง เฉินฮ่าวจะแค่ช่วยเธอเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันกลับทำให้เธอประทับใจในตัวเขาอย่างลึกซึ้ง ประกอบกับใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาด้วยแล้ว ยิ่งทำให้จางเทียนอ้ายยากจะลืมเลือน

พนักงานนำทางจางเทียนอ้ายมาถึงห้องประชุมที่ใช้คัดเลือกตัว บริเวณเก้าอี้ด้านนอกมีนักแสดงหญิงสาวสวยนั่งรออยู่เต็มไปหมด มองคร่าวๆ แล้วน่าจะมีไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน แต่ไม่เห็นใครที่เป็นคนคุ้นหน้าหรือมีชื่อเสียงนัก ซึ่งทำให้จางเทียนอ้ายใจชื้นขึ้นมาบ้าง

ก็คงจะจริง ถึงแม้จูม่านเหนียงจะเป็นตัวละครหญิงที่มีบทบาทค่อนข้างเด่นในช่วงแรกของเรื่อง《จือฝู》 แต่ก็ไม่ใช่นางเอกหรือนางรองอันดับหนึ่ง การแข่งขันจึงไม่น่าจะดุเดือดมากนัก

ไม่นาน ก็เริ่มมีนักแสดงหญิงถูกเรียกชื่อทยอยเข้าไปในห้อง ใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่นาทีไปจนถึงสิบกว่านาที

จางเทียนอ้ายนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยความกระสับกระส่าย เพราะนักแสดงหญิงที่มารอคัดเลือกตัวทะยอยเข้าไปทีละคนจนเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครเรียกชื่อเธอเลย

ในที่สุดก็เหลือเพียงเธอและนักแสดงหญิงอีกคนหนึ่ง จางเทียนอ้ายเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กับเธอ ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายหน้าตาสวยมาก ทั้งมีเสน่ห์เย้ายวนและดูงดงามสดใส เพียงแต่ดูแล้วอายุน่าจะมากกว่าเธอหลายปี

แต่บางครั้ง ในการคัดเลือกตัวสำหรับบางบทบาท การมีอายุมากกว่าก็ถือเป็นข้อได้เปรียบ เพราะผู้กำกับการคัดเลือกนักแสดงต้องพิจารณาความเหมาะสมระหว่างนักแสดงกับตัวละครด้วย

นักแสดงหญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็สังเกตเห็นจางเทียนอ้ายเช่นกัน ใบหน้าที่อ่อนเยาว์และงดงามของเธอ ทำให้หวังโอวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงแรงกดดันอยู่ลึกๆ

"หวังโอว" พนักงานคนหนึ่งเปิดประตูห้องประชุมออกมาแล้วเรียกชื่อ

"ฉันเองค่ะ" พูดจบ หวังโอวก็จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ แล้วเดินเข้าไปในห้องประชุม

เวลาผ่านไปประมาณยี่สิบนาที หวังโอวก็เดินออกมาจากห้องประชุม ท่าทางของเธอดูภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ราวกับว่าบทจูม่านเหนียงนี้อยู่ในกำมือของเธอแล้ว

หวังโอวไม่ได้ทักทายจางเทียนอ้าย เพราะในสายตาเธอ นี่คือคู่แข่ง เธอจึงเชิดหน้า เดินบิดสะโพกจากไปทันที

ผ่านไปอีกประมาณสิบนาที จางเทียนอ้ายก็ยังไม่ได้ยินใครเรียกชื่อตนเอง เธอจึงอดรนทนไม่ไหว ลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องประชุมแล้วถามว่า "ขอโทษนะคะ การคัดเลือกตัวจบแล้วเหรอคะ? ฉันชื่อจางเทียนอ้าย มารอคัดเลือกตัวค่ะ ทำไมถึงไม่มีใครเรียกชื่อฉันเลยคะ"

ผู้กำกับการคัดเลือกนักแสดงมองไปที่พนักงานที่อยู่ข้างๆ แล้วถาม "มีใครตกหล่นหรือเปล่า"

"คุณคือจางเทียนอ้ายเหรอ ขอโทษด้วยนะ พอดีตอนที่เรียกชื่อเมื่อครู่นี้ คุณมาสายเลยไม่มีใครตอบรับ ฉันก็เลยข้ามชื่อคุณไปแล้ว"

"แต่ฉันมาสายแค่หนึ่งหรือสองนาทีเองนะคะ แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจ" จางเทียนอ้ายเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มคลอหน่วย ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของเธอดูแล้วน่าสงสารยิ่งนัก เธออ้อนวอน "ให้โอกาสฉันอีกสักครั้งไม่ได้เหรอคะ"

ผู้กำกับการคัดเลือกนักแสดงมองจางเทียนอ้ายที่อยู่ตรงหน้า พลันเกิดความคิดขึ้นในใจ เขารู้สึกว่านักแสดงหญิงคนนี้ดูสวยกว่าหวังโอวที่เพิ่งเข้ามาเมื่อครู่เสียอีก

ว่ากันตามจริงแล้ว หวังโอววัย 32 ปีที่มาออดิชัน แม้จะไม่ถึงกับโด่งดังเป็นพลุแตก แต่ก็เคยแสดงละครมาแล้วหลายเรื่อง ประสบการณ์โชกโชน ในฐานะที่เขาเป็นเพียงผู้กำกับการคัดเลือกนักแสดงคนหนึ่ง จึงยากที่จะควบคุมเธอได้ แต่สำหรับจางเทียนอ้ายที่อยู่ตรงหน้านี้ กลับไม่มีผลงานที่น่าจดจำอะไรเลย การจะควบคุมจึงเป็นเรื่องง่ายดายกว่ามาก

ผู้กำกับการคัดเลือกนักแสดงแซ่หลี่ให้พนักงานอีกสองคนออกไปก่อนแล้วปิดประตู ทิ้งจางเทียนอ้ายไว้ตามลำพัง ซึ่งทำให้เธอรู้สึกระแวดระวังขึ้นมาทันที

จางเทียนอ้ายหยิบกระดาษสองหน้าที่อีกฝ่ายให้มา แล้วแสดงไปตามบทบาท เธอรู้สึกว่าตัวเองทำได้ค่อนข้างดี แต่ผู้กำกับการคัดเลือกนักแสดงกลับส่ายหน้าแล้วพูดว่า

"ไม่ได้เรื่องเลย การแสดงของคุณไม่มีอินเนอร์เลยสักนิด ไม่ได้เรื่องจริงๆ"

จบบทที่ บทที่ 16 จางเทียนอ้าย: บุปผาต้องพิรุณ ช่างน่าเวทนา

คัดลอกลิงก์แล้ว