- หน้าแรก
- ผมเก็บปลาหยกได้ เลยต้องกลายเป็นจอมยุทธ์ในสิบปี
- บทที่ 7 - พยัคฆ์คำรามในสวนสาธารณะและรถบรรทุกมรณะ
บทที่ 7 - พยัคฆ์คำรามในสวนสาธารณะและรถบรรทุกมรณะ
บทที่ 7 - พยัคฆ์คำรามในสวนสาธารณะและรถบรรทุกมรณะ
บทที่ 7 - พยัคฆ์คำรามในสวนสาธารณะและรถบรรทุกมรณะ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เมื่อเริ่มฝึกฝน ก็ต้องทุ่มเททั้งกายและใจ นี่คือนิสัยของไป๋ล่าง ชีวิตหลังข้ามมิติมาไม่ได้มีความบันเทิงเริงรมย์อะไรนัก ด้วยสภาพร่างกายและความสนใจส่วนตัว เขาไม่ได้พิสมัยแสงสีเสียงแบบโบราณเท่าไหร่ ดังนั้นความสนุกเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่ก็คือการฝึกวรยุทธ์
ไป๋ล่างจดจ่ออยู่กับการร่ายรำเพลงหมัด ผสานกับการโคจรลมปราณและการหายใจ เคล็ดวิชาพื้นฐานนี้เน้นความสมดุลระหว่างความเคลื่อนไหวและความสงบนิ่ง จะมานั่งสมาธิเฉยๆ ไม่ได้เด็ดขาด
เพลงหมัดที่ไป๋ล่างฝึกตอนนี้เริ่มมีเอกลักษณ์และแนวทางของตัวเองแล้ว เพลงหมัดยาวสามสิบสองท่าเป็นเพียงรากฐาน ส่วนคัมภีร์หมัดเล่มนั้นคือบทสรุปและทฤษฎีที่รวบรวมโดยยอดฝีมือจากพรรคเกษมสันต์และสำนักน้อยใหญ่ เพื่ออธิบายหลักการต่อสู้เบื้องต้น ใครก็ตามที่มีพรสวรรค์ด้านนี้สักหน่อย ย่อมสามารถศึกษาและดัดแปลงจนกลายเป็นวิชาที่เหมาะกับตัวเองได้
โลกที่ไป๋ล่างจากมานั้นเป็นยุคทองแห่งวรยุทธ์ แม้เขาจะฉลาดเฉลียวและมีความรู้กว้างขวางแบบคนยุคปัจจุบัน แต่ความรู้เรื่องวรยุทธ์ระดับเทพที่จำมาจากนิยายหรือหนังจีนนั้นมันสูงส่งเกินไป เอามาใช้จริงกับวิชาพื้นฐานตอนนี้ไม่ได้หรอก ดังนั้นเขาจึงต้องคลำทางเอาเองตามทฤษฎีในคัมภีร์
เมื่อเดินลมปราณควบคู่ไปกับกระบวนท่า แต่ละคนย่อมมีการไหลเวียนของพลังที่ต่างกัน จึงก่อเกิดเป็นเคล็ดวิชาที่แตกต่าง นี่นับเป็นขั้นต่ำที่สุดของการ "บัญญัติ" วิชาของตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือการปรับกระบวนท่าให้เข้ามือที่สุด ไป๋ล่างใช้เวลาสามปี ในที่สุดก็ก้าวข้ามธรณีประตูบานนี้มาได้
ตอนนี้เพลงหมัดของเขาหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว ส่วนจะบรรลุถึงขั้นปรมาจารย์หรือสุดยอดฝีมือเมื่อไหร่นั้น คงเป็นเรื่องที่ต้องทำกันทั้งชีวิต วิชาพื้นฐานพวกนี้ต่อให้ศึกษาชั่วชีวิตก็อาจเรียนรู้ได้ไม่หมด
"วิชาที่สมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง มีแต่ต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบนั้นให้มากที่สุด" นี่คือข้อสรุปที่ไป๋ล่างตกผลึกได้ด้วยตรรกะแบบคนยุคใหม่
ท้องฟ้าเริ่มสว่างโร่ ไป๋ล่างยังคงจดจ่ออยู่กับหมัดมวย ทำเมินเฉยต่อเหล่ามนุษย์เงินเดือนชาวญี่ปุ่นที่เริ่มสัญจรไปมาบนถนน ราวกับพวกนั้นไม่มีตัวตน ทุกหมัดทุกเท้าของเขาเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ เมื่อมีลมปราณแฝงเร้น อานุภาพของมันก็ไม่ธรรมดา ผลลัพธ์จากการโจมตีหลายอย่างที่โลกนี้มองว่าเป็นเพียงตำนาน เขากลับทำมันได้จริง
เริ่มมีคนมายืนมุงดูเขาฝึกยุทธ์ ต่างพากันส่งเสียงฮือฮาชื่นชม ความจริงพวกนี้ก็แค่มุงดูความแปลกประหลาด ดูไม่รู้เรื่องหรอกว่าเขารำมวยอะไร คงคิดแค่ว่ากังฟูจีนนี่มันเท่ชะมัด
ท่าร่างที่ไป๋ล่างใช้อยู่ตอนนี้ดูคล้ายคลึงกับ "มวยปาจี๋" มาก เริ่มจากท่าตบ ท่าฉีก แล้วตามด้วยหมัดระเบิดก้าวรุก ดูยังไงก็น่าจะเป็นท่าไม้ตายของมวยปาจี๋ที่ชื่อว่า "หมัดพยัคฆ์ไต่ภูเขา"
ท่านี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงในญี่ปุ่น อย่าว่าแต่ในอนิเมะเลย แม้แต่ในเกมมือถือหรือการ์ตูนสั้นก็เอามาใช้กันจนเกร่อ ดังนั้นพวกหนุ่มสาวที่ยืนมุงดูอยู่จึงจำท่า "พยัคฆ์ไต่ภูเขา" ได้ทันที
แต่สิ่งที่พิเศษคือ ไป๋ล่างได้ผสมผสานเคล็ดความของ "มวยรูปพยัคฆ์" เข้าไปด้วย ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนมีเสือโคร่งตัวเป็นๆ กำลังกระโจนเข้าใส่จริงๆ
"โอ้ว!"
ไทยมุงพวกนั้นพากันอุทานและถอยกรูด บางคนถึงกับตกใจจนก้นจ้ำเบ้า แม้ไป๋ล่างจะไม่ได้เปล่งเสียงคำราม แต่ทุกคนกลับรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงเสือคำรามกึกก้อง และเห็นภาพลวงตาของพยัคฆ์ร้ายกำลังโลดแล่นอยู่ในสวนสาธารณะ
ความจริงพวกเขาไม่ได้ตาฝาด หากไป๋ล่างฝึกต่อไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถควบรวมเจตจำนงแห่งหมัดจนสร้างภาพมายาพยัคฆ์ขึ้นมาได้จริงๆ แต่นั่นก็เป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจาก "รังสีอำมหิต" หรือแรงกดดันเท่านั้น อย่าว่าแต่ระดับก่อกำเนิดฟ้าเลย แค่นักสู้ทั่วไปที่ทะลวงเส้นชีพจรได้สักหน่อย ตวาดทีเดียวภาพลวงตานี้ก็แตกกระเจิงแล้ว
นี่เป็นเพียงทิวทัศน์เล็กๆ ข้างทางบนเส้นทางยุทธ์ การสร้างภาพมายาแบบนี้ได้แสดงว่าพรสวรรค์ของเขาพอไปวัดไปวาได้ สามารถก้าวเดินต่อไปในวิถีแห่งวรยุทธ์ได้
การที่ไป๋ล่างทำได้ขนาดนี้ในวัยเท่านี้ ถือว่ามีอนาคตไกลทีเดียว เก่งมากแล้วล่ะ เพราะพวกที่ทำได้ตั้งแต่อายุสิบขวบหรือเด็กกว่านั้นล้วนเป็นศิษย์สำนักใหญ่ และบางคนในกลุ่มนั้นถึงขั้นข้ามขั้นตอนนี้ไปเริ่มที่การทะลวงเส้นชีพจรเหริน-ตูเลยด้วยซ้ำ
พวกไทยมุง (ญี่ปุ่นมุง) ยิ่งตื่นเต้นกันใหญ่ บางคนถึงกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร เดาว่าคงโทรแจ้งสถานีโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์หวังเงินค่าข่าว แต่การฝึกซ้อมของไป๋ล่างจบลงพอดี
เขาเก็บท่าร่าง ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด "ฮ่าาาา..." โดยไม่สนใจคนรอบข้าง แล้วเดินดุ่มๆ กลับโรงแรมเพื่ออาบน้ำกินข้าวเช้า "ต่อไปต้องไปเที่ยวโอชิโนะฮัคไกสินะ"
ก่อนที่พวกนักข่าวว่างงานจะมาถึง ไป๋ล่างก็กินข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อย เขาเป็นคนกินจุ กินเยอะกว่าคนญี่ปุ่นที่กินข้าวเหมือนดมแมวพวกนั้นเยอะ ตอนนี้เขาหิ้วกระเป๋าขึ้นรถบัสทัวร์ออกเดินทางไปแล้ว
ไป๋ล่างเริ่มเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ ว่าสิบปีนี้เขาต้องเจออะไร "สรุปคือให้เวลาข้าฝึกวิชาฟรีๆ สิบปีงั้นสิ? จะขออยู่ที่โลกนี้ตลอดไปได้ไหมเนี่ย? ดูทรงแล้วคงยาก... ไม่รู้ด้วยว่าเวลาของสองโลกนี้เดินเท่ากันหรือเปล่า"
ในสายตาของไป๋ล่าง เวลาสิบปีในโลกนี้อย่างมากก็ฝึกได้แค่ "สร้างรังสีอำมหิต" ส่วนการฝึกกำลังภายในคงได้ผลน้อยกว่าความพยายามเป็นเท่าตัว เพราะเขาสัมผัสได้ว่าพลังธรรมชาติในโลกนี้เบาบางมาก ถ้าเขาไม่ใช่คนที่กำลังฝึกวิชาสายกายภาพภายนอก แต่เป็นคนที่ฝึกกำลังภายในขั้นสูง การมาอยู่ที่นี่สิบปีคงเท่ากับเสียเวลาเปล่าจนฝีมือขึ้นสนิมแน่ๆ
ดูเหมือนเจ้าปลาหยกนี่จะไม่ใช่ "สกิลโกง" หรือของวิเศษช่วยเล่นซะแล้ว ดีไม่ดีอาจจะเป็น "เครื่องมือเร่งความตาย" มากกว่า แต่ตอนนี้ทิ้งมันไปไม่ได้ อย่างน้อยไป๋ล่างก็ไม่อยากเสี่ยงลองของกับบทลงโทษที่เสียงปริศนานั้นขู่ไว้
สถานที่ท่องเที่ยวอย่างหมู่บ้านน้ำใสโอชิโนะฮัคไกนั้นจืดชืดสิ้นดี อย่างน้อยไป๋ล่างก็ไม่เห็นว่าบ่อน้ำไม่กี่บ่อมันจะน่าดูตรงไหน ถึงน้ำจะใสมากและปลาข้างในจะตัวเบ้อเริ่มเทิ่ม (ได้ยินว่าอายุเจ็ดแปดสิบปีแล้ว) แต่เขาก็ยังรู้สึกเฉยๆ มันก็แค่ที่เที่ยวหลอกเงินนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้มาซื้อของที่ระลึกเท่านั้นแหละ
ตกเย็น รถทัวร์พาพวกเขาไปพักที่โรงแรมน้ำพุร้อนในอีกเมืองหนึ่ง ดูจากสภาพแล้วมันคือบ้านนอกคอกนาชัดๆ เป็นวิลล่าหลังเล็กๆ สไตล์ชนบท ถนนหนทางไม่มีไฟทางสักดวง แต่โชคดีที่ไกลออกไปหน่อยมีรางรถไฟตัดผ่าน หลังจากเก็บสัมภาระเข้าห้อง ไป๋ล่างก็ออกมาเดินเล่นระแวกนั้น
สิ่งเดียวที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นความเจริญของยุคปัจจุบัน นอกจากตัวโรงแรมแล้ว ก็คงเป็นตู้กดน้ำอัตโนมัติกับร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่อยู่ห่างออกไปสองร้อยเมตร ไป๋ล่างเดินเข้าไปซื้อน้ำเปล่าขวดหนึ่ง แล้วมายืนพิงกำแพงดื่มอยู่หน้าร้าน
เวลานี้เป็นช่วงที่นักเรียนเลิกจากกิจกรรมชมรมกำลังเดินทางกลับบ้าน ไป๋ล่างมองเด็กมัธยมที่เดินผ่านไปมาด้วยความรู้สึกปลงๆ "ร่างกายนี้น่าจะอายุพอๆ กับเด็กมัธยมปลายพวกนั้นแหละมั้ง"
นักเรียนหญิงญี่ปุ่นสมัยนี้แต่งหน้ากันหมด อย่างน้อยเท่าที่ไป๋ล่างเห็นหน้าตาก็ถือว่าใช้ได้ แต่ขาที่โผล่พ้นกระโปรงออกมานี่สิ รูปทรงไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ส่วนสูงก็ไม่ได้มากมายอะไร ตอนนี้ไป๋ล่างสูงร้อยเจ็ดสิบหกเซนติเมตร ถือว่าตัวสูงในเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน
ในขณะที่เขากำลังยืนมองนักเรียนสาวเพลินๆ จู่ๆ ก็มีรถบรรทุกคันหนึ่งพุ่งเป๋ไปเป๋มาตรงดิ่งเข้ามาหาเขา!
[จบแล้ว]