- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : เริ่มต้นสู่ปรมาจารย์สายเมล็ดพันธุ์
- บทที่ 3 ช่วยซูจือตัดหน้าแย่งฉินหวยหรู
บทที่ 3 ช่วยซูจือตัดหน้าแย่งฉินหวยหรู
บทที่ 3 ช่วยซูจือตัดหน้าแย่งฉินหวยหรู
บทที่ 3 ช่วยซูจือตัดหน้าแย่งฉินหวยหรู
***สำหรับ ‘ซูจือ’ เป็นชื่อเล่น ในบริบทของเรื่องนี้ เรียกแทนชื่อเต็ม ที่ชื่อ ‘เหออวี่ซู’ บางทีก็เรียกชื่อเล่น บางที่ก็ชื่อเต็มแล้วแต่บริบทของประโยคนั้นๆ (ซูจือ หรือ เหออวี่ซู คือคนๆ เดียวกันนะครับ)***
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จางรุ่ยซานมองเจียงเหว่ยอยู่สองสามครั้ง แล้วเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับเมล็ดพันธุ์
หลังจากส่งจางรุ่ยซานกลับไป เจียงเหว่ยก็เห็นว่าศาสตราจารย์ห่าวดูค่อนข้างกังวล จึงพูดกับเขาว่า "ศาสตราจารย์ห่าวครับ ผมจะขับรถไปส่ง" ศาสตราจารย์ห่าวยิ้มพร้อมตอบว่า "อืม เหลืออีกแค่ครึ่งชั่วโมงจะมีประชุมนะ พอตื่นเต้นกับเรื่องอื่นก็เลยลืมไปเลย"
เจียงเหว่ยขับรถไปส่งศาสตราจารย์ห่าวที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ระหว่างทางกลับ เขาก็แวะซื้อเนื้อแกะมา 5 จิน ตอนนี้ยังไม่ต้องใช้คูปองแลกเนื้อ และราคาก็ไม่แพงมาก เนื้อแกะตกอยู่ที่ประมาณจินละ 0.53 หยวน ซึ่งถูกกว่าเนื้อหมูเล็กน้อย แม้เงินเดือนของเขาจะดูไม่เยอะแค่ 30 หยวน แต่ก็เพียงพอให้เจียงเหว่ยกินดีอยู่ดีได้สบาย ๆ ทุกเดือน เขาสามารถกินเนื้อแกะได้ถึง 3-5 ครั้งเลยทีเดียว
"ซูจือ นายเลิกงานแล้วเหรอ" เจียงเหว่ยเพิ่งมาถึงประตูบ้านก็เห็นเหออวี่จูเดินกลับมาอย่างช้า ๆ เหมือนชายชรา พร้อมกับถือกล่องข้าวมาด้วย เมื่อเหออวี่จูเห็นเนื้อแกะที่เจียงเหว่ยถือมาก็หัวเราะพร้อมถามว่า "พี่เจียง จะกินเนื้ออีกแล้วเหรอครับ เห็นพี่กินเนื้อบ่อยจัง ไม่เก็บเงินไปหาพี่สะใภ้ให้ผมหน่อยเหรอ"
"เอาเนื้อแกะมากินหน่อยน่ะ" เจียงเหว่ยตอบอย่างไม่สนใจ "พวกนักวิจัยอย่างเราใช้สมองเยอะ
ถ้าสารอาหารไม่พอก็จะป่วยง่าย"
"จริงด้วยสิ กินดีขนาดนี้ก็ไม่เห็นพี่อ้วนขึ้นเลย" เหออวี่จูเกาศีรษะของเขา "นี่ เอาไปตุ๋นให้หน่อย" เจียงเหว่ยยื่นเนื้อให้เหออวี่จู "ได้เลยครับพี่เจียง" พูดเสร็จเหออวี่จูก็รับเนื้อมาด้วยความยินดีแล้วเดินเข้าไปในลานบ้านของเจียงเหว่ย
ปีที่แล้ว เหอต้าชิงหนีไปพร้อมกับแม่ม่ายไป๋ แน่นอนว่านี่คือคำพูดของอี้จงไห่ แต่ในความเป็นจริง เหออวี่จูไปที่เป่าติ้งก็ไม่เจอเหอต้าชิง และไม่มีใครรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือแม่ม่ายไป๋จริง ๆ หรือไม่
ด้วยคำแนะนำของเจียงเหว่ย เงินที่เหอต้าชิงส่งให้เหออวี่จูจึงไม่ถูกอี้จงไห่ยึดไว้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเหออวี่จูกับอี้จงไห่จึงค่อนข้างธรรมดา อี้จงไห่มีเจียตงสวี่เป็นลูกศิษย์อยู่แล้ว จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเหออวี่จูมากนัก เจียตงสวี่เป็นคนดีและซื่อสัตย์เหมือนพ่อของเขา แต่การแต่งงานกับภรรยาที่ไม่ดีอาจทำลายได้ถึงสามรุ่น ตั้งแต่พ่อของเจียตงสวี่เสียชีวิตเมื่อปีที่แล้ว ชื่อเสียงของครอบครัวเจียก็ไม่ค่อยดีนัก เมื่อเจียจางซือขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัว
"ซูจือ นายเก็บเงินได้พอหรือยัง" เจียงเหว่ยถามเหออวี่จูที่กำลังทำอาหารอยู่
"พี่เจียง เก็บได้สามร้อยแล้วครับ มีอะไรเหรอครับ" เหออวี่จูเงยหน้าขึ้นถามด้วยความสงสัย หนึ่งปีที่ผ่านมา เจียงเหว่ยให้เขาเก็บเงิน แต่ไม่เคยบอกเหตุผลเลย
"ได้เวลาหาเมียแล้ว" เจียงเหว่ยยิ้ม "ตอนพ่อของนายจะไปกำชับฉันไว้ให้รีบแต่งงาน ไม่งั้นตระกูลเหออาจจะไม่มีทายาทสืบทอด"
บางทีอาจเป็นเพราะการมีอยู่ของเจียงเหว่ย ทำให้เหอต้าชิงไม่ได้ฝากฝังทุกอย่างไว้กับอี้จงไห่คนเดียว ตอนที่จากไป เขาได้มาที่บ้านของเจียงเหว่ย คุกเข่าให้เขาครั้งหนึ่ง แล้วขอให้เจียงเหว่ยช่วยดูแลเหออวี่จูแบบเงียบ ๆ เหอต้าชิงเป็นคนดี ถ้าใครต้องการความช่วยเหลือเขาก็จะไปช่วยด้วยความยินดี
ในตอนที่เจียงเหว่ยไม่มีอาหารกิน เหอต้าชิงก็ช่วยเขาอยู่ไม่น้อย ด้วยเหตุนี้เจียงเหว่ยจึงตอบแทนบุญคุณ หลังจากเหอต้าชิงจากไป เขาก็คอยดูแลเหออวี่จูเป็นอย่างดี
"อ๊ะ!" เหออวี่จูที่เพิ่งบรรลุนิติภาวะได้ยินเช่นนั้นก็หน้าแดงขึ้นมาทันที
"ฉันจะออกไปข้างนอกแป๊บนึง นายทำอาหารไปก่อน" เจียงเหว่ยกำชับก่อนจะออกไป
"เอาเนื้อแกะมาทำเป็นเมนู 'โส่วป่าโร่ว' (เนื้อแกะนึ่ง) ก่อนใส่เกลือให้ตักน้ำซุปออกมาถ้วยหนึ่งแล้วเอาไปให้ ป้าสามแล้วกัน"
ความสัมพันธ์ของเจียงเหว่ยกับครอบครัวของเหยียนปู้กุ้ยก็ค่อนข้างดี เหยียนปู้กุ้ยในตอนนี้ยังไม่ใช่เหยียนปู้กุ้ยผู้เขี้ยวลากดินในปี 1965 แม้จะขี้เหนียวไปหน่อย แต่ก็เป็นคนดีและไม่ชอบการแก่งแย่งชิงดี บางครั้งเวลาเจียงเหว่ยออกไปข้างนอกก็จะขอให้เหยียนปู้กุ้ยช่วยดูแลบ้านให้
"ได้เลยครับ!" เหออวี่จูตอบตกลงทันที
การทำเมนู 'โส่วป่าโร่ว' ง่ายมาก แค่เอาเนื้อแกะไปต้มกับต้นหอมและขิง แล้วก่อนจะนำขึ้นจากหม้อ 5 นาที
ก็ใส่เกลือลงไป จากนั้นก็ทำน้ำจิ้มด้วยพริก น้ำส้มสายชู และกระเทียม
เจียงเหว่ยเดินออกจากบ้านไปทางสำนักงานเขต เมื่อใกล้จะถึง เขาก็เดินเข้าไปในลานบ้านที่เปิดอยู่ "ป้าหม่าอยู่ไหมครับ" เจียงเหว่ยเข้าไปแล้วตะโกนถามทันที
"โอ๊ย! อาจารย์เจียงนี่เอง!" ผู้หญิงวัยอายุประมาณ 50 ปีที่สวมเสื้อทูนิคสีแดงเข้มก็เดินออกมา "อาจารย์เจียงถูกใจใครเหรอคะ ฉันรับรองจะจัดการให้สำเร็จแน่นอน"
"ไม่ใช่ผมหรอกครับ แต่จะมาให้ป้าช่วยแนะนำผู้หญิงให้เหออวี่จูที่อยู่บ้านเดียวกับผม" เจียงเหว่ยพูดตรง ๆ
"ตอนพ่อของเขาจะไป ฝากให้ผมช่วยดูแลเขาหน่อย"
"มีคนที่หมายตาไว้แล้วเหรอ" ป้าหม่าถาม
"ฉินหวยหรูที่จากหมู่บ้านฉินเจียถุนครับ" เจียงเหว่ยยื่นเงินให้สองใบ ใบหนึ่งสามหยวน อีกใบสองหยวน
"รับรองว่าสำเร็จแน่นอนค่ะ" ป้าหม่ารับเงินมาด้วยความดีใจจนหุบยิ้มไม่ได้ "เงื่อนไขดีขนาดนี้สำหรับซูจือ
ต้องสำเร็จแน่ ๆ"
"เดี๋ยวผมจะรอข่าวดีจากป้านะครับ" เจียงเหว่ยบอก "ส่วนค่าสินสอดคุยกันได้เลย ต่ำกว่า 30 หยวนก็ลองคุยกับเขาดู"
"สำเร็จแน่นอนค่ะ" ป้าหม่ายิ้มกว้างกว่าเดิมอีก "งั้นก็ดีครับ ผมจะกลับแล้ว" เจียงเหว่ยพูดเสร็จก็จากไปทันที
ป้าหม่าถือเงินที่ได้มา ซึ่งมากกว่าราคาปกติที่รับทำหน้าที่เป็นแม่สื่อถึงสองเท่า ปกติแล้วค่าแม่สื่อจะอยู่ที่ประมาณ 2 หยวน ถ้าเจอคนขี้เหนียวหน่อยก็เหลือแค่ 1 หยวน 50 สตางค์
เจียงเหว่ยเดินเล่นกลับมาถึงบ้านก็เห็นเหออวี่สุ่ยกำลังนั่งอ่านหนังสือภาพนิทานอยู่ที่โต๊ะหินในลานบ้าน
"อวี่สุ่ย อ่านหนังสืออะไรอยู่เหรอ" เจียงเหว่ยเดินเข้าไปถาม
"ฟู่เอ้อป้างฉุยค่ะ แลกกับเพื่อนมา" เหออวี่สุ่ยยิ้มและตอบ
"แล้วหนังสือ '6 ปีสอบเข้ามหาวิทยาลัย 6 ปีข้อสอบจำลอง' ที่ฉันให้ไป เรียนไปถึงไหนแล้ว" เจียงเหว่ยถามทันที
"เพิ่งถึงมัธยมปีที่ 2 เองค่ะ มันยากมากเลย" เหออวี่สุ่ยทำหน้าบูดบึ้งทันที ตอนนี้เธอเพิ่งจะอายุ 11 ปีและเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 4
เจียงเหว่ยที่ว่าง ๆ ก็เลยเขียนหนังสือชุดหนึ่งขึ้นมา ซึ่งครอบคลุม 7 วิชาที่เขาเคยเรียนมาในชาติที่แล้ว
ทั้งภาษาจีน, คณิตศาสตร์, ฟิสิกส์, ชีววิทยา, เคมี, ภูมิศาสตร์, และประวัติศาสตร์ แต่หนังสือชุดนี้ขายไม่ค่อยดี ขายได้แค่ไม่กี่ร้อยเล่มเท่านั้น ทั้งที่ใช้เวลาเขียนถึง 2 ปี
"ตั้งใจเรียนนะ ถ้าเรียนเก่งแล้วจะได้มาเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่ง หรือมหาวิทยาลัยจิงเฉิง" เจียงเหว่ยพูดพร้อมกับรอยยิ้ม "รู้แล้วน่า รู้แล้วน่า" เหออวี่สุ่ยยกมือขึ้นปิดหู เจียงเหว่ยชินกับท่าทีแบบนี้ของเธอแล้ว เหออวี่สุ่ยฉลาดมาก ไอคิวของเธอสูงกว่าเหออวี่จูหลายเท่า
"รีบเรียนซะ ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามฉันได้เลย" เจียงเหว่ยเร่ง
เหออวี่สุ่ยยู่พูดพร้อมกับเก็บหนังสือภาพนิทานที่เธอรัก เธอหยิบหนังสือเรียนออกมาพร้อมกับสีหน้าเบื่อหน่าย เจียงเหว่ยนั่งตรงข้ามเธอ หยิบหนังสือเกี่ยวกับทฤษฎีสัมพัทธภาพมาอ่าน พร้อมกับถือปากกาเขียน ๆ วาด ๆ ไปด้วย "พี่เจียง ทฤษฎีสัมพัทธภาพมันเกี่ยวกับอะไรเหรอคะ" เหออวี่สุ่ยเห็นหนังสือของเจียงเหว่ยก็ถามด้วยความสงสัย
"ไม่มีอะไรหรอก" เจียงเหว่ยเขียนไปพูดไป
"ก็แค่เรื่องเกี่ยวกับมิติที่ 4 และกาลอวกาศที่โค้งงอ" เจียงเหว่ยไม่คิดที่จะอธิบายทฤษฎีสัมพัทธภาพให้เด็กอย่างเหออวี่สุ่ยเข้าใจหรอก
"พี่เจียงกำลังเขียนหนังสือเหรอคะ" เหออวี่สุ่ยเห็นต้นฉบับของเจียงเหว่ยก็ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ใช่แล้ว กำลังเขียนหนังสือวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไป" เจียงเหว่ยพยักหน้า
"โอ้ ไม่น่าสนใจเลย นึกว่าจะเป็นนิยายซะอีก" เหออวี่สุ่ยส่ายหัว