- หน้าแรก
- การเอาชีวิตรอดบนทางหลวงเริ่มต้นด้วยการอัพเกรดทรัพยากร
- บทที่ 9 ศึกเดือด ปะทะมอนสเตอร์คู่!
บทที่ 9 ศึกเดือด ปะทะมอนสเตอร์คู่!
บทที่ 9 ศึกเดือด ปะทะมอนสเตอร์คู่!
บทที่ 9 ศึกเดือด ปะทะมอนสเตอร์คู่!
อาศัยจังหวะที่มอนสเตอร์ยังไม่โผล่มา เซี่ยป๋อเปิดช่องแชตโลกขึ้นมาดู ก็พบว่ามีหลายคนที่กำลังโอดครวญอย่างหนัก
"มอนสเตอร์น่ากลัวชิบหาย ไม้กระบองฉันแตกละเอียดไปแล้ว ทำไงดี ช่วยด้วย"
"กรงเล็บมันคมกริบเลย ประตูรถฉันโดนข่วนเป็นรอยลึกเต็มไปหมด!"
"อีกแค่ 8 แต้มฉันก็จะอัปเวลแล้ว ไม้ยังไม่หักนะ จะบอกทริคให้ ใช้รถเป็นตัวช่วยกันชน มอนสเตอร์พวกนี้ แรงดีดตัวสูงมาก แต่ตัวเตี้ย จุดอ่อนอยู่ที่หัว"
...
เซี่ยป๋อสังเกตเห็นว่าคนส่วนใหญ่ในโลกนี้ต่อสู้กับมอนสเตอร์อย่างยากลำบาก ต่างจากเขาที่จัดการมันได้อย่างง่ายดาย
เขารู้ดีว่าเครดิตทั้งหมดต้องยกให้ระบบอัปเกรดทรัพยากรไร้ขีดจำกัด โดยเฉพาะเจ้ากระบองเหล็ก ซึ่งสำคัญมากในช่วงเริ่มต้นที่คนอื่นมีแค่ไม้ผุๆ
กระบองเหล็กไม่เพียงแต่พลังโจมตีสูง แต่ยังทนทาน ไม่หักง่ายเหมือนไม้
แถมเขายังมีทักษะความเชี่ยวชาญการต่อสู้ระดับต้น สัญชาตญาณการต่อสู้ถูกขัดเกลา ทำให้เผชิญหน้ากับศัตรูได้อย่างเยือกเย็น ไม่ลนลาน
มอนสเตอร์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
พวกมันก็เหมือนสัตว์ป่า ทันทีที่เราแสดงท่าทีอ่อนแอ มันจะยิ่งได้ใจและรุกหนักขึ้น
เซี่ยป๋อสรุปบทเรียนได้ว่า เวลาเผชิญหน้ากับพวกมัน ห้ามยอมอ่อนข้อเด็ดขาด
ลมเย็นยามค่ำคืนพัดมาไล่ความร้อนจากตอนกลางวัน เซี่ยป๋อหยิบเสบียงในรถออกมาเติมพลัง
เมื่อเทียบกับคนอื่น สถานการณ์ของเขาถือว่าดีกว่ามาก มีกินมีใช้เหลือเฟือ
แถมตอนนี้ค่าประสบการณ์ก็ปาเข้าไป 2 แต้มแล้ว ขอแค่อัปเลเวล ความแข็งแกร่งก็จะพุ่งทะยาน แล้วไหนจะรางวัลจากระบบอัปเกรดอีก บอกเลยว่าติดปีกบินได้แน่นอน
เรียกได้ว่าเขาคือลูกรักพระเจ้าชัดๆ
มีกิน มีใช้ มีฝีมือ ครบเครื่อง
ทันใดนั้น เสียงร้องประหลาดดังแว่วมาจากความมืดในทุ่งหญ้าไกลๆ เซี่ยป๋อสะดุ้งสุดตัว คว้ากระบองเหล็กจ้องเขม็งไปที่ความมืดเบื้องหน้า
มองไม่เห็นอะไรเลย แต่ในความมืดนั้น... อันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา
"พวกมันเป็นสัตว์สังคม ถ้าแห่กันมาเป็นฝูง ฉันคงไม่รอดแน่"
ความกังวลเริ่มก่อตัวในใจ การที่พวกมันโผล่มาติดๆ กันแบบนี้ ยิ่งตอกย้ำข้อสันนิษฐานว่าพวกมันอยู่กันเป็นฝูง
อิโอ อิโอ
เสียงร้องดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เซี่ยป๋อหน้าถอดสี
เสียงร้องสองเสียง... มันไม่ใช่ตัวเดียวกัน!
"มากันสองตัวเลยเรอะ!"
เซี่ยป๋อขมวดคิ้ว ความกังวลทวีคูณ รับมือตัวเดียวยังพอไหว แต่ถ้าสองตัวพร้อมกัน งานนี้คงตึงมือใช่เล่น
"นี่คือก้าวแรกที่สำคัญ จะถอยไม่ได้ ลุยเป็นลุย! ยังไงก็มียาแก้อักเสบตุนไว้อยู่แล้ว"
เซี่ยป๋อกัดฟันกรอด เดินออกไปยืนปักหลักอยู่ใต้แสงไฟหน้ารถอย่างเปิดเผย ไม่คิดจะซ่อนเร้นกาย รอคอยการมาเยือนของศัตรูอย่างสงบนิ่ง
เพราะนี่คือโลกแห่งเกม การหลบซ่อนไม่มีประโยชน์ มอนสเตอร์พวกนี้จะตามหาคุณจนเจอตามกฎของเกม
ส่วนเรื่องหนี เลิกคิดไปได้เลย บนถนนที่ไร้จุดสิ้นสุด ถ้าไม่มีรถ วิ่งหนีไปก็มีแต่จะตายเร็วขึ้น
ทางรอดเดียวคือต้องเผชิญหน้ากับมัน
"มาแล้ว!" แววตาของเซี่ยป๋อวาวโรจน์ด้วยความเย็นชา หลังจากสังหารไปแล้วสองตัว ความกลัวในใจแทบไม่หลงเหลือ
จะมีก็แต่ความกังวลลึกๆ ว่าถ้าพวกมันมาเป็นฝูงจริงๆ ชีวิตหลังจากนี้คงลำบากน่าดู เพราะนั่นหมายความว่าจำนวนมอนสเตอร์จะทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ เหมือนระบบ Wave ในเกม
เขาไม่ได้แค่ต้องหาอาหาร แต่ต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้
ในความมืด เงาร่างประหลาดสองร่างค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น แยกกันบุกซ้ายขวา ห่างกันราวห้าเมตร ปากส่งเสียงร้องชวนขนลุก
"สองตัวนี้ไม่โจมตีกันเอง! ยืนยันแล้วว่าพวกมันเป็นพวกเดียวกัน และในอนาคตอาจจะมากันเยอะกว่านี้!"
เซี่ยป๋อสูดลมหายใจลึก ข่มความกลัวไว้ภายใน มือกระชับกระบองเหล็กแน่น ตอนนี้มันคือที่พึ่งเดียวของเขา
มอนสเตอร์ขยับเข้ามาใกล้ ผิวสีเขียวของพวกมันดูโดดเด่นใต้แสงไฟ กรงเล็บสีดำยาวสองนิ้วพร้อมจะฉีกกระชากเหยื่อให้ไส้ไหล
เซี่ยป๋อจ้องเขม็ง สมองประมวลกระบวนท่าการต่อสู้
"ชิงลงมือก่อนได้เปรียบ!" พอพวกมันเข้ามาในระยะ เซี่ยป๋อก็พุ่งตัวเข้าใส่ทันที
กระบองเหล็กถูกง้างขึ้น เตรียมฟาดใส่ตัวทางซ้ายที่อยู่ใกล้ที่สุด
แต่เจ้าสองตัวนี้ฉลาดเป็นกรด ไม่เหมือนตัวก่อนๆ ตัวทางขวาร้องเตือน ตัวทางซ้ายก็กระโดดหลบวูบ ตัวทางขวาฉวยจังหวะที่เซี่ยป๋อเปิดช่องว่าง อ้อมไปตุ๋ยหลัง
"พวกมันรู้จักทำงานเป็นทีม!"
สันหลังเซี่ยป๋อเย็นวาบ เขารีบชักกระบองกลับ ก้าวเท้าซ้ายสไลด์ออกข้าง หลุดพ้นจากรัศมีโจมตีของตัวขวามือได้หวุดหวิด แต่ก็ยังวางใจไม่ได้
เพราะตัวซ้ายพุ่งสวนเข้ามาแล้ว
เซี่ยป๋อตตั้งรับอย่างทุลักทุเล เหวี่ยงกระบองเหล็กสวนกลับไป ผัวะ! แรงปะทะส่งตัวทางซ้ายกระเด็นไปไกล
แต่เพราะไม่ได้ใส่แรงเต็มที่ มันแค่ล้มกลิ้งไปรอบเดียว
จากการปะทะกันแค่ชั่วครู่ เซี่ยป๋อก็ประเมินความสามารถในการประสานงานของพวกมันได้
เข้าขากันดีมาก ถ้าเขาไม่มีทักษะความเชี่ยวชาญการต่อสู้ระดับต้นที่ช่วยเพิ่มพลังกาย ป่านนี้คงได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงแล้ว
เซี่ยป๋อหอบหายใจหนัก จ้องมองศัตรูทั้งสอง
ตัวที่โดนฟาดดูท่าจะเจ็บหนัก มันกุมแขนร้องครวญคราง ส่วนอีกตัวจ้องเซี่ยป๋อตาไม่กะพริบ ดวงตาสีเขียวของมันฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างน่าประหลาด
อิโอ อิโอ! ตัวที่ยังไม่เจ็บร้องส่งสัญญาณสื่อสารกับเพื่อน
จากนั้นพวกมันก็พุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกันอีกครั้ง ซ้ายขวา ตีวงล้อมเข้ามา
เมื่อระยะห่างเหลือสี่เมตร พวกมันก็เร่งความเร็วพุ่งกระโจนเข้ามา!
รับมือสองทาง เซี่ยป๋อยังคงนิ่ง ไม่ลนลาน เขาเหวี่ยงกระบองฟาดสวนตัวหนึ่งจนกระเด็น แล้วสไลด์ตัวหลบกรงเล็บของอีกตัวที่กระโจนเข้ามา ทันทีที่เท้าแตะพื้น เขาก็พุ่งสวนกลับไปหาตัวที่เพิ่งลงสู่พื้น
กระบองเหล็กชูขึ้นสูงเหนือหัว เส้นเลือดที่แขนปูดโป่ง ฟาดเปรี้ยงลงไปที่กลางกระหม่อม
มันยังพยายามยกมือขึ้นกัน
แววตาของเซี่ยป๋อฉายแววอำมหิต
นิ้วมือของมันหักสะบั้น กระบองเหล็กกระแทกซ้ำลงไป ผัวะ! เลือดแดงฉานผสมสมองเละๆ สาดกระเซ็น
ในวินาทีเดียวกัน ตัวข้างหลังก็พุ่งเข้าใส่ แม้เซี่ยป๋อจะรีบพุ่งตัวหนีไปข้างหน้าทันทีที่จัดการตัวแรกได้ แต่ก็ยังช้ากว่ากรงเล็บมรณะ
แผ่นหลังของเขาแสบร้อน เสื้อขาดวิ่น ทิ้งรอยแผลเลือดซิบเป็นทางยาวสามรอย
"ซี๊ดดด!" เซี่ยป๋อสูดปากด้วยความเจ็บปวด
เขากัดฟันข่มความเจ็บ หมุนตัวกลับไปหาศัตรูตัวสุดท้าย
กระบองเหล็กถูกเหวี่ยงข้ามหัว ส่งเสียงหวีดหวิวน่ากลัว ฟาดลงไปที่หัวของมัน
มันกรีดร้องแหลม พยายามจะหันหลังหนี
แต่เซี่ยป๋ออ่านเกมขาด เขาลงมือเร็วกว่า ฟาดเปรี้ยงลงไปเต็มแรง
ผัวะ! หัวระเบิดราวกับแตงโมตกพื้น
"จบสักที!"
จัดการเสี้ยนหนามหมดแล้ว เซี่ยป๋อยืนหอบตัวโยน ปาดเลือดที่กระเซ็นมาโดนหน้า แล้วเริ่มค้นของที่ดรอปจากศพ