เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: พระมเหสีเย่จอมเผด็จการ

บทที่ 21: พระมเหสีเย่จอมเผด็จการ

บทที่ 21: พระมเหสีเย่จอมเผด็จการ


เย่เซิงกำลังจะออกไปพบพี่หญิงใหญ่  แต่เย่หลินเอ๋อกล่าวว่า “นี่ ๆ ข้าเอาเสื้อผ้าใหม่มาให้  เจ้าเปลี่ยนใส่เสื้อผ้านี้ก่อนค่อยไปพบพี่หญิงใหญ่”

เย่เซิงจ้องนางก่อนจะพูด “ทุกคนในหวางฝูแห่งนี้ยกเว้นข้าต่างได้เสื้อผ้าใหม่กันตั้งแต่เมื่อวาน  นายหญิงใหญ่แม่เจ้าเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้  ถ้าหากข้าใส่ชุดเก่า ๆ ไปล่ะก็แม่เจ้าจะมีปัญหาสินะ”

ท่าทีของเย่หลินเอ๋อหมองลงก่อนที่นางจะตอบว่า “เย่เซิง  แม่ข้าทำผิดต่อเจ้าและข้าก็รู้ว่าเจ้าโกรธ  วันก่อนเจ้าถูกเตะหมดสติและข้าเป็นคนพาเจ้ากลับมา  หากเจ้ายอมเปลี่ยนเสื้อผ้าล่ะก็บุญคุณระหว่างเราถือว่าหายกัน  เจ้าคิดว่าไง?”

เย่เซิงมองเย่หลินเอ๋อพลางเยาะเย้ยในใจ ‘โธ่อีเวร  ถ้าตอนนั้นตูไม่แกล้งหมดสติล่ะก็ชาตินี้ตูคงไม่ได้รู้ความจริงหรอกว่าแม่ตัวเองถูกฆ่าตาย!’

“ก็ได้  เรื่องระหว่างเราถือว่าหายกัน” เขารู้ว่าตัวเองไม่ควรจะทำอะไรวู่วาม  ตราบใดที่ยังอยู่ในหวางฝูแห่งนี้เขาก็ยังต้องอดทนกับทุกเรื่องต่อไป  เขารับเสื้อผ้ามาแล้วถอดเปลี่ยนทันที

“ข้ายังอยู่ตรงนี้นะ!” เย่หลินเอ๋อตะลึง

เย่เซิงถอดเสื้อเผยอกเปลือยเปล่า  ร่างกายเขาผมเพรียวสูงโปร่ง  กล้ามเนื้อไม่ได้ปูดโปนอะไรแต่ด้วยความที่เริ่มฝึกฝนแล้วจึงทำให้พอจะมีกล้ามเนื้อก่อตัวขึ้นมาบ้างเล็กน้อยแล้ว  และใบหน้าของเย่หลินเอ๋อก็แดงแปร๊ดทันที

แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือเย่เซิงยังคงถอดกางเกงต่ออีก  เย่หลินเอ๋อกรี๊ดลั่นและวิ่งออกจากเรือนทันที  ต่อให้นางจะเป็นผู้หญิงหยาบ ๆ ซักแค่ไหนแต่เนื้อแท้แล้วก็ยังเป็นแค่สาวน้อย

เย่เซิงแค่นเสียงดูถูกและเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าตาเฉย

เสื้อผ้าทำจากผ้าไหมคุณภาพสูงสีม่วงทำให้รูปร่างของเขาโดดเด่น  เมื่อเย่เซิงสวมเสื้อผ้าเหล่านี้แล้ว เขาก็ดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง  ใบหน้าหล่อเหล่าบวกเสื้อผ้าอันทันสมัยทำให้บรรยากาศต้อยต่ำจำยอมสลายหายไปจนเกลี้ยง

เย่หลินเอ๋อเห็นเขาเดินออกมาเลยกำลังจะอ้าปากด่าก็เป็นต้องเงียบกริบ  เย่เซิงในตอนนี้ดูสง่างามราวกับม้าหนุ่มที่มีชีวิตชีวาวิ่งชมดอกไม้ทั้งฉางอันในวันเดียว

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าเจ้าถึงกับเปลี่ยนไปขนาดนี้” เย่หลินเอ๋อจ้องมองเย่เซิงอย่างตกตะลึง

“ไปดูหาพี่หญิงใหญ่กัน” เย่เซิงพูดเบา ๆ

...

นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ข้ามโลกที่เย่เซิงจะได้พบกับพี่หญิงใหญ่

และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่พี่หญิงใหญ่จะได้พบเย่เซิงตั้งแต่เข้าวัง

เมื่อเย่เซิงเดินผ่านสายตาของทุก ๆ คนเข้ามา  บรรยากาศเขาคือชายหนุ่มรูปงามแข็งแรงดูเป็นธรรมชาติ  ทำลายภาพลักษณ์เดิม ๆ ในหัวของทุกคนจนแหลกละเอียด  พวกไอ้อีทั้งหลายต่างจ้องมองไปที่เขาด้วยความตกใจ

“นั่นใช่เย่เซิงจริงหรือ?”

“คุณชายสิบสองดูดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

“เราเคยเห็นคุณชายสิบสองสวมเสื้อผ้าที่ซักแล้วซักอีกจนสีตกหมดแล้ว  แถมคุณชายยังอยู่อย่างเชื่อฟังมาโดยตลอด  แต่วันนี้กลับดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง”

“บรรยากาศของคุณชายสิบสองนั้นดีกว่าบรรยากาศของคุณชายท่านอื่น ๆ มาก”

พวกขี้ข้าเริ่มซุบซิบกันด้วยความตกใจ  แม่แต่นายหญิงใหญ่และนายหญิงสองเองก็ยังต้องตกตะลึงกับเย่เซิงที่เปลี่ยนไปเช่นกัน

เมื่อเห็นเย่เซิงเดินเข้ามาพระมเหสีเย่ถึงกับน้ำตาไหลทันที  นางได้เห็นแล้วว่าน้องชายสุดที่รักสง่างามมากเพียงใด  นางยิ้มแก้มแทบปริแล้วเข้าไปกอดเย่เซิ่งทันทีก่อนจะพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ไม่ได้เจอกันมาสามปี  น้องสิบสองของข้าโตขึ้นแล้ว”

“พี่หญิงใหญ่” เย่เซิงทักทายด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป

“ข้ารู้ว่าเจ้าลำบากมาตลอดสามปีนี้” พระมเหสีเย่กล่าวอย่างเศร้าใจขณะที่นางเอื้อมมือไปลูบแก้มของเย่เซิง

“ตราบใดที่พี่หญิงใหญ่ยังห่วงใยข้ามันก็ไม่ได้ลำบากขนาดนั้นหรอกขอรับ” เย่เซิงตอบเบา ๆ

“มานั่งกับข้า  คนที่ข้าต้องการพบมากที่สุดในการมาเยี่ยมครั้งนี้ก็คือเจ้า  ข้าอยากกลับมาตั้งแต่เมื่อปีกลาย  แต่เพราะข้าตั้งครรภ์เลยยังออกจากวังไม่ได้  เจ้าต้องทุกข์ทรมานถึงหนึ่งปี  ข้าขอโทษจริง ๆ” พระมเหสีเย่จับมือของเย่เซิงและพาเขาไปที่ห้องโถงใหญ่เพื่อนั่งคุยกับนางขณะที่พวกตัวอื่น ๆ นั้นได้แต่เฝ้ามองด้วยสายตาที่ดูก็รู้เลยว่าอิจฉาริษยามากขนาดไหน

นายหญิงใหญ่ที่เห็นฉากนี้ในใจก็ยิ่งกว่าโดนไฟเผา  ไม่ใช่แค่ไฟริษยาเท่านั้นแต่ยังมีไฟแห่งความเกลียดชังด้วย

ส่วนอีหูเหมยนั้นฉลาดเลยตัดสินใจที่จะไม่ทำให้ต้องถูกเผาด้วยไฟริษยาอีกต่อไปเลยตัดสินใจไม่ดูฉากนี้ต่อจึงพูดว่า “ในเมื่อพระมเหสีต้องการใช้เวลาอยู่กับเจ้าสิบสองเป็นการส่วนพระองค์  พวกเราก็ควรออกไปก่อน”

พระมเหสีเย่พยักหน้า “ดี  พวกเจ้าออกไปเสีย”

นายหญิงใหญ่หันหลังจากไปโดยไม่พูดอะไรพร้อมกับดึงตัวเย่หลินเอ๋อออกไปด้วย

อีหูเหมยเองก็ลากไอ้ลูกชายหน้าโง่ที่ยังคงทำท่าทางไม่พอใจออกไปด้วยเช่นกัน

หลิงฮวาที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ตลอดเวลาก็เดินออกไปเหมือนกัน  แต่ก่อนจะออกไปนางก็เหลือบมามองเย่เซิงด้วยแววตาเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของพระมเหสี  ดังนั้นคนที่เหลือทั้งหมดจึงจากไป

ห้องโถงใหญ่จึงเหลือเพียงพระมเหสี  เย่เซิง  ขันที  สาวใช้และผู้คุ้มกันของพระมเหสี

เย่เซิงมองพระมเหสีเย่และเห็นว่านางต่างจากภาพจำของเขา  ผู้หญิงตรงหน้านี้ปลดปล่อยบรรยากาศอันทรงอำนาจบางอย่างออกมา  คาดว่าน่าจะเป็นเพราะอยู่ในวังมานานเลยทำให้มีบรรยากาศแบบนี้

พระมเหสีเย่ยังคงจับมือเขาและมองดูเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยน  ด้วยดวงตารื้นน้ำตา  มันทำให้เย่เซิงถึงกับรู้สึกว่าหัวใจอันเย็นชาแข็งกระด้างจากการที่ต้องอยู่ในหวางฝูบัดซบนี่อ่อนลง

เขาสืบทอดความทรงจำทั้งหมดจากร่างกายนี้  และเขาได้รู้ว่าสิ่งที่เจ้าของร่างเดิมและตัวเขาตั้งแต่นี้ต่อไปจะได้รับก็คือความไร้หัวใจอันที่ไม่สิ้นสุดจากทุก ๆ คนรอบ ๆ ตัว  ไม่ว่าจะเป็นหวางฝู่ตระกูลเย่  พ่อหรือย่า  แทบจะทุก ๆ ความทรงจำล้วนไร้ซึ่งความอบอุ่นใด ๆ ความอบอุ่นอันน้อยนิดที่ยังมีอยู่ก็แค่จากแม่ที่ล่วงลับไปตั้งแต่เขายังห้าขวบและพี่หญิงใหญ่ตรงหน้าคนนี้เท่านั้น

“พี่หญิงใหญ่ขอรับ  สามปีในวังเป็นอย่างไรบ้าง” เย่เซิงถามด้วยความเป็นห่วง

“เจ้านี่ไม่รู้นิสัยพี่เจ้าเอาซะเลย  หลังจากที่ข้าสมรสกับองค์จักรพรรดิข้าก็กลายเป็นที่โปรดปราน  ดังนั้นจึงอยู่ในวังอย่างสุขสบายยิ่ง  จะมีก็แต่คิดถึงเจ้าอยู่ทุกวี่วันนี่แหล่ะ  ข้ายังจำได้อยู่เลยว่าตอนเข้าวังข้าร้องไห้หนักเพียงใด  นชวงปีในช่วงปีแรกข้าได้เขียนจดหมายถึงเจ้าด้วย  แต่เจ้าก็ไม่ตอบข้าจึงคิดว่าเจ้าคงอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากมากเป็นแน่  คาดเจ้าคงจะไม่ได้รับจดหมายจึงได้หยุดเขียน” พระมเหสีกล่าวอย่างอ่อนโยน

“ข้าไม่ได้จดหมายเลยจริง ๆ ขอรับ” เย่เซิงพยักหน้า

“นายหญิงใหญ่ไม่ชอบเจ้า  คิดว่าจดหมายเหล่านั้นคงอยู่ที่นังนั่นล่ะสิ” พระมเหสีเสียดสี

“น้องฝึกวรยุทธ์อย่างนั้นเหรอ?” พระมเหสีเย่บีบ ๆ กล้ามเนื้อของเขาแล้วถามด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป

เย่เซิงพยักหน้า  เขาไม่ได้ใช้วิชาสวมคราบเพราะคิดว่าไม่จำเป็นต้องปิดบังพี่หญิงใหญ่  ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นางจะตรวจพบ

“ข้าแอบฝึกเอาน่ะขอรับ  และข้าก็ระมัดระวังอย่างมากมากไม่ต่างจากเหมือนเดินบนแผ่นน้ำแข็งบาง ๆ เลย” เย่เซิงพูดเบา ๆ

พระมเหสีถอนหายใจและกล่าวว่า “ท่านพ่อห้ามไม่ให้เจ้าเรียวรยุทธ์  หากถูกจับได้เจ้าต้องถูกลงโทษอย่างหนักเป็นแน่”

“พี่หญิงใหญ่ขอรับ  สำหรับข้าแล้วหวางฝูตระกูลเย่ก็ไม่ต่างจากคุก  ข้าอยากหนีไปจากที่นี่ขอรับ” เย่เซิงกล่าวอย่างจริงใจ

“ข้าจะช่วยเจ้าเอง” พระมเหสีเย่พยักหน้าอย่างจริงจังและยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณมากขอรับ!” เย่เซิงที่ได้ยินคำตอบก็ยืนขึ้นแล้วคำนับนางอย่ามีความสุขที่สุด

“เจ้าน้องโง่เอ๊ย!  ตอนที่ข้ายังอยู่ในหวางฝูแห่งนี้ข้ามีน้อง ๆ ตั้งมากมาย  แต่คนเดียวที่ข้าใส่ใจก็มีแค่เจ้าเท่านั้น  พวกคนอื่น ๆ ต่างก็มีคนหนุนหลังของตัวเองกันทั้งนั้น  ส่วนตัวเจ้านั้นไม่มีอีกทั้งตอนนี้เจ้าก็ไม่เหลือใครแล้วด้วย  ถ้าข้าไม่ช่วยเจ้าแล้วจะให้ข้าไปช่วยใครเล่า?” เสียงของพระมเหสีทำให้เย่เซิงเต็มไปด้วยความอบอุ่น

ตั้งแต่เขาเกิดใหม่เขาก็ได้แต่ต้องใช้ชีวิตอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทั้ง ๆ ที่อยู่ในบ้านตัวเองแท้ ๆ เขาไม่กล้าบอกให้ใครรู้ว่าตัวเองกำลังเรียนวรยุทธ์  ต้องคอยปิดบังพวกไร้หัวใจในบ้านตัวเอง  และในที่สุดความอดทนที่ผ่านมาก็ส่งผล  ส่งผลให้เขาได้เห็นแสงแห่งความหวังซักที

“พรุ่งนี้ฝ่าบาทจะทรงเสด็จมาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับพวกเรา  ซึ่งท่านพ่อก็จะอยู่ด้วยอย่างแน่นอน  ตอนนั้นข้าจะหาทางพาเจ้าออกจากที่นี่เอง” พระมเหสีเย่กล่าว

“ขอรับ” ดวงตาของเย่เซิงเป็นประกาย  เขาไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่าเรื่องราวมันจะดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วถึงขนาดนี้

“ตอนอยู่ในวังข้าพึ่งได้ยินว่าเจ้าถูกสั่งโบยด้วยไม้พายทัพเมื่อไม่นานมานี้ใช่หรือไม่?” พระมเหสีถามด้วยสีหน้าไม่ดี

เย่เซิงจึงเล่าเรื่องราวให้นางฟังตั้งแต่ต้น

“ไอ้เย่ชิงนั่นมันช่างเป็นตัวบัดซบจริง ๆ!  มันเป็นคนผิดทั้งหมดแท้ ๆ แต่กลับลากเจ้าลงโคลนไปด้วยสมควรถูกทุบตียิ่ง” พระมเหสีเย่พูดอย่างเย็นชา

“พี่หญิงใหญ่ไม่ต้องโกรธไปหรอกขอรับ  แผลของข้านั้นหายดีแล้ว  ไอ้เย่ชิงมันก็โดนไปหนักกว่าข้าอีก  มันโดนไปหนึ่งร้อยไม้ส่วนข้าแค่ห้าสิบไม้” เย่เซิงพยายามทำให้พี่หญิงใหญ่สงบใจลง

“เฮอะ!  ไม่รู้ว่าในหัวท่านพ่อคิดอะไรอยู่  ถ้าไม่มีเจ้าอยู่ที่นี่ล่ะก็อย่าได้หวังเลยว่าพี่สาวเจ้าผู้นี้จะหลับมาเหยียบที่นี่อีก  หลังจากแก้ปัญหาให้เจ้าเสร็จแล้วข้าจะกลับไปที่วังทันที  ต่อไปเมื่อเจ้าออกไปท่องโลกแล้วเจ้าสามารถอ้างชื่อของข้าเพื่อปกป้องตนเองได้เลย  ตราบใดที่ข้ายังอยู่อนาคตของเจ้าต้องสดใสไม่มีเป็นอื่น!” พระมเหสีเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดอย่างจอมเผด็จการ

ปล. นี่ถ้าเกิดเล่นมุกหักมุมโดนพระมเหสีทรยศล่ะก็พระเอกเราจบเห่เลยนา...

จบบทที่ บทที่ 21: พระมเหสีเย่จอมเผด็จการ

คัดลอกลิงก์แล้ว