เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: พี่หญิงสาม

บทที่ 16: พี่หญิงสาม

บทที่ 16: พี่หญิงสาม


เย่เซิงกลับไปที่กระท่อมไม้หลังเล็ก  หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งวันนี้  ถ้าไม่ใช่เพราะไหสุราในมือนี้ล่ะก็เขาคงคิดว่าเรื่องที่เจอมาทั้งหมดเป็นเพียงแค่ฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น

เขาได้ไปเห็นปีศาจจิ้งจอกสาวอาบน้ำ  นายหญิงสามปรากฏตัวอีกครั้งหลังจากหายตัวไปนานกว่าสิบปี  เขาได้รู้ถึงแผนการที่จุดธูปบูชาเทพที่จะทำให้คนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง  เจอกับนักฆ่าที่อีหูเหมยกับลูกมันส่งมาไล่ฆ่า  เจอเข้ากับหมายเลขเก้าของโลกที่ชื่อว่าจิ้งจอกเซียนไป๋อวี้เถียน

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ที่เขาผ่านมาช่วยให้เย่เซิงเห็นภาพของต้าฉินของโลกนี้ได้ชัดเจนขึ้นว่ามันเป็นอย่างไร

หากระดับวรยุทธ์ไปถึงจุดสูงสุดก็จะถูกยกย่องว่าเป็นเซียน  ตำนานโชคลางภูตผีปีศาจอะไรก็มีหมด  มีขนาดจุดธูปบูชาเทพเจ้าเพื่อฟื้นฟูเศษเสี้ยวของวิญญาณแล้วทำให้ฟื้นคืนชีพ

แปลว่าในโลกใบนี้ทุก ๆ อย่างล้วนเป็นไปได้

“ตัวเราเองก็เข้าสู่โลกบำเพ็ญเพียรแล้วเหมือนกัน  และมีแต่ต้องออกจากหวางฝู่ตระกูลเย่เท่านั้นเราถึงจะสามารถทะยานขึ้นสู่ที่สูงได้” เย่เซิงยังคงมีสติครบถ้วนแม่นยำ

เขาฝึกฝนตราประทับสังสารวัฏที่หายากและได้เข้าสู่ขั้นเสวฮุ่ยแล้ว  เมื่อระดับการฝึกฝนของเขาเพิ่มขึ้นเขาก็จะค่อย ๆ เพิ่มความแข็งแกร่งไปด้วยเช่นกัน  เหตุผลที่ยังทำให้ใจเขาอยู่ที่หวางฝู่ตระกูลเย่นั้นเหลือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  นั่นคือเขาต้องการเอาคัมภีร์ที่เหลือของแม่เขาที่นายหญิงใหญ่ยึดไปกลับคืนมา

นายหญิงใหญ่เอาคัมภีร์ฝึกยุทธ์ของแม่เขาไปห้าเล่ม  มีหนึ่งเล่มส่งให้หลิงฮวาไปแล้ว  และนางยังเหลืออยู่อีกสี่เล่ม  ทั้งสี่เล่มนี้ต้องเป็นวิชาหายากที่สืบทอดต่อ ๆ กันมาในนิกายสังสารวัฏอย่างแน่นอน  เย่เซิงจึงตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าไม่ว่าจะต้องใช้วิธีแบบไหนก็จะเอามันกลับคืนมาให้ได้

“แม่เราเป็นถึงสตรีศักดิ์สิทธิ์ของนิกายสังสารวัฏ  เพราะงั้นก็เป็นธรรมดาที่เราจะสืบทอดวิชาของนิกายสังสารวัฏ” นี่คือความคิดของเย่เซิง

เขายังคงรู้สึกเจ็บปวดมากภายในร่างกายดังนั้นจึงเปิดเหยือกสุรา  กลิ่นหอมของผลไม้ตลบอบอวลไปทั่วทำให้จิตใจของเขาผ่อนคลายลงมาก

เย่เซิงดื่มลงไปหลายอึก  สุรานั้นหวานปานน้ำผึ้งกระตุ้นให้ในปากเขายิ่งมีน้ำลายออกมาเพียบ

หลังจากดื่มสุราแล้วเขารู้สึกว่าท้องมันอุ่นขึ้น  จากนั้นความอบอุ่นก็เริ่มไหลจากบริเวณท้องไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

เย่เซิงรู้สึกราวกับกำลังแย่ตัวอยู่ที่บ่อน้ำพุร้อน  ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจางหายไปทำให้รู้สึกสบายเป็นอย่างยิ่ง

ดวงตาของเย่เซิงเบิกกว้าง  เขามองดูสุราในมือด้วยความปิติยินดี  อย่างที่คิดไว้เลย  สมบัติที่เซียนหมายเลขเก้าของโลกให้มานี่สุดยอดโคตร ๆ เลยจริง ๆ

ด้วยความอบอุ่นที่ห่อหุ้มตัวนั้นทำให้ไม่นานอาการบาดเจ็บรวมไปถึงความเจ็บปวดหายไปเป็นปลิดทิ้ง  แถมสุรายังมีฤทธิ์ช่วยในการโคจรพลังปราณให้เร็วขึ้นอีกด้วย

สุรานี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเท่านั้นแต่ยังช่วยเพิ่มศักภาพในการฝึกฝนด้วย

เย่เซิงลุกขึ้นยืนและเริ่มฝึกวิชา  เพลงหมัดกุ่นฉี!  เพลงกระบี่ลั่วเย่!  จี๋เฟิงปู้!  สามวิชาพื้นฐานนี้ถูเย่เซิงใช้ออกและสำแดงอานุภาพอันน่าเหลือเชื่อออกมา

เย่เซิงยังสามารถใช้วิชาสวมคราบได้อย่างเป็นธรรมชาติเช่นกัน  เขาเปลี่ยนแปลงกลิ่นอายของตนไปเรื่อย ๆ บ้างก็เป็นชาวนา  บ้างก็เป็นปราชญ์บ้างก็คนขายเนื้อ

ในตอนท้ายเย่เซิงได้เปิดใช้งานผนึกสังสารวัฏและซัดฝ่ามือออกไป

ตู้ม!

กระท่อมไม้ทั้งหลังพังทลายลงด้วยเสียงอันดัง  พื้นดินด้านล่างทรุดตัวลงกลายเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่  ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว  ผลงานที่ได้ค่อนข้างน่าตกใจ

เย่เซิงมองด้วยความอึ้ง “นี่แค่ขั้นเสวฮุ่ยนาเฮ่ย  แถมผนึกสังสารวัฏอันแรกนี่ก็ยังไม่ควบแน่นสมบูรณ์อีก  แต่ก็ทรงพลังมากขนาดนี้แล้ว...?”

ผนึกสังสารวัฏอันแรกในตันเถียนของเขายังคงเป็นเงาลวงตาดูเหมือนไม่ใช่ของจริงมากนัก  แต่หลังจากที่เปิดใช้งานมันกลับกลายเป็นว่าทรงพลังอย่างน่าสะพรึงกลัว  ถ้ามันควบแน่นสมบูรณ์และเขาสามารถหลอมรวมทั้งเก้าอันล่ะก็  ฝ่ามือเดียวไม่ถล่มทั้งเมืองเลยเหรอ?

ครื่นนนนนน!

หลังจากที่เย่เซิงฝึกฝนเสร็จแล้วตันเถียนของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา  และเขาก็ได้เลื่อนระดับเป็นโฮ่วเทียนสามชั้นฟ้าแล้ว

สุราไม่กี่อึกยังให้ผลขนาดนี้  เย่เซิงเลยหวงแหนมันขึ้นมามาก ๆ แต่เมื่อมองลงไปในให้แล้วก็เห็นว่าเหลืออยู่อีกไม่มาก  คงได้อีกสองสามรอบมั้ง

“ได้เวลากลับละ  กลับไปเป็นลูกที่ดีเหมือนเดิม” เย่เซิงเห็นว่าใกล้จะค่ำแล้วและกระท่อมไม้ก็เหลือแต่ซากแล้วด้วย

เขาเก็บสุราแล้วไปคุกเข่ากราบศพแม่ตัวเองก่อนจะพูดว่า “ท่านแม่ขอรับ  ลูกต้องกลับไปที่หวางฝูแล้ว  แต่ท่านไม่ต้องห่วงไป  ลูกจะไปเอาเคล็ดวิชาของนิกายสังสารวัฏกลับคืนมาอย่างแน่นอน  ในตอนนี้ลูกได้เรียนรู้ผนึกสังสารวัฏแล้ว  ขอดวงวิญญาณของพวกท่านจงพักผ่อนอย่างสงบในสรวงสวรรค์ด้วยเถิด”

ในตอนเย็นเย่เซิงได้ลงจากภูเขา  เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ ในร่างกายอีกต่อไปและยังมีพลังงานเต็มเปี่ยม

หลังจากที่ไปถึงตีนเขาเย่เซิงก็ใช้วิชาสวมคราบเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นเย่เซิงคนเดิมเหมือนที่เคยเป็น  ไม่โดดเด่น  ขี้กลัวคนอยู่นิดหน่อย  ชอบเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่คนเดียว

นั่นแหล่ะคือเย่เซิงที่ทุก ๆ คนคิดว่าเขาเป็น  ปกติแล้วเขาก็ไม่เคยพูดคุยหรือว่ามีปากเสียงกับใคร  ถ้าไม่ได้ออกไปไหนก็จะขังตัวเองอยู่แต่ในเรือนเล็ก ๆ ตลอดทั้งวันทั้งคืน

จากเซียนหยางไปซีซานมีถนนดี ๆ ปูไว้ให้เดินทาง  มันกว้างขนาดที่ม้าห้าตัววิ่งเคียงเรียงหน้ากระดานกันได้โดยไม่เบียดเสียดกัน

ต้าฉินมีฐานะร่ำรวยมากในช่วงสิบปีที่ผ่านมา  ดังนั้นหลังจากที่จักรพรรดิฉินองค์ที่สองขึ้นครองราชบัลลังก์  จึงทรงเสด็จออกว่าราชการไปทั่วอาณาจักรเพื่อปูถนน  วางแผนเส้นทางน้ำ  เส้นทางการค้า  เก็บภาษี  พ่อค้าต้าฉินมีชื่อเสียงโด่งดังติดสิบอันดับแรกที่รู้กันไปทั่วทุกที่

เย่เซิงเดินไปตามถนนสายนี้ด้วยความเร่งรีบไปให้ถึงเซียนหยางก่อนพระอาทิตย์ตก

ในขณะนั้นเองได้มีกลุ่มคนบนหลังม้าเดินมาจากด้านหลังเสียงดังเริงร่า  หัวหน้าที่นำมานั้นเป็นหญิงนางหนึ่ง  นางสะบัดแส้ไปมาพลางตะโกนว่า “ออกไปให้พ้นอย่ามาขวางทาง!”

คนเดินถนนหลายคนที่เดินขวักไขว่กันไปมาเหมือนกับเย่เซิงได้รีบออกจากถนนเพื่อหลีกเลี่ยงคนเหล่าน้น

เย่เซิงเองก็ด้วย  เขาถอยฉากออกไปหลายก้าวก่อนที่จะหันไปดูว่าใครกันวะที่มันกร่างขนาดนี้

แล้วเขาก็ได้เห็นคนคุ้นเคย

ผู้หญิงที่เป็นจ่าฝูงของไอ้ฝูงนี้คือพี่หญิงสามของเขาซึ่งเป็นลูกคนที่แปดของเย่หวางเหย่นั่นเอง

เย่หวางเหย่มีลูกเกินโหล  แน่นอนว่าลูกคนโตคือพี่หญิงใหญ่  ซึ่งมี ‘ข่าวลือ’ ว่าเย่หวางเหย่มีนางตั้งแต่ก่อนแต่งงานและยังเชื่อฟังนางมากด้วย  หากพี่หญิงใหญ่ไม่ยอมล่ะก็เย่หวางเหย่ก็ไม่มีทางได้แต่งงาน  ดังนั้นก่อนที่จะแต่งกับนายหญิงใหญ่จึงต้องไปขออนุญาตพี่หญิงใหญ่ก่อน  ถ้าพี่หญิงใหญ่ไม่ชอบนายหญิงใหญ่ก็อดแต่ง  ดังนั้นนายหญิงใหญ่จึงต้องพยายามเป็นอย่างมากเพื่อเอาอกเอาใจพี่หญิงใหญ่จนนางยอมตกลงให้ทั้งคู่แต่งงานกันได้  นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมแม้นายหญิงใหญ่จะกุมอำนาจอันยิ่งใหญ่ในหวางฝูแต่ก็ยังไม่กล้าหือกับพี่หญิงใหญ่

ส่วนพี่หญิงรองเป็นลูกคนที่ห้าของเย่หวางเหย่  แม่ของนางไม่ได้ย้ายเข้าสู่หวางฝูและมีน้อยคนนักที่รู้ว่านางเป็นใคร  ส่วนตัวพี่หญิงรองเคยอาศัยอยู่ในหวางฝูอยู่หนึ่งปี  จากนั้นก็จากไปพร้อมกับนักพรตเต๋าท่านหนึ่งแล้วไม่กลับมาอีกเลย  แต่ก็ยังคงส่งจดหมายกลับมาที่บ้านปีละครั้ง

ส่วนพี่สาวคนสุดท้ายก็คือพี่หญิงสามนี่แหล่ะ  นางเป็นลูกสาวของนายหญิงใหญ่และเป็นลูกคนที่แปดของเย่หวางเหย่  แต่ที่ทุกคนเรียกนางว่าพี่หญิงสามเพราะนางเก่งเรื่องเอาอกเอาใจนายหญิงเฒ่า  บวกกับมีนายหญิงใหญ่แม่ของนางคอยให้ท้ายจึงทำให้นางสามารถทำอะไรตามอำเพอใจได้ทุกเรื่องในหวางฝู  นางชอมดาบและหอก  แต่กลับมีรากฐานการฝึกฝนที่แย่มากเลยมักถูกเย่หวางเหย่ตำหนิเรื่องนี้อยู่เนือง ๆ

เย่เซิงที่ข้ามโลกมาได้หลายวันแล้วยังไม่เคยเห็นพี่หญิงนางนี้ในหวางฝูเลย  ดังนั้นเขาจึงแปลกใจไม่นึกเลยว่าการพบหน้ากันครั้งแรกจะมาเจอกันในสภาพนี้

พี่หญิงขี่ม้าพลางฟาดแส้ของนางไปทั่ว  ข้างหลังมีชายหนุ่มเจ็ดแปดคนในชุดที่ลายปักสง่างามขีม้าตามมาอย่างร่าเริง

พี่หญิงสามไม่ได้สังเกตเห็นเย่เซิงและพึ่งขี่ม้าผ่านเขาไปทำให้มีลมแรงพัดผ่านตัวเขา  นางไม่สนใจพวกสามัญชนอยู่แล้วแค่จะชายตาแลก็ไม่มี

คนอื่น ๆ ที่ตามหลังนางมาก็ขี่ม้าผ่านเย่เซิงไปกันเรื่อย ๆ เหมือน ๆ กันแต่ติดปัญหาที่ไอ้ตัวสุดท้าย  มันแอบยืนเท้าเตะใส่เย่เซิง

สายตาของเย่เซิงกระตุก  เขาสังเกตเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของมัน  เห็นได้ชัดเลยว่าไอ้เวรนี่มันจงใจ  มันคิดจะโชว์พาวโดยการเตะคนธรรมดาให้ล้มกลิ้ง

“วอนซะแล้วไอ้เวร” เย่เซิงเปิดใช้งานพลังของผนึกสังสารวัฏทันที  เขาแสร้งทำเป็นถูกเตะอย่างแรงจนล้มแล้วสะบัดฝ่ามือตบใส่ม้าของมันในจังหวะที่กำลังล้มลงพื้น

เปรี้ยง!

พลังร่างกายบวกกับพลังของผนึกสังสารวัฏทำให้ฝ่ามือที่เขาตบใส่ม้าแรงประมาณสองพันจินได้  แถมเย่เซิงยังเข้าข้างหลังอีกแล้วม้ามันจะไปกันได้ยังไง?

กุบกับ ๆ!  ตุบ!

ม้าที่โดนตบเข้าไปอย่างแรงจนเจ็บปวดมาก  หลังจากที่มันเดินต่อไปได้เพียงสองสามก้าวมันก็ล้มลงจนไอ้คนขี่ร่วงจากหลังม้าลงไปตกใส่กองขี้วัว

จบบทที่ บทที่ 16: พี่หญิงสาม

คัดลอกลิงก์แล้ว