เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: สิบสองเซียนผู้ครองโลก

บทที่ 15: สิบสองเซียนผู้ครองโลก

บทที่ 15: สิบสองเซียนผู้ครองโลก


แขนทั้งสองข้างของไอ้หน้าบากสั่นเทาเส้นเลือดปูดโปน  มันบาดเจ็บสาหัสแล้ว

มันได้แต่เบิกตากว้างจ้องมองเย่เซิงพลางพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ “โฮ่วเทียนสองชั้นฟ้าแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน?”

พลังที่มันสัมผัสได้นั้นถึงหมื่นจิน  ซึ่งตัวของไอ้หน้าบากถึงแม้จะเป็นโฮ่วเทียนหกชั้นฟ้าแต่มันก็ไม่ได้มีพลังมากมายขนาดนั้น

หนึ่งหมัดจากเย่เซิงนี้ทำให้ทั้งตัวมันและลูกน้องตกใจกลัวสุดขีด  ทั้งสามต่างมองหน้ากันไปมา

“พี่ใหญ่  ไหนข้อมูลมันว่าไอ้นี่เป็นแค่ขยะไร้ค่าไงเล่า?”

“ข้อมูลที่ได้มาผิดพลาดขนาดนี้ต่อให้ทองคำร้อยเหรียญก็ไม่คุ้มแล้ว!”

สีหน้าของไอ้หน้าบากมืดลง  มันกัดฟันแน่น “ฆ่าไอ้นี่ก่อน  ค่อยกลับไปขึ้นราคา”

ตอนนี้เย่เซิงตัวสั่นไปทั้งตัวด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะทน  หมัดเดียวเมื่อกี๊ทำเอาเขาแทบเป็นลม  แล้วเขาก็ล้มลงไปนอนกับพื้น

พลังหมัดมันแรงเกินไปจนร่างกายเขาไม่อาจรับไหว  เย่เซิงนั้นแค่ขยับนิดเดียวก็ปวดร้าวไปทั้งตัว

เขาไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไปแล้ว

ซึ่งไอ้หน้าบากมันก็สังเกตเห็นเหมือนกัน  ดังนั้นมันก็เอาสไตล์เดิมคือไม่เปิดปากพูดมากแล้วหยิบดาบออกมาฟันเขาอีกรอบ

มือโปรอย่างมันมีหรือจะยอมเสียเวลาเปลืองน้ำลายไร้สาระ  การปล่อยให้ศัตรูมีเวลาก็ไม่ต่างจากยื่นคอไปให้มันตัด

ฉับ!

คมดาบฟาดฟันลงมา  เมื่อเห็นดังนั้นรูม่านตาของเย่เซิงหดวูบอย่างรุนแรงแต่ก็ไม่อาจหลบได้

เพล้งงงงงงง!

แต่คมดาบที่จะฟันใส่ตัวเขานั้นกลับไม่มาถึงตัวอย่างที่คิด  มีอะไรบางอย่างเข้ามาขวางไว้ก่อน

เย่เซิงหันมองและเห็นว่าสิ่งที่กันคมดาบคือม้วนหยกม้วนหนึ่ง  ดาบกระทบกับม้วนหยกนั้นแล้วหยุดนิ่งไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนหน้าต่อได้อีก

สีหน้าของไอ้หน้าบากเปลี่ยนไปสุด ๆ มันรีบถอยกรูดอย่างเร็วแล้วถามว่า “ไม่ทราบจอมยุทธ์ท่านใดอยู่ที่นี่?”

เย่เซิงมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างงุนงงแต่ก็ไม่เห็นมีใคร

ไอ้หน้าบากพูดอย่างระมัดระวัง “ในเมื่อมีผู้แข็งแกร่งอยู่ใกล้ ๆ เช่นนี้ข้าน้อยก็ไม่ขอรบกวน”

ลูกน้องไอ้หน้าบากก็สับสนด้วย  ไม่มีใครอยู่แถวนี้แท้ ๆ แต่ทำไมพี่ใหญ่ของพวกมันถึงได้หวาดกลัวนักหนากันหนอ?

ไอ้หน้าบากไม่พูดอะไรรีบหันหลังกลับและกำลังจะวิ่งหนีไป

“ใครบอกให้เจ้าไป” เสียงขี้เกียจดังขึ้นทำให้ทำให้ไอ้หน้าบากแข็งทื่อไปทั้งตัว  จากนั้นที่คอของมันก็ปรากฏบาดแผลขึ้นมา

ฉูดดดดดดดดดด!

เลือดสด ๆ พุ่งออกมาจากบาดแผลที่คอนั่นทันที  ไอ้หน้าบากทรุดตัวลงกับพื้นและชักกระตุกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเสียชีวิต

ลูกน้องทั้งสองของมันตกใจมากจนตัวสั่นไปหมด  พวกมันทั้งคู่ต่างคุกเข่าลงกรีดร้องอ้อนวอนขอความเมตตาเสียงดัง

แต่ม้วนหยกก็สั่นเบา ๆ ส่งแรงออกไปเล็กน้อยทำให้ดาบที่ติดอยู่หลุดกระเด็นแล้วก็

ฉับ!

หัวคนสองหัวกลิ้งลงกับพื้น  ศพไร้หัวทั้นสองกระตุกไม่หยุดและเลือดสด ๆ ก็อาบชโลมพื้น

เย่เซิงจ้องมองด้วยความตกใจ  ‘ผู้ใดในโลกที่มาช่วยตูไว้วะเนี่ยเฮ่ย!?’

“นี่ ๆ เจ้าน่ะเมื่อไหร่จะตื่น?  หรือว่านอนบนพื้นมันสบายเลยไม่อยากลุกล่ะฮื้ม~?” เสียงของหลิงเอ๋อดังขึ้น  เสียงของนางสดใสกังวานเหมือนกระดิ่งต้องลม  ไพเราะเสนาะหูเหมือนนกน้อยที่ขับขาน

เย่เซิงพยายามทนต่อความเจ็บปวดและลุกขึ้นยืนอย่างสุดความสามารถ  เขาหันกลับไปมองหลิงเอ๋อที่สวยตลอดกาลที่ตอนนี้มีผู้ชายที่หล่อเหลาและเท่ห์โคตร ๆ ยืนอยู่ข้าง ๆ

ชายคนนั้นโบกมือและม้วนหยกก็บินเข้าไปตกบนฝ่ามือเขาเอง  หลังจากสะบัดมือทีหนึ่งม้วนหยกในมือก็หายไป

เย่เซิงโค้งคำนับและกล่าวว่า “ขอบคุณท่านจอมยุทธ์ที่ช่วยเหลือขอรับ”

“เจ้าไม่จำเป็นต้องมากพิธีหรอก  นี่พ่อข้าเอง  ถ้าท่านพ่อไม่บังเอิญผ่านมาเจ้าอาจต้องตายจริง ๆ แล้ว” หลิงเอ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้มที่สดใสน่ารัก

“ขอบคุณท่านลุงขอรับ” เย่เซิงกล่าวพร้อมโค้งคำนับอย่างจริงใจ

“ตอนนี้เจ้าบาดเจ็บสาหัสควรไปพักรักษาตัวนะ” พ่อของหลิงเอ๋อกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ขณะที่หันหลังเดินกลับไปทางสำนักชี

เย่เซิงไอสองสามครั้งขณะที่แบกรับความเจ็บปวดเดินตามทั้งคู่กลับไป

เมื่อแม่ชีเห็นเย่เซิงนางก็ขมวดคิ้วถาม “เจ้าบาดเจ็บสาหัสนี่?”

เขายังไม่ทันจะตอบหลิงเอ๋อก็ชิงเล่าเรื่องก่อน “มีคนมาพยายามจะฆ่าเขาน่ะสิ  จอมยุทธ์โฮ่วเทียนหกชั้นฟ้าจะฆ่าเขาน่ะ”

“เจ้าอยู่ที่หวางฝู่ตระกูลเย่ทั้งวันแล้วยังจะมีศัตรูอยู่อีกหรือ?” แม่ชีถาม

เย่เซิงตอบอย่างเงียบ ๆ “คงเป็นคนที่ไอ้เย่ชิงกับแม่มันจ้างมานั่นแหล่ะขอรับ”

แม่ชีหัวเราะอย่างเย็นชา “นั่นก็ไม่น่าแปลกใจ  นังหูเหมยนั่นเก่งเรื่องเสแสร้งนัก  ในวันที่มันย้ายเข้าไปอยู่ในหวางฝูครั้งแรกก็ทำเป็นถ่อมตัวต่อหน้าทุก ๆ คน  แต่เมื่อครอบครัวของมันเริ่มมีอำนาจมากขึ้นมันก็เริ่มเปิดเผยความทะเยอทะยาน  แล้วเจ้าไปทำให้ตัวบัดซบพวกนั้นขุ่นเคืองได้อย่างไรอีก”

เย่เซิงจึงอธิบายเรื่องราวระหว่างเขากับไอ้เย่ชิงให้ฟังสั้น ๆ

หลิงเอ๋อที่ได้ยินถึงกับอึ้งไปพักใหญ่ “เพราะแบบนี้ไอ้เย่หวางเหย่นั่นจึงสั่งโบยเจ้าด้วยไม้พายทัพถึงห้าสิบไม้เนี่ยนะ?”

“เย่หวางเหย่มันก็เป็นคนแบบนั้นแบบนั้นแหล่ะ  ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ” พ่อของหลิงเอ๋อกล่าว

“ท่านลุงรู้จักเย่หวางเหย่ด้วยหรือขอรับ?” เย่เซิงถามด้วยความสงสัย

“ใช่  ข้าเคยเจอมันอยู่สองสามครั้ง” พ่อของหลิงเอ๋อพยักหน้าตอบ

“เย่เซิง ๆ เจ้ารู้จักสิบสองเซียนผู้ครองโลกมั้ย?” หลิงเอ๋อถามขึ้นทันใด

เย่เซิงส่ายหัวตอบ “ไม่เลย  ตั้งแต่เกิดมาข้าไม่ได้รับอนุญาตให้เรียนวรยุทธ์ใด ๆ เลยตั้งแต่เกิด  ดังนั้นเรื่องของจอมยุทธ์ระดับสูงทั้งหลายข้าจึงไม่รู้เลยแม้แต่น้อย”

“สิบสองเซียนผู้ครองโลกนั้นคือคนสิบสองคนที่คนทั่วไปให้การยอมรับว่างเป็นเทพเซียน  พ่อของเจ้าหวางเหย่คืออันดับหนึ่ง ‘หวางเหย่แห่งต้าฉิน’” หลิงเอ๋อกล่าว

เย่เซิงฟังเงียบ ๆ

“ส่วนพ่อข้าคืออันดับเก้า ‘เซียนจิ้งจอกไป๋อวี้เถียน’” หลิงเอ๋อกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

เย่เซิงมองไปอวี้เถียนด้วยความประหลาดใจ  เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าชายตรงหน้านี้จะเป็นคนใหญ่คนโตถึงเบอร์นี้

“มันก็แค่ชื่อเสียงจอมปลอมที่คนไม่รู้ความอุปโลกน์ขึ้นมาเท่านั้น  โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่นักและมีจอมยุทธ์ระดับสูงอีกนับไม่ถ้วน  แม้ว่าเย่หวางเหย่จะเป็นอันดับหนึ่งแต่มันเองก็ยังไม่กล้าโอ้อวดว่าตนเองนั้นไร้เทียมทาน  นับประสาอะไรกับข้า” ไป๋อวี้เถียนกล่าวขณะที่เขาโบกมือไปมา

“พี่ใหญ่ เจ้าไม่จำเป็นต้องถ่อมตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากเกิดใหม่สองสามครั้ง การสามารถบรรลุการฝึกฝนในระดับนี้ก็เป็นผลจากการทำงานของเจ้าเช่นกัน” แม่ชีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

เย่เซิง กระพริบตาสองสามครั้ง ไป๋อวี้เถียนเป็นจิ้งจอกอมตะ ในขณะที่ลูกสาวของเขาเป็นจิ้งจอกขาว ถ้าป้าของเขาเรียกเขาว่าพี่ชาย แสดงว่าเธอเป็นสุนัขจิ้งจอกด้วยเหรอ?

แต่นั่นฟังดูไม่ถูกต้อง เย่หวางเหย่เป็นคนหัวโบราณ ดังนั้นเขาจะไม่ยอมให้ตัวเองมีภรรยาที่ไม่ใช่มนุษย์

“เจ้าสามารถดื่มไวน์ขวดนี้ได้ มันไม่เหมาะกับเราที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป และเราควรจะเดินหน้าต่อไป” ไป๋อวี้เถียนกล่าวกับหลิงเอ๋อหลังจากมอบไวน์ให้เย่เซิง

“แต่ทำไม? เจ้าป้ายังต้องการเวลาอีกสองสามเดือน” หลิงเอ๋อกล่าวด้วยความงุนงง

“เย่หวางเหย่ได้ตรวจพบการปรากฏตัวของข้าแล้ว ถ้าเราอยู่ที่นี่นานเกินไป ในที่สุดเขาก็จะหาทางมาที่นี่ และนั่นอาจสร้างปัญหาให้เราได้ นอกจากนี้ จิตวิญญาณของ Zhen'er ได้หลอมรวมเข้าด้วยกันเป็นสภาวะที่ค่อนข้างคงที่ ข้าจะสร้างรูปแบบเพื่อปกป้องเรา ดังนั้นการเดินทางของเราจึงไม่ควรประสบปัญหาใดๆ” ไป๋อวี้เถียนกล่าว

“พี่ใหญ่  ท่านอย่าได้ถ่อมตนเลย  ท่านผ่านการฝึกฝนอย่างยากลำบาก  ผ่านความเป็นความตายมาหลายต่อหลายครั้งแล้วกว่าจะมาถึงระดับการฝึกฝนที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้ได้  จนภูมิใจเถอะ” แม่ชีกล่าวเบา ๆ

เย่เซิงกระพริบตาปริบ ๆ และในหัวก็เริ่มคิด ‘ไปอวี้เถียนเป็นเซียนจิ้งจอก  ตัวลูกสาวเป็นจิ้งจอกหยกขาว  ส่วนท่านป้าก็เรียกเขาว่าพี่ใหญ่  อื้ม~  แปลว่าท่านก็เป็นจิ้งจอกด้วยสินะ  ใช่มะ?’

‘ไม่ ๆ ๆ เป็นไปไม่ได้หรอก  ไม่มีทางที่ไอ้คนหัวดื้ออย่างเย่หวางเหย่จะแต่งคนต่างเผ่าเข้าเป็นภรรยาสามได้’

“สุราเหยือกนี้เจ้าเอาไปดื่มเถอะ  ที่นี่ไม่เหมาะที่จะอยู่อาศัยอีกต่อไปแล้ว  เจ้าต้องรีบออกไปโดยเร็วที่สุด” ไป๋อวี้เถียนยื่นไหสุราให้เย่เซิงก่อนแล้วหันไปพูดกับหลิงเอ๋อ

“ทำไมเล่า?  ท่านอา (ในที่สุดก็รู้ว่าเป็นอา) ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนเลยนะเจ้าคะ” หลิงเอ๋อถามอย่างสงสัย

“เพราะว่าเย่หวางเหย่คงสัมผัสถึงกลิ่นไอของพ่อได้แล้วน่ะสิ  หากเราอยู่นานเกินไปมันต้องหาที่นี่พบเป็นแน่ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดี  นอกจากนี้วิญญาณของเจินเอ๋อยังควบแน่นดีแล้ว  บวกกับวิชาของพ่อเข้าช่วยจะทำให้เราสามารถออกเดินทางได้อย่างไม่มีปัญหา” ไป๋อวี้เถียนบอก

“ถ้าอย่างนั้นเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ  อย่าให้เย่หวางเหย่รู้เรื่องของเจินเอ๋อเด็ดขาด  ถ้ามันรู้ล่ะก็มันต้องทุบรูปปั้นนี้และทำลายความหวังเดียวของเจินเอ๋อทิ้งเป็นแน่” แม่ชีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด

“ในเมื่อท่านป้าจะไปแล้วเช่นนั้นเย่เซิงต้องขอตัวก่อน  ความเมตตาของพวกท่านเย่เซิงจะจำใส่ใจไม่มีวันลืมเลยขอรับ” เย่เซิงกล่าวลา  คนเหล่านี้ได้ช่วยเหลือเขามามากแล้ว  ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้ทุก ๆ คนต้องกังวลอีกต่อไป

“ดี  เดินทางกลับก็ระวัง ๆ ด้วย  สุราที่พี่ใหญ่ให้เจ้านั้นเป็นสุราที่เผ่าจิ้งจอกหมักขึ้นมาโดยใช้สุราวิญญาณนับร้อยชนิด  เมื่อดื่มเข้าไปจะช่วยบำรุงร่างกายและบรรเทาอาการบาดเจ็บลงได้มาก  เมื่อกลับไปถึงหวางฝูแล้วจงระวังตัวเองอย่าให้ใครจับได้เป็นอันขาด” แม่ชีกำชับ

“ขอบคุณท่านป้ามากขอรับ  เย่เซิงทราบเรื่องนี้ดี” เย่เซิงบอกลาและลงเขาไปพร้อมกับเหยือกสุราในมือ

หลิงเอ๋อตะโกนออกมาทันทีขณะที่เย่เซิงเดินออกไป “จำไว้ว่าเจ้าเป็นหนี้สมบัติล้ำค่าข้าด้วย!  ห้ามลืมเด็ดขาด!”

เย่เซิงยิ้มออกมาในเขายังคงเดินหน้าต่อไปโดยโบกมือเป็นสัญญาณว่าเขาได้ยินแล้ว

“เอาล่ะหยุดมองได้แล้ว  เขาไปแล้ว” ไป๋อวี้เถียนแซวลูกสาวเล่น

หลิงเอ๋อแค่นเสียงกลับแต่ไม่ได้พูดโต้ตอบ

จบบทที่ บทที่ 15: สิบสองเซียนผู้ครองโลก

คัดลอกลิงก์แล้ว