เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7: เหมือนจะเมตตา

บทที่ 7: เหมือนจะเมตตา

บทที่ 7: เหมือนจะเมตตา


เย่เซิงเดินโซเซกลับไปที่เรือนของตนและนอนลงบนเตียงด้วยใบหน้าที่มืดหม่น

“ต้องออกจากไอ้หวางฝู่เส็งเคร็งนี่เร็ว ๆ แล้ว  ไอ้ที่จัญไรนี่โคตรอันตรายเลย  ถ้าเกิดโดนพวกมันจับได้ว่าฝึกยุทธ์อยู่จริง ๆ ล่ะก็คงไม่โดนแค่ไม้พายทัพห้าสิบไม้นี่แน่ ๆ” เย่เซิงกัดฟันแน่น  ในใจเขายังรู้สึกโกรธแค้นอยู่เลย  ตอนแรกเขาไม่ได้เต็มใจไปฝึกซ้อมห่านเหวเชรี่ยไรกับไอ้สารเลวเย่ชิ่งนั่นเลยด้วยซ้ำ  แทนที่ไอ้เย่หวางเหย่มันจะสอบสวนเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาดี ๆ แต่ไอ้สลัดนั่นมันดันสั่งโบยเขาไปตั้งห้าสิบไม้  ไอ้ความไร้หัวใจนั่นมันก็ช่างน่าหมั่นใส้ซะจริง ๆ

“เอ็งไม่ให้ตูเรียนรู้วรยุทธ์ยังไม่พอ  แค่จะออกจากบ้านเอ็งก็ยังไม่ยอมอิก  เป็นเชรี่ยไรกันนักกันหนาวะฮะ?” เย่เซิงได้แต่นอนสบถด่าแล้วก็ถอนหายใจยาว ๆ ให้กับชีวิตอันแสนบัดซบของตน  เพราะว่าถ้าแค่โดนทุบตีแล้วเขาสามารถออกจากบ้านได้เขาจะไม่คิดอะไรมากเพราะแลกกับอิสรภาพแล้วมันคุ้มเกินคุ้ม  แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าโดนทุบตีไปเฉย ๆ โดยไม่ได้อะไรเลยเนี่ยสิ  จะให้ใช้วิธีไหนในการทำใจยอมรับมันได้?

“มันว่าให้เราเข้าใช้ศาลาสะสมตำราได้  แต่ไอ้ศาลาสะสมตำราบ้านพ่องนี่ก็ดันไม่มีคัมภีร์ยุทธ์ซักเล่ม  มันมีหนังสือหนังตำราเรียนทั่วไปเยอะแยะก็จริง  แต่ที่ตูอยากได้คือคัมภีร์วรยุทธโว้ย  แล้วในนั้นมันมีที่ไหนล่ะวะไอ้เวรเอ๊ย?” เย่เซิงดื้อรั้นแต่ก็ยังตั้งใจอย่างแน่วแน่  และเขาก็ไม่พอใจกับสภาพนี้เห็น ๆ

เย่เซิงใช้เวลาทั้งคืนพยาบาลบาดแผลและวางแผนอนาคตว่าจะทำยังไงต่อไปดีไปด้วย

เขานั้นต้องซ่อนฝีมือของตัวเองจากทุกผู้ทุกนาม  ต้องอ่อนน้อมถ่อมตนทำตัวจ๋องกรอด  หลีกเลี่ยงความขัดแย้งทุกประเภทและเฝ้ารอให้ชาวโลกในตันเถียนทะลวงระดับให้ได้เพื่อที่เขาจะสามารถใช้ประโยชน์จากพลังของเหล่าชาวโลกได้

ตราบใดที่ชาวโลกหนึ่งร้อยคนสามารถเลื่อนเป็นโฮ่วเทียนหนึ่งชั้นฟ้าได้ล่ะก็  เย่เซิงสามารถใช้พลังของคนเหล่านั้นมาเสริมกำลังให้ตัวเองได้  แม้ว่าโฮ่วเทียนหนึ่งชั้นฟ้าจะฟังดูกระจอกมาก ๆ ก็ตาม  แต่ว่าเย่เซิ่งสามารถคูณพลังของตนเองได้ตามจำนวนของคนเหล่านั้น  ถ้ามีร้อยคนก็คูณร้อย  และด้วยพลังขนาดนี้ทำให้เขาอาจถึงขั้นสามารถซัดกับโฮ่วเทียนห้าชั้นฟ้าได้เลย

และด้วยพลังในขั้นนั้นมันก็ทำให้เขามีต้นทุนในการออกจากบ้าน

ในตอนกลางคืน  ทุก ๆ คนในหวางฝู่ได้ยินเรื่องราวที่ทั้งเย่เซิงและเย่ชิงโดนไม้พายทัพโบยกันทั้งหมดแล้ว

ไอ้เย่ชิงที่โดนทุบจนสลบไปนั้นด้านหลังเต็มไปด้วยแผลเหวอะ  อีนังหูเหมยแม่มันก็ร้องห่มร้องให้อย่างหนักทันทีที่เห็นสภาพอันน่าเวทนาของลูกชาย  ใจของนางนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อเย่หวางเหย่  แต่ก็ไม่อาจระบายใส่ผัวนางไปตรง ๆ ได้  ดังนั้นอีนังนี่เลยเบนเข็มมาลงที่เย่เซิงแทน

“ไอ้สารเลวน้อยนั่นมันกินบัวหิมะเทียนซานของข้าไปแล้วยังไม่ยอมพูดเรื่องดี ๆ ให้เจ้าอีก  หากข้ารู้ว่าเรื่องจะถึงขั้นนี้ข้าคงยอมปล่อยให้มันตกตายไปเสียเลยจะดีกว่า  ไม่ต้องมาอยู่ให้รกหูรกตาข้าเช่นนี้” อีหูเหมยได้แต่ก่นด่าสาปแช่งเย่เซิงให้รีบ ๆ ไปตาย

ส่วนไอ้เย่ชิงก็นอนอยู่บนเตียงอย่างอ่อนแรง  ยาทาสมุนไพรคุณภาพสูงนั้นได้ผลดีเลยทีเดียว  อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้มันลดความเจ็บปวดลงไปได้เยอะมาก ๆ

“ท่านแม่  ไอ้เย่เซิงมันสมควรตายนัก  ถ้าไม่ใช่เพราะมันข้าคงไม่ต้องมาโดนลงโทษเช่นนี้  ข้าจะต้องฆ่ามันให้จงได้” ไอ้ตัวทำผิดแล้วยังไม่สำนึกยังคงมีแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาต  แต่ละคำที่มันพ่น ๆ ออกมามีแต่ผูกพยาบาทและการฆาตกรรมเย่เซิงทั้งสิ้น

อีหูเหมยก็มองลูกชายหน้าโง่ของตัวเองอย่างเย็นชา “ฆ่า ๆ ๆ ๆ ในหัวสมองโง่ ๆ ของเจ้ารู้จักแค่วิธีฆ่าอย่างเดียวหรืออย่างไรฮะ?  งั้นเจ้าก็ลองบอกมาซิว่าจะฆ่ามันยังไงถึงจะได้!”

“ไอ้ตัวเสนียดนั่นมันเอาแต่หมกอยู่ในเรือนรูหนูโกโรโกโสของตัวเองไม่ยอมออกมาสุงสิงกับใครเลย  จนข้าต้องโดนนายหญิงใหญ่ตำหนิอย่างรุนแรง  แล้วถ้ายังจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาอีกคำพูดของข้าในตระกูลนี้คงไม่เหลือน้ำหนักอะไรอีกต่อไปแล้ว  เย่หวางเหย่กลับบ้านมายังไม่แม้แต่จะมองหน้าข้าเสียด้วยซ้ำ  หากเจ้าตัวไม่พิโรธอย่างหนักจริง ๆ มีหรือจะเป็นแบบนี้ได้” หูเหม่ยบ่นด้วยความหงุดหงิด

“โธ่ท่านแม่  เรื่องนั้นมันก็ไม่เห็นจะยากลำบากอะไรเลย  ลูกมีความคิดดี ๆ แล้ว” ไอ้ตัวบัดซบของแท้ยิ้มอย่างชั่วร้ายให้แม่มัน

“ความคิดอะไรอีก?  คงไม่ใช่ความคิดโง่ ๆ อีกหรอกนะ” หูเหม่ยเหน็บแนมพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ท่านแม่ล่ะก็  อีกไม่นานก็จะเป็นวันที่สิบห้าเดือนเจ็ดแล้วนะขอรับ  เทศกาลวันเบ็ญ (วันไหว้เซ่นไหว้บรรพบุรุษทางไทยเขมรเรียกวันเบ็ญ  มันสั้นดีเลยขอใช้คำนี้) แล้วไอ้เย่เซิงมันก็ต้องออกไปกราบอีแม่สุนัขของมันอย่างแน่นอน  นั่นถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะลงมือ” ไอ้เย่ชิงยังคงยิ้มอย่างชั่วร้ายอยู่

แต่แม่มันกลับลังเล “มันพึ่งจะโดนนายท่านสั่งโบยจนบาดเจ็บสาหัสไม่แพ้เจ้า  อีกเพียงอาทิตย์เดียวก็จะถึงวันเบ็ญแล้ว  เจ้าคิดว่ามันจะหายทันไปกราบศพนังหมาตัวเมียแม่มันอย่างนั้นเหรอ?”

“ถ้าอย่างท่านแม่ก็ส่งขี้ผึ้งนี่ไปให้มันทาด้วยสิขอรับ  รับรองว่ามันต้องหายดีภายในอาทิตย์เดียวแน่ ๆ นายหญิงเฒ่าก็สัญญากับมันไปแล้วว่าจะยอมให้มันไปกราบศพอีหมาตัวเมียนั่นได้  ถ้าหากมันเดินได้ล่ะก็ลูกมั่นใจเลยว่ามันต้องไปอย่างแน่นอน” ดวงตาของไอ้เย่ชิงสาดประกายอย่างเย็นชา  มันนั้นไม่รู้ว่าจะเกลียดชังเย่เซิงอะไรนักหนา  มันเกลียดชังเขาจนเข้าไปยันแก่นกระดูก  และที่มันพูด ๆ แผนการออกมานี่ย่อมแสดงว่ามันคงจะวางแผนเรื่องนี้ไว้ทั้งหมดมานานแล้ว

เมื่อได้ยินแล้วดวงตาของอีคนเป็นแม่ก็เป็นประกายด้วย “เจ้าพักฟื้นไปเถอะเดี๋ยวแม่จะไปจัดการเรื่องนี้เอง  แม่จะไปหาพวกชนชั้นต่ำที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเราให้ไปลงมือแทน  หากสามารถฆ่าไอ้สารเลวน้อยเย่เซิงนั่นได้ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนคุ้มค่า”

ไอ้เย่ชิงก็ตอบเบา ๆ ไปว่า “ถ้าอย่างนั้นลูกจะรอฟังข่าวดีนะขอรับ”

...

ดวงจันทร์อยู่สูงบนท้องฟ้า  และแสงจันทร์สลัวส่องลงพื้น  สาวใช้แสนสวยคนหนึ่งเดินไปที่เรือนของเย่เซิงพร้อมขวดขี้ผึ้งหนึ่งขวด

“คุณชายสิบสองอยู่หรือเปล่าเจ้าคะ?” นางเรียกด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ

เย่เซิงขมวดคิ้วและถามว่า “มีอะไร?”

“นายหญิงสองได้ยินมาว่าคุณชายกับคุณชายสิบสองถูกโบยจึงขอให้บ่าวส่งขี้ผึ้งทาแผลมาให้เจ้าค่ะ  ขี้ผึ้งนี้เป็นยาที่จะช่วยให้คุณชายฟื้นตัวเร็วขึ้นและป้องกันรอยแผลเป็นด้วยนะเจ้าคะ” สาวใช้กล่าว

‘หา?  แล้วไมอีเหมยมันต้องมาทำดีกะตูด้วยวะ?’

เย่เซิงไม่เชื่อแม้แต่น้อย  เขาส่ายหัวและพูดว่า “ข้าขอบคุณความเมตตาของนายหญิงสองยิ่ง  แต่ข้าเป็นเพียงลูกนางสนมไม่สมควรได้ใช้ยาคุณภาพสูงเช่นนี้หรอก”

“คุณชายสิบสองโปรดอย่าพูดอย่างนั้นเลยเจ้าค่ะ  คุณชายอาจเป็นบุตรของนางสนมก็จริงอยู่  แต่ก็ยังคงเป็นบุตรของเย่หวางเหย่ด้วย  นายหญิงสองสองรู้สึกกับท่านไม่ต่างจากบุตรหลานของตน  และนี่ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวจากที่เรามีทั้งหมด  นายหญิงสองสองบอกว่าถ้าคุณชายไม่ใช้ขี้ผึ้งนี้ล่ะก็อาจต้องใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนถึงจะหายดีเลยนะเจ้าคะ” อีสาวใช้ยังคงพยายามเกลี้ยกล่อม

และมันก็ได้ผล  หลังจากที่เย่เซิงหล่อนพูดเขาก็เริ่มลังเล

เขาเชื่อว่าต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนกว่าเขาจะฟื้นตัวจริง ๆ และก้นของเขาตอนนี้ก็ขยับไม่ได้เลยด้วย  หากต้องอยู่แบบนี้ไปตลอดทั้งเดือนเขาคงอึดอัดจนทนไม่ไหวจริง ๆ

“ตอนนี้ข้าไม่อาจขยับตัวได้เลย  เอายาเข้ามาวางไว้ให้หน่อย” เย่เซิงกล่าวหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

‘จะเป็นกับดักป่าวก็ไม่รู้แหล่ะ  แต่ไอ้ครีมนี่มันต้องใช้ได้ชัวร์ ๆ และเราก็ต้องรีบหายไว ๆ ด้วย’

เย่เซิงไม่คิดว่าอีนังนายหญิงสองนั่นมันจะโง่ถึงขนาดวางยาพิษใส่ครีบทาตูดนี่แน่ ๆ เรื่องนี้เดาได้ง่าย ๆ เพราะว่าถ้ามันโง่ล่ะก็มันคงไม่กุมอิทธิพลในบ้านตระกูลเย่ได้เยอะถึงขนาดนี้ได้หรอก

สาวใช้ถือขี้ผึ้งเข้ามาอย่างเชื่อฟัง  จากนั้นนางก็ถามว่า “คุณชายสิบสองต้องการให้บ่าวช่วยทาให้หรือไม่เจ้าคะ?”

เย่เซิงส่ายหัว “ไม่ต้อง  เจ้ากลับไปขอบคุณนายหญิงสองให้ข้าด้วย”

“เช่นนั้นบ่าวขอตัวก่อนเจ้าค่ะ” สาวใช้พูดลาอย่างสุภาพโดยวางขวดขี้ผึ้งไว้บนโต๊ะข้างเตียง

เย่เซิงเอื้อมมือออกไปและใช้พลังชี่เคลื่อนมันเข้ามาหาตัว  จากนั้นก็เปิดขวดออกมาดมดู  กลิ่นหอมอันน่ารื่นรมย์ทะลวงเข้ารูจมูก  เขาสามารถบอกได้ว่ามีสมุนไพรหายากหลายชนิดผสมกันในขี้ผึ้งนี่

สมุนไพรทั้งหมดเหล่านี้เป็นสมุนไพรที่หายาก  ดังนั้นมันจึงรักษาอาการบาดเจ็บได้อย่างยอดเยี่ยมนักแล

“แล้วตกลงว่าแม่ของไอ้เย่ชิงมันวางกลอุบายเชรี่ยไรอยู่กันแน่วะ?” เย่เซิงขมวดคิ้วครุ่นคิดแต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก

‘ไอ้เย่ชิงมันเกลียดเราจนสุดหัวใจแท้ ๆ และทุก ๆ คนต่างก็รู้ว่าอีหูเหม่ยมันเอาอกเอาใจลูกชายสารเลวของตัวเองเบอร์ไหน  พวกมันทั้งคู่ต้องเกลียดชังเราจนแทบจะทนกระโดดมากัดคอเราไม่ไหวแล้วแน่ ๆ แล้วทำไมว้า  ทำไมมันถึงได้ใจดีส่งครีมทาแผลมาให้แบบนี้?’

“เอาวะ  ไม่สนหรอกว่าพวกเอ็งแม่ลูกจะมีลูกไม้อะไรอีก  รอให้หายดีก่อนเด๋วค่อยว่ากันใหม่ดีกว่า” ว่าแล้วเย่เซิงก็รีบทาครีมลงบนบาดแผลและรู้สึกได้ทันทีว่าความเจ็บปวดนั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด

อย่างน้อยตอนนี้เย่เซิงก็สามารถนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม  ทั้งร่างกายและจิตใจของเขาได้รับผลกระทบอย่างหนักมากในวันนี้  และเย่เซิงก็ค่อย ๆ หลับไปโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเย่เซิงตื่นขึ้นในวันรุ่งขึ้นเขาก็รู้สึกประหลาดใจที่พบว่าบาดแผลของเขาเริ่มตกสะเก็ดอย่างช้า ๆ แล้ว  ตราบใดที่เขาไม่ได้เคลื่อนไหวมากเกินไปพวกมันก็จะไม่ฉีกออก

“ครีมนี้ยอดเยี่ยมจริง ๆ แฮะ  แบบนี้ล่ะก็เราสามารถหายดีได้ภายในหนึ่งอาทิตย์ชัวร์” เย่เซิงอุทาน

แต่ตอนนี้เขากลับเริ่มรู้สึกระวังตัวเย่ชิงและแม่ของมันมากขึ้นไปอีก  หมาเห่าไม่กันส่วนหมากัดมักไม่เห่า  งูพิษที่ทำเป็นนิ่ง ๆ ที่สุดก็มักจะเป็นงูที่มีพิษร้ายสูงสุดด้วย  ประสบการณ์มากมายในหัวมันร้องเตือนว่าเมื่อไหร่ที่เขาประมาท  เมื่อนั้นเขาจะต้องเจอกับจุดจบที่เลวร้ายเกิดจะพรรณนาอย่างแน่นอน

‘แต่ถ้าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไอ้ครีมนี่  แล้วปัญหาจริง ๆ มันอยู่ที่ไหนล่ะเนี่ย?’

จบบทที่ บทที่ 7: เหมือนจะเมตตา

คัดลอกลิงก์แล้ว