เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6: ถูกโบย

บทที่ 6: ถูกโบย

บทที่ 6: ถูกโบย


พวกเขาไม่ได้ต้องรอนานเกินไป  หลังจากเวลาผ่านไปได้สิบห้านาทีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่เรือนกลาง

ร่างหนึ่งได้เดินเข้ามาและพ่อบ้านฝูก็พูดด้วยน้ำเสียงต่ำในทันทีว่า “เรียนนายท่าน  คุณชายทั้งสองรออยู่ด้านในแล้วขอรับ”

ใบหน้าของเย่เซิงซีดเผือด  เขารู้สึกกังวลใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้  เพราะคนที่เข้ามาก็คือเย่หวางเหย่  จอมยุทธ์ที่เก่งที่สุดของต้าฉินและเป็นชายผู้บัญชาการกองทหารกว่าหนึ่งล้านคน

แม้แต่ไอ้เย่ชิงที่ทำตัวไม่สนกฎเกณฑ์และไม่เคยกลัวอะไรเลยยังต้องเปลี่ยนท่าทีจากเหลาะแหละเป็นยืดตัวขึ้นตรงแสดงท่าทางเคร่งขรึมซุกซ่อนมืออันสั่นเทาของตนเองเอาไว้

ทุกคนในหวางฝู่ตระกูลเย่ล้วนกลัวเย่หวางเหย่  แม้แต่พวกผู้หญิงที่แต่งเข้ามาก็ยังทั้งรักทั้งเคารพและทั้งหวาดกลัวผสมกันไปด้วย

เย่หวางเหย่สวมผ้าคลุมและสวมมงกุฎสีม่วง-ทองไว้บนหัว  ผมของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาเล็กน้อย  เขาเดินตรงไปที่เก้าอี้ตำแหน่งประมุขแล้วนั่งลง

ทั้งเย่เซิงและเย่ชิงต่างคุกเข่าลงคำนับทันที “คารวะท่านพ่อ”

เย่หวางเหย่แค่นเสียงตอบด้วยความเย็นชา  เขาเอามือวางไว้บนที่วางแขน  นิ้วที่ขาวเรียวยาวราวหยกเหมือนของผู้หญิงที่ไม่มีรอยตำหนิใด ๆ นั้นเมื่อจับลงบนที่วางแขนกลับให้ความรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในการควบคุมของกำมือนี้หมดแล้ว

เย่หวางเหย่ที่นั่งสูงจ้องมองลงไปที่เย่เซิงและเย่ชิงที่ยืนขึ้นแล้ว  แรงกดดันที่มองไม่เห็นปกคลุมเด็กหนุ่มทั้งสองกดหัวทั้งคู่ทำให้ได้แต่ต้องก้มหัวลงไม่กล้าเงยหน้าและไม่กล้าสบตาพ่อของตัวเอง

นี่คือเย่หวางเหย่  จอมยุทธ์อันดับหนึ่งของต้าฉิน  ระดับการฝึกของเขานั้นเข้าถึงจุดสูงสุดไปแล้ว

“เย่เซิง  ไปตรงนั้น” เย่หวางเหย่ชี้นิ้วบอกให้เย่เซิงไปยืนข้าง ๆ พ่อบ้านฝู

เย่เซิงเดินไปเงียบ ๆ อย่างเชื่อฟัง

ตอนนี้ที่กลางห้องก็มีแค่เย่ชิงเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่  แววตาของมันฉายแววความตื่นตระหนกออกมาอย่างไม่อาจปิดบัง  ลางสังหรณ์ไม่ดีปะทุกขึ้นมาอย่างเต็มที่

“เจ้าคิดว่าข้าควรลงโทษเจ้าอย่างไรดี?” เย่หวางเหย่ถามอย่างเย็นชาขณะที่สายตาก็ยังจับจ้องไปที่ไอ้เย่ชิง

มันถึงกับคุกเข่าลงกับพื้นอีกครั้งทันทีด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทาพลางพูดว่า “ทะ ๆ ๆ ท่านพ่อ  ละ ลูกรู้ว่าลูกผิด  ลูกผิดเองขอรับ  ลูกไม่ควรลงมือรุนแรงถึงขั้นนั้นขอรับ”

ท่าทีของเย่หวางเหย่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง  เขาชี้ไปที่เย่ชิงและกล่าวว่า “เจ้าทำความผิดร้ายแรงข้าไม่อาจปล่อยเจ้าไปได้โดยมิได้ลงโทษ  ออกไปรับโทษโบยไม้พายทัพหนึ่งร้อยไม้เสีย”

ใบหน้าของไอ้เย่ชิงถึงกับแข็งทื่อ  ไม้พายทัพหนึ่งร้อยไม้?  นั่นแปลว่ามันจะไม่ได้โดนคนรับใช้กาก ๆ โบยแต่ต้องโดนทหารใต้บังคับบัญชาของเย่หวางเหย่โบย  และหากว่าผู้โบยเป็นทหารก็แปลว่าคนเหล่านั้นย่อมลงมืออย่างไม่มีการยำเกรงอิทธิพลของแม่มันอย่างแน่นอน  และหลังจากที่โดนเข้าไปครบร้อยไม้แล้ว  หากมันไม่ตายไปซะก่อนล่ะก็อย่างน้อย ๆ แก้มก้นของมันคงต้องแหลกไปครึ่งหนึ่งเลยมั้ง

“ทำไม?  เจ้าไม่พอใจหรืออย่างไร?” เย่หวางเหย่ถามอย่างเย็นชา

ไอ้เย่ชิงมันก็กัดฟันพูดว่า “ไม่ใช่ว่าลูกไม่พอใจ  เพียงแต่ลูกไม่เข้าใจ  แม้ลูกจะลงมือหนักเกินไปก็จริงอยู่  แต่พี่สิบสองเองก็มีความผิดด้วยเช่นเดียวกันนะขอรับ”

เย่เซิงถึงกับขมวดคิ้ว  เพราะจริง ๆ แล้วในเรื่องนี้เขาเป็นเหยื่อล้วน ๆ ทุก ๆ กระบวนการ  แล้วจะมาบอกว่าเขาผิดได้ยังไงอีก?

“พวกเจ้าพี่น้องสร้างเรื่องโกลาหลขึ้นในบ้านถึงขนาดนี้  แน่นอนว่าไม่มีใครหนีพ้น  เจ้าไปรับโทษไม้พายทัพได้แล้ว” เย่หวางเหย่ตอบเรียบ ๆ และน้ำเสียงของเขาก็เย็นชามากจนทำให้ทุกคนต้องตัวสั่น

เย่เซิงที่ได้ยินคำพูดของคนเป็นพ่อก็ถึงกับสันหลังเย็นวาบแถมเหงือยังแตกพลักจนเปียกหลังไปหมด  เพราะเขาเองก็ต้องโดนลงโทษด้วย

ตามที่คาดไว้  หลังจากที่ไอ้เย่ชิงมันกัดฟันกรอด ๆ ออกไปรับโทษ  คราวนี้ก็ถึงตาของเย่เซิงบ้าง  เย่หวางเหย่หันกลับมามองที่เขา

“ข้าได้ย้ำเตือนเจ้าไปหลายต่อหลายรอบแล้วว่าห้ามข้องเกี่ยวกับวรยุทธ์ใด ๆ ทั้งสิ้น  แล้วเหตุใดเจ้าจึงยังไปที่สนามฝึกซ้อมกับเย่ชิงอีก?” เย่หวางเหย่ถามเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เย่เซิงก้มหน้าลงและตอบว่า “ท่านพ่อ  ลูกผิดไปแล้วขอรับ”

เขารู้ตัวดีว่าโต้เถียงกับเย่หวางเหย่ไปมันก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร  เขานั้นไม่ได้ผิดอะไรเลยแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร  มีแต่ต้องเอ่ยปากยอมรับผิดออกไปเท่านั้น

เย่หวางเหย่พึมพำอย่างพอใจและกล่าวว่า “เย่ชิงได้ก่อความผิดใหญ่  ส่วนตัวเจ้าก่อความผิดเล็กน้อย  ข้าสั่งลงโทษเย่ชิงรับไม้พายทัพหนึ่งร้อยไม้  ส่วนตัวเจ้ารับไปห้าสิบไม้  ตระกูลเย่ของข้ากฎเกณฑ์ต้องเข้มงวดและทุก ๆ คนในตระกูลต้องปฏิบัติตาม  เจ้าเป็นเพียงลูกนางสนมหากไปขัดแย้งกับเย่ชิงก็ต้องถูกลงโทษ  นอกจากนี้เจ้าเองก็อายุสิบหกปีแล้ว  เป็นผู้ใหญ่ตามกฎหมายของต้าฉิงเรา  แล้วเจ้ามีแผนการอย่างไร?”

เย่เซิงก้มหัวลงและตอบว่า “ลูกต้องการออกจากหวางฝู่เพื่อศึกษาเล่าเรียนและสร้างชื่อเสียงขอรับ”

เย่หวางเหย่ขมวดคิ้ว “รีบร้อนอยากออกไปข้างนอกถึงเพียงนี้เลย?”

เย่เซิงพยักหน้าเบา ๆ เพราะสำหรับเขาแล้วไอ้หวางฝู่ตระกูลเย่แห่งนี้มันต่ำตมจนเกินจะทนไหว  เขาไม่อยากจะอยู่ในที่บัดซบแบบนี้อีกต่อไปแม้แต่วินาทีเดียว  และเขายังต้องพัฒนาตันเถียนดาวโลกของตัวเองด้วยต่อไปเรื่อย ๆ ด้วย  ถ้าไม่ออกจากบ้านล่ะก็การจะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จได้มันจะยากเย็นแสนเข็ญเป็นอย่างมาก

แค่จะฝึกยุทธ์ในบ้านยังต้องโดนโบยเลย  แล้วเกิดว่าโดนจับได้ว่าเป็นโฮ่วเทียนหนึ่งชั้นฟ้าแล้วนี่ไม่โดยเอาถึงตายเลยเชียวเหรอ

และเย่เซิงก็มั่นใจมาก ๆ ว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แน่  เพราะว่าไอ้เย่หวางเหย่ตรงหน้านี้มันเคยทุบตีลูกชายตัวเองจนตกตายไปจริง ๆ แล้วคนหนึ่ง  นั่นคือพี่ชายคนที่สามของเย่เซิง

พี่สามนั้นก็เหมือน ๆ กับเย่เซิงคือถูกห้ามเรียนวรยุทธ์โดยสิ้นเชิง  แต่เนื่องจากตำแหน่งของแม่เขานั้นสูงส่งเป็นเป็นถึงนายหญิงสาม  ดังนั้นเขาจึงแอบฝึกวรยุทธ์  แต่พอโดนเย่หวางเหย่จับได้มันก็สั่งให้คนของมันทุบตีพี่สามจนตกตายต่อหน้าต่อตาคนทั้งครอบครัว

แม่ของพี่สามนั้นโกรธแค้นเรื่องนี้อย่างหนักจนถึงกับเป็นลมล้มพับไปเลย  หลังจากนั้นนางได้ย้ายออกจากหวางฝู่ตระกูลเย่ไปอาศัยอยู่ใกล้ ๆ กับวัดภูหานซาน  สวดมนต์ท่องพระไตรปิฎกอยู่ทุกวี่วันด้วยความเกลียดชังต่อเย่หวางเหย่ถึงแก่นกระดู

เย่เซิงน้อยนั้นเกิดทันได้เห็นฉากนี้  และแม่ของเขาได้เอามือป้องตาเขาไม่ให้ได้เห็น  หลังจากนั้นนางก็ย้ำกับเขาซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่ให้เขาเข้าไปยุ่งกับวรยุทธ์  ไม่งั้นล่ะก็ด้วยความที่นางเคยเป็นถึงสตรีศักดิ์สิทธิ์ของนิกายสังสารวัฏ  แม้จะถูกทำลายการบำเพ็ญเพียรจนหมดสิ้นแต่นางก็ยังคงเหลือความรู้มากมายที่สามารถสอนเขาได้อย่างเกินพอ

แต่เพื่อเห็นแก่ชีวิตของเย่เซิงแล้วนางเลยไม่เคยสอนเย่เซิงเลยแม้แต่คำเดียว

“เรียนท่านพ่อ  การเรียนที่บ้านแตกต่างจากการเรียนที่สถานศึกษา  ลูกนั้นรู้จุดยืนของตัวเองในตระกูลดีและไม่อยากที่จะไปแข่งขันด้วย  ลูกแค่ต้องการรำเรียนอยู่เงียบ ๆ คนเดียวแล้วสร้างผลงานให้ท่านแม่ที่ล่วงลับไปแล้วได้ภาคภูมิใจขอรับ” เย่เซิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

“แค่หนังสือในบ้านเจ้ายังอ่านไม่จบ  แล้วยังกล้าอยากออกไปเรียนที่สถานศึกษาอีก?” เย่หวางเหย่ขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินเย่เซิงพูดถึงแม่ตัวเอง  และเป็นครั้งแรกที่สีหน้าของไอ้เย่หวางเหย่เปลี่ยนไปอย่างหนักตั้งแต่ที่มันเดินเข้าห้องโถงมา  มันรีบปฏิเสธคำขอของเย่เซิงในทันที

“ทราบแล้วขอรับ” เย่เซิงยอมแพ้  ดูท่าวิธีนี้จะใช้ไม่ได้ผลว่ะ

“ก่อนอื่นจงอ่านหนังสือในบ้านให้หมดก่อน  ส่วนการเรียนในสถานศึกษานั้นมีแต่พวกยากจนเท่านั้นถึงจะไป  หวางฝู่ของข้าแห่งนี้มีหนังสือมากมายยิ่งว่าในสถานศึกษาเหล่านั้น  หากเจ้าไม่มีอะไรทำก็ไปหาอ่านเสีย” เย่หวางเหย่สงบลงเมื่อเห็นว่าเย่เซิงเชื่อฟังและมีมารยาทดี  ดังนั้นมันเลยผ่อนคลายน้ำเสียงและยอมอนุญาติให้เย่เซิงเข้าไปใช้ห้องสมุดของบ้านได้

“ขอบคุณขอรับ” เย่เซิงกล่าวพลางเสแสร้งแกล้งทำเป็นซาบซึ้ง

“ออกไปรับโทษของเจ้าซะไป  หลังจากนี้อย่าไปใกล้สถานที่ฝึกวรยุทธ์อีก  หากจับได้ครั้งหน้าข้าจะหักแขนหักขาเจ้าทิ้ง” เย่หวางเหย่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและห่างเหิน

“ขอรับท่านพ่อ” เย่เซิงตอบอย่างเชื่อฟัง

เย่หวางเหย่โบกมือและหลับตาลง

เย่เซิงคารวะเย่หวางเหย่เสร็จแล้วก็ไปคารวะให้พ่อบ้านฝูก่อนที่จะเดินออกไปเงียบ ๆ เขาทำทุกสิ่งอย่างมีมารยาทครบถ้วนไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย

เมื่อพ่อบ้านฝูเห็นสิ่งที่เย่เซิงทำก็เกิดประกายขึ้นในดวงตาและต้องการจะพูดอะไรบางอย่างออกมา  แต่สุดท้ายก็เงียบไม่ยอมพูด

...

หลังจากที่เขาเดินออกจากห้องโถงใหญ่ได้ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนเหมือนหมาและเสียงเนื้อที่โดนทุบตี

ปั้ง!  ปั้ง!  ปั้ง!  ปั้ง!

เสียงฟาดอันหนักหน่วงดังขึ้นมาเมื่อไม้พายฟาดกระทบกับร่างกายของไอ้เย่ชิง  ทั้ง ๆ ที่มันเป็นถึงจอมยุทธ์โฮ่วเทียนหกชั้นฟ้าแล้วแท้ ๆ แต่มันก็ยังต้องกรีดร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวดยิ่งกว่าหมาร้อง

ใบหน้าของเย่เซิงขุ่นมัว  เขาสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของลานกว้างนี้แล้ว

เขาค่อย ๆ เดินไปและเห็นว่ามีกระดานขนาดใหญ่สองแผ่นอยู่ตรงพื้นที่โล่ง  แผ่นหนึ่งมีไอ้เย่ชิงนอนให้โดนฟาดอยู่แล้ว  ทหารที่ลงไม้นั้นฟาดลงไปครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมไม่เปลี่ยน

“เย่เซิง!  รอก่อนเถอะ!  ข้าต้องมาทนทุกข์ทรมานมากเพราะไอ้ขยะอย่างเจ้าแท้ ๆ!” เมื่อเห็นเย่เซิงเดินเข้ามาไอ้เย่ชิงเริ่มตะโกนแหกปาก  ก้นของมันมีแต่รอยฟกช้ำเลือดท่วมเต็มไปหมด  ในใจของมันมีแต่ความเคียดแค้นเกาะกินอย่างหนักขนาดที่ว่าอยากรีบ ๆ ลุกออกมากัดคอเย่เซิ่งให้ตาย ๆ ไปซะ

แต่เย่เซิงกลับไม่สนใจมันเลยซักนิดเดียว  เขาเดินเงียบ ๆ ไปที่อีกกระดานหนึ่งแล้วนอนคว่ำลงไป  ทหารก็ได้เข้ามาดึงกางเกงเขาออกให้เหลือแต่ชั้นในแล้วเริ่มลงไม้

ปั้ง!

ดวงตาของเย่เซิงเบิกกว้างร่างกายสั่นเทาทันทีที่ไม้แรกหวดลงมา  แก้มก้นปรากฏรอบประทับสีแดงแปร๊ด  ความเจ็บปวดที่ระเบิดขึ้นมานั้นลงลึกไปถึงกระดูก  ดูท่าแล้วทหารพวกนี้มันไม่ปราณีเลย  มันเล่นลงไม้เล็งแต่ตรงที่ต้องเจ็บที่สุดล้วน ๆ และเขาก็ทำอะไรไม่ได้อีกนอกจากกัดฟันแน่น

ปั้ง!  ปั้ง!  ปั้ง!  ปั้ง!

ทีละไม้ ๆ ค่อย ๆ ฟาดลงไปเรื่อย ๆ จนครบห้าสิบไม้  เย่งเซิ่งนั้นหมดแรงจะอั้นในที่สุด  ก้นของเขาเลือดท่วมใบหน้าซีเผือด  ปากก็มีเลือดไหลออกมาเรียกได้ว่าบาดเจ็บสาหัส

อีกกระดานหนึ่งนั้นไอ้เย่ชิงมันต้องประสบกับชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่า  มันโดนไปร้อยไม้เต็ม ๆ ทำให้ทั้งหลังและก้นเลือดท่วม  มันเจ็บปวดมากจนเป็นลมไปนานแล้ว

“คุณชายทั้งสองอย่าได้ถือสาพวกข้าเลยนะ” ทหารพูดเบา ๆ หลังจากลงไม้เสร็จจากนั้นก็รีบเก็บของทุกอย่างแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ บทที่ 6: ถูกโบย

คัดลอกลิงก์แล้ว