- หน้าแรก
- ทิ้งคู่หมั้นแสนดี มาเป็นสตรีของจอมมาร
- บทที่ 38 - เคยมีใครบางคน เรียกเขาเช่นนั้น
บทที่ 38 - เคยมีใครบางคน เรียกเขาเช่นนั้น
บทที่ 38 - เคยมีใครบางคน เรียกเขาเช่นนั้น
บทที่ 38 - เคยมีใครบางคน เรียกเขาเช่นนั้น
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
อวี่เหวินเยี่ยตอบ "ไม่ต้อง"
"..."
ซางหรูอี้ชะงัก
อันที่จริงตอนที่คำว่า "พี่รอง" หลุดออกจากปาก นางก็สังเกตเห็นสีหน้าของอวี่เหวินเยี่ยแล้ว และเมื่อครู่ที่เขาถามย้ำ นางก็นึกว่าเขาคงรังเกียจคำนี้และจะสั่งให้นางเปลี่ยนคำเรียกเสียใหม่
แต่เขากลับบอกว่า... ไม่ต้อง?
ซางหรูอี้อยากจะถามเขาว่า เป็นเพราะเคยมีใครบางคนเรียกเขาด้วยคำนี้มาก่อนหรือเปล่า
แต่ขณะที่นางกำลังลังเลว่าจะถามดีหรือไม่ อวี่เหวินเยี่ยก็ลุกเดินไปล้มตัวลงนอนที่ตั่งยาวอีกด้านของห้อง แล้วหลับตาลงทันที
ชัดเจนว่าเขาไม่คิดจะสนทนากับนางต่อ
ซางหรูอี้ก้มมองตุ่มพองสีแดงที่ปลายนิ้วก้อย แม้จะยังคงไร้ความรู้สึกเจ็บปวด แต่ในยามนี้กลับรู้สึกเหมือนมีความร้อนสายหนึ่งไหลซึมจากปลายนิ้วเข้าไปในหัวใจ
นางเงียบเสียงลง แล้วหันหลังเดินไปขึ้นเตียงนอน
ค่ำคืนนี้ซางหรูอี้ยังคงนอนหลับไม่สนิท ฝันร้ายอันยุ่งเหยิงทำให้นางรู้สึกเหมือนจมดิ่งอยู่ในห้วงลึก แต่เมื่อหูแว่วเสียงฝีเท้าแผ่วเบา นางก็ลืมตาตื่นขึ้นทันทีตามสัญชาตญาณ
เมื่อวานตอนเช้าเพราะการกระทำที่จงใจใกล้ชิดเกินเหตุของอวี่เหวินเยี่ย ทำให้นางแทบจะ "ขายหน้า" จนหมดท่า ดังนั้นวันนี้ทั้งวันนางจึงระวังตัวแจ ไม่ยอมให้เขาได้เห็นด้านที่หลุดลุ่ยและทำตัวไม่ถูกของนางอีกเด็ดขาด
ทว่าพอลืมตาขึ้นมา คนที่ควรจะอยู่ตรงนั้นกลับไม่อยู่
ซางหรูอี้งุนงง รีบหันไปมองที่ตั่งยาว ก็พบแต่ความว่างเปล่า
เกิดอะไรขึ้น
ขณะที่กำลังประหลาดใจ เสียงเคาะประตูเบาๆ ก็ดังขึ้น "ฮูหยินน้อย? ฮูหยินน้อยเจ้าคะ?"
ซางหรูอี้ตั้งสติแล้วขานรับ ถูเช่อเอ๋อร์และว่อเสวี่ยจึงผลักประตูเข้ามา คนหนึ่งถืออ่างล้างหน้า อีกคนถือผ้าเช็ดหน้า เข้ามาปรนนิบัตินางล้างหน้าและเก็บที่นอน
เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ซางหรูอี้จึงเอ่ยถาม "คุณชายล่ะ"
สิ้นเสียงคำถาม ก็เห็นอวี่เหวินเยี่ยเดินเข้ามาจากด้านนอก เขาสวมเสื้อผ้าเนื้อบางรัดเข็มขัดแน่น เผยให้เห็นรูปร่างกำยำแข็งแรงช่วงเอวสอบและแผ่นหลังกว้าง ในมือถือกระบี่เล่มหนึ่ง ตามหน้าผากและลำคอชุ่มไปด้วยเหงื่อ ร่างกายแผ่ไอร้อนและกลิ่นอายบุรุษเพศออกมา
เขาเช็ดเหงื่อพลางมองซางหรูอี้ที่ตื่นแล้ว "ตื่นแล้วหรือ"
"อืม"
ซางหรูอี้รู้สึกกระดากอายเล็กน้อย ไม่ได้เรียกเขาว่า "พี่รอง" อีก นางถามเพียงว่า "ท่าน... ตื่นเช้าจัง"
"ซ้อมกระบี่น่ะ ปกติข้าต้องไปฝึกที่ค่ายทหาร สองวันนี้ไปไม่ได้ ก็เลยซ้อมในลานบ้านแทน"
"อ้อ"
ซางหรูอี้รู้ดีว่าเป็นเพราะนางที่เป็นตัวถ่วงทำให้เขาไปไหนไม่ได้ จึงไม่คิดจะสานต่อบทสนทนานี้ ว่อเสวี่ยยกอาหารเช้ามาจากครัว ทั้งสองนั่งทานกันอย่างเรียบง่าย
อวี่เหวินเยี่ยวางถ้วยและตะเกียบลง เช็ดปากแล้วเงยหน้ามองนาง "วันนี้เจ้าอยากไปที่ไหน"
ซางหรูอี้ชะงัก "วันนี้ยังต้องออกไปอีกหรือ"
อวี่เหวินเยี่ยตอบ "ถ้าเจ้าไม่อยากออก จะอยู่บ้านทั้งวันก็ได้ พอดีเลย จะได้เรียนรู้งานบ้านงานเรือนจากน้าฮุ่ย"
"..."
ซางหรูอี้คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบ "เรื่องนั้นเอาไว้อีกสักสองวันเถอะ ข้าเพิ่งแต่งเข้ามา ยังไม่คุ้นเคยกับเรื่องในจวนนัก"
อวี่เหวินเยี่ยจ้องนาง "แล้วเจ้าอยากไปไหน"
ซางหรูอี้ไตร่ตรองครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็โพล่งออกไป "ท่าน... พาข้าไปดูที่ค่ายทหารได้ไหม"
คิ้วของอวี่เหวินเยี่ยขมวดเข้าหากัน "เจ้าจะไปค่ายทหาร?"
"ได้ไหม"
อวี่เหวินเยี่ยจ้องหน้านางนิ่ง ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงเอ่ยว่า "นั่งรถม้าไปไม่ได้นะ"
ซางหรูอี้ตอบทันควัน "ข้าขี่ม้าเป็น"
"..."
เขานึกย้อนไปถึงภาพวันที่นางควบม้าฝ่าวงล้อมโจรป่าออกมาได้ จึงเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "นั่งพักย่อยอาหารสักครู่ แล้วค่อยไป"
ใบหน้าของซางหรูอี้พลันปรากฏรอยยิ้มสดใส "ตกลง!"
[จบแล้ว]