เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 - ทางรอดสุดท้าย

บทที่ 1 - ทางรอดสุดท้าย

บทที่ 1 - ทางรอดสุดท้าย


บทที่ 1 - ทางรอดสุดท้าย

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

รัชศกต้าจื้อปีที่สิบเอ็ด เดือนหก

ณ นครลั่วหยาง จวนเจ้ากรมพิธีการเสิ่นซื่อเหยียน

ภายในห้องหออันวิจิตรบรรจง ประตูหน้าต่างปิดสนิทจนแม้แต่สายลมเพียงริ้วก็ไม่อาจเล็ดลอดเข้ามาได้ ภายในม่านมุ้งที่ทิ้งตัวลงต่ำคลุมเตียงนอนนั้นเงียบสงัดราวกับตัดขาดจากโลกภายนอก

ดรุณีน้อยผิวขาวผ่องใบหน้างดงามหมดจดผู้หนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง

นางมีอายุเพียงสิบเจ็ดสิบแปดปี ดวงตาคู่โตดำขลับใสกระจ่างทว่ากลับฉายแวววิตกกังวลและหวาดหวั่นอันไม่สมกับวัย

นางคือคุณหนูใหญ่แห่งสกุลเสิ่น นามว่า ซางหรูอี้

และสิ่งที่นางกำลังเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อก็คือคำตอบของเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต

ตกลงแล้ว... นางจะไม่แต่งงานได้หรือไม่?

เรื่องการถอนหมั้นนี้ นางเป็นคนเอ่ยปากขึ้นเมื่อครึ่งเดือนก่อนในตอนที่ป่วยหนักที่สุด ท่านลุงเสิ่นซื่อเหยียนคัดค้านทันที เพราะการแต่งงานของซางหรูอี้นั้นบิดาผู้ล่วงลับของนางเป็นคนกำหนดไว้ และฝ่ายชายก็มิใช่ตาสีตาสาที่ไหน แต่เป็นถึงตระกูลอวี่เหวิน อันดับสามแห่งสิบหกตระกูลใหญ่แคว้นหล่งซี

คนที่นางจะต้องแต่งงานด้วยคือบุตรชายคนโตของท่านซิ่งกั๋วกง... อวี่เหวินเชียน!

เทียบชะตาและวันเดือนปีเกิดของนางถูกส่งไปที่เมืองไท่หยวนตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน หากจะมากลับคำถอนหมั้นเอาป่านนี้ อย่าว่าแต่จะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกันเลย เกรงว่าทั้งสองตระกูลคงได้มองหน้ากันไม่ติดกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันเสียมากกว่า

เสิ่นซื่อเหยียนและภรรยาเพียรพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นาน แต่ซางหรูอี้ก็ยังยืนกรานหนักแน่น จนสุดท้ายถึงกับร้อนใจจนกระอักเลือดหมดสติไป

ก่อนจะสิ้นสติ นางพร่ำพูดอยู่เพียงประโยคเดียว... ข้าไม่แต่งกับอวี่เหวินเชียน!

แล้วตอนนี้เล่า เรื่องงานแต่งตกลงไปถึงไหนแล้ว?

ซางหรูอี้ทนนั่งนิ่งต่อไปไม่ไหว นางกำลังจะก้าวลงจากเตียง ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกดังแอ๊ด

สตรีสูงศักดิ์สวมอาภรณ์หรูหราประดับมุกแพรวพราวเดินนำสาวใช้สองคนเข้ามา พอเห็นสภาพของนางก็รีบร้องห้ามทันที "ทำอะไรน่ะ รีบกลับไปนอนเดี๋ยวนี้!"

ผู้ที่เอ่ยปากไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นท่านป้าสะใภ้ของซางหรูอี้ นามว่า อวี๋ซื่อ

อวี๋ซื่อมีชื่อเดิมว่าเหม่ยเซียน เป็นชาวชนเผ่าหู นิสัยใจคอเปิดเผยตรงไปตรงมา นางก้าวเข้ามาเพียงสองก้าวก็ถึงตัวซางหรูอี้ แล้วกดร่างบางให้กลับลงไปนอนบนเตียง "เพิ่งจะหายป่วยแท้ๆ ยังจะมาทำซนอีก เกิดล้มลงไปจะทำอย่างไร"

ซางหรูอี้ไม่มีกะจิตกะใจจะคิดเรื่องอื่น นางคว้าแขนเสื้อท่านป้าไว้แล้วถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ท่านป้าเจ้าคะ เรื่องงานแต่งของข้า..."

อวี๋ซื่อถลึงตาใส่นางทีหนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างไม่สบอารมณ์นัก "เรื่องนั้นข้ากับลุงของเจ้าหาทางออกได้แล้ว สรุปว่าถ้าเจ้าไม่อยากแต่งกับอวี่เหวินเชียนก็ไม่ต้องแต่ง ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็ไม่มีทางยอมให้เจ้าต้องทนทุกข์ใจหรอก"

พอได้ยินเช่นนั้น ภูเขาที่ทับอยู่ในอกของซางหรูอี้ก็ถูกยกออกไปทันที

ขอแค่ไม่ต้องแต่งกับอวี่เหวินเชียน เท่านี้ก็ดีถมไปแล้ว!

อวี๋ซื่อทำท่าอึกอักเหมือนจะพูดอะไรต่อ "เพียงแต่ว่า..."

ยังพูดไม่ทันจบ บ่าวรับใช้คนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาที่หน้าประตู ร้องตะโกนอย่างรีบร้อน "ฮูหยิน แย่แล้วขอรับ!"

อวี๋ซื่อหันขวับไปมองด้วยความหงุดหงิด "มีเรื่องอะไร เอะอะมะเทิ่งจริง!"

บ่าวคนนั้นตัวสั่นงันงก ตอบตะกุกตะกัก "คะ...คนของตระกูลอวี่เหวิน มาถึงหน้าประตูแล้วขอรับ!"

"อะไรนะ?!"

สองป้าหลานต่างตกตะลึง คนตระกูลอวี่เหวินอยู่ที่ไท่หยวนไม่ใช่หรือ ไฉนจึงมาถึงเร็วปานนี้?

อวี๋ซื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า "เจ้านอนนิ่งๆ ไปก่อน ข้าจะออกไปดูเอง"

ซางหรูอี้รีบท้วง "ท่านป้า พวกเขาคงมาหาข้า เรื่องนี้เป็นความผิดของข้าเอง ให้ข้าออกไป..."

"พูดจาเหลวไหล"

อวี๋ซื่อทั้งโกรธทั้งขำ นางกดไหล่หลานสาวให้นอนลงอีกครั้ง "ผู้หลักผู้ใหญ่ยังหัวโด่กันอยู่ทั้งคน จะถึงคราวผู้น้อยอย่างเจ้าออกไปรับหน้าได้อย่างไร นอนพักเสีย!"

สั่งจบ อวี๋ซื่อก็ทิ้งสายตาซับซ้อนมองหลานสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป

แม้ตัวจะอยู่แต่ในห้อง ทว่าใจของซางหรูอี้กลับร้อนรนไม่เป็นสุข เรื่องถอนหมั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หากท่านซิ่งกั๋วกงโกรธเคืองขึ้นมาจริงๆ นอกจากจะเสียสัมพันธไมตรีแล้ว ยังอาจพลอยทำให้บิดาผู้ล่วงลับรวมถึงท่านลุงท่านป้าต้องเดือดร้อนไปด้วย นางคงกลายเป็นคนอกตัญญูเป็นแน่

เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงฝืนสังขารลุกขึ้นแต่งตัวอย่างเงียบเชียบ แล้วเปิดประตูจะเดินออกไป

ทว่าทันทีที่เปิดประตูบานใหญ่ ซางหรูอี้ก็ต้องชะงักค้าง

ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู

ภายใต้ท้องฟ้ามืดสลัว เงาทะมึนที่ทอดยาวจากร่างนั้นดูราวกับจะกลืนกินนางเข้าไปทั้งตัว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1 - ทางรอดสุดท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว