- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองอัจฉริยะ ผมจะเป็นเจ้าสัวที่บ้านนอก
- บทที่ 50 - ต่งเจี้ยนพ่ายศึกสือหลี่อิ๋ง
บทที่ 50 - ต่งเจี้ยนพ่ายศึกสือหลี่อิ๋ง
บทที่ 50 - ต่งเจี้ยนพ่ายศึกสือหลี่อิ๋ง
บทที่ 50 - ต่งเจี้ยนพ่ายศึกสือหลี่อิ๋ง
หลักการของปืนต่อสู้อากาศยาน คือการใช้ชนวนหรือการตั้งค่าทำลายตัวเองเมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย ทำให้กระสุนระเบิดกลางอากาศ เกิดสะเก็ดระเบิดนับไม่ถ้วน
สะเก็ดระเบิดเหล่านี้อาจสร้างความเสียหายให้เครื่องบินรบ หรือลอยค้างกลางอากาศรอให้เครื่องบินรบมาชน
เนื่องจากท้องฟ้ากว้างใหญ่และเครื่องบินรบเคลื่อนที่เร็ว บวกกับรัศมีทำลายล้างของสะเก็ดระเบิดมีแค่สามสิบกว่าเมตร ทำให้อัตราความแม่นยำของปืนต่อสู้อากาศยานต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แม้จะยิงวินาทีละนัดก็ตาม
แต่ถ้านำปืนต่อสู้อากาศยานมาใช้จัดการเป้าหมายภาคพื้นดินที่ไม่หุ้มเกราะ โดยเฉพาะทหารราบ นี่มันนรกแตกชัดๆ
ยิงวินาทีละนัด ทุกนัดระเบิดกลางอากาศ เหมือนกับระเบิดกระโดด หรือการโปรยดอกไม้จากสวรรค์ สะเก็ดระเบิดจะฉีกร่างสิ่งมีชีวิตในรัศมีสามสิบเมตรให้เป็นรูพรุนในพริบตา
ต่อให้ทหารหลบอยู่หลังที่กำบัง ก็ไม่อาจต้านทานนัดที่สองที่สามที่ตามมาติดๆ ได้...
จนทำให้นักวิจารณ์การทหารหลายคนเรียกร้องให้ห้ามใช้ปืนต่อสู้อากาศยานยิงแนวราบ ใครทำต้องขึ้นศาลทหาร
แน่นอน นั่นเป็นแค่ข่าวลือ
ณ เวลานี้
เมื่อเห็นปากกระบอกปืนต่อสู้อากาศยานหันมา ไม่ใช่แค่ต่งเจี้ยนที่ปอดแหก แม้แต่เถ้าแก่อวี๋และคนอื่นๆ ที่หลบอยู่หลังที่กำบังก็ขวัญหนีดีฝ่อ
ไม่ต้องคำนวณให้เสียเวลา แค่สิบวินาที ลานจอดรถทั้งลานจะกลายเป็นเมรุเผาศพ
ทุกคนไม่สนแล้วว่าต่งเจี้ยนจะยิงสวนไหม ต่างวิ่งหนีตายออกจากประตูทิศเหนือไปหลบหลังปืนใหญ่
"ไปเอาของพรรค์นี้มาจากไหน?"
"หมู่บ้านเรามีอาวุธมหาประลัยโหดขนาดนี้ด้วยเหรอ?"
นายกฯ หวงฉุกคิดขึ้นได้ หันไปมองท่านเลขาฯ อาวุโส "นี่คือปืนสูงป้องกันเขื่อนแม่น้ำเหลืองใช่ไหม?"
หลายปีก่อน ตะวันออกมีปัญหากับทางเหนือ ตะวันออกอ่อนแอเลยต้องเกณฑ์ทหารทั้งแผ่นดิน
พร้อมกันนั้น เพื่อป้องกันฝ่ายตรงข้ามส่งเครื่องบินรบมาถล่มเขื่อนแม่น้ำเหลืองจนเกิดโศกนาฏกรรมน้ำท่วมใหญ่ ทางกองทัพจึงลักลอบติดตั้งปืนต่อสู้อากาศยานจำนวนมากไว้ตลอดแนวแม่น้ำ
ส่วนติดตั้งไว้ตรงไหนบ้าง คนทั่วไปไม่มีทางรู้
ท่านเลขาฯ ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ "สมัยแย่งที่นากับตำบลเสี่ยวหูเจิ้น กองกำลังหลักของฝ่ายโน้นอ้อมหลังจะมาบุกหมู่บ้านตระกูลอวี๋ ฉันให้ผู้ใหญ่บ้านเข็นเจ้านี่ออกมา ยิงขึ้นฟ้าทำมุม 45 องศานัดเดียว ฝั่งโน้นยอมแพ้ทันที ไม่อย่างนั้นพวกแกคนน้อยกว่าจะชนะที่ริมทะเลสาบง่ายๆ แบบนั้นได้ยังไง"
"มิน่าล่ะ!" นายกฯ หวงถึงบางอ้อ
อวี๋หยางไม่ได้ฟังท่านเลขาฯ โม้ มือขวาจับพวงมาลัยบังคับทิศทางปืน มือซ้ายส่งสัญญาณให้พี่ใหญ่ไปปลดอาวุธ
พอคุมตัวต่งเจี้ยนมาตรงหน้า
อวี๋หยางตบกระบอกปืนปุๆ "นี่คืออะไร?"
ต่งเจี้ยนหน้าซีดเผือด "นี่คือปืนใหญ่"
"ไม่ นี่คือสัจธรรม"
"..."
ครู่ต่อมา
อวี๋หยางตบกระบอกปืนอีกครั้ง "นี่คืออะไร?"
ต่งเจี้ยนทำหน้าจริงจัง "นี่คือสัจธรรม"
"ไม่ นี่คือปืนใหญ่!"
"..."
เงียบไปพักหนึ่ง
อวี๋หยางตบกระบอกปืนเป็นรอบที่สาม
ต่งเจี้ยนรีบชิงตอบ "นี่คือปืนใหญ่ และก็เป็นสัจธรรมด้วย!"
"ไม่ ฉันอยากถามว่า แกมาทำอะไรที่นี่?"
ต่งเจี้ยนรักตัวกลัวตายสุดขีด "เข้าใจผิด วันนี้เป็นการเข้าใจผิด ผมมาลงทุน ผมกะว่าจะมาเลี้ยงหมูที่สือหลี่อิ๋ง"
"เลี้ยงหมู?"
นายกฯ และรองนายกฯ ตาลุกวาว ถ้าหัวหน้าใหญ่ไม่อยู่ตรงนี้ คงพุ่งเข้าไปจับมือถือแขนแล้ว
อวี๋หยางงงเล็กน้อย
คุณทำธุรกิจถนนหนทาง จะมาทำก่อสร้างก็พอเข้าใจได้
แต่เอาเรื่องเลี้ยงหมูมาเป็นข้ออ้างรักษาชีวิต...
มันออกจะหลุดโลกไปหน่อยนะ
เขาตบกบาลต่งเจี้ยนเบาๆ "มาลงทุน ทำไมต้องพกของจริงมาด้วย?"
"สือหลี่อิ๋งมันเถื่อน ล้อรถ BMW ผมเพิ่งโดนขโมย รถดัมพ์ 23 คันก็โดนตำบลทางเหนือปล้นไปแยกชิ้นส่วน มาลงทุนคราวนี้ก็ต้องระวังตัวหน่อย"
"ลงทุนเท่าไหร่?"
"5 แสน!"
"5 แสน? เงินแค่นี้ ยังไม่เท่า ยอดขายต้นอ่อนวันเดียวของฉันเลย"
ต่งเจี้ยนตะลึง "ปลูกต้นอ่อน กำไรดีขนาดนั้นเลย?"
อวี๋หยางตบกบาลไปอีกฉาด "ฉันถามแกอยู่"
"ลงทุนงวดแรก 5 แสน ดูสถานการณ์แล้วจะเพิ่มทุนอีก อย่างน้อยต้องลงหมูพันตัว"
นายกฯ กับรองนายกฯ ตาวาวโรจน์
"แกเลี้ยงหมูเป็นเหรอ?"
"พอรู้นิดหน่อย แต่ผมจ้างเถ้าแก่อวี๋เป็นผู้จัดการโรงงานได้ ประสบการณ์เขาเยอะกว่า"
"อย่างนี้นี่เอง..."
อวี๋หยางพยักหน้า
ก่อนหน้านี้ชุลมุนวุ่นวาย ทางเราลอบโจมตีข้างหลัง ต่งเจี้ยนโดนยิงหลังสามนัด อ้างว่าลูกน้องปืนลั่นใส่กันเองได้
แต่ตอนนี้มาเจอกันซึ่งหน้า เรื่องมันชักจะยุ่งยาก
แต่จะปล่อยไปง่ายๆ ก็รู้สึกขาดทุน
เพราะในอีกช่วงเวลาหนึ่ง จนตายแล้วเกิดใหม่ เขาก็ยังไม่เคยได้ตบกบาลต่งเจี้ยนเลย
ตอนนี้ไม่ใช่แค่ตบ ยังลูบหัวเล่นได้ด้วย
สัมผัสมันช่าง... จุ๊ๆ
อวี๋หยางครุ่นคิด ก้มมองต่งเจี้ยน
ต่งเจี้ยนกำลังมองเถ้าแก่อวี๋ แววตาเต็มไปด้วยความหวัง
ก่อนหน้านี้เขาช่วยเถ้าแก่อวี๋เคลียร์คดี แล้วออกมาพร้อมกัน คงหวังให้เถ้าแก่อวี๋ช่วยพูดให้
ถ้าเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายพัวพันกันมาเป็นสิบปี บุญคุณความแค้นนับไม่ถ้วน ไม่ต้องไปสนใจเรื่องแค่นี้
แต่ตอนนี้เพิ่งเริ่มเกมใหม่ และยังเก็บต่งเจี้ยนไม่ได้...
สู้คืนหนี้บุญคุณไปเลยดีกว่า
อวี๋หยางหันไปมองเถ้าแก่อวี๋
เถ้าแก่อวี๋สบตาทั้งสองคน เข้าใจทันที
ตอนนี้เขาคือกวนอู
ต่งเจี้ยนคือโจโฉ
ทั้งสองมาเจอกันที่เส้นทางฮัวหยง
"พ่อ เอาไอ้นี่ไปขังไว้ที่ถ้ำเตาเผา เฝ้าให้ดีนะ"
"วางใจเถอะ แมลงวันสักตัวก็บินออกมาไม่ได้"
เถ้าแก่อวี๋พูดจบ ก็เข้ามากระซิบข้างหูอวี๋หยาง "ซานหยวน ในเมื่อเขามาลงทุน และเข้าใจผิดกันแล้ว ทำไมไม่ลองนั่งคุยกันดูล่ะ เผื่อไม่ตบไม่รู้จักกัน จะได้เป็นเพื่อนกันได้"
เถ้าแก่อวี๋ไม่เคยผ่านเหตุการณ์ในอีกช่วงเวลาหนึ่ง แถมยังคลุกคลีกับต่งเจี้ยนมาพักหนึ่ง รู้ซึ้งถึงอิทธิพลของพ่อต่ง ย่อมอยากให้ทั้งสองฝ่ายญาติดีกันเพื่อธุรกิจของลูกชาย
แต่อวี๋หยางไม่มีทางไปเกาะขาพ่อต่งหรอก เขาจะเกาะขาผู้บริหารเมืองไท่คนนั้น คนที่มีอนาคตไกลจะได้เข้าเมืองหลวงแล้วสั่งประหารพ่อต่งทั้งน้ำตา
เขาส่ายหน้า ส่งสัญญาณให้พ่อคุมตัวต่งเจี้ยนและพรรคพวกไปที่โรงอิฐ
จากนั้นเรียกพี่ใหญ่พี่รอง เก็บปืนต่อสู้อากาศยาน พร้อมกับอาวุธของจริงที่ยึดมาได้ ส่งไปสถานีตำรวจ
ปี 96 ในประเทศเริ่มกวาดล้างอาวุธปืน แต่สือหลี่อิ๋งมันกันดาร ในความทรงจำกว่าจะเริ่มยึดก็ปาเข้าไปปี 03
แต่ไอ้เจ้ายักษ์ใหญ่นี่โผล่ออกมาแล้ว ยังไงก็ต้องแสดงท่าที
นึกไม่ถึงว่า ท่านนายกฯ จะห้ามไว้ "ปืนนี่ใช้ป้องกันเขื่อนแม่น้ำเหลือง ต้องส่งคืนที่เดิม"
"ที่เดิมอยู่ไหน?"
"ผ่านมาตั้งหลายปี หมีขาวก็ล่มสลายไปแล้ว ไม่รู้เบื้องบนยังจำเจ้านี่ได้หรือเปล่า" ท่านเลขาฯ อาวุโสเก็บกล้องยาสูบ หันหลังเดินเข้าซอย "เดิมทีมันฝังอยู่ใต้รางหญ้าวัวที่บ้านเก่าฉัน"
"นั่นมันห้องใต้ดินที่เจ้าที่ดินเอาไว้ซ่อนทองแท่งไม่ใช่เหรอ?"
"ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นคนแก่ไม้ใกล้ฝั่งอย่างฉัน จะเอาของใหญ่ขนาดนี้ฝังลงดินได้ไง"
ท่านนายกฯ สงสัย "แล้วทองแท่งล่ะ?"
"ส่งหลวงไปนานแล้ว ใบประกาศเกียรติคุณสักใบยังไม่ได้เลย" ท่านเลขาฯ บ่นอุบอิบ เดินลับหายไป
...
คืนนั้น
ต่งเจี้ยนที่โอนเงินผ่านไปรษณีย์ให้ที่ว่าการตำบล 5 แสนหยวนเพื่อลงทุนสร้างฟาร์มหมู พาพวกหนีหายเข้ากลีบเมฆ
ท่านนายกฯ ถือใบเสร็จมาหาอวี๋หยาง
"ฟาร์มหมูนี่ เรายังจะทำไหม?"
"ทำอะไร? ทำเสร็จแล้วยกให้ต่งเจี้ยนเหรอ?"
"แต่ก็นี่มันเงินลงทุนของเขา ถ้าสือหลี่อิ๋งอมเงินก้อนนี้ ต่อไปใครจะกล้ามาลงทุน?"
"ทำเหมือนตอนนี้มีคนกล้ามาลงทุนงั้นแหละ"
"..."
อวี๋หยางเห็นท่านนายกฯ เงียบ กำลังจะเสนอให้เอาเงินนี้ไปสร้างบ้านพักคนชรา
หน้าต่างระบบก็เด้งขึ้นมา
[ท่านยึดครองพื้นที่ปัจจุบัน (สือหลี่อิ๋ง) เกินครึ่งหนึ่งของสิ่งปลูกสร้าง/ที่ดิน]
[เงื่อนไขครบถ้วน เริ่มต้นมหาสงคราม!]
วินาทีต่อมา
ภาพการสู้รบในสมรภูมิโบราณก็ปรากฏขึ้นในสายตาอวี๋หยางอีกครั้ง เหล่าลิ่วล้อที่โห่ร้องเชียร์สองข้างทางดูเหมือนจะเยอะขึ้นกว่าเดิม
"ลุย!"
"ฆ่า!"
"ปล้น!"
สิ้นเสียงตะโกน ฉากสู้รบก็เปลี่ยนเป็นแผนที่ 3 มิติของสือหลี่อิ๋ง
จากนั้น สัญลักษณ์ดาบไขว้สีแดง ก็ประทับลงบนที่ว่าการตำบล
[ยึดครองที่นี่ ศูนย์กลางหมู่บ้านจะอัปเกรดเป็นระดับ 2]
อวี๋หยางเดินไปที่ระเบียงชั้นสองตึกฝรั่ง มองข้ามสถานีธัญพืช สถานีเครื่องจักร สหกรณ์ ตลาดนัด จ้องมองไปยังที่ว่าการตำบลฝั่งตรงข้ามร้านอาหารตึกหัวมุม
"ตาเฒ่าหวง!"
"ว่าไง?"
"ผมถูกใจที่ว่าการของคุณว่ะ"
"หือ?"
"หมอดูในตลาดบอกว่าฮวงจุ้ยที่นั่นดี เหมาะกับความเจริญรุ่งเรืองของบริษัทซานหยวน คืนนี้พวกคุณเก็บของย้ายออกไปเลยนะ พรุ่งนี้เช้าผมจะเข้าไปอยู่"
"..."
[จบแล้ว]