- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองอัจฉริยะ ผมจะเป็นเจ้าสัวที่บ้านนอก
- บทที่ 46 - ระบำมหาประลัย
บทที่ 46 - ระบำมหาประลัย
บทที่ 46 - ระบำมหาประลัย
บทที่ 46 - ระบำมหาประลัย
ขบวนรถที่ไปรับเถ้าแก่อวี๋แล่นตรงเข้ามาในหมู่บ้านตระกูลอวี๋
อาหกที่รออยู่นาน พอเห็นรถเบนซ์หน้าโลง AMG ก็รีบสั่งให้ลูกชายทั้งสองจุดประทัด ส่วนตัวเองก็ควงเมียวิ่งเข้าไปหาทั้งน้ำตาและน้ำมูก
"พี่รองของฉัน ในที่สุดพี่ก็กลับมาแล้ว"
"เออ กลับมาแล้ว"
สำหรับเถ้าแก่อวี๋และแม่อวี๋ เวลาผ่านไปแค่ครึ่งปี แต่หมู่บ้านตระกูลอวี๋กลับดูแปลกตาไปจนจำแทบไม่ได้
ไม่ใช่แค่วัตถุสิ่งของที่เปลี่ยนไป แต่รวมถึงชาวบ้านที่เมื่อก่อนไม่ค่อยสุงสิงกัน ตอนนี้กลับเข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น
ถ้าไม่เห็นทางด่วนไกลๆ นั่น กับอุโมงค์ใต้สะพานที่น่ารังเกียจ สองผัวเมียคงนึกว่ามาผิดที่ หรือทักผิดคนแน่ๆ
"ปี่แตรรัวเป่าขึ้นไป!"
"คนเดินขาหยั่ง เร็วเข้า!"
"ตั้งขบวนระบำกระทืบธรณี!"
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความยากจน หรือประเพณีท้องถิ่นที่แตกต่างกัน
ที่ตำบลสือหลี่อิ๋ง เวลามีเทศกาลสำคัญ หรือพิธีการยิ่งใหญ่ หรืองานบุญงานศพ เขาไม่นิยมเชิดสิงโตหรือเชิดมังกรกัน
แต่จะใช้วิธีเป่าปี่แตรรัว เดินขาหยั่ง และเต้นระบำกระทืบธรณี (ต่ายังจึ)
สองอย่างแรกไม่ต้องอธิบายมาก
แต่ 'ระบำกระทืบธรณี' แม้ชื่อจะมีคำว่า 'ยัง' (ต้นกล้า) แต่ไม่เหมือนกับระบำยังเกอทั่วไป
ความหมายคร่าวๆ คือ การรวบรวมชายฉกรรจ์ที่กำยำล่ำสันที่สุดในตำบลมารวมตัวกัน สวมชุดสีเหลืองทอง โพกหัวด้วยผ้าสีทอง รัดขากางเกงและปลายแขนเสื้อให้ทะมัดทะแมง ถือไม้กลองคู่กาย ที่เอวห้อยฆ้องและกลอง
เริ่มท่าด้วยการนั่งม้า ย่ำเท้าซ้ายขวาสลับกันกระแทกพื้นดิน ท่าทางต่อจากนั้นล้วนเป็นลีลาการทำไร่ทำนา บ้างขุดดิน บ้างดายหญ้า บ้างถอนกล้า บ้างจับคันไถ หว่านเมล็ด บังคับรถ เข็นฟาง อัดดิน ก่อกองฟาง...
ทุกท่วงท่าดุดันห้าวหาญ จังหวะก้าวเดินหนักแน่นมั่นคง ปากก็ตะโกน เฮ้ ฮ่า โฮ่ ฮิ้ว มองจากไกลๆ ดูยิ่งใหญ่อลังการ เร่าร้อนรุนแรง และมีจังหวะจะโคนชัดเจน
แสดงให้เห็นถึงความขยันขันแข็งและความใจนักเลงของลูกผู้ชายชาวตะวันตกของมณฑลซานตง
แต่ก็แฝงกลิ่นอายของวัฒนธรรมโจรภูเขาทางใต้ไว้หน่อยๆ ดูมีความเป็นพี่น้องร่วมสาบาน
เล่าลือกันว่าระบำพื้นบ้านนี้มีต้นกำเนิดมาจากพิธีกรรมหมอผีสมัยราชวงศ์ซางและโจว มักใช้ในการขอพร ขับไล่สิ่งชั่วร้าย แสดงพลังอำนาจ และฉลองการเก็บเกี่ยว
ตอนเด็กๆ อวี๋หยางเคยเห็นฉากที่มีคนเต้นเป็นพันคน เสียงย่ำเท้าดังกลบเสียงฆ้องกลอง แม้จะอยู่ไกลลิบก็ยังรู้สึกได้ว่าพื้นดินสั่นสะเทือน
ต่อมาพอระบบแชร์แม่ทีมล่มสลาย ใจคนก็ไม่เป็นหนึ่งเดียว บวกกับแต่ละบ้านต่างก็มีธุระของตัวเอง คนที่ยอมมาซ้อมก็น้อยลงเรื่อยๆ
น่าจะตั้งแต่งานวัดเดือนสองปี 96 ตำบลสือหลี่อิ๋งก็ไม่เคยจัดแสดงระบำนี้อีกเลย
ตอนนี้พอให้พี่บึ้ก 156 คนของที่บ้านมาแสดง ด้วยท่วงท่าที่พร้อมเพรียงกันเป๊ะๆ เสียงคำรามทุ้มต่ำทรงพลัง ภาพที่ออกมาจึงน่าเกรงขามยิ่งกว่าในอดีต
จนกลายเป็นว่า การแสดงเชิงพิธีกรรมนี้กลับกลายเป็นจุดสนใจให้ผู้คนหยุดดู
รวมถึงคนบนทางด่วน ก็มีคนมามุงดูด้วย
"ดูแล้วฮึกเหิมชะมัด!"
"พวกเขากำลังฝึกวิทยายุทธ์กันเหรอ?"
"ผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซานถ่ายทำเร็วไปหน่อยนะเนี่ย"
ในขณะที่คนบนทางด่วนเริ่มมุงกันมากขึ้น
หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการลงทุนก็ลากรถเข็นไม้พุ่งขึ้นไป "ต้นอ่อนจ้า ต้นอ่อนสดๆ ของดีประจำถิ่น พลาดแล้วจะเสียใจ..."
"ขายยังไง?"
"กล่องละ 15 หยวน"
"แพงบรรลัย?!"
"ดูยี่ห้อซะก่อน สินค้าส่งออกรัสเซีย!"
คนมุงหยิบขึ้นมาดู
ชื่อสินค้า: ต้นอ่อนถั่วเหลืองออร์แกนิก
แหล่งผลิต: สือหลี่อิ๋ง
ชื่อบริษัท: มณฑลตงซาน...
ประเภท: ผักออร์แกนิก
รูปลักษณ์: ตามภาพ
เมล็ดพันธุ์: ถั่วเหลืองป่าพื้นเมือง
ส่วนประกอบ: คาร์บอน แคลเซียม โพแทสเซียม วิตามินบี วิตามินซี เบต้าแคโรทีน กรดแอสคอร์บิก...
สรรพคุณ: ขับปัสสาวะ ลดบวม ช่วยย่อย ปรับสมดุลความดันโลหิต ล้างลำไส้แก้ท้องผูก
เหมาะสำหรับ: บุคคลทั่วไป ผู้ป่วยความดันสูง ผู้ป่วยท้องผูก
ข้อควรระวัง: ผู้แพ้ถั่วห้ามรับประทาน
ห้ามทานคู่กับ: ไม่มี
วิธีรับประทาน: ผัดไฟแรง ยำเย็น ดอง จุ่มหม้อไฟ
วันผลิต: ...
อายุการเก็บรักษาอุณหภูมิปกติ: ...
อายุการเก็บรักษาในตู้เย็น: ...
"ส่งออกทำไมไม่ใช้ภาษาอังกฤษ?"
หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการลงทุนควักฉลากภาษารัสเซียออกมาโชว์ทันที "แปะให้ดูพวกคุณก็อ่านไม่ออกอยู่ดี"
"ท่าทางจะของจริง ขอสองกล่อง!" หน้าม้าของตำบลตะโกนสั่งพร้อมเปิดท้ายรถซานตาน่า
รถเก๋งสภาพแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่ทางอำเภอให้เป็นรางวัลจากการดึงดูดการลงทุนสำเร็จ ในที่สุดก็ได้ใช้งานจริงสักที
ตามมาด้วยรถซานตาน่าสามคันที่เพิ่งกลับจากตัวอำเภอ ก็ทยอยจอดเข้าข้างทาง
จากนั้นรถเบนซ์หน้าโลงทะเบียน 66666 ก็เบรกเอี๊ยด ท่านนายกฯ ลดกระจกลง "เฮ้ย ตาเฒ่า เอามาให้ฉัน 10 กล่อง!"
ด้วยแรงเชียร์จากหน้าม้ากิตติมศักดิ์ คนบนทางด่วนก็ลืมเรื่องราคาไปทันที แย่งกันซื้อของบนรถเข็นจนเกลี้ยงในพริบตา
ไกลออกไป
รองนายกฯ ก็ลากรถเข็นไม้ ขนชุดของขวัญผักรวมหม้อไฟที่เหลือไม่กี่สิบกล่องขึ้นมาบนทางด่วนเหมือนกัน
"แตงกวาจ้า!"
"ตั้งโอ๋จ้า!"
"ชุดของขวัญหม้อไฟราคาถูกจ้า!"
ต้องยอมรับว่าคนมีรถยุคนี้ รวยจริงอะไรจริง
ขอแค่จอดถามราคา ไม่มีใครไม่ซื้อ
...
...
งานเลี้ยงรับขวัญเถ้าแก่อวี๋ จัดขึ้นที่โรงเรือนพลาสติกหมายเลข 2 เก่า
พื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน แห่งนี้ ผ่านการตกแต่งอย่างประณีตโดยพี่สะใภ้ใหญ่ จนเปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง
พื้นปูด้วยอิฐบล็อกเป็นทางเดินเล็กๆ รอบๆ ล้อมด้วยรั้วไม้ไผ่
ไกลออกไปมีเถาฟักทอง เถาแตงกวา เถาบวบห้อยระย้า ใกล้เข้ามามีแปลงมะเขือยาว มะเขือเทศ พริกเขียวพริกแดง...
ยังมีลาลากโม่ โม่มือหิน โม่หินขนาดใหญ่ โรงงานเต้าหู้ ลานตากฟองเต้าหู้ ลานตากเส้นบะหมี่...
ถ้าไม่ติดว่าทิศเหนือของสือหลี่อิ๋งห้ามขุดคลองส่งน้ำเพื่อป้องกันเขื่อนแม่น้ำเหลืองพัง ป่านนี้คงมีลำธารเล็กๆ ไหลผ่านพร้อมสะพานข้ามไปแล้ว
โต๊ะยาวและม้านั่งถูกจัดวางไว้สองข้างทางเดินอิฐบล็อก
พอคนทั้งหมู่บ้านมาครบ พี่สะใภ้สอง สาม สี่ และคนอื่นๆ ที่มาช่วยงานจากโรงอิฐ ก็เปิดเตาดินที่ตัวเองรับผิดชอบ ตักอาหารใส่จาน ให้หนุ่มๆ ในหมู่บ้านยกไปเสิร์ฟ
อวี๋ขาเป๋ที่รับหน้าที่นับจำนวนคน กวาดตามองคร่าวๆ แล้วหยิบโทรโข่ง "เริ่มงาน!"
ชายฉกรรจ์ 156 คน ยกชามเหล้าขึ้นก่อนใครเพื่อน "ยินดีต้อนรับท่านประมุขกลับบ้าน!"
"ท่านประมุข?"
เถ้าแก่อวี๋หน้าเปลี่ยนสี ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ
หันไปมองลูกชายหัวแก้วหัวแหวน "ทำไมคนเยอะขนาดนี้?"
"วันหน้าจะเยอะกว่านี้อีก"
"???"
อวี๋หยางนึกว่าพ่อถามถึงจำนวนคนงาน เลยตอบส่งๆ ไป แล้วก้มดูบัญชีรายชื่อของขวัญต่อ
เลขาพรรคตำบล 200
นายกฯ 100
รองนายกฯ 100
หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการลงทุน 100
"แปลกแฮะ ทำไมทางตำบลจู่ๆ ถึงรวยขึ้นมาได้?"
"นายไม่รู้เหรอ?" อาหกกระซิบข้างหู "ตำบลเขาเปิดวิสาหกิจชุมชน เน้นลูกค้าเกรดพรีเมียมบนทางด่วน อย่างต้นอ่อนใส่กล่อง ราคาส่ง 2 หยวน ขนไปขายปักกิ่งอย่างมากก็ได้ 5 หยวน แต่บนทางด่วน เริ่มต้นที่ 15 หยวน"
"นี่มันปล้นกันชัดๆ"
อาหกเลิกคิ้ว "นายไม่เคยกินข้าวกล่องบนรถไฟหรือไง?"
"..."
...
กินดื่มกันจนถึงสามทุ่ม
งานเลี้ยงรับขวัญถึงได้เลิกรา
อวี๋หยางพาพ่อ แม่ และครูจางแม่บ้าน ไปยังทิศตะวันออกของลานจอดรถ
บ้านพักตรงนี้สร้างไว้ให้พวกพี่บึ้กอยู่ เป็นแบบสี่ห้องนอน สองห้องโถง หนึ่งห้องครัว พร้อมลานเล็กๆ ห้าสิบตารางเมตร และส้วมหลุม
แม้จะยังไม่ได้วางท่อระบายน้ำเสีย และไม่มีฮีตเตอร์รวม แต่สภาพดีกว่าบ้านเก่าเยอะ
เข้ามาในห้องโถง
เก้าอี้ ม้านั่ง เตียง ตู้ ล้วนทำจากเหล็กท่อและแผ่นเหล็กเชื่อมประกอบ แล้วปูด้วยไม้กระดานหรือไม้อัด
"นี่เป็นของที่บริษัทจัดหาให้ ถ้าไม่ชอบก็ส่งคืน แล้วซื้อของที่ชอบมาใส่เอง"
อวี๋หยางคาบบุหรี่ หรี่ตา ล้วงกระเป๋าหนังที่เตรียมไว้เป็นพิเศษ นับแบงก์ร้อยสีน้ำเงินปึกใหญ่ที่เตรียมไว้เป็นพิเศษ ยื่นให้พ่อ "ไอ้หนูเอ๊ย ถ้าเงินไม่พอใช้ โทรมาบอกนะ ป๋าไม่ขาดเงิน"
"???"
"อุ๊ยตาย เมาแล้วพูดความในใจเฉยเลย"
"ฉันทนแกมาทั้งวันแล้วนะเว้ย!"
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
ขบวนรถที่ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่งข่าวมาว่า ผ่านด่านซานไห่กวนไปแล้ว
ระหว่างทางค่อนข้างราบรื่น เจอโจรดักปล้นแค่สองรอบ
อวี๋หยางวางสาย ลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟัน แวะไปดูที่หน้าต่างชั้นสองของตึกฝรั่ง มองไปยังบ้านพักของพ่อ
แม่กำลังจัดสวน
พ่อตอกบัตรเข้างานแล้ว ตอนนี้นั่งอยู่ในห้องรปภ. ประตูทิศใต้ของลานจอดรถ กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ที่ทางตำบลยัดเยียดให้อ่าน
"แบบนี้สิถึงจะถูก"
"ผู้ชายมีเงินแล้วชอบทำตัวเหลวไหล ผมไม่อยากมีน้องชายต่างแม่มาแย่งมรดกร้อยล้านหรอกนะ"
อวี๋หยางล้างหน้าเสร็จ ห่อตัวด้วยเสื้อโค้ททหาร สวมหมวกหัวรถจักร ใส่รองเท้าบูทยางบุขนแกะ เดินไปที่หมู่บ้านตระกูลอวี๋
พวกพี่บึ้กจากโรงอิฐถอนกำลังออกมาหมดแล้ว
รวมกับกำลังหลักที่อยู่ที่หมู่บ้าน มีทั้งหมด 156 คน
แต่ละคนดูแลพื้นที่ได้หนึ่งงาน (1 ใน 10 ของไร่จีน) ทางเรามีโรงเรือนพลาสติกของจริงที่ปลูกได้ 15.6 ไร่จีน
ตามมาตรฐานการสร้างเตาของที่บ้าน โรงเรือนหนึ่งหลังมีพื้นที่ 2.25 ไร่จีน
15.6 หาร 2.25 ได้ประมาณ 7 หลัง
ถ้าไม่ใช้ระบบสายพานการผลิต
โรงเรือนหนึ่งหลังช่วงเช้าผลิตได้ 750 ตะกร้า ช่วงบ่าย 750 ตะกร้า รวมทั้งวัน 1,500 ตะกร้า
1,500 x 7 หลัง รวมเป็น 10,500 ตะกร้า
ถ้าใช้ระบบสายพาน
คือแบ่งโซน 7 โรงเรือน อัดจำนวนคนงานในพื้นที่ให้เต็มพิกัด คนงานปลูก สาวๆ เก็บ หนุ่มๆ ขนขึ้นรถ แล้วก็ให้แรงงานมาพรวนดิน คนแก่มาหว่านปุ๋ย...
อวี๋หยางคำนวณอยู่หลายรอบ พบว่าระบบสายพานดันได้ผลผลิตน้อยกว่าแบบปกติซะงั้น
แบบปกติหลังละ 2,500 (ต่อรอบการผลิต) เช้าปลูกโซนตะวันออก กลาง ตะวันตกของโรงที่ 1 เที่ยงปลูกของโรงที่ 2 บ่ายสามปลูกของโรงที่ 3
แล้วก็ค่ำพอดี ปลูกโรงที่ 4 5 6 7 ไม่ทัน
ผลผลิตสุดท้ายได้แค่ 7,500
อวี๋หยางคิดดูแล้วก็เข้าใจ
คนไม่พอ สายพานมันเลยหมุนไม่ทัน
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง เลยตัดสินใจกลับไปใช้วิธีเดิม
โรงเรือนหนึ่งหลัง 2.25 ไร่จีน คนงานหนึ่งคนดูหนึ่งงาน ต้องใช้ 23 คน
7 โรงเรือนต้องใช้ 161 คน
ที่บ้านมี 156 คน ขาดไป 5 ก็ให้พวกพี่สะใภ้มาช่วย
ชายหญิงช่วยกันทำงาน ไม่เหนื่อยเปล่า
หลังหนึ่งผลิตได้วันละ 1,500 ตะกร้า 7 หลังก็ได้ 10,500 ตะกร้า
ราคาขายส่งตะกร้าละ 90 หยวน รายได้วันละ 945,000 หยวน
แต่สินค้าเรามีส่วนหนึ่งใส่กล่องถนอมอาหาร ขนาดเล็กกว่า ต่อให้หักค่าบรรจุภัณฑ์ ก็ยังกำไรกว่าแบบตะกร้า
รวมๆ แล้ว อย่างน้อยต้องได้วันละล้าน
"วันละล้านเศรษฐี..."
อวี๋หยางพึมพำ มองดูแผนผังโรงเรือนอีกครั้ง
นอกจากโรงเรือนของจริง 7 หลัง ยังมีโรงเรือนของปลอมอีก 23 หลัง
ของพวกนี้สร้างมาแล้ว จะปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ก็เสียของ
ปลูกอะไรมั่วๆ ลงไปก็ยังดีกว่าปล่อยว่าง
"ในเมื่อต้นอ่อนของเรารสชาติดีกว่า งั้นเอาโรงเรือนจริงสักหลัง ปล่อยให้ต้นอ่อนโตจนสุด แล้วเอาเมล็ดไปปลูกในโรงเรือนปลอม รอให้โตแล้วเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ ดูซิว่าจะได้ผลผลิตถั่วเหลืองต่อไร่เท่าไหร่"
"แบบนี้พื้นที่โรงงาน 3 หมื่นไร่จีนก็จะได้ใช้ประโยชน์ แถมยังเพิ่มธุรกิจเมล็ดพันธุ์ให้บริษัทได้อีกทาง"
[จบแล้ว]