- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองอัจฉริยะ ผมจะเป็นเจ้าสัวที่บ้านนอก
- บทที่ 45 - ต่งเจี้ยนกับเถ้าแก่อวี๋
บทที่ 45 - ต่งเจี้ยนกับเถ้าแก่อวี๋
บทที่ 45 - ต่งเจี้ยนกับเถ้าแก่อวี๋
บทที่ 45 - ต่งเจี้ยนกับเถ้าแก่อวี๋
เรือนจำเจิ้นซีกวน
คนที่ถูกขังที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องหา ยังไม่ใช่นักโทษเด็ดขาด
ดังนั้นผู้คุมจึงไม่เรียกเป็นหมายเลข
และเนื่องจากอำเภอผิงตงค่อนข้างยากจน จึงต้องเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องนอนมาเอง
"ต่งเจี้ยน อวี๋เจี้ยนจวิน เก็บของใช้ส่วนตัว อีกครึ่งชั่วโมงปล่อยตัว!"
"รับทราบ!" x2
ต่งเจี้ยนกุมบังเหียนบริษัทก่อสร้างที่สามของเมือง แถมยังมีบริษัทลูกอีกเพียบ ทรัพย์สินมหาศาล ย่อมไม่เก็บของเก่าๆ พวกนี้ไว้
แถมยังคิดว่าเดี๋ยวลูกน้องมารับ จะตรงไปแช่น้ำมนต์ที่อ่างอบอาบสักวัน ล้างซวย
ส่วนเถ้าแก่อวี๋ ครึ่งปีมานี้เจอหน้าแต่ทนาย คุยแต่เรื่องคดีความ ยังไม่รู้ว่าลูกชายสร้างวีรกรรมยิ่งใหญ่แค่ไหน พอคิดว่าตัวเองยังมีหนี้สินท่วมหัว ด้วยหลักการประหยัดได้ก็ประหยัด เลยม้วนผ้าห่มและเสื้อผ้า มัดเป็นห่อสัมภาระแบบทหาร
ช่วงเวลาที่ผ่านมา สองพี่น้องคู่นี้เข้าขากันได้ดีทีเดียว
หรือจะบอกว่า ในเรือนจำมันน่าเบื่อเกินไป ในห้องมีกันแค่สองคน ยังไงก็ต้องหาอะไรทำ
ต่งเจี้ยนเลยเล่าเรื่องก่อสร้าง เถ้าแก่อวี๋เล่าเรื่องเลี้ยงหมู
แลกเปลี่ยนความรู้กันไปมา กลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างแตกฉานในอาชีพของอีกฝ่าย
คนหนึ่งยกย่องตัวเองเป็นขงเบ้งแห่งวงการก่อสร้าง อีกคนได้รับสมญานามว่าบังทองแห่งวงการเลี้ยงหมู ผูกพันกันลึกซึ้ง
"พี่อวี๋ ถึงเราจะคุยกันมาเยอะ แต่ผมยังยืนยันคำเดิม พี่มาทำก่อสร้างเถอะ เลี้ยงหมูมันไม่มีอนาคตหรอก"
"ยังไงก็ต้องลองดูอีกสักตั้ง"
"พี่มีเส้นสายไหม? มีคนหนุนหลังไหม? มีนโยบายเอื้อประโยชน์ไหม? ไม่มีอะไรเลย จะทำซากอะไร"
"..."
"อีกอย่าง พี่เลี้ยงหมู ไม่เหมือนในค่ายทหารเลี้ยงหมูนะ
ในค่ายเขาเลี้ยงไว้กินกันเอง ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยง
แต่พี่เลี้ยงหมูมันคนละเรื่อง ถ้าเจอโรคระบาด หรือเจอวิกฤตเศรษฐกิจ...
โชคดีที่รอบที่แล้วพี่ขายทิ้งเร็ว แล้วไปซื้อโรงอิฐ ไม่งั้นเจอวิกฤตต้มยำกุ้ง หมูราคาตก พี่คงหมดเนื้อหมดตัว"
เถ้าแก่อวี๋ชะงักมือที่กำลังเก็บของ ไม่พูดอะไร
ต่งเจี้ยนจุดบุหรี่ "พี่ดูวงการผมสิ หลังเปิดประเทศ เศรษฐกิจขาขึ้น ทุกวงการเฟื่องฟู แต่ละที่ก็มีเงิน ต่อไปถนนที่จะสร้าง สะพานที่จะทำ ผมบอกเลย นับกันไม่หวาดไม่ไหว
ในมือผมมีบริษัทก่อสร้างที่สาม เดี๋ยวควบรวมบริษัทที่สอง วงการก่อสร้างเมืองไท่ก็เป็นของผม
แล้วพ่อผมก็น่าจะได้เลื่อนตำแหน่ง ไปอยู่จังหวัด เรายิ่งไม่ต้องห่วงเรื่องโครงการ เผลอๆ อาจได้ปรับโครงสร้างเป็นรัฐวิสาหกิจระดับชาติ อย่างพวกชิโน... หรือไชน่าเรลเวย์... อะไรเทือกนั้น
อนาคตสดใสแค่ไหน?
อีกอย่าง เงินในกระเป๋าคนเริ่มเยอะขึ้น แต่หลายที่เลิกแจกบ้านพักกันแล้ว ได้ยินว่าต่อไปพนักงานรัฐวิสาหกิจและข้าราชการทั่วไป ก็จะไม่มีบ้านพักสวัสดิการให้แล้ว
เราเอากำไรจากการสร้างถนนสร้างสะพาน ไปกว้านซื้อที่ดิน ตุนที่ดินไว้ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สักสองสามโครงการ รับรองรวยเละ
ถ้าพ่อผมช่วยดัน ดีไม่ดีเราอาจกลายเป็นเจ้าพ่ออสังหาฯ ระดับประเทศ
บอกความจริงให้ก็ได้ อย่าเห็นว่าบริษัทเราชื่อก่อสร้างที่สาม แต่มันนามสกุลต่ง พี่เข้ามา ก็เอานามสกุลพี่แปะเข้าไปได้ ลูกพี่ หลานพี่ ต่อไปจะห่วยแค่ไหน อย่างน้อยก็สืบทอดกิจการได้
ถ้าดวงดี ก็อาจจะได้เป็นท่านผู้นำ"
สาเหตุที่ต่งเจี้ยนพูดเรื่องพวกนี้กับเถ้าแก่อวี๋ ไม่ใช่เพราะเห็นแววอะไรในตัวเถ้าแก่อวี๋หรอก
แต่เป็นเพราะ...
ข้าเจ๋งขนาดนี้ ถ้าไม่โม้หน่อย ใครจะรู้ว่าข้าเจ๋ง?
ถ้าคนอื่นไม่รู้ว่าข้าเจ๋ง แล้วข้าจะเจ๋งไปทำไม?
"พี่อวี๋ คุยแต่ปากเปล่า พี่อาจจะไม่เข้าใจความหมายของผม เอาเป็นว่า ลูกผู้ชายถ้าอยากจะยืดอกพกถุง นอกจากต้องมีเงินแล้ว ยังต้องมีบารมี บารมีคืออะไร? เดี๋ยวออกไปผมจะทำให้พี่ดู"
ต่งเจี้ยนพูดจบ ก็โทรหาลูกน้องข้างนอก
ผมต้องการความอลังการ!
ผมจะให้ชาวบ้านชาวช่องอำเภอผิงตงรู้ว่า ผมออกมาแล้ว
ผมจะให้คนในวงการรู้ว่า ผมไม่มีความผิด
...
สิบโมงเช้า
หน้าประตูเรือนจำเจิ้นซีกวน
รถ BMW 740 คันหนึ่ง รายล้อมด้วยรถพาสสาทสองคัน โตโยต้าสามคัน และแกรนด์เชอโรกีสี่คัน ค่อยๆ จอดเทียบข้างทาง
ช่วยไม่ได้ กลางถนนมีรถเบนซ์หน้าโลงป้ายทะเบียน 66666 จอดขวางอยู่
แถมยังเป็นรุ่นฐานล้อยาว ตัวถังกว้าง ใหญ่กว่าที่เคยเห็นทั่วไป
โดยเฉพาะด้านหน้าและด้านหลังของเบนซ์หน้าโลง ยังมีรถซานตาน่าประกบอีกสามคัน
รอบๆ มีชายฉกรรจ์เจ็ดแปดคน สวมเสื้อโค้ททหาร หมวกหัวรถจักร แขนล่ำกว่าขา ยืนคุมเชิงอยู่
ถ้าไม่ใช่หน้าตาแบบคนตะวันออก ผู้บริหารบริษัทก่อสร้างที่สามคงนึกว่าเจอทหารรัสเซียเข้าให้แล้ว
"ผู้จัดการ พวกเราจะเอายังไง?"
"รอให้พวกมันไปก่อน"
ผู้จัดการบริษัทก่อสร้างที่สาม เห็นป้าย 66666 ก็รู้ทันทีว่าหัวหน้าแก๊งขายผักแห่งสือหลี่อิ๋งมาแล้ว
เมื่อนึกถึงลูกพี่ตัวเองที่ต้องเข้ามานอนในคุกเพราะข่าวลือจากไอ้พ่อค้าผักนี่ เขาคงไม่ญาติดีกับสือหลี่อิ๋งแน่
แน่นอน ก็จะไม่แสดงท่าทีเป็นศัตรูออกนอกหน้าเช่นกัน
เพราะคนสือหลี่อิ๋งมันโหดเกิน
ดูอย่างหลิวต้านียน ผู้จัดการธนาคารสาขาอำเภอสิ โดนผู้บริหารฝ่ายสินเชื่อที่แปรพักตร์ไปอยู่สือหลี่อิ๋ง ขับรถบรรทุกชนตกแม่น้ำ พอช่วยขึ้นมาดูแล้วไม่เป็นไร ก็จับโยนลงบ่อให้อิ่มน้ำเล่นอีกรอบ...
ยิ่งไปกว่านั้น พายุที่พัดถล่มสือหลี่อิ๋ง พัดเอาพี่ใหญ่ไปตั้งสิบเจ็ดสิบแปดคน
อีกด้านหนึ่ง
หน้ารถเบนซ์หน้าโลง AMG
แม่อวี๋ยืนอยู่กับครูจางผู้ดูแลบ้าน มองลูกชายด้วยความระแวง
"ซานหยวน รถคันนี้ของบ้านเราจริงเหรอ?"
"ไม่ใช่ของบ้านเรา ของผมต่างหาก"
แม่อวี๋อึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะ "ตัวแค่นี้รู้จักหวงของแล้ว" พูดพลางแอบมองพวกพี่บึ้ก "แล้วพวกเขาล่ะ?"
"พี่ชายที่ผมนับถือ ที่บ้านยังมีอีกร้อยกว่าคน"
แม่อวี๋เงียบไปพักหนึ่ง พูดด้วยความเป็นห่วง "ซานหยวน บ้านเราทำมาหากินสุจริต ลูกอย่าไปทำตัวเหลวไหล ไปตีรันฟันแทงกับเขานะ"
"วางใจเถอะครับแม่ ผมมีอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ ไม่ทำตัวเหลวไหล แล้วก็ไม่ตีกับใครหรอก มีอะไรพวกพี่ๆ เขาจัดการให้หมด"
"..."
ทันใดนั้น
ประตูเหล็กสนิมเขรอะของเรือนจำก็เปิดออก
ใบหน้าที่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวอวี๋หยาง เดินทำท่ากวนโอ๊ยออกมา
"ไอ้พวกหนูๆ จุดประทัด!"
น่าเสียดาย ประทัดและพลุที่บริษัทก่อสร้างที่สามปูไว้ที่พื้น ถูกพี่รองย้ายมาไว้ฝั่งตัวเองเรียบร้อยแล้ว
ต่งเจี้ยนยังไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น หันไปส่งสัญญาณให้เถ้าแก่อวี๋ที่เดินออกมาพร้อมกัน
"สือหลี่อิ๋งตั้งไกล ให้ผมส่งรถไปส่งไหม?"
พูดยังไม่ทันจบ แม่อวี๋ก็ปรี่เข้าไปหาเถ้าแก่อวี๋ "ตาแก่ ทำไมผอมลงขนาดนี้ ครึ่งปีมานี้ลำบากแย่เลย"
"ไม่เป็นไรๆ"
"ไปๆ กลับบ้านกัน"
แม่อวี๋ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลากเถ้าแก่อวี๋ยัดใส่รถเบนซ์หน้าโลง
ต่งเจี้ยนถูกทิ้งให้ยืนงง มองส่งเถ้าแก่อวี๋ปิดประตูรถ
จนกระทั่งเบนซ์หน้าโลงไซส์ยักษ์ป้าย 66666 พร้อมด้วยขบวนซานตาน่าสามคัน ลับสายตาไปตรงหัวมุมถนน เขาถึงเพิ่งได้สติ
ผู้จัดการบริษัทก่อสร้างที่สาม รีบวิ่งเข้ามา "ลูกพี่?"
ต่งเจี้ยนจุดบุหรี่ "อย่าเพิ่งพูด ขอประมวลผลแป๊บ"
"ขบวนรถเมื่อกี้ เป็นของหัวหน้าแก๊งขายผักสือหลี่อิ๋งครับ"
"อวี๋หยาง?"
"ใช่ครับ!"
"ไอ้เวรเอ๊ย มิน่าล่ะ... ร้ายนักนะอวี๋เจี้ยนจวิน กูอุตส่าห์คบหาด้วยความจริงใจ ถามว่าอวี๋หยางใช่ลูกชายพี่ไหม พี่บอกลูกชายเรียนอยู่ นี่มันเรียนบ้าอะไรวะ?!"
ต่งเจี้ยนไม่ได้กลัวพ่อค้าผัก ต่อให้รู้ว่าสือหลี่อิ๋งเพิ่งปราบโจรมา ก็ไม่กลัว
เพราะทีมก่อสร้างในมือเขา บวกกับแรงงานจากผู้รับเหมาช่วงต่างๆ รวมกันเป็นพันคน แถมยังสวมหมวกข้าราชการได้ด้วย
พ่อค้าผักจะเอาอะไรมาสู้?
ถ้าพ่อค้าผักกล้าหือ เขาจะจัดให้ไปทัวร์เรือนจำเจิ้นซีกวนสักรอบ
ไม่สิ ให้ไปเหยียบจักรเย็บผ้าที่เรือนจำเมืองไท่เลยดีกว่า
"ส่งคนไปสืบดู รีบหาทางเอาคืนเรื่องข่าวลือรถคว่ำบนทางด่วนให้ได้... แล้วก็ความแค้นที่อวี๋เจี้ยนจวินหลอกกูด้วย!"
"รับทราบครับลูกพี่!"
...
ขบวนรถสือหลี่อิ๋ง ยังไม่ได้กลับทันที
ทุกคนแวะร้านตัดผม แล้วพาเถ้าแก่อวี๋ไปโรงอาบน้ำ
พอล้างซวยจนเกลี้ยงเกลา เปลี่ยนชุดใหม่ เอาผ้าห่มเสื้อผ้าเก่าโยนให้ขอทานปากทาง
ขากลับ
เถ้าแก่อวี๋ฟังแม่อวี๋บ่นมาตลอดทาง ในที่สุดก็ยอมรับความจริงที่ว่าลูกชายกลายเป็นเศรษฐีใหม่
อวี๋หยางยื่นบุหรี่ให้ "หนี้สินใช้หมดแล้ว พ่อเลิกคิดเรื่องเลี้ยงหมูกู้สถานการณ์ได้เลย ต่อไปไปเฝ้าประตูที่ลานจอดรถให้ผม"
เถ้าแก่อวี๋แม้อยากจะสร้างตำนานของตัวเอง แต่ก็เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัว
ในเมื่อตอนนี้ลูกชายเป็นเศรษฐีแล้ว เขาก็หมดไฟที่จะดิ้นรน
จึงตอบรับด้วยความยินดี "ได้!"
อวี๋หยางพยักหน้าพอใจ แกะกล่องโทรศัพท์โมโตโรล่าเครื่องใหม่ แล้วหยิบซองหนังใส่มือถือออกมา "เปิดเบอร์ให้แล้ว ค่ารายเดือนบริษัทจ่าย พ่อใช้ได้เต็มที่"
"ฉันเฝ้าประตู จะใช้มือถือไปทำไม?"
"ลานจอดรถสำคัญมาก ข้างในมีของของเรา มีรถลูกค้า เกิดเจอพวกขโมยน้ำมัน ขโมยล้อรถ เราจะเสียหายหนัก มีมือถือไว้เผื่อฉุกเฉิน"
เถ้าแก่อวี๋พยักหน้า ร้อยซองหนังเข้ากับเข็มขัด แล้วยัดมือถือใหม่ลงไป "เข้าท่าแฮะ"
อวี๋หยางหยิบกระติกน้ำเก็บความร้อนใบใหม่ออกมา "เก๋ากี้ซื้อเองนะ"
"???"
จากนั้นก็ยื่นกุญแจรถให้ "ซานตาน่าทะเบียน 24680 คันข้างหลัง พ่อเอาไปขับ พรุ่งนี้รวยแล้วค่อยเปลี่ยนคันใหม่"
เถ้าแก่อวี๋รับกุญแจรถมา หน้าตาบอกบุญไม่รับ
อวี๋หยางตบไหล่พ่อ ด้วยความรู้สึกปลื้มปริ่มปนหมั่นไส้สามส่วน เอ็นดูเจ็ดส่วน
แม่อวี๋ที่นั่งเบาะข้างคนขับดูออก "ปีที่แล้วพ่อแกซื้อเครื่องเกมเสี่ยวป้าหวังให้แก สีหน้าแกก็เป็นแบบนี้เป๊ะเลย"
เถ้าแก่อวี๋เข้าใจแล้ว "นี่แกเลี้ยงฉันเป็นลูกเลยเรอะ?"
"เปล่าสักหน่อย ผมไม่เร่งให้พ่อแต่งเมียหรอกน่า"
แม่อวี๋หัวเราะพลางง้างมือจะตี "มีที่ไหนมาล้อเล่นกับพ่อแม่แบบนี้"
พูดจบก็เสริม "วันที่แกเข้าเมืองมาหาหนูคนนั้น วันหลังแม่ไปเจอเธออีกหลายครั้งนะ"
"เพื่อนร่วมโต๊ะคนนั้น เฉินซีเหรอ?"
"ใช่!"
"ความจริงเธอแซ่หลิว แต่เพราะนโยบายลูกคนเดียว แล้วปู่ย่าเธอก็อยากได้หลานชายสืบสกุล เลยให้เธอใช้นามสกุลแม่ แล้วไปฝากชื่อไว้ในทะเบียนบ้านของน้าห่างๆ ที่สติไม่ค่อยดี"
"งั้นเธอก็ลำบากแย่สิ?"
"ที่ไหนกัน แม่เธอเป็นหัวหน้าพยาบาล พ่อทำงานกรมวิทย์ฯ เป็นหน่วยงานว่างงานพอกับฝ่ายทะเบียนราษฎร์ แต่สวัสดิการดีมาก พ่อแม่เธอรู้สึกผิดกับลูกสาวคนนี้ เลยประเคนข้าวของให้ไม่อั้น เงินทองไม่ขาดมือ อยากได้อะไรก็ได้"
"ก็ดูสมฐานะกับบ้านเราดีนะ"
อวี๋หยางชะงัก รีบโบกมือ "ไม่ได้หรอก กว่าเธอจะเรียนจบด็อกเตอร์ กว่าจะได้บรรจุข้าราชการก็ปาเข้าไปสามสิบกว่า ผมจะไปรอไหวได้ไง"
"แกรู้ได้ไงว่าเขาจะเรียนต่อด็อกเตอร์?"
"เธอบอกผมเอง นี่คือความฝันของเธอ"
"แล้วความฝันของแกล่ะ?"
"ทำเมืองจีนให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง!!"
"???"
[จบแล้ว]