- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองอัจฉริยะ ผมจะเป็นเจ้าสัวที่บ้านนอก
- บทที่ 39 - พายุพัดถล่มสือหลี่อิ๋ง
บทที่ 39 - พายุพัดถล่มสือหลี่อิ๋ง
บทที่ 39 - พายุพัดถล่มสือหลี่อิ๋ง
บทที่ 39 - พายุพัดถล่มสือหลี่อิ๋ง
ด้ามพลั่วสิบห้าสิบหกอันฟาดระดมลงไป ชาวบ้านที่มาดักปล้นยังไม่ทันตั้งตัว ก็ลงไปนอนกองกับพื้นกันหมด
อวี๋หยางในอีกช่วงเวลาหนึ่งเคยลุยงานก่อสร้าง ผ่านสมรภูมิที่ใหญ่กว่านี้เป็นสิบเท่ามาแล้ว เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก
เขาสั่งให้พี่ใหญ่ลากคนขึ้นมาบนรถ แล้วขับรถไถกลับขึ้นมาบนถนนดิน
บังเอิญว่าคนในหมู่บ้านที่เพิ่งขับผ่านมาเมื่อกี้ ก็ตามมาดูพอดี
ชาวบ้านหลายสิบคน ทั้งเด็กทั้งคนแก่ นำโดยคุณลุงคนเดิมที่เคยห้ามให้เขาอ้อมไป
ไฟฉายส่องมาที่รถ ทุกคนหยุดฝีเท้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
อวี๋หยางโบกมือ "ไปล่ะ!"
ทิ้งให้ชาวบ้านยืนอ้าปากค้าง
ไกลออกไป เสียงเครื่องยนต์ดีเซลดังกระหึ่ม แว่วเสียงเพลงลอยมาตามลม
"ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง..."
"สู้ด้วยลำแข้งให้เกรียงไกร..."
"เจ้าปีศาจร้าย รับกระบองข้าไปซะ!"
พวกพี่บึ้กที่ในที่สุดก็ได้ออกแรงบู๊ ตื่นเต้นกันยกใหญ่ ยืนควงด้ามพลั่วเป็นกงจักรอยู่บนกระบะรถ
...
คืนนี้
หมู่บ้านนับร้อยในรัศมีสิบลี้ ไม่มีใครข่มตานอนลง
หัวเตียงท้ายเตียง มีแต่เสียงกระซิบกระซาบ
"แม่เจ้าโว้ย ฟาดลงไปทีเดียว คอเอียงเลย!"
"แล้วจะรอดเรอะ?"
"พวกพี่บึ้กนั่นจับดัดกลับเข้าที่เฉยเลย ตาเหลือกกันเป็นแถว"
"..."
...
"พ่อมึงกลับมาแล้วเหรอ ข้างนอกเป็นไงบ้าง?"
"ไอ้มืดที่ชอบดักปล้นตรงเนินแยกกากบาท ไม่รอดแล้ว"
"หือ?"
"มีการยิงกัน หัวเป็นรูเบ้อเริ่ม ถูกทิ้งไว้ที่โรงพักหาญไก สารวัตรชมพ่อค้าผักคนนั้นใหญ่เลย บอกว่าช่วยกำจัดภัยสังคม ให้รางวัลหนึ่งพัน แล้วยังออกใบอนุญาตพกปืนย้อนหลังให้อีก"
"นี่เรื่องชักจะบานปลายแล้วนะ!"
...
"ไอ้ลูกเวร ดึกดื่นป่านนี้มึงออกไปร่อนที่ไหนมา?"
"ฉันตามขบวนรถไปที่สือหลี่อิ๋งมา"
"ที่นั่นเป็นไงบ้าง?"
"พวกโจรดักปล้นเป็นร้อยคนถูกจับไป นั่งร้องไห้ขี้แตกเยี่ยวราดอยู่ขอบหลุม หลุมนั่นเป็นบ่อดินของโรงอิฐ ลึกเป็นสิบเมตร รอบๆ มีชายฉกรรจ์เป็นร้อยคนถือพลั่วยืนคุมอยู่"
"คุณพระช่วย จะฝังกลบเหรอ? อวี๋ซานหยวนไปเอาความกล้ามาจากไหน?"
"เจ้าของล้อที่หายไปนั่นแหละคงให้ท้ายมา แต่ได้ยินคนสือหลี่อิ๋งเขาคุยกันว่า นี่เพิ่งเริ่มต้น"
"ซี๊ด..."
...
รุ่งสาง
"หัวหน้าใหญ่ นี่คือรายชื่อเจ้าถิ่นที่พวกโจรดักปล้นคายออกมา"
"คนของเรามีใครอาสาไปจับบ้าง?"
"พ่อค้าผักรู้ว่าพรุ่งนี้จะได้ต้นอ่อนฟรีหนึ่งตะกร้า อาสาไปกันเพียบ บางคนไปรอที่ปลายทางแล้วด้วยซ้ำ บอกว่าคุ้นพื้นที่ คนเยอะจนนับไม่ถ้วนเลย"
"แบ่งเป็น 100 ทีม ให้เจ้าหน้าที่เทคนิคคุมทีมละสองคน ไปเชิญเจ้าถิ่นในรายชื่อมาให้หมด ส่วนพวกที่ชั่วช้าสามานย์ ก็หาทางเก็บซะ"
"ได้!" อาหกเม้มปาก หันไปสั่งการคนที่รวมพลอยู่ที่ลานจอดรถ
ท่านนายกฯ หวงเริ่มกังวล "ถ้าเรื่องมันใหญ่โต คุณจะไม่เป็นไรเหรอ?"
"เราต้องการให้เรื่องมันใหญ่โต ยิ่งใหญ่ยิ่งดี ถึงจะเปิดทางได้สะดวก ไม่ต้องมาคอยระวังหน้าพะวงหลัง ไม่อย่างนั้นจะขยายธุรกิจต้นอ่อนไปทั่วประเทศได้ยังไง?"
"ผมห่วงเรื่องเบื้องบน"
"เบื้องบนเขาอยากให้กวาดล้างจะตายอยู่แล้ว อีกอย่างเจ้าของล้อที่หายไปก็วางมัดจำมาแล้ว เป็นปั๊มน้ำแรงดันสูงสามเครื่อง กับสถานีจ่ายไฟย่อยอีกหนึ่งแห่ง"
"เอาปืนมา ผมไปด้วย!"
"..."
...
ทางตะวันตกของมณฑลซานตงมีภูเขา แม้จะสูงไม่ถึงร้อยเมตร แต่ก็ทอดตัวยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา
ท่ามกลางขุนเขา มีซากกำแพงเมืองจีนโบราณตั้งตระหง่าน และที่ตีนกำแพงเมืองนั้น มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่
หมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยบ้านดินและซากปรักหักพัง หน้าบ้านหลังบ้านมีแต่ต้นข้าวโพดแห้งเหี่ยว ตัดกับใบไม้แห้งในฤดูหนาว ดูวังเวงชอบกล
เช้าตรู่วันนี้
ควันไฟลอยอ้อยอิ่ง หมอกจางๆ ปกคลุม
ท่ามกลางเสียงนกร้อง จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังลั่นหมู่บ้าน
"ขโมย! มีคนขโมยหมา!"
สิ้นเสียง
ชาวบ้านชายหญิงแก่หนุ่มนับไม่ถ้วน คว้าจอบคว้าเสียมวิ่งออกมาจากบ้าน
"อยู่ไหน? มันอยู่ไหน?"
"วิ่งหนีไปทางป่าละเมาะทิศตะวันตกแล้ว ผู้ใหญ่บ้านตามไปแล้ว"
"ตาม!"
ฝูงชนนับร้อยกรูเข้าไปในป่าละเมาะ ไม่นานก็เห็นชายวัยกลางคนหวีผมเรียบแปล้ ถูกถอดกางเกงมัดติดกับต้นไม้ หันหลังให้ทุกคน
"มันนั่นแหละ!"
"แต่งตัวดูดี แต่ดันมาขโมยหมา!"
"ตีมันให้ตาย!"
จอบเสียมระดมฟาดไม่ยั้ง จนชายคนนั้นเลือดอาบตัว
ผู้ใหญ่บ้านรีบเข้ามาห้ามพร้อมกับแจ้งตำรวจ "แยกย้ายๆ เดี๋ยวตายคาตีน"
ในฝูงชน ชายคนหนึ่งที่เข้าเมืองบ่อยๆ มองเห็นหน้าชายหวีผมเรียบแปล้ ก็ชะงักไป สีหน้าหวาดกลัว "นั่นมันพี่เปียวแห่งซีกวานนี่หว่า?"
"เปียวไหน?"
"ขาใหญ่ที่โหดที่สุดในอำเภอเรา ได้ยินว่าฆ่าคนมาสี่ห้าศพ ร้านค้าหลายถนนต้องจ่ายส่วยให้มัน ทำไมมันมาโผล่ที่นี่ได้?"
ชาวบ้านเริ่มได้สติ เริ่มกังวล "ลูกน้องมันจะกลับมาล้างแค้นเราไหมเนี่ย?"
"กลัวห่าอะไร!" ผู้ใหญ่บ้านถุยน้ำลาย "พวกเอ็งไม่รู้เรื่องเมื่อคืนเหรอ?"
"เรื่องอะไร?"
"เจ้าถิ่นสิบลี้แปดหมู่บ้าน รวมถึงในตัวอำเภอ ถูกเชิญตัวไปสือหลี่อิ๋งหมดแล้ว"
"ซี๊ด..."
"สงสัยไอ้เปียวนี่จะได้ข่าวล่วงหน้า เลยเตรียมหนี แต่ดันหนีมาที่นี่"
"แล้วจะทำยังไง?"
"จับตายโจรปล้นรถหนึ่งศพได้รางวัลหนึ่งพัน จับไอ้เปียวส่งโรงพัก น่าจะได้เป็นหมื่น!"
"ไปกันพวกเรา!"
...
สือหลี่อิ๋ง
ทิศใต้ของหมู่บ้านตระกูลอวี๋ บริเวณบ่อดิน
ชายฉกรรจ์ถือพลั่วยืนคุมเชิงกั้นพื้นที่
ชาวบ้านและพ่อค้าผักจำนวนมหาศาล บางคนแบกท่อนเหล็ก บางคนถือที่หมุนสตาร์ทรถ ประแจตัวใหญ่ คีมล็อค ยืนมุงดูระยะประชิด
ริมบ่อดิน ฝั่งซ้ายคือพวกโจรดักปล้นรถที่นั่งเบียดเสียดกัน ฝั่งขวาคือเหล่าเจ้าถิ่นที่ยืนกันมืดฟ้ามัวดิน
อวี๋หยางห่อตัวด้วยเสื้อโค้ททหาร สวมหมวกหัวรถจักร มือถือโทรโข่ง "ผมถามคำเดียว ใครปล้นต้นอ่อนถั่วลันเตา ใครขโมยล้อรถ?"
เงียบกริบไร้เสียงตอบรับ
"พวกคุณก็รู้ ที่นี่คือสือหลี่อิ๋ง ศึกทะเลสาบผิงตงปี 92 ก็ไม่เห็นมีใครเอาผิดได้"
สิ้นเสียง ชายฉกรรจ์เริ่มจับคนโยนลงบ่อ
"ลูกพี่อวี๋ พวกเราเพิ่งมาดักปล้นครั้งแรก ไม่รู้เรื่องจริงๆ ครับ!"
"เถ้าแก่อวี๋ พวกเราหากินแต่ในตัวอำเภอ ไม่เคยกล้ามาแหยมกับสือหลี่อิ๋งเลยครับ"
"ผมไม่อยากตาย!"
"ผม! ผมรู้จักรังโจรขโมยล้อ รังพวกมันอยู่ที่ตำบลไถเฉียน หัวหน้าชื่อหวังหมาจื่อ"
อวี๋หยางส่งสัญญาณมือ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการลงทุนรีบรวบรวมคน มุ่งหน้าสู่ไถเฉียนทันที
...
อำเภอผิงตง
"ท่านครับ สือหลี่อิ๋งทำเรื่องใหญ่แล้ว หลายพื้นที่โทรมาแจ้ง"
"ใหญ่แค่ไหน?"
"จับโจรดักปล้นกับเจ้าถิ่นไปเพียบ เอาไปรวมกันที่บ่อขุดดินโรงอิฐสือหลี่อิ๋ง เริ่มลงไม้ลงมือแล้วครับ"
"ฉิบหาย!"
"แต่ว่า เจอล้อรถที่ไถเฉียนแล้วครับ"
"ป่านนี้แล้วจะล้อรถหรือไม่ล้อรถก็ช่างมัน ไปเคลียร์เรื่องให้จบก่อน"
...
วอ.. วอ..
เสียงไซเรนดังระงมไปทั่วถนนดินของโรงอิฐสือหลี่อิ๋ง
มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างสิบคัน รถตำรวจห้าคัน
ตามหลังมาด้วยรถบรรทุกทหารที่คุ้นตาอีกสามคัน
อวี๋หยางกวาดตามองพวกโจรที่มีสีหน้าดีใจ และพวกเจ้าถิ่นที่รอดตายมาได้ รู้สึกเสียดายเล็กน้อย
"ประมาทไปหน่อย ไม่นึกว่าจะมาไวขนาดนี้"
"ครั้งนี้จะละเว้นให้ก่อน ถ้ามีคราวหน้า ผมจะพาพวกคุณไปเที่ยวแม่น้ำเหลือง!"
ทุกคนหน้าซีดเผือด
...
ไม่นานนัก
พวกเจ้าถิ่นก็ได้ยินข่าวลือที่ชวนขนหัวลุกจากปากชาวบ้าน
ลูกพี่คนหนึ่ง ตายคาด้ามเสียม
ขาใหญ่คนหนึ่ง หัวทิ่มลงไปในบ่อเกรอะ
หัวหน้าแก๊งโหดคนหนึ่ง พร้อมลูกน้องสองคน โดนรถชนตาย...
เพียงชั่วข้ามคืน
พายุพัดผ่านสิบลี้แปดหมู่บ้าน พัดพาเอาคนมีหน้ามีตาหายไปสิบห้าสิบหกคน
"แค่ล้อไม่กี่วง ถึงกับนองเลือดกันขนาดนี้!"
ผู้พันโจวลงจากรถ ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ก่อนจะสั่งให้ทหารในชุดเขียวช่วยตำรวจจัดการเก็บกวาด
สารวัตรอำเภอพยักหน้าขอบคุณ หันไปหยิบโทรโข่ง "จับกุมพวกโจรดักปล้นรถ ใครขัดขืนยิงทิ้งได้ทันที ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องรีบออกจากพื้นที่!"
เที่ยงวัน
สถานีวิทยุอำเภอ: "เมื่อคืนที่ผ่านมา ทางอำเภอได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างโจรผู้ร้ายและแก๊งดักปล้นรถครั้งใหญ่... เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน"
...
พลบค่ำ
ตึกฝรั่ง
"ผู้ใหญ่บ้านอวี๋?"
"อยู่ครับ!"
"ทางอำเภอจัดสรรรถซานตาน่าสามคันให้บริษัทซานหยวนการเกษตร เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น"
"หา?"
อวี๋หยางเดินออกมาที่ห้องรับแขกชั้นล่าง เงยหน้าขึ้นก็เห็นรถซานตาน่าสภาพใหม่กิ๊กเก้าสิบเปอร์เซ็นต์สามคัน ที่เคยล้อหายแล้วใส่ล้อใหม่ จอดเรียงรายอยู่ในลานบ้าน
ทะเบียนรถเปลี่ยนใหม่เรียบร้อย
นี่มันอะไรกัน?
เงินงวดสุดท้ายเหรอ?
[จบแล้ว]