- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองอัจฉริยะ ผมจะเป็นเจ้าสัวที่บ้านนอก
- บทที่ 23 - กู้ด่วนและไล่ซื้อกิจการ
บทที่ 23 - กู้ด่วนและไล่ซื้อกิจการ
บทที่ 23 - กู้ด่วนและไล่ซื้อกิจการ
บทที่ 23 - กู้ด่วนและไล่ซื้อกิจการ
นี่คือยุคสมัยที่การดึงดูดการลงทุนเป็นตัวชี้วัดผลงาน
หาคนมาลงทุนได้ดี เบื้องบนก็อัดฉีดเงินช่วยเหลือ เงินอุดหนุน โบนัส เผลอๆ ได้รถประจำตำแหน่งเป็นรางวัล ปีนี้ทั้งตำบลก็อยู่ดีกินดี
หาไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรให้ แถมยังโดนเด้ง ปีนี้ทั้งตำบลก็นั่งหน้าเหี่ยว
ทำไมต้องดึงดูดการลงทุน...
เพราะจนไง
เหมือนอย่างสือหลี่อิ๋ง
ชาวบ้านทำนาเลี้ยงตัวเองยังไม่ได้ อย่าหวังจะส่งลูกเรียนมัธยมปลาย ทางเลือกเดียวคือออกไปทำงานต่างถิ่น
แต่ในตำบลมีแค่โรงงานถ่านอัดก้อนหนึ่งแห่ง โรงสีข้าวหนึ่งแห่ง โรงอิฐร้างหนึ่งแห่ง กับร้านค้าห้องแถวอีกนิดหน่อย ชาวบ้านเลยต้องดิ้นรนไปตายเอาดาบหน้า
บางคนแค่ตัวคนเดียวออกไป สิ้นปีก็หอบเงินกลับมา
บางคนหอบลูกเมียออกไป แล้วไม่กลับมาอีกเลย
บางคนเจอเรื่องร้ายๆ ตายอยู่ข้างนอก ทิ้งลูกเมียคนแก่ไว้ข้างหลัง
ประชากรลดลงเรื่อยๆ ภาระของตำบลหนักขึ้นเรื่อยๆ เศรษฐกิจแย่ลงเรื่อยๆ
ถ้าอยากเปลี่ยนสถานการณ์ มีทางเดียวคือดึงโรงงานเข้ามา เพื่อสร้างงานในพื้นที่
สือหลี่อิ๋งก็แบบนี้ หาญไกก็แบบนี้ วัดพระพุทธก็แบบนี้ ตำบลทั่วแผ่นดินจีนล้วนเป็นแบบนี้
ที่ไหนทำได้ดีและมีต้นทุนดีอยู่แล้ว อย่างฉวนปู้ทางใต้ รายได้การคลังปีละเป็นสิบล้าน
ที่ไหนทำได้กลางๆ พอมีต้นทุนบ้าง อย่างวัดพระพุทธ รายได้ปีละเป็นล้าน
ที่ไหนทำได้ห่วยแตก แถมไม่มีต้นทุนอะไรเลย อย่างสือหลี่อิ๋ง รายได้ติดลบปีละแสน
"นี่แหละความแตกต่าง!"
"พวกคุณต้องคิดให้ดีๆ ว่าทำไมคนอื่นเขาทำได้ ทำไมเราทำไม่ได้"
"เพราะเราไม่มีความสามารถเหรอ ไม่ใช่"
"เพราะเราไม่มีความจริงใจเหรอ ไม่ใช่"
"แล้วเพราะอะไร"
"เพราะเราไม่ได้ไปแย่งชิง"
"แย่งชิงบริษัท แย่งชิงเงินทุน แย่งชิงประชากร"
"คุณดูสิ พวกที่ลงมือเก่อน เป็นเขตปกครองพิเศษ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งนั้น"
ภายในโรงงานแก้ว
อวี๋หยางกับนายกตำบลนั่งยองๆ สูบบุหรี่คุยกันใต้แสงไฟถนน
ไกลออกไป
โรงงานแก้วที่เพิ่งได้ออเดอร์ล้านแตกจากซานหยวนการเกษตร ส่งผู้จัดการ ฝ่ายบัญชี และฝ่ายขาย ไปยืนตะโกนเรียกพนักงานที่หน้าประตูใหญ่
"งานเข้าแล้วจ้า! บริษัทเกษตรจะสร้างเรือนกระจก ต้องการกระจกเทมเปอร์ใสพิเศษ กระจกฉนวนเทมเปอร์จำนวนมาก!"
"ขอช่างหลอม 6 คน!"
"ช่างอบชุบ 8 คน!"
"แรงงานขนย้าย 15 คน!"
"ช่างตัด 3 คน!"
"ช่างเจียขอบ 2 คน!"
"ช่างเจาะ 2 คน!"
"ช่างซ่อมบำรุง..."
ชายวัยกลางคนสองคนที่เห็นเบนซ์หน้าโลงเครื่อง 7.0 ลิตร เข้าโรงงานมาตั้งแต่เย็น รีบกระจายข่าวเรื่องเถ้าแก่ใหญ่มาเยือนโรงงานไปให้ญาติสนิทมิตรสหายได้รับรู้
ทำให้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หน้าประตูโรงงานก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คนกว่าห้าสิบชีวิต
และคนตกงานเหล่านี้สนใจออเดอร์นี้ยิ่งกว่าทางโรงงานซะอีก พอได้ยินตัวเลขหลักล้าน เสียงโห่ร้องยินดีก็ดังกระหึ่ม
"พี่น้องฟังทางนี้ ปัญหาเรื่องที่อยู่ที่คาราคาซัง ตอนนี้มีทางออกแล้ว"
"นั่นคือให้ทุกคนย้ายไปพักที่โรงงานว่างก่อน รอผมสำรวจข้อมูลแต่ละบ้านให้เรียบร้อย แล้วค่อยจัดการต่อไป!"
ผู้จัดการโรงงานหน้าแดงก่ำ ให้คำมั่นสัญญาเพื่อจะดึงตัวช่างฝีมือเก่าแก่กลับมา
ฝูงชนโห่ร้องด้วยความดีใจอีกครั้ง
ภายในโรงงาน
อวี๋หยางทิ้งก้นบุหรี่ "ทางตำบลเคลียร์ที่พักหรือยัง"
"เหมือนพวกช่างเทคนิคของเอ็งนั่นแหละ ให้ไปอยู่ที่ไซโลเก็บเมล็ดพันธุ์ อาติดต่อคนมาเชื่อมเตียงเหล็กทั้งคืนแล้ว... กลัวแต่คนในเมืองจะไม่อยากไปอยู่บ้านนอกแบบเรา"
"พวกเขาไม่ใช่คนเมืองหรอกครับ ก็แค่คนบ้านนอกที่ได้ทะเบียนบ้านในเมือง แล้วในเมืองไม่มีงาน ไม่มีบ้าน ไม่มีบำนาญ ลูกหลานต้องไปฝากเรียน ถ้าไปอยู่บ้านเราแล้วรุ่ง เขาอยู่ยาวแน่ อีกอย่าง ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้กลับมานี่ครับ"
"ขอให้ราบรื่นเถอะ"
"ผมไปนอนก่อนนะ"
อวี๋หยางปากบอกจะไปนอน แต่มือหยิบโทรศัพท์กระติกน้ำขึ้นมา โทรหาเยว่ตงไหล หุ้นส่วนของเถ้าแก่หาน เจ้าของรถพ่วงจากฉวนปู้
"เถ้าแก่เยว่ นอนหรือยังครับ"
"ยังเลยลูกพี่ใหญ่ มีอะไรสั่งมาได้เลย"
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ พ่อค้าผักเริ่มเลียนแบบพวกพี่บึ้ก เรียกเขาว่าลูกพี่ใหญ่
ยิ่งหลังจากไปลุยในตัวอำเภอมา คำเรียกนี้ดูจะเข้าปากพวกเขายิ่งขึ้น
"คืออย่างงี้ ช่วยเตรียมรถพ่วงห้าคัน มาที่โรงงานแก้วซานซินในเหลียวเฉิงหน่อย ถ้ามีคนถาม บอกว่ามารับกระจก"
"บังเอิญจัง พวกผมเพิ่งเรียกรถพ่วงมาห้าคัน เตรียมจะขนต้นอ่อน 1,000 ตะกร้า เดี๋ยวผมให้ตีรถไปทางนั้นเลย ขึ้นทางด่วนไป"
"อาจจะเสียเวลาสักสองวัน เสร็จงานแล้วค่าทางด่วน ค่าน้ำมัน ค่าเสียเวลา ลงบัญชีผมไว้ เดี๋ยวชดเชยให้เป็นต้นอ่อน 200 ตะกร้า"
"งั้นผมไม่เกรงใจนะ"
อวี๋หยางวางสาย แล้วโทรหาพี่รอง
ให้ทางนั้นเตรียมพร้อมตลอดเวลา
พอทางนี้ได้เงินกู้ปุ๊บ ให้เช่ารถบัสขนคนงานมาทันที พอขนเครื่องจักรขึ้นรถเสร็จ ก็ให้นั่งรถพ่วงกลับสือหลี่อิ๋ง
แน่นอน เครื่องมือถอดประกอบ ช่างซ่อมเครื่องจักร ก็ต้องเตรียมให้พร้อม
...
นอกโรงงานแก้ว
แม้เศรษฐีตัวจริงจะเมิน AMG เบนซ์หน้าโลง
แต่คนธรรมดา รวมถึงพวกข้าราชการ ไม่รู้จัก AMG หรอก รู้แค่ว่าเบนซ์หน้าโลงคันนี้เครื่อง 7.0 ตัวถังกว้างกว่า ยาวกว่า ดูอลังการกว่ารุ่นปกติเยอะ
และคนที่ซื้อรถคันนี้ได้ ตัวตนต้องไม่ธรรมดา
บนถนนฝั่งตรงข้ามโรงงาน
"สืบมาได้ความว่าไง"
"สืบมาแล้วครับ ไอ้หนุ่มนั่นชื่ออวี๋หยาง เบนซ์หน้าโลงคันนั้นราคา 2 ล้าน 2 แสน จ่ายในนามส่วนตัว ไม่ได้ผ่านบัญชีบริษัท"
"คนที่ไหน ทำธุรกิจอะไร"
"ข้อมูลน้อยมาก ยังสืบไม่เจอ แต่ถามจากเซลล์ขายรถ ได้ความว่าพ่อเขาทำธุรกิจรับเหมา ที่บ้านมีรถหรูหลายคัน แต่ไอ้หนุ่มนี่เพิ่งทะเลาะกับพ่อมา"
"ทะเลาะกัน?"
"ครับ พ่อเขาซื้อรถญี่ปุ่นมาสองคัน คราวน์คันนึงแปดเก้าแสน เซ็นจูรีคันนึงล้านกว่า เขาเลยด่าพ่อว่าขายชาติ"
"..."
"ทะเลาะกับพ่อแล้วยังมีเงินติดตัวมาถลุงเล่นล้านเจ็ดกว่าๆ ฐานะทางบ้านต้องระดับมหาเศรษฐีแน่ แต่ผมไล่เช็ควงการรับเหมาแล้ว ยังหาตัวไม่เจอ"
"ช่างมันเถอะ ดูแค่ว่าเขาป้อนออเดอร์ให้โรงงานแก้วจริงไหม ตอนนี้โรงงานเริ่มรับคนงานแล้ว แสดงว่าของจริง คาดว่าโรงงานคงรีบไปขอกู้เงินเร็วๆ นี้"
"พวกเราจะเอายังไง"
"ขอแค่แก้ปัญหาคนตกงานได้ ก็หลับตาข้างหนึ่งปล่อยๆ ไปเถอะ"
"รับทราบ"
...
วันรุ่งขึ้น
โรงงานแก้วทำสัญญาจำนำกับอวี๋หยาง รับรถ AMG เบนซ์หน้าโลง พร้อมใบเสร็จ สัญญาซื้อขาย เล่มทะเบียนไป
จากนั้นผู้จัดการโรงงานก็หอบเอกสารหลักฐาน พาฝ่ายบัญชีบึ่งไปธนาคารเหลียวเฉิง
วุ่นวายอยู่ครึ่งค่อนวัน จนกระทั่งปั๊มลายนิ้วมือ ผู้จัดการโรงงานถึงเข้าใจว่าทำไมอวี๋หยางถึงเจาะจงให้ใช้ธนาคารท้องถิ่น
เพราะอนุมัติไวมาก
ถ้าไปธนาคารอื่น อย่างต่ำก็อาทิตย์นึงกว่าจะรู้ผล
ธนาคารท้องถิ่น คุยยอดเงินจบ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงอนุมัติเลย
ถ้าไม่ติดว่ากลัวจะมีปัญหาแทรกซ้อน ผู้จัดการโรงงานกะจะไปกู้สหกรณ์เพิ่มอีกสักยอด
แน่นอน เซ็นสัญญาไม่ได้แปลว่าจะได้เงินทันที ต้องรอเงินเข้าบัญชี
แต่ผลลัพธ์พิสูจน์แล้วว่า AMG เบนซ์หน้าโลงที่เอามาจำนำ มีอิทธิฤทธิ์เหลือล้น
เย็นวันนั้น โรงงานแก้วก็ได้รับเงินกู้ 5 แสน
อวี๋หยางได้รับข่าว ก็รีบโทรบอกเจ้าของรถพ่วงฉวนปู้ ให้รถห้าคันนั้นออกเดินทาง
พร้อมสั่งให้พี่ชาย 89 คน รวมกับช่างจากอู่ซ่อมรถและสถานีเกษตรสือหลี่อิ๋ง แยกย้ายกันนั่งรถโดยสารมาที่เหลียวเฉิง
จากนั้นอวี๋หยางก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก ต่อหน้าสายตาหลายคู่ที่จับจ้องอยู่ เดินดุ่มๆ ไปที่โรงงานพลาสติกข้างๆ
ไหนๆ ก็ลูบคมเจ้าถิ่นเหลียวเฉิงแล้ว ก็เอาให้สุด
หิ้วโรงงานพลาสติกไปด้วยเลย
เพราะต้นอ่อนของเรายังไม่มีกล่องใส่เลยนี่นา
แน่นอน เราเป็นนักธุรกิจน้ำดี
ไม่ลัก ไม่วิ่งราว ไม่ต้มตุ๋น
เรามาเจรจาซื้อกิจการ
ส่วนเงินทุน...
เงินกู้โรงงานแก้ว 5 แสน รายได้ต้นอ่อนวันนี้ 2 แสน 3 หมื่น
รวมเป็น 7 แสน 3 หมื่น
เงินแค่นี้ ซื้อโรงงานพลาสติกเล็กๆ ได้สบาย
อวี๋หยางเดินไปพลางคิดไป มาถึงโรงงานพลาสติก
เงยหน้ามองป้ายชื่อ...
โอ้โห โรงงานแปรรูปพลาสติกซานเฉวียน (สามครบ)!
"โรงงานแก้วชื่อซานซิน (สามทอง)..."
"ฉันนี่มีวาสนากับเลขสามจริงๆ!"
[จบแล้ว]