เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ใครปิดไฟวะ?

ใครปิดไฟวะ?

ใครปิดไฟวะ?


มิราจที่เห็นท่าทางเอาจริงของคู่หู่ก็สะบัดมือครั้งหนึ่งก่อนที่ตัวเขาจะหายไป

“หืม? ตรานั่น...พวกคุณคือหน่วยพิราบสีขาวของสมาคมผู้พิทักษ์ไม่ใช่เหรอ ดูจากสีหน้าแล้วพวกคุณไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นหรอก ผมไม่ได้เป็นคนทำ คนที่จัดการคนพวกนี้ทั้งหมดกำลังแบกตำหนักไปทิ้งนอกโลกโน่นแล้ว” ซุนหรงที่สัมผัสได้ถึงการมาเยือนของทั้งสองคนหันหน้ามาพูดด้วยรอยยิ้มบางๆพร้อมกับชี้นิ่วขึ้นไปบนฟ้า

โรสที่ได้ฟังก็พูดออกมาว่า

“นายจะบอกว่าคนทำออกนอกโลกไปพร้อมกับตำหนักแล้วงั้นเหรอ เรื่องแบบนั้นเป็นไปได้ยังไง คนๆเดียวสามารถทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง เขาเป็นใครกัน?”

“เรื่องนั้นผมก็ยังสงสัยในตัวตนของเขาอยู่ แต่ดูเหมือนตอนนี้เขาจะอยู่ฝั่งมนุษย์นะ” ซุนหรงดันแว่นตอบขณะเก็บมือถือเข้าแหวนมิติ

“นายรู้ได้ยังไง”

“ก็ถ้าเขาเป็นศัตรูจริงๆแดนมนุษย์คงลุกเป็นไฟเพราะฝีมือเขาแล้วล่ะครับ ชายคนนี้สามารถจัดการตาแก่เฉินที่เป็นหนึ่งในผู้ใช้พลังระดับ SSS ขั้นสูงสุดได้ภายในไม่กี่กระบวนท่าเอง คิดว่าถ้าเขาเป็นศัตรูแดนนมนุษย์ตงไม่เงียบสงบแบบนี้หรอก” ซุนหรงกล่าวจบก็ถอนหายใจออกมา

“ถ้าเขาแข็งแกร่งขนาดนั้นแล้วทำไมถึงไม่มีใครรู้จักเขามาก่อนเลยล่ะ” มิราจที่ยกเลิกการหายตัวเมื่อเห็นท่าทางของซุนหรงไม่ได้เป็นศัตรูถามขึ้นมา

“อาจเป็นเพราะเขาไม่อยากเปิดเผยตัวหรือไม่ก็พึ่งค้นพบว่าตัวเองแข็งแกร่งก็ได้ ใครจะรู้” ซุนหรงตอบกลับอย่างขอไปที ตอนนี้ภายในหัวของเขามีแต่เรื่องแฟนสาวที่ราฟบอกว่าจะพาไปหาคำตอบทำให้เขาไม่คิดที่จะสนใจคนจากหน่วยพิราบสีขาวสองคนนี้มากนัก

วาบบบ

ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังสนทนากันอยู่นั้นเอง ท้องฟ้าเหนือหัวของพวกเขาก็ถูกบดบังด้วยบางสิ่งที่มีสีดำสนิทจนแสงแดดไม่อาจส่องเขามาถึงพื้นได้อีกราวกับเมืองเทียนหลงแห่งนี้ได้เข้าสู้ห้วงรัตติกาลฉับพลันอย่างไรอย่างนั้น

“มันเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย!?” โรสที่เห็นปรากฏการณ์ราวกับโลกถูกอสูรกลืนดาวในเทพนิยายรุกรานตรงหน้าเอ่ยเสียงเครียด แต่เธอก็รู้สึกแบบนั้นได้ไม่นานเพราะจู่ๆท้องฟ้าที่ไร้ซึ่งแสงตะวันก็กลับมาสู่ความสดใสอีกครั้งพร้อมกับตำหนักนภาครามที่ออกนอกโลกไป

“เอ๋…!?”

ฟุบบบ

ตุบบบ

“อื๋อ…? ใครปิดไฟวะ? ว่าแต่เมื่อกี้เราวาร์ปมาโผล่ใกล้ๆกับพี่แว่นไม่ใช่เหรอ แล้วไอ้สัมผัสนุ่มๆนี่มันอะไ...เหวอออ” ราฟที่ปรากฏตัวออกมาท่ามกลางการสนทนาของทั้งสามคนพูดขึ้น

“...”

“ไอ...ไอ้...ไอ้คนวิตถารเอ๊ย!” โรสที่ถูกชายหนุ่มผมเทาที่อยู่ๆก็โผล่มาจากความว่าเปล่าแล้วซบเข้าที่หน้าอกของเธอกรีดร้องออกมาก่อนจะถีบเท้าถอยออกาแล้วแทงกริชใส่หน้าอกของชายหนุ่มตรงหน้า

“แม่เจ้าโว้ย นี่พี่สาวจะโหดไปมั้ย เล่นแทงหัวใจเลยเหรอ” ราฟที่เบี่ยงตัวหลบถามด้วยใบหน้าตกใจ

“แล้วแกเอาหน้ามาซุกฉันทำไมล่ะไอ้โรคจิต!...ผีเสื้อเริงระบำ” ว่าจบหญิงสาวก็ใช้ออกด้วยวิชาดาบคู่ฟาดฟันกริชด้วยสองมือใส่ราฟอย่างรวดเร็วจนคนปกติไม่สามารถมองตามความเร็วนี้ได้ทัน

“เห้ย ผมไม่ได้ตั้งใจนะ ผมแค่วาร์ปมาโผล่ตรงจุดใกล้ๆพี่แว่นเฉยๆเอง ต้องขอโทษจริงๆสำหรับการล่วงเกินครับ!”

“...แล้วก็หยุดเหวี่ยงมีดนั่นใส่ผมได้แล้วน่า” ราฟที่หลบการโจมตีของหญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

‘ให้ตายเถอะทำไมเราถึงเจอเรื่องแบบนี้อยู่เรื่อยเลยวะ?...ถึงสัมผัสที่ได้รับเมื่อกี้จะดีสุดๆไปเลยก็เถอะ แค่กๆ...ความหื่นนี่ไม่เข้าใครออกใครจริงๆแฮะ อารมณ์ขึ้นแบบนี้สงสัยต้องกลับไปปลดปล่อยกับแม่นางทั้งห้าซะแล้วสิเรา’

“มิราจ นายจะยืนอยู่เฉยๆทำไม มาช่วยฉันจัดการไอ้เด็กบ้านี่สิ! แล้วนี่ก็ไม่ใช่มีดด้วยเจ้าบ้า! นี่คือกริชผีเสื้อทองคำ ยุทธภัณฑ์ระดับ SS ย่ะ!” โรสที่เห็นว่าตนเองตามความเร็วของชายหนุ่มตรงหน้าไม่ทันรีบขอความช่วยเหลือจากคู่หูทันที

“แต่เขาก็ขอโทษเธอแล้วไง...”

“ทำตามที่ฉันบอกเถอะน่า!”

“...เขตแดนมายา ผสานวิชาดาบ!” มิราจถอนหายใจให้กับความเอาแต่ใจของหญิงสาวก่อนจะประกบมือทั้งสองข้างลงบนพื้นแล้วใช้ออกด้วยพลังเขตแดน

“....วิชาผสาน! ระบำดาบผีเสื้อมายา!” หลังจากที่มิราจพูดจบ โรสก็พูดต่อด้วยชื่อวิชา ก่อนที่ร่างของเธอจะเลือนหายไปจากสายตาของราฟ จากนั้นชายหนุ่มผมเทาก็สัมผัสได้ถึงตัวตนของหญิงสาวที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเขาจากทุกทิศทาง

“ไปสำนึกความผิดในคุกซะเถอะแก!”

“เห้อ จะไม่ให้พักกันเลยรึไงนะ” ราฟใช้ท่าร่างไร้เงาที่เป็นวิชาเคลื่อนไหวพื้นฐานหลบการโจมตีของหญิงสาวพร้อมกับหาวไปพลาง

‘จะว่าไปเรายังไม่ได้นอนกลางวันเลยนี่หว่า เอาไว้จบเรื่องทั้งหมดแล้วค่อยกลับหอไปนอนกอดโกโก้ร่างปอมละกัน หุๆ’ ราฟคิดในใจแล้วยิ้มฝันหวานออกมา ทำให้หญิงสาวที่เห็นสีหน้าแบบนั้นกัดฟันกรอดแล้วตะโกนใส่ราฟด้วยความโกรธว่า

“นี่แก! ยิ้มแบบนั้นหมายความว่ายังไง หรือว่า!? แกกำลังคิดเรื่องที่แกซบอกฉันเมื่อกี้อยู่งั้นเหรอ กรี๊ดดด!!! เลิกคิดเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!” เสียงกรี๊ดของเธอดังและแหลมเสียจนแก้วหูของชายหนุ่มทั้งสามถึงกับสั่น โดยเฉพาะราฟที่หูดีกว่าใครถึงกับต้องรีบเอามือปิดหู

“อ๊ากกก เล่นซะขี้หูตูสั่นเลย...ยัยคนหัวรั้นเสียงแปดหลอดเอ๊ย บอกให้ฟังกันหน่อยก็ไม่ยอมฟังกันเลยนะ...” ราฟบ่นเสร็จก็พูดต่อว่า

“คิดเหรอว่าวิชาปาหี่แบบนี้จะทำอะไรผมได้น่ะ เสียงกรี๊ดของพี่สาวยังอันตรายกว่าอีก ในเมื่อไม่ยอมฟังกันดีๆแบบนี้ ถ้างั้นก็ลองรับมือวิชาลับของผมซะก่อนเถอะ!” ราฟพูดด้วยใบหน้าจริงจัง ชายหนุ่มมองเห็นการเคลื่อนไหวของหญิงสาวทั้งหมดแต่ไม่อยากตอบโต้เธอด้วยกำลังเพราะเมื่อกี้เขาเป็นฝ่ายผิดที่ทำอย่างนั้นกับหญิงสาวแม้จะเป็นเรื่องบังเอิญก็ตาม

“อะไร? แกจะโจมตีฉันกลับงั้นเหรอ!? อย่าหวังเลย!” โรสที่เห็นท่าทางจริงจังของชายหนุ่มก็รีบรวมปราณไว้ที่ดาบจากนั้นเธอก็ฟันใส่ชายหนุ่มด้วยสองมือที่ไขว้กันจนเกิดเป็นรังสีดาบรูปตัว X ใส่ชายหนุ่ม

“หึๆ” ราฟใช้มือขวาปัดการโจมตีนี้ออกไปได้อย่างง่ายดาย แต่เขาไม่ได้โจมตีสวนกลับเธอ ชายหนุ่มทำเพียงแค่...

“วิชาลับ...ราชันย์มังกร...ผงาด!” กล่าวจบเจ้าตัวก็ถกกางเกงลงจนเหลือไว้เพียงกางเกงในขาสั้นสีดำต่อหน้าหญิงสาว

จบบทที่ ใครปิดไฟวะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว