เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลเทียน

ตระกูลเทียน

ตระกูลเทียน


[เมืองเทียนหลง]

เมืองเทียนหลง(มังกรฟ้า)นั้นเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่มีพื้นที่และประชากรมากที่สุดในบรรดาเมืองทั้งหมดที่อยู่ในอาณาเขตของมนุษย์ ผังเมืองของที่นี่ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบคล้ายรูปกระจกแปดทิศแบบจีน

สาเหตุที่มันถูกวางผังเมืองแบบนี้นั้นเป็นเพราะผู้ก่อตั้งเมืองนี้คือผู้นำตระกูลเทียนคนแรกที่มีความเชื่อว่ากระจกแปดทิศนั้นจะสามารถขับไล่ความขั่วร้ายไปได้

ต่อมาเมื่อวิทยาการของแดนมนุษย์ก้าวหน้าขึ้น เมืองเทียนหลงแห่งนี้ก็ได้ติดตั้งค่ายกลที่ทรงพลังไว้ป้องกันเมืองอย่าง ‘ค่ายกลแปดทิศ’ ที่จะทำให้ศัตรูที่คิดจะบุกเมืองถูกคลื่นพลังของค่ายกลที่สามารถรบกวนการใช้พลังหรือการโคจรปราณทำให้พวกเขาไม่สามารถต่อสู้ได้ และถูกคนของตระกูลเทียนสังหารในที่สุด

แม้ว่าตระกูลเทียนจะไม่ได้เป็นผู้ปกครองเมืองเทียนหลงแห่งนี้แล้วหลังจากที่ประชาชนของแดนมนุษย์ลงความเห็นว่าต้องการมอบอำนาจการบริหารให้แก่สมาคมผู้พิทักษ์ แต่ตระกูลเทียนก็ยังคงมีอิทธิพลและความเคารพจากประชาชนภายในเมืองแห่งนี้อยู่เพราะเรื่องราวความกล้าหาญของผู้นำตระกูลรุ่นแรกที่ได้ทำการปกป้องดินแดนมนุษย์ไว้จากเหล่าอสูรร้ายเมื่อหลายพันปีก่อน

[ตำหนักนภาคราม]

สถานที่แห่งนี้คือที่อยู่อาศัยของผู้คนในตระกูลเทียน ที่มีทั้งคนที่สืบเชื้อสายโดยตรงของผู้นำตระกูลรุ่นแรกที่มีจำนวนหลายร้อยชีวิต รวมถึงเหล่าพนักงานบริการที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่คนในตระกูลนี้อีกนับพัน

[ห้องของผู้นำตระกูลเทียน เทียนเฉิน]

เพล้งงง!!!

“ว่ายังไงนะ!? หงน้อยของข้าถูกสมาคมผู้พิทักษ์จับตัวไปงั้นเรอะ!?” ชายกลางคนผู้มีใบหน้าดุดันหรือเทียนเฉินคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวหลังจากที่ปาถ้วยชาทองคำใส่หัวของเลขาคนสนิทที่เป็นชายหนุ่มที่ยังคงสีหน้าที่สงบนิ่งแม้จะถูกปาถ้วยชาใส่จนน้ำชาไหลชโลมหัวลงมาพร้อมกับเลือดของเขาก็ตาม

“ใช่ครับ คุณชายหงถูกนักเรียนโรงเรียนไอรีนที่ชื่อเซราฟ ดาร์เซียที่เป็นผู้ชนะรายการเอาชีวิตรอดปีนี้จัดการตอนไปสั่งสอนหญิงสาวที่ไม่ยอมเป็นของเล่นของเขาครับ” ชายหนุ่มรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แล้วเจ้าแก่หยามันมัวทำอะไรอยู่ ทำไมมันไม่ข่วยลูกของข้ากัน!?”

“คุณหยาเขาก็ถูกนักเรียนคนนั้นจัดการเหมือนกันครับ”

“หืม เป็นแค่นักเรียนผู้พิทักษ์แต่กลับสามารถจัดการผู้พิทักษ์ระดับ SS สองคนได้งั้นรึ?” เทียนเฉินเอามือกุมคางพลางครุ่นคิดก่อนจะถามเลขาของเขาต่อว่า

“แล้วพวกเขาถูกเจ้าเด็กนั่นจัดการยังไง?”

ชายหนุ่มผู้เป็นเลขาของเทียนเฉินหยิบมือถือขึ้นมาแล้วฉายภาพโฮโลแกรมให้เขาดู

“!?” เทียนเฉินมองภาพในจอด้วยดวงตาที่เบิกกว้างพร้อมกับร่างกายที่สั่นเทา ก่อนที่ดวงตาของเขาจะแดงก่ำ และใบหน้าเต็มไปด้วยเส้นเลือดจากความโกรธ

“อ๊ากกก!!!! ไอ้เดรัจฉานชาติชั่ว มันกล้าทำให้ลูกขายข้าตกอยู่ในสภาพนี้! มันต้องตาย! ตระกูลของมันก็ต้องถูกลบออกไปให้หมด ออกคำสั่งออกไป ให้ขุนพลสวรรค์ทั้ง 8 ไปจับตัวคนในตระกูลของมันอย่างเงียบๆ แล้วให้จอมพลเจี้ยนลากคอมันมาดูครอบครัวของมันถูกข้าตัดหัว จากนั้นก็ฆ่ามันซะ!” เทียนเฉินออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดด้วยน้ำเสียงจริงจังขณะปลดปล่อยแรงกดดันของผู้ใช้พลังระดับ SSS ออกมาจนมันกลายเป็นมังกรทองยักษ์แล้วพุ่งทะลุเพดานตำหนักขึ้นไปบนท้องนภา แรงกดดันของมันทรงพลังมาเสียจนทำให้ตำหนักนภาครามแห่งนี้ถึงกับสั่นสะเทียน และยังทำให้ผู้คนในเมืองเทียนหลงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันนี้จนเกือบสลบลงไป แต่มันก็คงอยู่ได้ไม่นานเพราะเทียนเฉินสงบสติอารมณ์ได้ไวสมกับเป็นผู้นำของตระกูลอันดับหนึ่ง ก่อนที่เขาจะสั่งการชายหนุ่มอีกครั้งว่า

“ติดต่ออุโรโบรอสแล้วจ้างให้พวกเขาบุกชิงตัวหงน้อยออกมาอย่างเงียบๆแล้วส่งไปเก็บตัวอยู่ที่แดนปีศาจก่อนด้วยล่ะ ขืนปล่อยไว้อย่างนั้นเขาได้ถูกประหารแน่”

“ครับ!” ชายหนุ่มโค้งคัวรับคำสั่งก่อนจะเดินออกจากห้องของเทียนเฉินไป

เมื่อชายหนุ่มจากไปเทียนเฉินก็แสยะยิ้มเหี้ยมแล้วกล่าวว่า

“เป็นแค่คนที่ชนะการแข่งขันเอาชีวิตรอดของเด็กน้อยแต่กล้าล่วงเกินตระกูลเทียนของข้างั้นเรอะ ต่อให้เจ้ามีอีกกี่ชีวิตก็ไม่มีทางรอดจากมือข้าได้หรอกเจ้าเดรัจฉานน้อย!”

“พ่อคะ! หนูได้ยินมาว่าพี่หงถูกจับไป ใครมันกล้าทำแบบนั้นกัน ทั้งที่พี่เขาเป็นคนที่จิตใจดีแท้ๆ แล้วเรื่องนี้ใช่มั้ยที่ทำให้พ่อโกรธจนปล่อยเจตจิตเทวะมังกรออกมาน่ะ?” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นมา เมื่อเทียนเฉินหันไปมองก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา แล้วเอ่ยว่า

“เจินน้อย! พ่อแค่หงุดหงิดนิดหน่อยน่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องของพี่เขาหรอก พ่อส่งคนไปจัดการแล้ว ยังไงก็เถอะ ลูกเบื่อการล่าอสูรแล้วรึ ถึงกลับมาหาพ่อได้น่ะหืม?” ชายกลางเดินเข้าไปสวมกอดร่างบางที่เจ็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักแล้วลูบหัวของบุตรสาวของเขาอย่างรักใคร่

“ฮึ ก็พ่อไม่ให้หนูลงรายการเอาชีวิตรอดนี่นา ทั้งที่รู้ว่าหนูอยากสู้กับคนเก่งๆแท้ๆ ไม่งั้นจะฝึกวิชาเซียนของตระกูลไปทำไมกัน” เทียนซูเจินผละตัวออกจากพ่อของเธอพร้อมกับทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจแต่มันกลับน่ารักในสายตาคนเป็นพ่ออย่างเทียนเฉินเสียจริง

“แค่กๆ นั่นมันเป็นเพราะการแข่งนี้มันสามารถฆ่ากันได้เลยนะ พ่อกังวลว่าลูกจะบาดเจ็บนี่นา แล้วพอได้ฟังผลการแข่งก็มีคนรอดแค่ไม่กี่คนเอง แถมโรงเรียนวีนัสของลูกก็ไม่มีใครที่รอดสักคน ดีแล้วล่ะที่ลูกไม่ไปแข่งด้วยน่ะ” เทียนเฉินปลอบหญิงสาว

“ฮึ ช่างเถอะ หนูไม่สนเรื่องนั้นแล้วล่ะค่ะ ที่หนูมานี่ก็เพราะว่าจะขอออกไปที่เมืองไอรีนหน่อย”

“หืม จะไปเที่ยวที่นั่นเหรอ ถ้างั้นก็ระวังตัวด้วยล่ะ ว่าแต่ลูกจะไปเที่ยวที่ไหนของเมืองเหรอ?” เทียนเฉินถามพลางหยิบถ้วยชาจากแหวนมิติมารินชาใหม่แล้วยกขึ้นดื่ม

“หนูอยากไปหาคนชื่อเซราฟ ดาร์เซีย!”

พรวดดด!

เทียนเฉินที่ได้ฟังคำตอบของลูกสาวถึงกับสำลักแล้วพ่นชาออกมาจนมันหกเลอะพื้น

‘ไม่ใช่ว่ามันคือคนที่เราพึ่งสั่งเก็บไปเมื่อกี้งั้นเรอะ’ เทียนเฉินคิดในใจก่อนจะถามเทียนซูเจินว่า

“ลูกจะไปตามหาเขาทำไม?”

“หนูจะไปท้าประลองกับเขาให้รู้กันไปเลยว่าใครเก่งกว่ากัน! ถ้าขนะเขาได้ก็แสดงว่าหนูชนะการแข่งขันเอาชีวิตรอดแม้ว่าจะไม่ได้ลงแข่งด้วยไงล่ะคะ ฮิๆ” เทียนซูเจินเชิดหน้ายิ้มกว้างพร้อมกับตบอกด้วยท่าทางมั่นใจ

“...” เทียนเฉิน

จบบทที่ ตระกูลเทียน

คัดลอกลิงก์แล้ว