เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ถือซะว่าชดใช้ให้ฉัน

ถือซะว่าชดใช้ให้ฉัน

ถือซะว่าชดใช้ให้ฉัน


“...” ลิลิธขมวดคิ้ว เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ไอ้ร่างโครตเท่ห์นั่นคืออะไรอ่ะ...เง่ะ ฉันดูดมาไม่ได้เพราะเป็นการปลดผนึกพลังทางร่างกายของเผ่ามารโลหิตสินะ เห้อ วัยรุ่นเซ็ง” ราฟที่ยังคงลอยค้างอยู่บนอากาศพูดขี้นอย่างเสียดาย ก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

“...แล้วนี่ทำอะไรอ่ะ อ้อเธออยากนวดให้ฉันก็ไม่บอก เลยจัดท่าทางให้ฉันสินะ งั้นขอฉันไปเปลี่ยนชุดก่อน...หือ” ราฟที่กำลังพูดหยอกล้อหญิงสาวอย่างสนุกปากเลิกคิ้วขึ้นหลังจากเห็นลิลิธกัดฟันแน่นและเกร็งทั้งร่างของเธอจนมีเส้นเลือดปูดโปนไปทั่วร่างบางนั้นเพื่อเพิ่มแรงกระชากหัวของเขา

“เจ้าบังอาจดูหมิ่นข้า!” ลิลิธคำรามก่อนจะปล่อยมือทั้งสอง จากนั้นเธอจึงตะโกนชื่อวิชาออกมาเสียงดังว่า

“ฝ่ามือระเบิดโลหิต”

หญิงสาวฟาดฝ่ามือใส่ร่างของราฟอย่างรุนแรงจนชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงพลังที่กำลังจะปะทุออกมาจากการโจมตีของหญิงสาวแปลกหน้าที่เขาเดาจากคำพูดของเธอว่าน่าจะเป็นจักรพรรดิโลหิต

‘ว่าแต่ถ้าเธอเป็นผู้หญิงก็ควรเรียกว่าจักรพรรดินีโลหิตไม่ใช่เหรอฟะ? แต่ท่าไม่ดีแล้วแฮะ ถ้าพลังนี่ปะทุออกมาต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่...เคลื่อนย้ายมิติ!’ ราฟคิดในใจอย่างกังวล เพราะกลัวว่ารอบๆจะโดนลูกหลงจึงใช้พลังมิติเคลื่อนย้ายตัวของเขาและจักรพรรดิโลหิตไปจากที่นี่ทันที

ฟุบบบ

ตูมมมม!

ครืนนนน...

ซ่าาาา...

ร่างของทั้งสองปรากฏออกมากลางท้องฟ้าบนมหาสมุทรแห่งหนึ่ง ก่อนนี้แรงกระแทกที่เกิดจากการฟาดฝ่ามือระเบิดโลหิตด้วยร่างกายขั้นสูงสุดของเผ่ามารโลหิตอย่าง กายาเทพโลหิต ทำให้เกิดคลื่นพลังระเบิดออกเป็นวงกว้าง ส่งผลให้น้ำทะเลที่อยู่ด้านล่างซึ่งได้รับผลกระทบนี้เช่นกันได้กระจายตัวออกอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นวงแหวนน้ำขนาดใหญ่

“นี่เจ๊ อยู่ๆมาหาเรื่องกันทำไมฟะ ดูซิ เกือบทำให้โรงเรียนของฉันพังแล้วไหมล่ะ” ราฟมองมือทั้งสองข้างของหญิงสาวที่ยังคงแปะอยู่บนอกเขา โดยมีลิลิธเบิกตากว้างมองราฟอย่างตกตะลึง

“เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่! เจ้าสัตว์ประหลาด!” ลิลิธกรีดร้องออกมาเสียงดัง

ในตอนที่เธอฟาดฝ่ามือใส่ชายหนุ่มด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดนั้น เธอคิดว่าร่างของเขาจะระเบิดออกมาและตกตายทันที เพราะฝ่ามือระเบิดโลหิตนี้มีความรุนแรงของพลังมากกว่าวิชาระเบิดโลหิตธรรมดาหลายเท่า แต่สิ่งที่เธอรู้สึกได้เมื่อสัมผัสกับชายหนุ่มตรงหน้านั้นราวกับว่าร่างกายของเขาเป็นเหมือนหลุมดำอันว่างเปล่าที่พร้อมดูดกลืนพลังของเธอเข้าไปอย่างไม่จบสิ้น

ตลอดชีวิตหลายพันปีเธอไม่เคยพบเคยเห็นสิ่งมีชีวิตที่มีพลังที่เหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติเช่นนี้มาก่อน อีกทั้งยังสามารถใช้ร่างกายเปล่าๆรับการโจมตีจากฝ่ามือที่ปลุกพลังของเทพโลหิตของเธอได้อย่างไม่สะทกสะท้านอีก

“ข้าไม่ยอม!” ลิลิธกล่าวอย่างดึงดัน ก่อนจะอ้าปากกว้าง จากนั้นก็มีคลื่นพลังงานสีดำแดงระเบิดออกมาจากปากของเธอ

“คลื่นโลหิตทมิฬ” มันคือระเบิดพลังงานที่ถูกสร้างมาจากปราณและพลังชีวิตบางส่วนของเธอ

ราฟที่โดนพลังนี้เข้าไปถึงกับกระเด็นออกไปหลายกิโลเมตรกว่าจะตั้งตัวกลางอากาศได้

“เป็นพลังที่รุนแรงชะมัดให้ตายเถอะ ถ้าเธอใช้มันในเมือง เมืองนั้นคงหายไปทันทีเลยมั้งเนี่ย” ราฟเกาหัวก่อนจะใช้ดวงตาของเขามองหาเธอ

ราฟพบว่าหญิงสาวหายใจถี่ระรัวพร้อมกับมีเหงื่อออกเต็มตัว

“ดูท่าการใช้ท่านี้จะผลาญพลังของเธอไปมากเลยนะเนี่ย แต่สุดยอดไปเลยนะวิชานี้เนี่ย เอาไว้ค่อยลองดีกว่า ส่วนตอนนี้ก็...” ราฟพูดก่อนจะหายตัวแล้วไปโผล่ตรงหน้าของลิลิธ

“เจ้า! เป็นไปไม่ได้!” และแน่นอนว่าเมื่อเธอเห็นเขาก็มองราวกับว่ากำลังเห็นผี!

‘มันน่าจะตายไปแล้วนี่ พลังนี้คือวิชาของเทพปกรณัมที่ข้าเจอมาโดยบังเอิญเชียวนะ ถึงจะไม่รุนแรงเท่าของจริง แต่แค่นี้มันก็น่าจะสังหารเขาได้แล้วนี่ เพราะนอกจากเจ้ามารบ้าที่มีพลังแปลกๆนั่นแล้ว พวกจักรพรรดิมารตนอื่นก็ไม่กล้าต่อต้านวิชานี้เพราะกลัวตายกันหมด แต่เจ้านี่มัน...ผิดปกติเกินไปแล้ว!’ ลิลิธคิดในใจขณะมองหน้าของราฟพร้อมกับปากบางๆที่กำลังอ้าค้างอย่างลืมตัว

“เง่ะ ทำไมมองฉันอย่างนั้นอ่ะ ฉันก็คนปกตินี่ล่ะ แล้วฉันก็ยังไม่เคลียร์เลยนะเจ๊ ที่มาหาว่าฉันรังแกลูกศิษย์เจ๊เนี่ย ฉันแค่แกล้งบีบแก้มยัยนั่นเพราะหมั่นเขี้ยวเฉยๆเอง อ๊ะๆ อย่าคิดใช้พลังบ้านั่นอีกนะ” ราฟขมวดคิ้วก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปเอามือปิดปากของหญิงสาวไม่ให้ใช้คลื่นพลังนั่นโจมตีเขาได้อีก

‘ข้าเพียงแค่อ้าปากค้างเพราะตกใจเฉยๆ!’ ลิลิธค้านในใจอย่างอ่อนล้า นั่นเพราะวิชาของเทพปกรณัมนี้ได้ใช้พลังของเธออย่างมหาศาลจนเกินไป

“ช้าไม่เชื่อคำของสัตว์ประหลาดอย่างเจ้า! ปล่อยนะ อ๊ะ” ลิลิธสะบัดมือให้พ้นจากการจับกุมของเขา แต่เธอก็ต้องตกใจอีกครั้ง เพราะเธอรู้สึกเหมือนพลังปราณค่อยๆหายไปจากร่างของเธอ ทำให้เธอไม่สามารถลอยได้อีกต่อไปจนร่วงลงจากท้องฟ้าและได้ราฟเข้าไปรับไว้ด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิง

“เจ้าดูดกลืนพลังของข้า!? เจ้าสัตว์ประหลาด เจ้าเป็นผู้ใช้พลังพิศดารอะไรกัน!” ลิลิธมองราฟด้วยความตื่นตระหนกและแววตาที่เริ่มสะท้อนให้เห็นถึงความหวาดกลัวแฝงยอมจำนน

ถ้าเป็นเวลาปกติ เธอสามารถฟื้นฟูพลังของเธอได้ในทันทีเพราะพลังในการรักษาตัวที่ดีเลิศของเผ่ามารโลหิต แต่เมื่อปราณถูกดูดกลืนไปจนหมด ก็ทำให้เธอกลายเป็นเพียงหญิงสาวที่ไร้พลังคนหนึ่งเท่านั้น อย่างนี้จะไม่ให้เธอกลัวเขาที่ทำแบบนี้ได้ง่ายๆได้อย่างไร

“ช่วยเห็นฉันเป็นคนปกติหน่อยเถอะนะ แล้วที่ฉันทำแบบนี้เพราะดูเหมือนเจ๊จะไม่ยอมจบเรื่องนี่ ช่วยฟังให้จบก่อนสิ ฉันจะบอกว่าเรามาแลกเปลี่ยนกันเถอะ...ถึงจะบอกอย่างนั้น แต่การแลกเปลี่ยนก็เสร็จสมบูรณ์แล้วล่ะนะ” ราฟยิ้มอย่างมีเลศนัยให้หญิงสาวที่ขมวดคิ้วสงสัย

“เจ้าหมายความว่ายังไง? แล้วนี่จะเรียกข้าว่าเจ๊ไปถึงเมื่อไหร่ ข้ามีนามอันน่าเกรงขามไปทั่วแดนมารว่า ลิลิธ!”

“ก็หมายความว่า ฉันได้ของที่ฉันต้องการแล้ว และฉันจะคืนยัยมารนั่นให้เจ๊ไง...ก็เจ๊เป็นอาจารย์ของยัยวาเนโลปี้ไม่ใช่เหรอ เรียกเจ๊แหละถูกแล้ว หรือจะให้เรียกว่าป้า มันก็ดูแรงไป แต่ฉันไปถือหรอกนะ ป้...”

“เรียกเจ๊ก็ได้!” ลิลิธรีบพูดตัดบทและมองราฟนิ่งๆ แล้วถามอย่างกังวลว่า

“เจ้าคิดจะทำลายแดนมารหรือไม่?” ที่เธอถามอย่างนี้เพราะหลังจากที่เห็นพลังของราฟที่เธอสัมผัสได้เมื่อครู่ มันทำให้เธอกลัวจับใจ

‘บางทีพลังของเขาอาจเทียบเท่าเทพอสูรโบราณก็เป็นได้’ ลิลิธอดคิดถึงเรื่องนี้ไม่ได้

“ทำไมฉันต้องทำงั้นอ่ะ ไม่ว่าใครก็ตาม ทุกคนล้วนมีสิทธิที่จะใช้ชีวิตของตัวเอง ฉันแค่อยากจะอยู่อย่างสงบก็เท่านั้นเอง แต่ทำไมถึงมีเรื่องเข้ามาตลอดเลยก็ไม่รู้ เซ็งค่ดๆ” พูดจบชายหนุ่มผมเทาก็มองลิลิธที่ตอนนี้ไม่ต่างจากคนธรรมดาคนหนึ่ง

“เจ้าคิดจะทำอะไร” หญิงสาวกล่าวอย่างไม่ไว้ใจ

“เง่ะ ทำไมรู้สึกเหมือนเดจาวูแปลกๆแฮะ แล้วนี่หน้าฉันมันดูเหมือนโจรข่มขืนมากเลยเหรอ ทำไมมีแต่คนถามฉันแบบนี้ตลอดเลย ตั้งแต่ลูกสาวของเจ๊แล้วนะ” ราฟคิ้วกระตุก เขามองไปรอบๆก่อนจะถอนหายใจ

“ดีที่มีสัตว์ทะเลตายกันนิดเดียว เอาล่ะไปกันเถอะ ฉันอยากกลับไปนอนแล้ว ส่วนเจ๊ก็เอาลูกศิษย์ของเจ๊กลับไป โอเคนะ”

“...” ลิลิธไม่ตอบอะไรเพราะเธอกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ ราฟเลยคิดเอาเองว่าเธอตกลง ก่อนจะทำให้เธอลอยด้วยลมของเขาแล้วเอื้อมมือปลาหมึกเข้าโอบเอวเธออย่างถือวิสาสะ

“เจ้า!”

“ถือว่าชดใช้ที่เจ๊พยายามฆ่าฉันก็แล้วกัน” ราฟยิ้มกว้างอย่างเอาแต่ใจ ลิลิธที่เห็นแบบนั้นก็เลยปล่อยให้เขาทำตามใจ เพราะเธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ดัแค่ไหนที่ชายหนุ่มไม่เอาเรื่องเธอ ถ้าเป็นคนอื่นอาจโมโหจนสังหารเธอและลูกศิษย์ของเธอก็เป็นได้

“ไปล่ะนะ”

ฟุบบบ

.

.

.

หน้าหอของราฟ

ในตอนนี้กำลังมีกลุ่มนักเรียนจับตามองหอพักของเขาอยู่ และเมื่อเห็นว่ามีคนจับกลุ่มกันอยู่ ย่อมเป็นธรรมดาที่จะมีคนสงสัย เมื่อพวกเขารู้ว่าเป็นเรื่องอะไร ทุกคนก็เลือกที่จะดูผลลัพท์(เรื่องของชาวบ้าน)อย่างสนใจ นั่นทำให้มีกลุ่มคนที่รู้เรื่องที่ราฟ...สาวเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

“นายคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะเคลียร์กับเจ้าราฟนั้นได้มั้ย”

“ฉันว่าไม่ได้หรอก เจ้าราฟนั่นมันเลวจะตาย”

“ใช่จากข่าวลือเห็นว่าเขาฟันผู้หญิงมาเป็นร้อยคนเลยนะ”

“สารเลวจริงๆ”

“ใช่ แบบนั้นมันน่าอิจ...น่าเกลียดเกินไปแล้ว!”

“แต่พวกเขาอาจตกลงกันได้แล้วก็ได้นะ”

“หึ ไม่ว่ายังไงฉันก็มั่นใจว่าทั้งคู่ไม่สามารถตกลงกันได้และอาจทะเลาะกันจนห้องพังก็ได้ จากนั้นฉันจีบเธอต่อเอง...”

ฟุบบบ

“...” ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอย่างออกรสนั้น จู่ๆก็มีชายหญิงสองคนปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่าโดยที่ฝ่ายชายกอดเอวฝ่ายหญิงที่หน้าแดงก่ำกำลังเหนื่อยหอบและเหงื่อออกคล้ายกับพึ่งผ่านศึกหนักกันมา ส่วนฝ่ายชายนั้นมีสีหน้าที่เปี่ยมสุขราวกับได้มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นกับตัวเขา

“...”

“...ทะ ทะเลาะกันจริงๆด้วย แต่เป็นบนเตียงสินะ”

“บะ น่าอิจฉา! แบบนี้มันจะน่าอิจฉาเกินไปแล้วววว”

จบบทที่ ถือซะว่าชดใช้ให้ฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว