เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

กายาเทพโลหิต

กายาเทพโลหิต

กายาเทพโลหิต


“สารเลวเอ๊ย!”

“เจ้านั่นไม่ใช่ราฟจอมเพี้ยนแล้ว แต่มันคือปีศาจราคะราฟ! ไม่รู้ว่ามันใช้วิชาปรุงยาของมันไปทำร้ายหญิงสาวในการแข่งขันกี่ร้อยคนกัน”

“เจ้าหมอนั่นมันไม่ใช่คน!”

“มันมีดีอะไรหรือใช้ยอดวิชาในตำนานอะไรกันฟะ ถึงได้ทำให้ผู้หญิงที่น่ารักอย่างเธอคนนี้ไม่เอาเรื่องทั้งที่ทำร้ายกาจกับเธอแบบนี้!”

“ฆ่ามันๆๆๆ”

ทุกคนที่ได้ยินในสิ่งที่ลิลิธกล่าวก็เกลียดชังราฟยิ่งกว่าเดิม แล้วบอกลิลิธว่า

“ไม่ต้องกังวลนะ พวกเราจะพาไปหาราฟเอง ถ้าเขาไม่ยอมรับผิดชอบเธอ พวกเราจะทำให้ราฟรับผิดชอบในตัวเธอให้ได้แม้จะต้องใช้กำลังก็ตาม!” หญิงสาวคนหนึ่งที่โกรธแค้นราฟสุดขีดพูดขึ้นอย่างโมโห

“ขอบคุณทุกคนมากนะคะ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ  ฉันขอรับไว้แค่ความหวังดีของทุกคนก็พอแล้ว แต่ฉันขอให้พวกคุณช่วยบอกทางไปหาเขาตอนนี้เลยได้มั้ยคะ เพราะจะจัดการปัญหาของฉันเอง” ลิลิธพูดด้วยรอยยิ้มที่หวานปานน้ำผึ้ง

พวกนักเรียนพากันกัดฟันและรู้สึกโกรธราฟมากขึ้นไปอีก

“ก็ได้ พวกเรายอมรับการตัดสินใจของเธอ แล้วจะรอให้เธอกลับมาบอกผลที่เกิดขึ้นนะ ฉันรู้จักห้องของเขา ที่อยู่ของเขาคือ หอพัก... ห้อง...”  หนึ่งในคนที่อยู่หอพักเดียวกับราฟบอกที่อยู่ของเขาแก่ลิลิธ

หลังจากได้ที่อยู่ของราฟ ลิลิธก็ยิ้มแล้วขอบคุณทุกคนจากนั้นก็เดินไปยังที่อยู่ของราฟ ท่ามกลางความโกรธแค้นของกลุ่มนักเรียนที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด.

.

.

.

“ทำไมหนังตาข้างขวากระตุกรัวๆเลยฟะ? ช่างเถอะ แล้วนี่เธอกินอิ่มแล้วใช่มั้ยฮะยัยเด็กติดเกม ฉันจะได้เอาจานไปล้าง” ราฟลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนถามมารสาว

วาเนสซ่าพยักหน้าแล้วลุกไปล้างมือ จากนั้นเธอก็ไปนั่งเล่นเกมเหมือนเดิม

“...” ราฟ

“ทำไมฉันถึงต้องดูแลเธอเหมือนแขกวีไอพีด้วยฟะ? ที่สำคัญกว่านั้นคือเราจะติดต่อกับจักรพรรดิโลหิตยังไงล่ะเนี่ย...จริงสิ ให้ยัยมารนี่ใช้มือถือโทรหาก็ได้นี่หว่า” ราฟมองวาเนสซ่าก่อนจะพูดต่อว่า

“...ว่าแต่เธอมีมือถือมั้ยอ่ะ”

วาเนสซ่าที่ได้ยินราฟถามก็ขมวดคิ้วแล้วตอบว่า

“ก็ต้องมีอยู่แล้วสิยะ! แถมยังล้ำสมัยกว่าของมนุษย์อีกเพราะมือถือของพวกข้าไม่ต้องพึ่งคนงานหรือเครื่องจักรมากมาย พวกข้ามีจักรพรรดินภาที่สร้างเครื่องปล่อยสัญญานเหมือนของมนุษย์ที่ช่วยกระจายสัญญานได้เร็วและแรงทั่วทั้งแดนมาร และยังมีจักรพรรดิอัสนีที่สร้างเครื่องส่งไฟฟ้าจากพลังของท่านยังไงล่ะ!” วาเนสซ่าเชิดหน้าตอบอย่าภาคภูมิใจ

ราฟมองหญิงสาวหน้าตายแล้วบ่นว่า

“ฉันแค่ถามว่ามีหรือไม่มีเฉยๆ ทำไมต้องร่ายยาวเป็นนิราศภูเขาทองขนาดนั้นฟะ...งั้นดีเลย เธอช่วยโทรหาอาจารย์ของเธอให้ทีดิ” ราฟบอกหญิงสาว

วาเนสซ่าหันมาแสยะยิ้มให้ราฟ (ซึ่งเขามองว่ามันน่ารักมากกว่าน่ากลัว) และพูดด้วยน้ำเสียงถือดีว่า

“แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน เพราะอาจารย์ของข้าน่ะโหดมากกกกก” หญิงสาวกล่าวพร้อมกับลากเสียงยาวอย่างน่าหมั่นเขี้ยว

ราฟที่เห็นดังนั้นก็ยื่นมือทั้งสองข้างไปบีบแก้มของเธอจนมันยืดออกมา

“โอ๊ย เจ้าบ้า ปล่อยฉันนะ!” วาเนสซ่าออกแรงผลักชายหนุ่มให้ออกไป แต่เธอกลับสู้แรงเขาไม่ได้เลย

“ไม่อ่ะ หนุกดี” ราฟแสยะยิ้ม แก้มของยัยมารนี่นุ่มดีจริงๆ

แต่ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ขณะที่ราฟกำลังสนุกกับการแกล้งมารสาว อยู่ๆเขาก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหาร

อันรุนแรงจากประตูห้องที่มุ่งเป้ามาที่เขาคนเดียว

จากนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด

“แปลงโลหิต...รูปแบบกระดาษ!”

“!?” เมื่อราฟหันไปมองก็พบว่ามีแผ่นกระดาษสีแดงกำลังสอดเข้ามาที่ใต้ประตูของเขา ก่อนที่มันจะลอยขึ้นแล้วเปลี่ยนร่างเป็นหญิงสาวอายุ 17 คนหนึ่งที่ติดตราของโรงเรียนวีนัสที่กำลังมองหน้าเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“ปล่อยศิษย์ของข้าซะเจ้าสารเลว” ลิลิธที่เห็นมือของราฟกำลังบีบแก้มของวาเนสซ่าอยู่ก็คำรามออกมา

“อั้นอาอานนนน” วาเนสซาร้องทักอาจารย์ของเธออย่างดีใจทั้งๆที่ยังถูกราฟบีบแก้มอยู่

“เจ้ากล้ารังแกนางงั้นเรอะ! จงหยุดนิ่ง...ตรึงโลหิต!” ลิลิธเอื้อมมือออกไปในอากาศ ก่อนจะมีเส้นใยพลังสีเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าพุ่งออกมาใส่ราฟจนทำให้ร่างของเขาแข็งค้างและตัวลอยขึ้น ส่วนมือของเขาที่จับแก้มวาเนสซ่าอยู่นั้นก็ปล่อยออกจนมารสาวเป็นอิสระจากการรังแก(?)

กึกกก

ลิลิธแสยะยิ้มมองราฟที่ในตอนนี้ตัวลอยอยู่ในอากาศโดยที่มีท่าทางกางแขนขาทั้งสองข้างออกตามที่ลิลิธต้องการให้มันเป็น

“นายท่าน!” โกโก้เห่าเสียงดัง มันหุ้มร่างของตัวเองด้วยพิษย่อยสลายก่อนจะพุ่งตัวเข้าโจมตีหญิงสาวที่กำลังจะทำร้ายนายท่านของมัน แต่ก็ถูกลิลิธใช้ออกด้วยวิชาตรึงโลหิตทำให้ขยับตัวไม่ได้ จากนั้นเธอจึงหันกลับมาพูดกับราฟ

“หายากนะที่จะมีคนที่โดนวิชาตรึงโลหิตของข้าไปแล้วทำสีหน้าไร้อารมณ์แบบเจ้า” ลิลิธเลิกคิ้ว ก่อนจะยิ้มบางๆแล้วเดินเข้าไปหาราฟ

“ตอนแรกที่เห็นพลังที่เจ้าใช้สังหารร่างหลักของเมฟิสโตก็นึกว่าจะแข็งแกร่งจนน่าเอาไปเป็นมารรับใช้ แต่มันคงเป็นเพราะเจ้าเมฟิสโตประมาทเกินไปสินะถึงได้พ่ายแพ้ให้แก่คนอย่างเจ้า เพราะหากเจ้าแข็งแกร่งจนสามารถทำลายวิชาปั่นป่วนโลหิตของเจ้าศิษย์บ้านั่นได้จริงๆ เจ้าคงหลบวิชาตรึงโลหิตขั้นสูงสุดของข้าพ้นไปแล้ว”

“...แต่ถึงเจ้าจะหลบวิชานี้พ้น ข้าก็มีอีกหลายวิชาที่จะเอาชนะเจ้า!” ลิลิธเชยคางของราฟแล้วยิ้มหวานให้กับเขา ก่อนจะแสยะยิ้มและถลึงตาใส่อย่างน่าขนลุกและพูดต่อว่า

“ถ้าเป็นเช่นนั้น งั้นเจ้าก็ไม่คู่ควรที่จะให้ข้าเก็บไว้ใช้งาน”

“...จงตายซะ! กายาเทพโลหิต!” กล่าวจบร่างกายของหญิงสาวก็เปลี่ยนจากผิวสีขาวนวลกลายเป็นแดงก่ำและมีรอยสักสีดำโผล่ขึ้นตามตัว ดูแล้วน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง

จากนั้นหญิงสาวผู้ครอบครองตำแหน่งจักรพรรดิโลหิตก็ลอยขึ้นไปอยู่ระดับเดียวกับราฟที่เบิกตากว้างมองเธออยู่ ก่อนที่หญิงสาวจะจับหัวของเขาแล้วออกแรงกระชากขึ้นไปด้านบนอย่างสุดแรง!

“!?” ราฟ

“ไม่นะ!” วาเนสซ่าที่เห็นการกระทำของอาจารย์ของเธอก็กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ

จบบทที่ กายาเทพโลหิต

คัดลอกลิงก์แล้ว